ช่วงนี้หลายคนอาจจะเสพข่าวการเมืองมากเกินไป จนส่งผลเสียกับร่างกายและความสัมพันธ์แบบไม่รู้ตัว บทความนี้ BT beartai จะชวนทุกคนมาทำความเข้าใจกับภาวะ Political Stress Syndrome (PSS) หรือ ภาวะเครียดจากการเมือง พร้อม 5 วิธีดูแลใจ
Political Stress Syndrome คืออะไร ?
ภาวะ Political Stress Syndrome (PSS) หรือภาวะเครียดจากการเมือง เป็น ’กลุ่มอาการ’ (Syndrome) ทางสุขภาพจิต ที่เกิดขึ้นจากการเสพข่าวสารการเมืองมากเกินไป จนเกิดความวิตกกังวล เครียด เนื่องจากเราเสพข่าวสารที่มีแต่แง่ลบตลอดเวลา ทำให้ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน จนไปถึงความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง
3 สัญญาณเตือนว่ากำลังเข้าข่าย PSS
1. อาการทางกาย เมื่อร่างกายเริ่มประท้วง : ปวดหัว ปวดคอ ใจสั่น เหนื่อยง่าย นอนไม่หลับ หรือหลับไม่สนิท
2. อาการทางใจ ดิ่งดาวน์ อารมณ์บ่จอย : หงุดหงิดง่าย โกรธเร็ว วิตกกังวล คิดวน รู้สึกหมดหวัง เบื่อหน่าย
3. อาการทางพฤติกรรม โต้เถียงรุนแรงกับคนรอบข้าง อาจมีการใช้กำลัง มีปัญหาสัมพันธภาพ
จะดูแลใจอย่างไร ไม่ให้บ้าตายไปก่อน ?
การใส่ใจเรื่องการเมืองเป็นเรื่องที่ดีและเป็นหน้าที่สำคัญของพลเมืองในการขับเคลื่อนประเทศ แต่สุขภาพจิตของทุกคนก็สำคัญเช่นกัน ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิต แนะนำว่ามี 5 วิธีในการดูแลจิตใจ ดังนี้
1. จำกัดเวลาเสพ กำหนดไปเลยว่าวันนี้จะดูข่าวแค่ 30 นาที เช้า-เย็น และ ‘งดเสพข่าวก่อนนอน’ อย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อให้สมองได้พัก และเลือกแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้
2. เลือกพื้นที่ปลอดภัย ยกตัวอย่างเช่น ใครที่โพสต์ปั่น หรือเพจไหนที่ใช้ Hate Speech ให้กด Mute หรือ Unfollow ไปบ้าง แม้จะเป็นข้อเท็จจริง แต่ไม่จำเป็นต้องรับมลพิษทางอารมณ์เสมอไป
3. เคารพความเห็นต่าง ฟังโดยไม่ตัดสิน ไม่จำเป็นต้องเห็นเหมือนกัน และไม่ใช้อารมณ์ เพราะความเห็นต่างเป็นเรื่องที่เราต้องเจอในสังคมอยู่แล้ว ถ้ามีคนร้อยคนที่มีความเห็นต่าง ความเห็นต่างนี้ก็อาจจะแตกแขนงไปได้เกือบร้อยข้อก็ได้ เรื่องบางเรื่องก็เช่นกัน
4. หาเรื่องอื่นคุย เมื่ออยู่กับเพื่อนหรือครอบครัว ลองตกลงกันว่า ‘มื้อนี้ของดคุยเรื่องการเมือง’ เพื่อรักษาความสัมพันธ์ และเพิ่มความผ่อนคลายทางด้านอารมณ์บ้าง
5. เครียดมาก อย่าอยู่คนเดียว คุยกับคนที่ไว้ใจ หรือผู้เชี่ยวชาญดู เพราะการเก็บความเครียด เสพข่าวแง่ลบเงียบ ๆ อาจจะทำให้เรายิ่งรู้สึกแย่มากกว่าการระบายและพูดออกมา
สำหรับใครที่ยังไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในภาวะนี้หรือเปล่า ลองอ่านวิธีการเช็กเบื้องต้นและสังเกตพฤติกรรมตัวเองดู เพราะการที่เรารับเรื่องราวแง่ลบมาก ๆ อาจจะทำให้เราสร้าง Negative Feelings ทั้งต่อตัวเองและผู้อื่นด้วย แม้เรื่องราวในประเทศอาจจะเลวร้าย แต่ขอให้สุขภาพจิตใจเรายังดีก็พอ












