#WhatTheDay 11 กุมภาพันธ์ วันเกิดโทมัส อัลวา เอดิสัน (Thomas Alva Edison)
หลายคนอาจจะมองว่า อาจมีแค่คนบ้าเท่านั้นที่พยายามแล้วล้มเหลวเป็นหมื่นครั้ง แต่ก็ยังคงทำมันต่อไป ทว่าสำหรับ โทมัส อัลวา เอดิสัน เขากลับไม่คิดอย่านั้น BT beartai จะพาไปสำรวจมุมมองความคิด ผ่านเลนส์ของนักประดิษฐ์ที่กล้าจะล้มเหลว แนวคิดของเขาอาจเป็นประโยชน์กับหลายคน ยิ่งในยุคที่ผู้คนแสวงหาความสมบูรณ์แบบ
“I have not failed. I’ve just found 10,000 ways that won’t work.
ผมไม่ได้ล้มเหลว แต่ผมแค่ค้นพบ 10,000 วิธีที่ใช้ไม่ได้ผล”
-โทมัส อัลวา เอดิสัน-
จากเด็กหัวทึ่ม สู่พ่อมดแห่งเมนโลพาร์ก
ขอเล่าย้อนกลับไปถึงประวัติของ โทมัส อัลวา เอดิสัน เขาเกิดเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1847 เมืองมิลาน มลรัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา ซึ่งชีวิตในวัยเด็กของเขาไม่ได้สวยหรูเลยสักนิด เขาไม่สามารถเข้าเรียนเหมือนเด็กคนอื่น ๆ ได้ เพราะเรียนรู้ช้าสมาธิสั้น คุณครูจึงให้เขาลาออกหลังเข้าเรียนได้เพียง 3 เดือน แม่ของเขาจึงต้องรับหน้าที่สอนแทน เอดิสัน หลงใหลในหนังสือวิทยาศาสตร์และการทดลอง ทำให้เขาเริ่มฉายแววนักประดิษฐ์ตั้งแต่อายุเพียง 10 ขวบ
แม้ในช่วงอายุ 12 ปี เขาเริ่มสูญเสียการได้ยินจากอาการป่วยด้วยโรคไข้อีดำอีแดง (Scarlet Fever) แต่เขากลับมองว่าเป็นข้อได้เปรียบ เพราะมันทำให้เขาสามารถจดจ่ออยู่กับงานตรงหน้าได้โดยไม่มีเสียงรบกวนจากภายนอก
ความสำเร็จที่โดดเด่นที่สุดของเขาไม่ใช่เพียงการทำให้หลอดไฟใช้งานได้จริงและทนทานในเชิงพาณิชย์เป็นคนแรก แต่ยังรวมถึงการประดิษฐ์สิ่งต่าง ๆ กว่า 1,000 ชนิด เช่น เครื่องบันทึกเสียง หีบเสียง เครื่องฉายภาพยนตร์ (Kinetoscope) และการพัฒนาระบบโทรเลขให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
นอกจากบทบาทนักประดิษฐ์แล้ว เขายังเป็นนักธุรกิจอัจฉริยะผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท เจเนอรัล อิเล็กทริก (General Electric)
และเป็นผู้ริเริ่มนำกระบวนการผลิตจำนวนมาก (Mass Production) ทำให้เขาได้รับฉายาพ่อมดแห่งเมนโลพาร์ก ซึ่งมาจากเมืองเมนโลพาร์ก รัฐนิวเจอร์ซีย์ ที่ตั้งของห้องปฏิบัติการวิจัยของเขา โดยผลงานของเขาสร้างความสะดวกสบายและเป็นประโยชน์กับผู้คนจนถึงปัจจุบัน

4 นิสัยแนวคิดที่เปลี่ยนโลกจากความล้มเหลวสู่เส้นทางสว่าง
ในวันที่เราโดนความล้มเหลวตบจนหน้าชา แต่กลับกัน เอดิสันกลับมองความล้มเหลวเป็น “บทเรียน” ลงมือทำอย่างสม่ำเสมอ ปรับเปลี่ยนมุมมองใหม่ ๆ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ ดังนี้
- เน้นปริมาณ เดี๋ยวคุณภาพจะตามมาเอง : ความเก่งอาจไม่ได้มาจากความรู้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการลงมือทำอย่างสม่ำเสมอ อาจจะลองตั้งเป้าเล็ก ๆ ทุก 10 วัน และมีเป้าหมายใหญ่ ๆ ทุก 6 เดือน
- ท้าทายทุกความเชื่อ : ลองออกจากกรอบความคิดเดิมดูบ้าง ไม่ยึดติดอยู่กับสมมติฐานเดิม ๆ ลองแหวกความเชื่อที่มีอยู่ เพื่อค้นหาไอเดียใหม่ ๆ
- ไม่มีคำว่าล้มเหลว มีแค่วิธีที่ไม่เวิร์ก : มองความผิดพลาดเป็นบทเรียน หรือข้อมูล สิ่งที่เราคิดว่ามันพัง ก็อาจเป็นจิกซอว์ชิ้นสำคัญสำหรับโปรเจกต์อื่น ๆ ในอนาคตได้
- ต่อยอดจากสิ่งที่มี : ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากศูนย์ แต่รู้จักนำไอเดียที่มีอยู่แล้วมาต่อยอด ปรับ เปลี่ยน ตัดออก หรือสลับด้าน เพื่อหาความเป็นไปได้ใหม่ ๆ อยู่เสมอ
ดังนั้น ครั้งต่อไปที่คุณทำผิดพลาด อย่าเพิ่งรีบตัดสินตัวเองว่า “ล้มเหลว” แม้จะเป็นครั้งที่ 100 ให้ลองบอกตัวเองแบบเอดิสันว่า…ตอนนี้เราเจอวิธีที่ไม่ได้ผลเพิ่มแล้ว ครั้งต่อไป เราอาจจะเข้าใกล้คำตอบที่ใช่มากขึ้น แม้จะเป็นครั้งที่ 101 ก็ตาม













