ปีใหม่ไทยวนมาอีกครั้ง และเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่สนุกที่สุดของใครหลาย ๆ คน แต่ถ้าหากสนุกเกินจนขาดสติและไปละเมิดสิทธิของผู้อื่น จากความสนุกอาจกลายเป็นคดีความได้ทันที BT beartai รวบรวมข้อมูลด้านกฎหมายที่ระบุชัดเจนว่า การกระทำที่สร้างความเดือดร้อนหรือความเสียหายต่อทรัพย์สินและร่างกาย มีบทลงโทษดังนี้
กลุ่มความผิดฐานสร้างความเดือดร้อนและทำให้เสียทรัพย์
กรณีสาดน้ำใส่ผู้อื่น จนทำให้ได้รับความเดือดร้อนรำคาญ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 วรรค 2) กรณีสาดน้ำใส่คนที่ไม่เล่นน้ำแล้วทำให้ทรัพย์สินของผู้อื่น เช่น โทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูป หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ได้รับความเสียหาย อาจเข้าข่าย “ทำให้เสียทรัพย์” มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358)
หากมีการข่มขืนใจให้เข้าร่วมกิจกรรมเล่นน้ำ หรือทำให้ต้องจำยอมเข้าร่วมกิจกรรม ทั้งที่อีกฝ่ายปฏิเสธอย่างชัดเจน อาจเข้าข่ายความผิดฐาน ข่มขืนใจผู้อื่น มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309)
กลุ่มความผิดฐานอนาจารและการล่วงเกิน
การกระทำที่ไม่เหมาะสมทางเพศต่อบุคคล เช่น การกอดเอว จับมือ ดึงแขน การแตะตัวผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต แม้ไม่ได้กระทำเพื่อความใคร่ แต่หากทำให้ผู้อื่นรู้สึกอับอายหรือขายหน้า ถือว่ามีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 โทษมีดังนี้
เหยื่ออายุน้อยกว่า 13 ปี จำคุก 1–10 ปี : หรือปรับ 20,000–200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เหยื่ออายุน้อยกว่า 15 ปี (แต่เกิน 13 ปี) : จำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เหยื่ออายุ 15 ปีขึ้นไป (หากใช้กำลัง ขู่เข็ญ หรืออยู่ในสภาพที่ขัดขืนไม่ได้) : จำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
อย่างไรก็ตาม ก่อนจะสาดน้ำหรือประแป้งใคร ควรจะต้องสังเกตเพิ่มนิดหนึ่งว่าอีกฝ่ายอยากเล่นหรือไม่ หรืออาจจะเข้าไปเล่นในเขตที่มีการจัดงานสำหรับเทศกาลสงกรานต์แทน แบบนั้นน่าจะดีที่สุดครับ













