ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read
| Environment

“ช่องแคบฮอร์มุซ” ส่อวิกฤต หลังสหรัฐฯ-อิสราเอลถล่มอิหร่าน จับตาน้ำมันขาดแคลน-ราคาพุ่ง ด้านไทยเผยมีสำรองใช้ 60 วัน

Table of Content

สงครามตะวันออกกลางสะเทือนโลก หากปิด “ช่องแคบฮอร์มุซ” (Strait of Hormuz) ไม่ใช่แค่ปัญหาด้านพลังงาน แต่จะกลายเป็นไฟลามทุ่งทำเศรษฐกิจโลกพัง บทความนี้ BT beartai จะพาไปย้อนดูชนวนความรุนแรงที่นำไปสู่ภาวะน้ำมันขาดแคลน เพียงระยะเวลาไม่ถึงสัปดาห์ เกิดอะไรขึ้นกับโลกใบนี้ ?

จุดเริ่มต้นของสงครามก่อนสะเทือนน้ำมันโลก

ชนวนเหตุเริ่มจากสหรัฐฯ และอิสราเอลได้เปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อโครงสร้างพื้นฐานทางทหารและนิวเคลียร์ของอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 รวมถึงมีรายงานการเสียชีวิตของผู้นำระดับสูงของอิหร่าน หลังจากนั้นกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ได้ประกาศเตือนเรือทุกลำห้ามผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และมีรายงานว่ามีการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันอย่างน้อย 3 ลำที่ฝ่าฝืนคำสั่ง จนเกิดไฟลุกไหม้

แม้จะยังไม่มีการประกาศปิดอย่างเป็นทางการผ่านช่องทางเดินเรือสากล แต่ในทางปฏิบัติ การเดินเรือพาณิชย์หยุดชะงักเกือบทั้งหมด เนื่องจากบริษัทประกันภัยยกเลิกความคุ้มครองและค่าธรรมเนียมความเสี่ยงพุ่งสูงขึ้นกว่า 1,000%

ทำไมการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ถึงเป็นเรื่องใหญ่ ?

“ช่องแคบฮอร์มุซ” เปรียบเสมือนเส้นเลือดแดงใหญ่ที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจโลก เป็นช่องแคบที่มีความกว้างเพียง 33 กิโลเมตร ณ จุดที่แคบที่สุดนี้ นี่คือจุดยุทธศาสตร์ที่เชื่อมต่ออ่าวเปอร์เซียเข้ากับอ่าวโอมานและมหาสมุทรอินเดีย

ทว่าในปัจจุบัน ความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างอิหร่านและชาติมหาอำนาจได้ผลักดันให้โลกก้าวเข้าสู่ภาวะสุ่มเสี่ยง เมื่อเส้นทางเดินเรือที่สำคัญที่สุดถูกข่มขู่ด้วยการปิดล้อมและการระงับการเดินเรือ 

ต้องบอกก่อนว่าสิ่งสำคัญที่สุดของช่องแคบฮอร์มุซคือปริมาณของทรัพยากรที่ไหลผ่านในแต่ละวัน ข้อมูลจากหน่วยงานพลังงานระบุว่า ราว 1 ใน 5 ของปริมาณการใช้น้ำมันทั่วโลก และกว่า 20% ของก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ต้องผ่านเส้นทางนี้ นั่นหมายความว่าหากมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ จะมีผลกระทบทำให้น้ำมันหายไปจากตลาด 1 ใน 5 ของโลกเลยทีเดียว นับว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด ที่ไม่เพียงแต่กระทบกับบางประเทศเท่านั้น แต่สร้างผลกระทบไปทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยเอง

หากช่องแคบนี้ถูกปิดตัวลง ไม่เพียงแต่ราคาน้ำมันจะพุ่งสูงขึ้นอย่างไร้การควบคุม แต่ระบบการผลิตทั่วโลกจะเผชิญกับภาวะ “Supply Shock” หรือการขาดแคลนวัตถุดิบอย่างกะทันหัน

ประเทศในแถบเอเชียคือกลุ่มที่เปราะบางที่สุด เนื่องจากพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางสูงถึง 70-80% โดยเฉพาะมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่าง จีน ญี่ปุ่น และอินเดีย ซึ่งหากเส้นทางนี้ถูกตัดขาด การหาแหล่งพลังงานสำรองจากภูมิภาคอื่น เช่น แอฟริกาหรืออเมริกาเหนือ จะต้องใช้ต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้นมหาศาลและใช้เวลานานกว่าเดิม

จากสถานการณ์ล่าสุด ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในตะวันออกกลางส่งผลให้บริษัทเดินเรือยักษ์ใหญ่และผู้ผลิตพลังงานรายสำคัญ เริ่มประกาศระงับการส่งเรือบรรทุกน้ำมันและก๊าซผ่านช่องแคบฮอร์มุซชั่วคราว เพื่อความปลอดภัยของลูกเรือและทรัพย์สิน หลังจากเกิดเหตุการณ์โจมตีเรือขนส่งและการข่มขู่จากกองกำลังในพื้นที่

มีรายงานว่าเรือบรรทุกน้ำมันและก๊าซ LNG กว่า 150-200 ลำ จอดทอดสมอรออยู่บริเวณนอกชายฝั่งเนื่องจากไม่สามารถเดินทางผ่านช่องแคบได้ การตัดสินใจระงับการเดินเรือของกลุ่มบริษัทญี่ปุ่นและซัปพลายเออร์ LNG รายใหญ่ ส่งสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดงไปยังตลาดทุนทั่วโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีความผันผวนรุนแรง และนักวิเคราะห์เริ่มคาดการณ์ถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกหากความขัดแย้งนี้ยืดเยื้อ

“ไทย” สั่งระงับส่งออกน้ำมัน เผยมีใช้สำหรับ 60 วัน

สำหรับประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิ (Net Importer) ผลกระทบจากวิกฤตนี้ถือเป็นเรื่องใกล้ตัวมาก ปัจจุบันจากสถานการณ์ล่าสุด ไทยมีน้ำมันคงเหลือ 4,877 ล้านลิตร น้ำมันดิบที่อยู่ระหว่างขนส่ง (ผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว) 1,666 ล้านลิตร และจากแหล่งอื่น 1,117 ล้านลิตร รวมปริมาณน้ำมันคงเหลือ 7,660 ล้านลิตร สามารถใช้ได้ 60 วัน

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว. พลังงาน เปิดเผยว่าได้สั่งการให้มีการระงับการส่งออกน้ำมันแล้ว พร้อมสั่งเปิดศูนย์ป้องกันเฝ้าระวังสถานการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงาน เพื่อติดตามเหตุการณ์ และให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประเมินผลกระทบ เตรียมแผนและมาตรการรองรับทั้งปริมาณสำรองและราคา และรวมถึงเตรียมใช้กองทุนน้ำมันเข้าชดเชยราคาน้ำมันเพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมัน ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ สั่งทุกหน่วยงานรับมือผลกระทบสถานการณ์ตะวันออกกลาง

สำหรับตัวเลข 60 วันนี้ถามว่าเพียงพอต่อความต้องการไหม ? บอกเลยว่าถือเป็นความกังวลของประชาชนทั่วประเทศ แม้จะช่วยให้ประเทศยังพอดำเนินต่อไปได้ในช่วงที่เกิดวิกฤต แต่หากการปิดช่องแคบฮอร์มุซยืดเยื้อเกินกว่า 2 เดือน ประเทศไทยจะเผชิญกับวิกฤตขั้นรุนแรง ทั้งในแง่ของปริมาณน้ำมันที่ไม่เพียงพอต่อการใช้ในอุตสาหกรรมและการขนส่ง รวมถึงภาระค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นตามราคาน้ำมันโลก

และความน่ากังวลต่อมาหากสถานการณ์ไม่คลี่คลาย สิ่งที่คนไทยจะต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คือวิกฤตด้านพลังงานจะทวีความรุนแรงเป็นวิกฤตเศรษฐกิจ อาจะเกิดภาวะเงินเฟ้อพุ่งสูง เมื่อต้นทุนค่าขนส่งและวัตถุดิบสูงขึ้น ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคจะปรับตัวขึ้นทันที นอกจากนี้รัฐบาลอาจต้องใช้เม็ดเงินจำนวนมหาศาลเพื่ออุดหนุนราคาน้ำมันไม่ให้กระทบประชาชนมากเกินไป จนอาจนำไปสู่ภาวะหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ที่สืบเนื่องมาจากการสู้รบระหว่างฝั่งอิสราเอล อเมริกา กับฟากฝั่งของอิหร่าน ซึ่งเป็นการย้ำเตือนว่าความมั่นคงทางพลังงานยังคงผูกติดอยู่กับสถานการณ์โลกอย่างแยกไม่ออก ทั้งนี้ต้องจับตาสถานการณ์โลกอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นประเด็นความอ่อนไหวระหว่างประเทศที่ยากจะหาข้อสรุปได้ในเร็ววัน

พิสูจน์อักษร : รัชนี สังข์แก้ว

Highlight

เปิดราคาไทย Xiaomi 17, Xiaomi 17 Ultra และ Leica Leitzphone powered by Xiaomi

02/03/2026
Read More

รู้จักเทคโนโลยี CRISPR รักษาดาวน์ซินโดรม ตัดยีนผิดเฉพาะส่วนได้ 

27/02/2026
Read More

เปิดเบื้องหลังย้อนที่มา Amazon ชื่อนี้ได้มายังไง ?

27/02/2026
Read More

Lotus’s Smart App ยืน 1 Grocery On-Demand จัดส่งไวสุดภายใน 1 ชั่วโมง

27/02/2026
Read More

Quantum AI กับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจโลกและดัชนีความได้เปรียบทางธุรกิจ

27/02/2026
Read More

vivo เปิดตัว V70 กล้อง ZEISS พอร์ตเทรตเทพ ดีไซน์พรีเมียม แบตฯ อึดจุใจ ราคาเริ่มต้น 15,999 บาท

27/02/2026
Read More

Related Content