WEF 2026 ล่าสุด อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ได้มีการเอ่ยถึงการเข้ามาของโรบอต Humanoids ที่จะฉลาดและเก่งกว่ามนุษย์ เข้ามาแทนที่ตำแหน่งพี่เลี้ยงเด็ก ดูแลคนแก่ และได้คอนเฟิร์มว่าสิ้นปี 2026 เราจะได้เห็น AI ที่ฉลาดกว่ามนุษย์จริง ๆ แต่ภายใต้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเหล่านี้ มัสก์ก็ยังย้ำว่า ‘ความเป็นมนุษย์’ ยังเป็นสิ่งที่ AI แทนที่ไม่ได้
ย้อนกลับมาที่ WEF 2018 แจ็ก หม่า (Jack Ma) ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ได้พูดถึงประเด็นนี้เอาไว้ แม้ว่าไทม์ไลน์จะห่างกันมากเกือบ 1 ทศวรรษ แต่ Message เกี่ยวกับ ‘ความเป็นมนุษย์’ ก็ไม่ต่างจากที่มัสก์กล่าวล่าสุด แจ็ก หม่าพูดอะไรไว้ เราจะมาแบไต๋ในโพสต์นี้
- พร้อมเรียนรู้ตลอดเวลาเพื่อก้าวหน้าสู่ความสำเร็จ
ตอนที่หม่ายังเป็นครู สิ่งที่เขาต้องการคืออยากให้เด็ก ๆ ทุกคนมีความก้าวหน้าในชีวิต และเก่งขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งนี่คือสิ่งที่เขานำมาปรับใช้ในฐานะ CEO
สำหรับเขา พื้นฐานของการเป็นครูและ CEO ที่ดีได้ก็จะต้องพร้อมเรียนรู้ตลอดเวลา และมันเป็นพื้นฐานสำคัญในการประสบความสำเร็จในทุก ๆ เรื่อง
- ความรู้พื้นฐานที่เราควรสอนเด็ก ๆ
ระบบการศึกษาที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้ คือระบบที่ออกแบบมาเมื่อ 200 ปีที่แล้ว (ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม) ซึ่งเน้นเรื่องฐานความรู้ (Knowledge-based) แต่ในอนาคตเราแข่งเรื่องความรู้กับเครื่องจักรไม่ได้ เพราะชิปคอมพิวเตอร์จำได้แม่นกว่าและคำนวณเร็วกว่าเราเสมอ ดังนั้นสิ่งที่เราควรสอนเด็ก ๆ คือ คุณค่า ความเชื่อมั่น การคิดเองได้โดยไม่พึ่งพาคนอื่น การทำงานเป็นทีม การใส่ใจต่อผู้อื่น สิ่งเหล่านี้ควรจะถูกนำมาสอนเพื่อให้มนุษย์แตกต่างจากเครื่องจักร
เราไม่ควรสอนให้เด็ก ๆ เรียนแค่ความรู้พื้นฐานทั่วไป เพราะในอนาคตเครื่องจักรมันจะฉลาดกว่าเรามาก เราต้องสอนทักษะที่แตกต่างออกไป ทักษะที่เครื่องจักรไม่สามารถเข้าใจได้ เพื่อที่ว่าอีก 30 ปีข้างหน้า ลูกหลานของเราจะยังมีโอกาสในการทำงาน
- Soft Skill ชนะ Hard Skill : สู้ด้วย ‘ปัญญา’ ไม่ใช่ ‘ความรู้’
เทคโนโลยีอาจสำคัญ แต่จิตใจที่ดีสำคัญกว่า มนุษย์เป็นผู้สร้างเครื่องจักร หากมนุษย์ขาดจิตใจที่ดี เทคโนโลยีอาจกลายเป็นอาวุธทำลายล้างได้ แจ็ก หม่า ทิ้งท้ายไว้อย่างน่าคิดว่า
“ความรู้ (Knowledge) เป็นสิ่งที่เราไขว่คว้ามาตั้งแต่ไหนแต่ไร แต่ปัญญา (Wisdom) จะช่วยสานต่อให้เราไปสู่อนาคต เครื่องจักรอาจจะฉลาดแต่ไม่มีวันมีปัญญาเท่ามนุษย์”
ดังนั้นชัยชนะของมนุษย์ในยุค AI ไม่ใช่การแข่งกันฉลาด แต่คือการใช้ปัญญาและความเป็นมนุษย์ที่เครื่องจักรไม่มีวันเข้าใจ
แม้ว่าภายในปีนั้นจะยังไม่ได้มีการเปิดตัว AI อย่างเป็นทางการ หรือเทคโนโลยียังไม่ได้พัฒนาจนเก่งล้นฟ้าในตอนนั้น แต่วิสัยทัศน์ของแจ็ก หม่าก็ทำให้เราในตอนนี้ได้เห็นว่า ไม่ว่าโลกของเราจะเข้าสู่ยุคไหน เทคโนโลยีจะล้ำมากขนาดไหน แต่สิ่งที่จะเอาชนะได้คือสกิลของความเป็นมนุษย์ และความพร้อมในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่ตลอด
เราได้สะท้อนถึงมุมมองของทั้งอีลอน มัสก์ และแจ็ก หม่า ที่แม้จะพูดถึงประเด็นของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีคนละช่วงเวลากัน แต่เราก็ได้เห็นจุดร่วมที่น่าสนใจของเหล่า CEO ระดับโลก ที่ต่างออกมายอมรับว่าเทคโนโลยีมันมีเพดาน แต่ความเป็นมนุษย์นั้นไร้ขีดจำกัด เพราะเทคโนโลยีหรือ AI จะมาช่วงแบ่งภาระงานที่ซ้ำซาก แต่จะไม่มีวันมาทดแทนความละเอียดอ่อนในความสัมพันธ์แบบมนุษย์ได้













