มีรายงานระบุว่า Apple ได้ตัดสินใจระงับแผนการพัฒนา iPhone หน้าจอพับได้ในสไตล์ฝาพับ หรือที่เรียกอีกชื่อว่า Clamshell คล้ายกับตระกูล Flip ของ Samsung ไปเรียบร้อยแล้ว แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีข่าวลือหนาหูว่า กำลังซุ่มพัฒนาเครื่องต้นแบบอยู่ก็ตาม
เหตุผลหลักที่ Apple เลือกหันหลังให้ดีไซน์นี้ ตามรายงานจาก Instant Digital ใน Weibo ระบุว่า Apple มองว่าดีไซน์แบบพับครึ่งนั้นเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น เพราะมันไม่ได้สร้างรูปแบบการใช้งาน ใหม่ ๆ ที่น่าดึงดูดใจขนาดนั้นได้ นอกจากว่ามันจะทำให้ตัวเครื่องมีขนาดเล็กลงเวลาพกพาเท่านั้น ซึ่ง Apple ก็มองว่านั่นยังไม่ใช่เหตุผลที่แข็งแรงพอที่จะทำดีไซน์ตลับแป้งออกมาวางขาย
ข้อจำกัดทางวิศวกรรมที่ต้องแลกด้วยสเปก
การออกแบบ iPhone ให้พับได้ตรงกลางนำมาซึ่งปัญหาใหญ่ด้านพื้นที่ภายในเครื่อง
อย่างแรกเลยคือเรื่องของแบตเตอรี่ ด้วยพื้นที่ที่ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ทำให้การจัดวางแบตเตอรี่ทำได้ยากขึ้น ส่งผลให้ความจุแบตเตอรี่น้อยลงกว่า iPhone มาตรฐานทั่วไป และอีกเรื่องคือเรื่องพื้นที่ที่จำกัด
ทำให้ Apple ไม่สามารถใส่ชุดโมดูลกล้องประสิทธิภาพสูงลงไปได้ เพราะถ้าหากดันทุรังทำต่อ Apple อาจต้องยอมลดสเปกกล้องหลังลง ซึ่งนั่นก็ทำให้ขัดกับมาตรฐานของแบรนด์ที่เน้นความเป็นผู้นำด้านการถ่ายภาพพอสมควร
บทเรียนราคาแพงจาก iPhone mini
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือพฤติกรรมผู้บริโภค Apple เคยพยายามบุกตลาดมือถือเครื่องเล็กมาแล้วด้วย iPhone 12 mini และ iPhone 13 mini แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือยอดขายที่น้อยจนน่าผิดหวัง จนต้องยกเลิกการผลิตไป หลังจากผ่านไปเพียง 2 เจเนอเรชัน
เมื่อตลาดพิสูจน์แล้วว่าความเล็กเพียงอย่างเดียวไม่ใช่สิ่งที่ผู้ใช้ยอมจ่ายเงินซื้อ Apple จึงระมัดระวังเป็นพิเศษที่จะไม่ก้าวพลาดซ้ำสองกับ iPhone จอพับที่เน้นแค่ความกะทัดรัด
อนาคตของ iPhone จอพับจะเป็นอย่างไร ?
แม้ข่าวคราวของทรงตลับแป้งจะเงียบหายไป แต่แฟน ๆ Apple ยังมีลุ้นกับ iPhone จอพับทรงสมุด ที่เน้นการกางออกมาเป็นหน้าจอขนาดใหญ่คล้าย iPad ซึ่งมีข่าวลือว่าจะเปิดตัวในช่วงปี 2026 เพราะตอบโจทย์เรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน (Productivity) ได้ชัดเจนและคุ้มค่ากับการลงทุนมากกว่านั่นเอง
อย่างไรก็ตาม หาก Apple ต้องการทำ iPhone ที่เล็กลงจริง ๆ คงต้องเลือกทำเครื่องทรงแท่งปกติที่มีขนาดกะทัดรัด แทนที่จะต้องมาปวดหัวกับข้อจำกัดทางเทคนิคของหน้าจอพับได้













