06/09/2021
LINE ประเทศไทย ประกาศผู้ใช้งานครบ 50 ล้านราย ครองอันดับหนึ่งแอปพลิเคชันที่คนไทยไว้วางใจใช้มากที่สุดในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในช่วงโควิด–19 ที่ผ่านมา ตอกย้ำการเป็นโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการใช้ชีวิตรอบด้านในยุคดิจิทัล พร้อมเผยการเติบโตรอบด้านทั้งด้านฟีเจอร์การสื่อสาร บริการเพื่อไลฟ์สไตล์และธุรกิจต่าง ๆ ที่ต่างเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงการเปลี่ยนผ่านเป็น “พลเมืองดิจิทัล” (Digital Citizens) ของคนไทยที่สามารถใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลช่วยยกระดับการใช้ชีวิตรอบด้านตามแนวคิด Life on LINE ได้อย่างเป็นรูปธรรม พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE ประเทศไทย “การที่ LINE ประเทศไทย มีผู้ใช้งานครบ 50 ล้านรายนั้น เป็นการเติบโตที่แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จที่ LINE ได้เข้าไปมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจและสังคมของเมืองไทย กล่าวคือคนไทยสามารถเข้าถึงบริการต่าง ๆ ของ LINE เพื่อช่วยในการใช้ชีวิต ติดต่อสื่อสารและทำธุรกิจบนโลกดิจิทัลได้อย่างง่ายดาย เห็นได้จากการเติบโตรอบด้านของ LINE ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด Life on LINE ที่มุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลนี้ ให้สามารถรองรับทุกความต้องการ โดยเฉพาะช่วงเวลาล็อกดาวน์ตลอด 1 ปีกว่าที่ผ่านมา LINE เป็นแพลตฟอร์มอันดับหนึ่งที่คนไทยใช้มากที่สุดในช่วงเวลาดังกล่าว (จากผลสำรวจโดย MarketBuzzz) ทำให้คนไทยได้ใกล้กันมากขึ้นจากด้วยบริการต่าง ๆ ของ LINE แม้ต้องรักษาระยะห่างกันก็ตาม ซึ่งตรงกับพันธกิจ Closing The Distance ของแบรนด์เรา สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของแพลตฟอร์ม ทั้งยังเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงการเปลี่ยนผ่านเป็น ‘พลเมืองดิจิทัล’ ของคนไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม” ผู้ใช้ครบ 50 ล้านรายของ LINE ประเทศไทยนั้นประกอบไปด้วยการเติบโตของบริการต่าง ๆ ที่เป็นตัวบ่งชี้การเป็น “พลเมืองดิจิทัล” ของคนไทย ที่ LINE ช่วยให้ชีวิตบนโลกออนไลน์เป็นเรื่องง่าย LINE OpenChat “สังคมการพูดคุย” ที่ทำให้ผู้คนเชื่อมต่อกับกลุ่มคนที่ชื่นชอบในเรื่องเดียวกันมากขึ้น โดยช่วงปีที่ผ่านมา มีผู้ร่วมคอมมูนิตี้แห่งนี้เพิ่มขึ้นมากถึง 38% และ กรุ๊ปต่าง ๆ เพิ่มขึ้นถึง 92% (ระหว่างเดือน ก.ค. 63 กับ ก.ค. 64) ซึ่งพบว่าส่วนใหญ่ของกรุ๊ปที่เปิดใหม่ถูกตั้งขึ้นเพื่ออัปเดตสถานการณ์เกี่ยวกับโควิด-19 และเพื่อใช้ติดตามอาการหลังฉีดวัคซีนโดยโรงพยาบาล รวมถึงใช้เพื่อติดต่อสื่อสารระหว่างครูกับนักเรียนในช่วงเรียนออนไลน์บัญชีทางการ LINE Official Account ที่เปิดใหม่ โดยในจำนวนบัญชีใหม่นั้น มากกว่า 50% เป็นกลุ่มธุรกิจ SMEs รวมถึงแบรนด์แฟชั่นลักชัวรีระดับโลกมากมายที่เข้ามาเปิดใช้งาน ขณะที่ภาครัฐและเอกชนต่าง…