ในหนึ่งวันคุณหยิบมือถือขึ้นมาเช็กกันบ่อยสุดแค่ไหน ทุก ๆ 1 ชั่วโมง ? ทุก 30 นาที ? หรือแทบจะตลอดเวลาที่มีข้อความเด้งเข้ามา คุณเคยคิดไหมว่าเราติดมือถือเกินไป และเคยคิดไหมว่าเราเสียเวลามากแค่ไหนกับการก้มมองหน้าจอมือถือ แทนที่จะเงยหน้าขึ้นมาใช้ชีวิต ?
นี่คือเหตุผลที่ Sidephone ถือกำเนิดขึ้นมา มือถือที่ผสมผสานความย้อนยุคและเทคโนโลยีที่จำเป็น เพื่อให้คุณมีเวลาในชีวิตมากขึ้น
Sidephone คือมือถือฟีเจอร์โฟน (ที่ใกล้เคียงกับมือถือโง่ ๆ Dumbphone) ที่สามารถใช้แทนสมาร์ตโฟนได้ เพื่อแก้ปัญหาคนติดมือถือและหันมาโฟกัสกับการใช้ชีวิตมากขึ้น ด้วยการมีแค่ฟังก์ชันที่จำเป็นเท่านั้น เช่น โทรเข้า-โทรออก การรับ-ส่งข้อความ กล้องถ่ายรูป และมีแอปฯ แค่นาฬิกา ตัวจัดการไฟล์ และสามารถดาวน์โหลดเพิ่มได้อีกนิดหน่อย
ดีไซน์ของ Sidephone จะผสมผสานความเป็นฟีเจอร์โฟนจากการที่มีแผงปุ่มกดตัวเลข หรือที่เรียกว่าคีย์แพด (Keypads) กับหน้าจอสีที่รันด้วยระบบปฏิบัติการ Android
หน้าตาของ Sidephone จะเหมือนกับฟีเจอร์โฟนทั่วไปที่อยู่ในยุค 2000 แต่สิ่งที่ทำให้แตกต่างคือ สามารถถอดเปลี่ยนแผงปุ่มกดตัวเลข (Swappable Keypads) เป็นรูปแบบอื่น ๆ ได้ ตอนนี้มีแค่ 3 แบบเท่านั้น และคาดว่าในอนาคตจะมีตัวเลือกถูกเพิ่มเข้ามาเยอะกว่านี้
- Numeric Keypad (T9) สำหรับสายคลาสสิกที่ต้องการความเรียบง่าย
- Sundial แผงปุ่มกดที่เน้นการควบคุมเพลงและการเข้าถึงฟีเจอร์อย่างรวดเร็ว (คล้าย iPod)
- QWERTY สำหรับคนที่ยังต้องการพิมพ์ข้อความได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับสเปกอื่น ๆ ที่น่าสนใจของ Sidephone ก็จะเป็นหน้าจอสัมผัสขนาดเล็กเพียง 2.8 นิ้ว RAM 4 GB กับความจุ 64 GB และแบตเตอรี่ 1,800 mAh ที่ใช้งานได้ยาวนานถึง 3-8 วัน ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ความละเอียดของกล้องอยู่ที่ 12 ล้านพิกเซล ให้ภาพสไตล์ Retro รองรับ 4G LTE, WiFi, Bluetooth และชาร์จผ่าน USB-C
ส่วนราคาขายของ Sidephone จะอยู่ที่ 299 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 9,303 บาทไทย และเปิดขายแค่ในอเมริกาเท่านั้น
ไม่แน่ว่าหากกระแส Digital Detox และมือถือฟีเจอร์โฟนกลับมาได้รับความนิยมอีกครัั้ง เราอาจจะได้เห็นยักษ์ใหญ่ในวงการมือถือเปลี่ยนเข็มทิศใหม่ หันมาออกแบบมือถือที่ทำให้ผู้ใช้โฟกัสจอให้น้อยลง













