ล่าสุด SCBX ได้เปิดตัวรีพอร์ตฉบับสำคัญภายในงาน ‘thAI Consumer AI Adoption 2026’ ซึ่งเป็นงานวิจัยเจาะลึกพฤติกรรมคนไทยกับ AI ครั้งแรก !

คุณสุธีรพันธุ์ สักรวัตร Chief Customer Officer, SCBX

คุณกีรติ เทพโสพรรณ Managing Director, Vitamins Consulting & Research Ltd.
ข้อมูลนี้ถูกรังสรรค์มาอย่างประณีตโดย คุณสุธีรพันธุ์ สักรวัตร Chief Customer Officer, SCBX, คุณญาดา เสรีเศวตรัตน์ Senior Consumer Insights and Market Research Management Expert, SCBX, คุณยุพิน มินซิ่ง Managing Director, Ipsos in Thailand, คุณกีรติ เทพโสพรรณ Managing Director, Vitamins Consulting & Research Ltd.

รีพอร์ตฉบับนี้ไม่ได้มานั่งเดาหรือคาดการณ์ว่าคนไทยชอบอะไร แต่ลงไปถามจริง ๆ ว่า ‘คุณอยากให้ AI ช่วยอะไรกันแน่ ?’ ทำให้เป็นรีพอร์ตที่เหล่า CEO หรือผู้ประกอบการต่างให้ความสนใจ หนึ่งในนั้นคือพี่หนุ่ยของพวกเรา ที่เดินทางไปร่วมงานนี้ด้วยตัวเองด้วยครับ
และผลลัพธ์ในรีพอร์ตก็น่าสนใจมาก เพราะพบว่าคนไทยกว่า 90% ใช้ AI กันอยู่แล้ว โดยรู้ตัวบ้าง ไม่รู้ตัวบ้าง ผ่านแอปฯ ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน แต่มีแค่ 16% เท่านั้นที่ใช้จริงจังแบบเต็มสูบ ส่วนใหญ่ยังก็กล้า ๆ กลัว ๆ โดยเฉพาะเรื่องการเงิน ที่ยังไม่ไว้ใจให้ AI จัดการแบบเต็มร้อย
ซึ่งมองดูในมุมผู้ใช้อาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่นี่เป็นโจทย์ใหญ่ของภาคธุรกิจ ถ้าอยากให้ AI ของคุณเข้าไปนั่งในใจลูกค้าได้จริง ๆ ไม่ใช่แค่เป็นกิมมิกเท่ ๆ ไว้โปรโมตเท่านั้น โดยรีพอร์ตฉบับนี้ชี้เป้า 3 สิ่งสำคัญ ที่ธุรกิจในยุคนี้ต้องมี
3 กุญแจสำคัญ พาธุรกิจ Ride On AI Wave
1. Trust Design ออกแบบให้ ‘เชื่อใจ’ ได้ก่อน ความเก่งของ AI ไม่สำคัญเท่ากับความน่าเชื่อถือ ลูกค้าไม่ได้อยากรู้ว่าอัลกอริทึมซับซ้อนแค่ไหน แต่อยากรู้ว่า ‘ทำไมถึงแนะนำอันนี้ ?’, ‘เอาข้อมูลฉันไปทำอะไร ?’ และ ‘เงินฉันจะหายไหม ?’
Action : ระบบต้องโปร่งใส อธิบายเหตุผลได้ และทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าข้อมูลของเขาปลอดภัยเสมอ
2. Human Validation ยังต้องมี ‘มนุษย์’ คอยคอนเฟิร์ม เพราะถึง AI จะฉลาดแค่ไหน แต่คนไทยยังอุ่นใจกว่าถ้ามี ‘คน’ อยู่ในลูปด้วย ไม่ใช่การโยนให้หุ่นยนต์ทำทั้งหมด แต่เป็นการใช้เทคโนโลยีช่วย แล้วมีมนุษย์คอยตรวจสอบหรือยืนยันในขั้นตอนสุดท้าย โดยเฉพาะเรื่องสำคัญ ๆ อย่างการเงิน
Action : อย่าเพิ่งรีบตัดคนออก แต่ให้คนกับ AI ทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุด
3. Meaningful Simplicity เปลี่ยนเรื่อง ‘ยาก’ ให้เป็นเรื่อง ‘ง่าย’ คนไทยไม่ได้กลัวเทคโนโลยีที่ซับซ้อน แต่กลัวการใช้งานที่ยุ่งยาก โจทย์ของ AI คือต้องเข้ามาช่วยลดขั้นตอน ไม่ใช่เพิ่มภาระ ต้องคุยรู้เรื่อง ภาษาเข้าใจง่าย แม้จะเป็นศัพท์การเงินยาก ๆ และทำให้ชีวิตเขาสะดวกขึ้นจริง ๆ
Action : ใช้ AI จัดการความซับซ้อนหลังบ้าน แล้วส่งมอบประสบการณ์หน้าบ้านที่ลื่นไหลและเข้าใจง่ายที่สุดให้ลูกค้า

เจาะลึก 9 เผ่าคนไทยในยุค AI
1. Pro-formance – นักสร้างผลงานด้วย AI (5%) ใช้ AI เป็นเครื่องมือสร้างผลลัพธ์และความสำเร็จ
2. Life Optimizer – คนใช้ AI ให้ชีวิตง่ายขึ้น (8%) ใช้ AI เพื่อยกระดับชีวิตประจำวันให้ไวขึ้น ฉลาดขึ้น
3. Smart Minimalist – ฉลาดแบบพอดี ใช้เท่าที่จำเป็น (36%) ไม่คลั่ง AI แต่ใช้เท่าที่เห็นประโยชน์จริง
4. Skeptical Practitioner – เชื่อแต่ไม่วางใจ (34%) เปิดรับ AI แต่ยังระแวงในบางแง่มุม
5. Silent Doubter – สงสัยแต่ไม่พูดออกมา (10%) ใช้ AI อยู่ แต่ยังไม่มั่นใจหรือไม่กล้ายอมรับ
6. Accidental Adopter – ใช้แบบไม่ได้ตั้งใจ (4%) ใช้ AI โดยไม่รู้เลยว่ากำลังใช้
7. Unaware Trialist – ใช้โดยไม่รู้ตัว แต่เริ่มค้นหา (3%) เริ่มอยากเข้าใจว่า AI ทำงานอย่างไร
8. Curious Speculator – กลุ่มที่จับตาแต่ยังไม่ลอง (0.2%) ขอรอดูทิศทางก่อนลงมือ
9. Digital Rejector – สายไม่เอา AI (0.1%) ปฏิเสธเทคโนโลยีใหม่ ไม่อยากให้ AI เข้ามาแทนมนุษย์
โดยสองกลุ่มใหญ่ คือ Smart Minimalist และ Skeptical Practitioner คิดเป็นสัดส่วนรวมกันกว่า 70% ของผู้บริโภคไทยทั้งหมด เป็นกลุ่มที่องค์กรจำเป็นต้องออกแบบ AI ให้ตรงกับความคาดหวัง รวมถึงตอบโจทย์ความกังวลด้านความปลอดภัย ความง่าย และความโปร่งใส นอกจากนี้สามกลุ่มผู้ใช้หลักที่มีผลต่อการผลักดันและขับเคลื่อน AI ในไทย ได้แก่ 1. Smart Minimalist 2. Life Optimizer 3. Pro-formance
สำหรับใครที่อยากจะรู้ว่าเนื้อในทั้งหมด 36 หน้าจะมีอะไรเจ๋ง ๆ บ้าง อ่านรีพอร์ตฉบับเต็มได้ที่นี่เลยครับ SCBX Report: thAI Consumer AI Adoption 2026 ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ













