ผู้ใช้งาน iPhone ของ Apple เคยสังเกตไหมว่าเวลาที่มีสายโทรเข้าทำไมหน้าจอถึงขึ้นรูปแบบวิธีการรับสายที่แตกต่างกัน บางครั้ง iPhone ในกระเป๋าสั่น มีสายเข้า พอหยิบขึ้นมาดู หน้าจอกลับบอกให้เรา เลื่อนเพื่อรับสาย แต่พอวันถัดมา นั่งไถฟีดอยู่ดี ๆ มีสายเข้าเหมือนกันเป๊ะ แต่คราวนี้ดันขึ้นเป็น “ปุ่มกดรับ” กับ “ปุ่มวางสาย” มาให้เลือกเฉยเลย
หลายคนอาจจะคิดว่า Apple ระบบรวน หรือสุ่มแสดงผลหรือเปล่า ? ทำไมไม่ออกแบบมาให้เหมือนกันทุกครั้งล่ะ ? แต่เชื่อไหมว่า เบื้องหลังความต่างที่ดูขัดแย้งนี้ ทีมนักออกแบบคิดมาเผื่อเราไว้หมดแล้ว
แม้ Apple จะไม่ได้เขียนเหตุผล ไว้ในคู่มือว่าทำไมถึงทำแบบนั้น (เพราะเขาถือเป็นความลับทางการค้าและการออกแบบ) แต่ในหน้า Support ระบุวิธีการใช้งานที่แตกต่างกันไว้ชัดเจน เกี่ยวกับการแตะเมื่อมีสายเข้าขณะที่หน้าจอปลดล็อก และสไลด์จอหากมีสายเข้าขณะที่หน้าจอถูกล็อกไว้อยู่
ประเด็นนี้กลายเป็นที่พูดถึงผ่าน บัญชี X @JhonnyWhite69 ซึ่งมียอดการรับชมถึง 10 ล้านครั้ง และกดไลก์กว่า 1 แสนครั้งภายในเวลาไม่ถึงวัน โดยเขาโพสต์ตั้งคำถามว่า “Apple ต้องอธิบายว่าทำไมสิ่งนี้ถึงออกมามีความแตกต่างกันในบางครั้ง” ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีผู้สนใจประเด็นหน้าจอการรับสายของ iPhone นี้ไม่น้อย
ไม่เพียงเท่านั้นยังได้มีผู้ตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ผ่าน User Experience Stack Exchange ซึ่งเป็นเว็บไซต์ถาม-ตอบสำหรับนักออกแบบประสบการณ์ผู้ใช้ (UX) โดยโพสต์ภาพความแตกต่างของหน้าจอที่แสดงให้เห็นถึงรูปแบบที่ต่างกันของการรับและปฏิเสธสายโทรเข้า พร้อมตั้งคำถามในประเด็นเดียวกันว่า
ทำไมหน้าจอรับสาย (Incoming Call UI) ทั้ง 2 แบบถึงดูขัดแย้งกัน ?
เมื่อหน้าจอล็อกอยู่ คุณต้องสไลด์จากซ้ายไปขวาเพื่อรับสาย แต่เมื่อหน้าจอปลดล็อกแล้ว คุณกลับต้องแตะปุ่มที่อยู่ฝั่งขวามือแทน
นั่นหมายความว่าโดยพื้นฐานแล้วคุณต้องแตะหรือเริ่มสั่งการจากคนละฝั่งกัน ขึ้นอยู่กับสถานะล็อกของหน้าจอในขณะนั้น มันอาจจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร แต่นี่ถือเป็นรูปแบบการตอบโต้ที่ไม่สอดคล้องกันหรือเปล่า ?

ทิม ฟิตซ์เจอรัลด์ (Tim Fitzgerald) ผู้เชี่ยวชาญที่ให้คำปรึกษาด้านประสบการณ์ผู้ใช้ของแผนกไอทีขององค์กร (User experience consultant for a corporate IT department) ซึ่งมีประสบการณ์การทำงานเป็นผู้จัดการฝ่ายบริการไอที และนักพัฒนาเว็บไซต์ ได้อธิบายเหตุผลสำคัญตอบกระทู้ดังกล่าว ไว้ตามนี้เลย
ในมุมมองของนักออกแบบ UX มีเหตุผลเบื้องหลัง 3 ข้อที่ทำให้หน้าจอรับสายของ iPhone ต้องมีหน้าตาต่างกันอย่างที่เราเห็น
1. ความเคยชินของท่าทาง
ท่าทาง “Slide to Answer” (เลื่อนเพื่อรับสาย) ไม่ได้ถูกสุ่มขึ้นมา แต่มันถูกออกแบบมาให้ล้อไปกับคำสั่ง “Slide to Unlock” (เลื่อนเพื่อปลดล็อค) รวมถึงคำสั่งลัดอื่น ๆ เช่น การปัดการแจ้งเตือนข้อความไปทางขวาเพื่อเปิดอ่าน ท่าทางเหล่านี้คือ “ภาษาเดียวกัน” ที่ Apple ใช้สื่อสารกับผู้ใช้มาตลอดว่า “ถ้าจะเริ่มใช้งานเครื่อง ให้ทำการเลื่อนนิ้วนะ”
2. กลไกความปลอดภัยในกระเป๋ากางเกง
การเลื่อนเพื่อรับสายเปรียบเสมือน “ระบบรักษาความปลอดภัย” หาก Apple ออกแบบให้เป็นแค่ “ปุ่มกด” ในขณะที่เครื่องล็อกอยู่ ปัญหาใหญ่จะตามมาทันที เพราะหน้าจออาจจะไปสัมผัสกับเนื้อผ้าหรือความร้อนในกระเป๋ากางเกงจน “รับสายเองโดยไม่ตั้งใจ” การบังคับให้ต้อง “สไลด์” จึงเป็นวิธีที่ชัวร์ที่สุดว่าเครื่องจะไม่ทำงานเองมั่ว ๆ ตอนอยู่ในกางเกงของคุณ
3. จุดเริ่มต้นต่างกัน แต่จุดจบเดียวกัน
แม้ว่าหน้าจอแบบ “สไลด์” กับแบบ “ปุ่มกด” จะมีจุดเริ่มต้นของนิ้วที่ต่างกัน (อันหนึ่งต้องลาก อีกอันแค่แตะ) แต่ในเชิงตำแหน่งบนหน้าจอ ทั้งคู่ถูกออกแบบให้มี “จุดสิ้นสุด” ในการกดรับสายที่ตำแหน่งใกล้เคียงกัน เพื่อให้กล้ามเนื้อนิ้วมือเกิดความคุ้นเคย (Muscle Memory) ไม่ว่าเครื่องจะอยู่ในสถานะไหนก็ตาม
จากคำอธิบายที่ดูเป็นเหตุเป็นผลนี้ แม้ไม่ได้มาจาก Apple เอง แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่า Apple ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและป้องกันความผิดพลาดมากกว่าความสวยงามที่ต้องเหมือนกันเป๊ะในสถานการณ์ที่เครื่องล็อกอยู่ ซึ่งเป็นสิ่งเล็กน้อยที่ผู้ใช้งานอาจไม่เคยสังเกตมาก่อน













