ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read
| IT News

Meta แท็กทีมตำรวจไทย ทลายเครือข่ายมิจฉาชีพข้ามชาติ ปิดบัญชีผีกว่า 1.5 แสนราย พร้อมเปิดตัว 3 ฟีเจอร์ใหม่สกัดกลโกง

Table of Content

ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน ของปี 2025 BT ได้นำเสนอข่าวช็อกโซเชียลในกรณีที่สำนักข่าวใหญ่อย่ารอยเตอร์สได้ออกมาแฉ Meta ในประเด็นที่มีเอกสารหลุดที่ระบุว่า Meta ปล่อยให้มีการใช้แพลตฟอร์มของตัวเองใช้เหล่าสแกมเมอร์ใช้หลอกเหยื่อ โดยมีรายได้จากการฉ้อโกงของมิจฉาชีพที่ใช้การโฆษณาผ่านแพลตฟอร์มสูงถึง 10% ของรายได้รวมในปี 2024

ซึ่งนั่นสร้างความเคลือบแคลงใจและกังวลใจแก่ผู้ใช้งานของ Meta ทั่วโลก แม้ภายหลัง Meta จะออกมาปฏิเสธแล้วก็ตามว่าเป็นเพียงข้อมูลบางส่วนแต่ไม่ใช่ทั้งหมด ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดได้นั้น

ล่าสุด 11 มีนาคม 2026 Meta ได้ดำเนินการปิดบัญชีมากกว่า 150,000 บัญชี เพื่อจัดการเครือข่ายสแกมเมอร์ ที่มีฐานปฏิบัติการหลักอยู่ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ว่าจะเป็นกัมพูชา เมียนมา หรือลาว เครือข่ายเหล่านี้ทำงานเหมือนบริษัทขนาดใหญ่ มีเป้าหมายชัดเจนคือการทำลายความเชื่อใจและขโมยทรัพย์สินของผู้คนทั่วโลก

ปฏิบัติการนี้มีศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศไทย ผ่านโปรเจกต์ที่ชื่อว่า “Joint Disruption Week ครั้งที่ 2” การรวมตัวครั้งนี้เป็นการร่วมมือกันระหว่าง ศูนย์ต่อต้านการหลอกลวงทางไซเบอร์ของไทย (ACSC) และ Meta ร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระดับโลก เช่น FBI, DOJ (กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ) นอกจากนี้ยังมีพันธมิตรจาก 9 ประเทศ ได้แก่ สหราชอาณาจักร (สำนักงานอาชญากรรมแห่งชาติ), แคนาดา, เกาหลี, ญี่ปุ่น, สิงคโปร์, ฟิลิปปินส์, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์ และอินโดนีเซีย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติไทยสามารถขยายผลจับกุมผู้กระทำผิดได้ถึง 21 ราย ความสำเร็จต่อเนื่อง ถือว่าเป็นการจับกุมที่ต่อยอดมาจากครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคมปี 2025 ซึ่งในตอนนั้นมีการลบบัญชีและเพจปลอมไปกว่า 59,000 บัญชี

ปฏิบัติการนี้นอกจากจะถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดศึกล้างบางแก๊งสแกมเมอร์แล้ว Meta ยังได้เปิดตัวเครื่องมือใหม่ที่ใช้ AI เข้ามาช่วยดูแลผู้ใช้แบบเรียลไทม์ ผ่าน 3 แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานจำนวนมากของ Meta 

  1. Facebook

ระบบใหม่จะทำการวิเคราะห์โปรไฟล์ที่ดูน่าสงสัย เช่น ไม่มีเพื่อนร่วมกัน (Mutual Friends) หรือระบุที่อยู่ขัดแย้งกับความเป็นจริง หากเราได้รับคำขอจากโปรไฟล์เหล่านี้ Facebook จะขึ้น “หน้าต่างเตือน” เพื่อให้เราฉุกคิดก่อนจะกดตอบรับ

  1. WhatsApp

กลโกงยอดฮิตคือการหลอกล่อให้เหยื่อสแกน QR Code หรือกรอกรหัสเพื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์ ซึ่งจะทำให้มิจฉาชีพเข้าถึงแชตของเราได้ทั้งหมด WhatsApp จึงเพิ่มระบบตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติ หากมีการพยายามเชื่อมต่อที่ดูไม่น่าไว้วางใจ ระบบจะส่งคำเตือนพร้อมระบุที่มาของคำขอนั้น เพื่อให้ผู้ใช้ตัดสินใจปฏิเสธได้ทันท่วงที

  1. Messenger

สำหรับการแชตกับคนใหม่ ๆ หากบทสนทนามีรูปแบบและแพทเทิร์นเข้าข่ายมิจฉาชีพ เช่น การชวนทำงานรายได้สูงเกินจริง ระบบจะเตือนและถามความสมัครใจว่าต้องการส่งแชตนั้นให้ AI ตรวจสอบความเสี่ยงหรือไม่ หากพบว่าเป็นกลโกง ระบบจะแนะนำให้บล็อกหรือรายงานบัญชีนั้นทันที

อย่างไรก็ตาม นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่ Meta ได้ดำเนินการร่วมกับนานาประเทศร่วมถึงประเทศไทยเพื่อจัดการกับเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ที่สร้างความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงมีมาตรการที่ทำให้ผู้ใช้งานสามารถมั่นใจในความปลอดภัยได้อย่างแท้จริง แต่เรารู้กันดีว่าสแกมเมอร์มีหลายร่าง และเรียนรู้ความผิดพลาดเพื่อที่จะกลับมาหลอกเหยี่อด้วยกลยุทธ์ใหม่ ๆ เสมอ ซึ่งนั่นเป็นโจทย์ที่ทางแพลต์ฟอร์มและนานาประเทศควรติดตามและจัดการอย่างใกล้ชิดต่อไป

ที่มา : The Guardian, Meta

Highlight

Audio Pro Business Connected 2026: อัปเกรดประสบการณ์ลูกค้าด้วยระบบเสียงระดับพรีเมียม

13/03/2026
Read More

อยู่กลางแดดจ้า เสี่ยงตาบอด “แว่นกันแดด” ไอเทมที่คนไทยมองข้าม

13/03/2026
Read More

ลำโพง Apple ที่ซ่อนอยู่ในทุกดีไวซ์ ของดีที่หลายคนอาจมองข้าม

13/03/2026
Read More

Apple x TikTok เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ‘Play Full Song’ กดฟังเพลงได้เลย ไม่ต้องสลับแอปฯ

12/03/2026
Read More

ยอมจ่ายเพื่อซื้อความสงบ : กลยุทธ์กินรวบ 60,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ของ YouTube

12/03/2026
Read More

พ่อใหญ่ทรัมป์ เปิดศึกการค้ารอบใหม่ ! งัดมาตรา 301 เล็งเก็บภาษี 16 ประเทศรวมไทย อ้างปมค้าไม่เป็นธรรม

12/03/2026
Read More

Related Content