ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read
| Cars

ย้อนอดีต 16 ปีกับอีลอน มัสก์ : แนวคิดและจุดเริ่มต้นของ การเข้าร่วมกับ ‘Tesla’

Tabel of Content

หากบอกคุณในวันนี้ (ปี 2026) ว่า ‘อีลอน มัสก์ (Elon Musk) จะพาเราย้ายไปอยู่บนดวงจันทร์’ เชื่อว่าหลายคนคงพยักหน้าและเชื่อมั่นว่า ‘เขาทำได้แน่’ แต่ถ้าย้อนเวลากลับไปสักราว ๆ ปี 2009-2010 แนวคิดเรื่องการตั้งถิ่นฐานในอวกาศ หรือแม้แต่การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของเขา กลับเป็นเรื่องที่ฟังดูเป็นไปไม่ได้ขนาดนั้น และหลายคนมองเขาเป็นเพียงนักฝันหรือไม่ก็คนบ้าคนหนึ่งเท่านั้น

บทความนี้ BT จะขอพานั่งไทม์แมชชีนกลับไปดูคลิปสัมภาษณ์จากช่อง Vator เมื่อปี 2010 ในวันที่มัสก์เพิ่งเริ่มก่อร่างสร้างตัว มาดูกันว่าบทสัมภาษณ์เรื่องชีวิตวัยเด็ก ครอบครัว และจุดเริ่มต้นของมัสก์กับ Tesla ในวันนั้น ส่งผลต่อความสำเร็จระดับโลกในวันนี้ได้อย่างไรบ้าง

จุดกำเนิด Tesla ที่มาจากการกินข้าวเที่ยง

Tesla เริ่มเมื่อปี 2003 คอนเซปต์ของมัสก์เริ่มจากการถามตัวเองง่าย ๆ ว่า ‘ในอนาคต มีอะไรที่มันจะส่งผลต่อมนุษย์บ้าง ?’ ซึ่งมัสก์ก็ได้ข้อสรุป มา 3 ข้อด้วยกัน คือ

  1. อินเทอร์เน็ต
  2. การผลิตและการบริโภคพลังงานสะอาด/พลังงานที่ยั่งยืน
  3. การสำรวจอวกาศ

ไอเดียเหล่านี้ฝังอยู่ในหัวของเขามานาน และเป็นเหตุผลที่ทำให้มัสก์เลือกเรียนด้านฟิสิกส์ประยุกต์และวัสดุศาสตร์ (Applied Physics and Material Science) เพื่อหวังจะพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงในการกักเก็บพลังงาน ซึ่งต่อมากลายเป็นหัวใจสำคัญของ Tesla

ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นพื้นฐาน ‘ความฝัน’ ที่มัสก์มีอยู่แล้วในตอนแรก แต่จุดเปลี่ยนที่สำคัญคือการได้กินข้าวเที่ยงกับ ฮาโรลด์ โรเซน (Harold Rosen) และ เจบี สเตราเบล (J.B. Straubel)

ในตอนนั้น โรเซนทำงานด้าน Aerospace ส่วนสเตราเบลก็เป็นวิศวกรไฟฟ้าและมีการคลุกคลีอยู่กับวงการเทคฯ เป็นทุนเดิม สิ่งที่เกิดขึ้นในมื้อเที่ยงวันนั้นคือ มัสก์ได้พูดถึงความฝันที่อยากจะนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ ไปพัฒนารถ EV ทางสเตราเบลเลยแนะนำว่ามีบริษัทชื่อว่า ‘AC Propulsion’ ที่มีรถต้นแบบ (Prototype) เกี่ยวกับการใช้แบตเตอรี่ Lithium-ion ในการสร้างรถ EV

นี่จึงเป็นจุดที่ทำให้มัสก์สนใจแบตเตอรี่ตัวนี้ขึ้นมา พอเห็นว่ามัสก์สนใจ สเตราเบลจึงติดต่อให้มัสก์ได้ลองทดสอบขับ (Test Drive) รถต้นแบบของ AC Propulsion ที่ชื่อว่า ‘tZero’ ซึ่งพอมัสก์ได้ลองขับก็ปิ๊งไอเดียทันที ทำให้มัสก์ได้ลองเสนอว่าอยากจะลงทุนกับ tZero แต่น่าเสียดายที่ในขณะนั้นทาง AC Propulsion ไม่ได้ให้ความสนใจอะไรมากนักและปฏิเสธมัสก์ไป

แต่หารู้ไม่ว่าการถูกปฏิเสธครั้งนั้น กลายเป็นแรงผลักดันให้มัสก์ตัดสินใจ ‘ทำเองซะเลย’ โดยทาง AC Propulsion ก็ได้แนะนำทีมงานคุณภาพคนอื่น ๆ ให้มัสก์รู้จักในภายหลัง

Tesla ไม่ได้มาจากไอเดียของมัสก์แต่แรก !

อันที่จริงคนทั่วไปอาจยังไม่รู้ว่า แม้มัสก์จะเป็นไอคอนของ Tesla แต่มัสก์ไม่ได้เป็นผู้ก่อตั้ง Tesla ! เพราะต้องบอกว่ามันคือจังหวะที่มัสก์ได้แรงบันดาลใจจาก ‘tZero’ และโอกาสเหมาะเจาะที่ได้เจอกับ มาร์ติน เอเบอร์ฮาร์ด (Martin Eberhard) และ มาร์ก ทาร์เพนนิง (Marc Tarpenning) ทั้งคู่เคยเป็นพาร์ตเนอร์ทำธุรกิจ E-Book Reader ชื่อ NuvoMedia ด้วยกันมาก่อนจะมาทำรถยนต์ไฟฟ้ารวมถึง เอียน ไรต์ (Ian Wright) ซึ่งถูกแนะนำมาจาก AC Propulsion อีกที

หลังจากที่ทั้งสามพูดคุยกันจนถูกคอในงานสัมมนาเกี่ยวกับอวกาศ ทั้งเอเบอร์ฮาร์ดและทาร์เพนนิงก็ชวนมัสก์มาร่วมลงทุนใน Tesla ร่วมกับไรต์ที่เป็นวิศวกร มัสก์จึงตัดสินใจลงทุนก้อนแรก 7.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และเข้ามารับตำแหน่งประธานบอร์ด

แม้ว่าปัจจุบันทั้งเอเบอร์ฮาร์ด, ทาร์เพนนิง และไรต์ จะไม่ได้บริหาร Tesla แล้ว แต่ทั้งสามรวมถึงมัสก์ยังคงอยู่ในตำแหน่งผู้ร่วมก่อตั้ง และย้อนกลับไปการพบกันของทั้ง 4 คน ก็เป็นจุดเริ่มต้นและเป็นรากฐานที่สำคัญของ Tesla และภายหลังมัสก์ก็ได้ไปดึง เจบี สเตราเบล เข้ามาร่วมลงทุนด้วย ดังนั้นนอกจากมัสก์แล้ว บุคคลเหล่านี้คือผู้ร่วมก่อตั้งยุคบุกเบิกที่ช่วยกันปั้น ‘Tesla’ ขึ้นมา ทุกชื่อที่เกริ่นมาจึงมีความสำคัญต่อ Tesla Motors ไม่ใช่แค่ชื่อของมัสก์เพียงคนเดียว

การลงทุนเดิมพันหมดหน้าตัก และภาวะ ‘ยังไม่ทำกำไร’

ในช่วงเริ่มต้นอย่าง Series A และ Series B มัสก์ควักกระเป๋าจ่ายเองเกือบทั้งหมด (ประมาณ 90%) โดยใช้เงินจากการขาย PayPal เขาระบุว่าใส่เงินส่วนตัวในช่วงแรกไปประมาณ 15 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 470 ล้านบาท) เพื่อสร้างรถต้นแบบให้ใช้งานได้จริง

ณ เวลาที่สัมภาษณ์ มัสก์ระบุว่าบริษัทมีกำไรขั้นต้น (Gross Margin) อยู่ที่ประมาณ 20-22% แต่ในภาพรวมบริษัทยังไม่ทำกำไรและจะไม่ทำกำไรไปอีก 3 ปี เพราะนำเงินกำไรและเงินทุนกว่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว ๆ 15,643 ล้านบาท) ไปทุ่มกับการวิจัยและพัฒนา รวมถึงสร้างโรงงานสำหรับรุ่น Model S (เฉลี่ยจ่ายไตรมาสละ 50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

กลยุทธ์การขายรถแบบฉีกตำรา : ด้วยการจ้างคนจาก Apple และ GAP ?

ความน่าสนใจของกลยุทธ์การขาย Tesla ออกสู่ตลาด เชื่อว่าเราน่าจะนึกถึงการไปดึงหัวกะทิที่มีวิสัยทัศน์ตรงกันและมีความรู้ความเข้าใจในรถ EV มาทำกลยุทธ์เด็ดใช่ไหม ?

แต่มัสก์เลือกจ้าง จอร์จ แบลงเคนชิป (George Blankenship) ผู้บริหารของแบรนด์เสื้อผ้ายอดฮิตในตอนนั้นอย่าง GAP และแบลงเคนชิปคนนี้ยังเป็นผู้ที่มีส่วนวางกลยุทธ์ Apple Store ให้กับ สตีฟ จอบส์ (Steve Jobs) อีกด้วย

มัสก์มองว่า Apple และ GAP คือที่สุดของธุรกิจค้าปลีกในยุคนั้นที่สามารถดึงดูดคนเข้าร้านได้ดีเยี่ยม ใคร ๆ ก็อยากเข้าไปจับจ่ายซื้อของจากช็อปของ 2 แบรนด์นี้ เขาจึงเลือกจ้างผู้บริหารจากที่นั่นมาวางระบบ เพื่อหนีจากวิถีการขายรถแบบเดิม ๆ ที่ลูกค้าไม่ประทับใจนั่นเอง

จากคนที่มีความฝันที่ยิ่งใหญ่ในวันนั้น สู่นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จถล่มทลายในวันนี้ เส้นทางชีวิตของอีลอน มัสก์ ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงข้ามวัน แต่ต้องใช้เวลาสั่งสมประสบการณ์ การสร้างคอนเน็กชันที่เหมาะสม ความกล้าที่จะลงทุน และที่สำคัญที่สุดคือวิสัยทัศน์และความตั้งใจกับเป้าหมายที่ทำให้มัสก์ประสบความสำเร็จ

ใครจะไปรู้ ในอนาคตเราอาจจะได้เห็นมัสก์ไปสร้างบ้านอยู่บนดวงจันทร์จริง ๆ ก็ได้

ที่มา : YouTube, Business Insider
พิสูจน์อักษร : รัชนี สังข์แก้ว

Highlight

เจ้าควรต่อต้าน ไม่ใช่เข้าร่วม Warner Music จับมือกับ Suno เทรนเพลง AI ด้วยศิลปินในสังกัด

20/01/2026
Read More

มุมมองผู้นำยุคใหม่ของ “ศุภชัย เจียรวนนท์” เมื่อการเติบโตของธุรกิจ ต้องตอบโจทย์ระดับประเทศ

17/01/2026
Read More

สัมผัสแรก Airbus A321neo ความสบายใหม่จากการบินไทยที่ต้องไปลอง

16/01/2026
Read More

SYNNEX เปิดบ้านจัดงาน “SYNNEX OPEN HOUSE 2026” ประกาศทิศทางกลยุทธ์ยุค AI มุ่งสู่เป้าหมายรายได้ 53,000 ล้านบาท

16/01/2026
Read More

GPO Pharmaceutical Summit 2026 : ปักธงไทยสู่ Global Innovation Gateway ยกระดับความมั่นคงทางยาระดับสากล

16/01/2026
Read More

ทางรอดสายปั่นเทรนด์ ! วิธีแก้เกมดันแฮชแท็กบน X ให้ติดอันดับ หลังอัลกอริทึมเปลี่ยนทำยอดหาย

16/01/2026
Read More

Related Content