ChatGPT Health ฟีเจอร์ใหม่ที่ออกแบบมาตอบคำถามการดูแลสุขภาพส่วนบุคคลที่ปลอดภัยและฉลาดขึ้น
ในแต่ละสัปดาห์มีผู้ใช้งานกว่า 230 ล้านคนทั่วโลกปรึกษาเรื่องสุขภาพกับ ChatGPT ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ บางครั้งเป็นเพียงประเด็นการดูแลสุขภาพ แต่บางครั้งก็ไปถึงขั้นที่ต้องการให้ช่วยวินิจฉัยโรค

ทำไมต้องมี ChatGPT Health ?
OpenAI ได้เปิดตัว ChatGPT Health เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2026 ที่ผ่านมา โดยฟีเจอร์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพ ให้กลายเป็นคำแนะนำที่เข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้จริง โดยยังคงยึดถือมาตรฐานความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยสูงสุดของผู้ใช้งาน
ทุกวันนี้ข้อมูลสุขภาพมักจะแยกส่วนกันอยู่ตามแอป ฯ, อุปกรณ์สุขภาพ หรือในไฟล์ PDF เป็นข้อมูลเอกสาร บันทึกเวชระเบียน จนยากจะเห็นภาพรวม ดังนั้น ChatGPT Health จึงเข้ามาแก้ปัญหาเหล่านี้ให้สะดวกต่อการนำข้อมูลมาวิเคราะห์และประมวลผล อาทิ
- เชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพ สามารถดึงข้อมูลจาก Apple Health, MyFitnessPal หรือประวัติการรักษาทางการแพทย์ (EHR) มาประมวลผลร่วมกัน
- ตอบคำถามได้ตรงจุด คำตอบจะไม่อ้างอิงแค่ทฤษฎี แต่จะอ้างอิงจากข้อมูลจริงของคุณ เช่น ช่วยอธิบายผลตรวจเลือดล่าสุด หรือแนะนำการออกกำลังกายที่เหมาะกับสภาพร่างกาย
- เตรียมความพร้อมก่อนพบแพทย์ ช่วยสรุปประวัติและเตรียมคำถามสำคัญเพื่อให้การพูดคุยกับคุณหมอมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ข้อมูลสุขภาพเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ChatGPT Health จึงถูกแยกออกมาเป็นสัดส่วนชัดเจนเป็นพื้นที่เฉพาะเพื่อความเป็นส่วนตัว โดยบทสนทนาใน Health จะถูกเก็บแยกจากแชตทั่วไป ข้อมูลสุขภาพของคุณจะไม่รั่วไหลไปยังการสนทนาอื่น และข้อมูลรวมไปถึงไฟล์ต่าง ๆ ในส่วน Health จะไม่ถูกนำไปใช้ฝึกสอนโมเดลหลักของ OpenAI อีกทั้งยังมีการใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัสข้อมูลที่เข้มงวดกว่าปกติ และรองรับการยืนยันตัวตนหลายปัจจัย (MFA)

ฟีเจอร์ที่พัฒนาโดยผู้เชี่ยวชาญ
เพื่อให้ข้อมูลมีความแม่นยำและปลอดภัยที่สุด ChatGPT Health จึงถูกพัฒนาผ่านความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญ โดยทำงานร่วมกับแพทย์กว่า 260 คน จาก 60 ประเทศทั่วโลก ใช้ระบบประเมินมาตรฐานทางคลินิกที่ออกแบบโดยแพทย์ เพื่อตรวจสอบความชัดเจน ความปลอดภัย และความเหมาะสมในการแนะนำให้ไปพบแพทย์ ซึ่งระบบถูกฝึกมาให้สื่อสารอย่างเหมาะสม ไม่ลดทอนความซับซ้อนของโรคจนเกินจริง และย้ำเสมอว่านี่คือผู้ช่วยเสริม ไม่ใช่การวินิจฉัยโรคแทนแพทย์
ข้อสังเกตและข้อจำกัด
ChatGPT Health จะเริ่มเปิดให้ผู้ใช้กลุ่มเล็กทดสอบก่อน และจะเปิดให้ใช้งานทั่วไป (Web และ iOS) ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า แต่ก็ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของการเชื่อมต่อประวัติการรักษา (EHR) โดยเบื้องต้นจะใช้งานได้เฉพาะในสหรัฐอเมริกา ส่วน Apple Health จะใช้งานได้ผ่านระบบ iOS เท่านั้น
สำหรับความปลอดภัยข้อมูล ผู้ใช้งานสามารถเลือกแอปฯ ที่จะเชื่อมต่อได้เอง และยกเลิกสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลได้ทุกเมื่อผ่านเมนูการตั้งค่า
อย่างไรก็ตาม ChatGPT Health เป็นเพียงเครื่องมือที่จะช่วยผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงคำตอบของสุขภาพ ช่วยให้การดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันเป็นเรื่องง่าย และทำให้คุณกลายเป็นผู้ป่วยที่มีข้อมูลพร้อมที่สุดเมื่อต้องไปพบแพทย์ โดยไม่ใช่การวินิจฉัยโรคจริง ๆ โดยแพทย์ สุดท้ายแล้วควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กรวมถึงเข้ารับการรักษาตามกระบวนการที่ถูกต้อง













