จากกรณีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับน้ำมันสำรองของประเทศไทย ว่าเหลือใช้เพียง 60 วันเท่านั้นในสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ประชาชนหลายคนตื่นตระหนก ยกโขยงนำรถยนต์และถังน้ำมันแกลลอนมาเติมน้ำมันไปกักตุนกันจำนวนมากจนบางปั๊มถึงขั้นน้ำมันหมด

ล่าสุด ปตท. ออกประกาศงดเติมน้ำมันใส่แกลลอนหรือภาชนะบรรจุทุกประเภทชั่วคราว เช่น ถัง 200 ลิตร ทั้งนี้การเติมน้ำมันเข้ารถยนต์ รถบรรทุก และรถเชิงพาณิชย์สามารถให้บริการได้ตามปกติ มีผลบังคับใช้ทันที 3 มี.ค. 2569 (จนกว่าจะแจ้งเปลี่ยนแปลง)
การเตรียมพร้อมเป็นเรื่องดี แต่การ “ตุนน้ำมัน” แบบผิดวิธีนั้นอันตรายกว่าที่คิด เพราะน้ำมันเชื้อเพลิงมีคุณสมบัติกัดกร่อน ไวไฟ และระเหยกลายเป็นก๊าซได้ตลอดเวลา และหากใครที่มีความจำเป็นจะต้องสำรองควรตรวจสอบข้อควรระวังเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายที่จะเกิดขึ้นได้ ด้วยวิธีดังต่อไปนี้
1. ภาชนะที่ใช้ต้องเฉพาะสำหรับใส่น้ำมันเท่านั้น
พลาสติกประเภท PET หรือ HDPE ทั่วไปไม่ได้ออกแบบมาเพื่อทนทานต่อการกัดกร่อนของน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งจะทำให้ภาชนะละลาย รั่วซึม หรือเสียรูปทรงจนเกิดการแพร่กระจายของไอน้ำมัน ถ้าจะต้องใช้ให้ถูกต้อง ต้องเป็นพลาสติกชนิดพิเศษ (มักเป็นสีแดงสำหรับเบนซิน หรือสีเหลืองสำหรับดีเซล) ที่ระบุว่า “Fuel Only” มีความหนาและป้องกันไฟฟ้าสถิต หากใช้ถังโลหะควรเป็นถังเหล็กเคลือบสีหรือสเตนเลสที่มีฝาปิดมิดชิด (Jerry Can) เพื่อป้องกันการเกิดสนิมจากภายใน
2. ปริมาณที่กฎหมายกำหนด
การเก็บน้ำมันในที่พักอาศัยไม่ใช่เรื่องที่จะทำเท่าไหร่ก็ได้ ตามกฎกระทรวงพลังงานมีข้อกำหนดเพื่อความปลอดภัย ดังนี้
น้ำมันเบนซิน เก็บได้ไม่เกิน 40 ลิตร โดยไม่ต้องแจ้งอนุญาต
น้ำมันดีเซล เก็บได้ไม่เกิน 1,000 ลิตร โดยไม่ต้องแจ้งอนุญาต
หมายเหตุ หากเกินกว่านี้ถือเป็น “สถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทที่ 2” ซึ่งต้องมีการแจ้งการประกอบกิจการต่อเจ้าหน้าที่
3. หลักการเก็บรักษาให้ปลอดภัย
- ห้ามเติมจนเต็มปรี่ ควรเหลือพื้นที่ว่างในถังประมาณ 5-10% เพื่อรองรับการขยายตัวของน้ำมันและไอน้ำมันเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยน
- ปิดฝาให้สนิท ป้องกันไอน้ำมันระเหยออกมา ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดไฟไหม้หากมีประกายไฟใกล้เคียง
- เลี่ยงแสงแดดและความร้อน เก็บในที่ร่ม อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่ควรวางไว้ในหลังรถยนต์ที่จอดตากแดด เพราะแรงดันในถังจะสูงขึ้นจนระเบิดหรือรั่วได้
- ห้ามวางใกล้แหล่งกำเนิดไฟ รวมถึงปลั๊กไฟ สวิตช์ไฟ หรือพื้นที่ที่มีการสูบบุหรี่
- วางบนพื้นราบ เพื่อป้องกันถังล้มหรือกระแทกจนเกิดการรั่วไหล
ทำไมการตุนน้ำมันถึง “ได้ไม่คุ้มเสีย” ?
นอกจากความเสี่ยงเรื่องไฟไหม้แล้ว “คุณภาพน้ำมันจะเสื่อมลง” หากเก็บไว้นานเกินไป (โดยปกติไม่ควรเกิน 3-6 เดือน) น้ำมันจะเริ่มแยกชั้น มีตะกอน หรือดูดความชื้นจากอากาศเข้ามา ทำให้เมื่อนำไปเติมรถอาจส่งผลเสียต่อระบบหัวฉีดและเครื่องยนต์ได้
อย่างไรก็ตาม การตุนน้ำมันเพื่อการค้าเก็งกำไรเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ. การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 อีกทั้งการกักเก็บที่ผิดวิธีอาจนำไปสู่อันตรายและสร้างความเสียหายได้ ดังนั้นควรใช้เท่าที่จำเป็น แต่หากมีความจำเป็นต้องเก็บน้ำมันสำรองควรปฏิบัติให้ถูกวิธีและติดตามข่าวสารจากทางภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องอยู่เสมอ เพื่อความปลอดภัยและเลี่ยงโอกาสการสื่อสารที่ผิดพลาดอันจะนำไปสู่การกระทำผิดกฎหมายโดยไม่เจตนาได้







