ขึ้นทุกอย่างยกเว้นเงินเดือน ! วลีตลกร้ายที่กลายเป็นเรื่องจริงของคนไทย หลังจากที่ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศพุ่งทะยานจากปัญหาสงครามในตะวันออกกลางที่ส่อแววยืดเยื้อ จนลามไปถึงราคาวัตถุดิบอาหารและค่าขนส่งภายในระยะเวลาไม่กี่สัปดาห์
ล่าสุด ค่าไฟฟ้าเองก็กำลังจ่อคิวปรับขึ้นราคาครั้งใหญ่ในงวดเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2026 โดยมีเพดานสูงสุดแตะ 4.59 บาทต่อหน่วย
ทำไมต้องขึ้นค่าไฟ ? เปิดปมวิกฤตพลังงาน
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี ได้หารือด่วนรวมกับทีมเศรษฐกิจเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2026 ที่ผ่านมา โดยวาระสำคัญคือการพิจารณาปรับค่าไฟฟ้าในงวด พฤษภาคม – สิงหาคม 2026 โดยเป็นผลพวงโดยตรงจากราคาน้ำมันโลกที่แพงต่อเนื่องและค่าเงินบาทที่ผันผวน ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าสูงขึ้นตามไปด้วย
3 แนวทางการปรับเพิ่มค่าไฟ
จากการประชุมครั้งล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้วาง 3 ทางเลือกออกมาให้ประชาชนร่วมตัดสินใจ ซึ่งไม่ว่าทางไหนค่าไฟก็ปรับเพิ่มขึ้นจากเดิม 3.88 บาท แน่นอน
- ทางเลือกที่ 1 (4.59 บาท/หน่วย)
เป็นการปรับตามต้นทุนจริงบวกกับชำระหนี้ให้ กฟผ. ทั้งหมดในงวดเดียว แม้จะช่วยให้สถานะการเงินของประเทศมั่นคงขึ้น แต่ประชาชนต้องแบกภาระค่าไฟที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์
แนวทางนี้ประชาชนและภาคอุตสาหกรรมจะช็อกกับราคาที่พุ่งจาก 3.88 บาท ไปเป็น 4.59 บาท ทันที อาจเกิดภาวะเงินเฟ้อพุ่งสูง แต่ข้อดีคือรัฐบาลและ กฟผ. จะหลุดพ้นจากภาระหนี้พันล้าน มีงบประมาณไปบริหารจัดการด้านอื่นได้คล่องตัวขึ้น
- ทางเลือกที่ 2 (4.08 บาท/หน่วย)
แนวทางนี้ กฟผ. จะยังคงช่วยแบกรับภาระหนี้ค้างชำระไว้ส่วนหนึ่ง เพื่อให้ราคาค่าไฟไม่กระโดดสูงจนเกินไปนัก เป็นทางเลือกสายกลางที่ กฟผ. เสนอ โดยยอมแบกหนี้ 35,928 ล้านบาทไว้ก่อน แล้วค่อย ๆ ทยอยเรียกเก็บค่า Ft ในอัตราที่พอรับได้ ผลกระทบ คือค่าไฟจะแตะเลข 4 บาท แม้จะไม่หนักเท่าทางเลือกแรก แต่ก็ยังถือว่าเพิ่มขึ้นจากเดิมค่อนข้างมาก ประชาชนต้องเริ่มปรับตัวและประหยัดพลังงานอย่างจริงจัง
- ทางเลือกที่ 3 (3.95 บาท/หน่วย)
กกพ. พิจารณานำเงิน Claw Back หรือเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกิน (ประมาณ 9,472 ล้านบาท) มาอุดหนุนเพื่อกดราคาให้ต่ำที่สุด เป็นแนวทางที่ประชาชนจ่ายค่าไฟน้อยที่สุดใน 3 แนวทางที่เสนอ ซึ่งค่าไฟจะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยจากฐานเดิม 3.88 บาท เป็น 3.95 บาท ช่วยประคองค่าครองชีพในภาวะวิกฤตได้ดีที่สุดในระยะสั้น
เปิดช่องให้ประชาชนร่วมชี้ชะตาค่าไฟงวดใหม่
แม้ว่าจะมีความจำเป็นในการปรับขึ้นค่าไฟ แต่ กกพ. ก็เปิดช่องให้ประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าไปแสดงความคิดเห็นต่อทั้ง 3 แนวทางนี้ เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจสุดท้าย ผ่านเว็บไซต์ www.erc.or.th ตั้งแต่วันที่ 25-31 มีนาคม 2026 และจะประกาศอัตราค่าไฟใหม่ (พฤษภาคม-สิงหาคม) ในวันที่ 1 เมษายน 2026
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นแผนเพื่อรับมือกับวิกฤตพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นแนวทางใดก็อยากให้ประชาชนทุกคนได้แสดงออกถึงความต้องการจริง ๆ ที่จะมีส่วนกำหนดทิศทางของค่าไฟในรอบ 4 เดือนนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าวิกฤตค่าไฟรอบนี้เตือนให้ประเทศเราได้รู้ว่าพลังงานสะอาดและการบริหารจัดการหนี้พลังงานอย่างยั่งยืน จะเป็นทางรอดของปัญหาพลังงานที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต












