ถ้าใครยังจำกันได้ ตอนที่ HUAWEI FreeClip รุ่นแรกเปิดตัว BT beartai เคยยกให้เป็นหูฟัง Open Ear ตัวจบในดวงใจไปแล้ว ด้วยดีไซน์ที่ไม่เหมือนใครและความใส่สบายที่หาตัวจับยาก
แต่วันนี้ภาคต่อที่หลายคนรอคอยอย่าง HUAWEI FreeClip 2 มาแล้ว พร้อมเปิดตัว “เจฟ ซาเตอร์” ศิลปินดังมากความสามารถที่มีแฟชั่นไอคอนิกระดับสากลมาเป็นพรีเซนเตอร์ของหูฟังรุ่นนี้

สำหรับซีรีส์นี้ยังคงอยู่ที่คอนเซปต์ Airy C-bridge Design ซึ่งเป็นการออกแบบหูฟังแบบ Open-ear ที่ไม่ได้เน้นแค่เรื่องเสียง แต่เน้นไปที่การเป็นเครื่องประดับชิ้นโปรดที่คอมพลีตลุกการแต่งตัวได้ทุกวัน เข้าได้กับทุกชุดไม่ว่าจะเป็นลุกไหน สะท้อนความเป็นแฟชั่นไอคอน จนได้รับการการันตีบนรันเวย์ระดับโลกอย่าง Paris Fashion Week ในฐานะนวัตกรรมแฟชั่นเทคโนโลยีมาแล้ว

ในรุ่นที่ 2 นี้ หัวเว่ยได้ทำการอัปเกรดจุดเด่นเรื่องความสบายให้เหนือชั้นไปอีกขั้น ด้วยการพัฒนาส่วนก้านให้นุ่มขึ้นกว่าเดิมถึง 25% โดยเลือกใช้วัสดุซิลิโคนที่อ่อนโยนต่อผิวเป็นพิเศษ หมดปัญหาเรื่องการหนีบหูจนเจ็บ แม้จะใส่นานต่อเนื่องหลายชั่วโมงก็ตาม บวกกับน้ำหนักที่เบาเพียง 5.1 กรัม ทำให้บางครั้งเราแทบไม่รู้สึกเลยว่ากำลังสวมใส่หูฟังอยู่
นอกจากความสวยงามและความสบายแล้ว เรื่องความมั่นใจในการสวมใส่ก็เป็นสิ่งที่ HUAWEI FreeClip 2 ทำได้ดีเยี่ยม คงคอนเซปต์ Never Feel Never Fall จากการทดสอบใช้งานจริง ไม่ว่าจะเป็นการกระโดดตบ วิ่ง หรือแม้แต่การทดสอบสุดหินอย่างการนั่งวินมอเตอร์ไซค์ ที่ต้องเจอกับแรงลมตีอย่างหนัก ผลปรากฏว่าหูฟังยังคงเกาะติดหนึบอยู่กับใบหูอย่างมั่นคง ไม่มีการเลื่อนหลุดให้ใจหายแน่นอน นอกจากนี้ยังตอบโจทย์สาย Active ด้วยมาตรฐานการกันน้ำกันฝุ่นที่อัปเกรดขึ้นเป็นระดับ IP57 จะออกกำลังกายหนักจนเหงื่อท่วมแค่ไหนก็เอาอยู่

ทางด้านประสิทธิภาพเสียง แม้จะเป็นหูฟังแบบเปิดหู แต่ภายในกลับบรรจุชิปอัจฉริยะ NPU AI Processor ที่ทำงานร่วมกับไดรเวอร์คู่แบบใหม่ ให้เสียงที่ดังสะใจขึ้นถึง 2 เท่าและเบสที่ตึ้บกว่าเดิม ที่สำคัญ AI ตัวนี้ยังช่วยปรับระดับเสียงให้อัตโนมัติตามสภาพแวดล้อม (Adaptive Volume) หากคุณอยู่ในที่เงียบ ระบบจะลดเสียงลงเพื่อไม่ให้ล้าหู แต่หากเข้าสู่พื้นที่เสียงดัง ระบบจะเร่งความชัดเจนให้ทันทีโดยไม่ต้องคอยกดปุ่มเอง รวมถึงเทคโนโลยี Reverse Sound Field Acoustic ที่ช่วยควบคุมทิศทางเสียงไม่ให้เล็ดลอดออกไปภายนอก มอบความเป็นส่วนตัวที่เหนือกว่าหูฟังแบบสั่นกระดูกทั่วไปอย่างชัดเจน
HUAWEI FreeClip 2 มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่อย่าง Head Gesture Control ที่ช่วยให้เราสั่งงานด้วยการเคลื่อนไหวศีรษะ เช่น พยักหน้าเพื่อรับสาย หรือส่ายหน้าเพื่อปฏิเสธสาย เพิ่มความสะดวกในเวลาที่มือไม่ว่าง โดยสามารถตั้งค่าได้ง่าย ๆ ผ่านแอปฯ HUAWEI Audio Connect ที่รองรับทั้งระบบ Android และ iOS ส่วนเรื่องการเชื่อมต่อก็หายห่วง เพราะรองรับการซิงก์อุปกรณ์พร้อมกันได้ทั้งสมาร์ตโฟนและแล็ปท็อป สลับการใช้งานได้ราบรื่นไม่สะดุด

สำหรับเรื่องแบตเตอรี่ รุ่นนี้จัดเต็มมาให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้น ฟังต่อเนื่องได้นานถึง 9 ชั่วโมง และเมื่อใช้ร่วมกับเคสชาร์จที่ออกแบบใหม่ให้เล็กลงจับถนัดมือ จะใช้งานรวมกันได้นานถึง 38 ชั่วโมง แถมยังมีระบบชาร์จไวเพียง 10 นาที ก็ฟังต่อได้อีกถึง 3 ชั่วโมง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบได้เป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตเล็กน้อยจากการใช้งานจริง เนื่องจากก้านซิลิโคนในรุ่นนี้มีความนุ่มเป็นพิเศษ หากเก็บไม่ดีหรือโดนของหนักทับอาจเกิดรอยบุ๋มได้ง่ายกว่ารุ่นก่อน แนะนำให้เก็บเข้าเคสทุกครั้งเมื่อใช้งานเสร็จเรียบร้อย และสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มใช้อาจต้องลองปรับตำแหน่งการหนีบให้เข้ากับรูปหูของตัวเองในช่วงแรก เพื่อให้ได้คุณภาพเสียงที่ดีที่สุด
โดยเปิดให้พรีออร์เดอร์แล้วตั้งแต่วันที่ 25 – 29 มกราคม 2026 ในราคาประมาณ 4,xxx บาทเท่านั้น













