พลิกโฉมวงการผลิตโลหะ เมื่อ Foundation Alloy บริษัทสตาร์ตอัปสายวิทยาศาสตร์วัสดุสามารถคิดค้นเทคนิคใหม่ในการผสมโลหะที่แข็งแรงทนทานได้เทียบเท่ากับซูเปอร์โลหะ โดยที่ไม่ต้องหลอมละลาย
หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นไอเดียริเริ่มเท่านั้น แต่เทคนิคใหม่นี้กำลังจะถูกสร้างเป็นผลิตภัณฑ์จริง ๆ หลังสามารถปิดดีล การระดมทุนภายนอกรอบแรกจากนักลงทุนเพื่อนำเงินไปต่อยอดธุรกิจ (Series A) รับเงินระดมทุนกว่า 22 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 734 ล้านบาท) ได้สำเร็จ
ปัจจุบันความต้องการวัสดุขั้นสูงที่พิเศษมากกว่าวัสดุทั่วไปกำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างมากทั้งผลิตภัณฑ์เพื่อความมั่นคงทางทหาร (อาทิ โดรน) สินค้าหรู และสินค้าในอุตสาหกรรมต่าง ๆ
กระบวนการหลอมใหม่ที่ไม่ได้พึ่งพาความร้อน
สำหรับ การผสมโลหะ วิธีที่เราคุ้นกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน คือการหลอม ที่ต้องนำโลหะมาผ่านความร้อนด้วยอุณหภูมิที่สูงกว่าจุดหลอมเหลว จนเปลี่ยนสถานะเป็นของเหลว ซึ่งกระบวนการนี้จะใช้พลังงานสูงและควบคุมได้ยาก อีกทั้งต้นทุนที่สูงจากการใช้พลังงานเชื้อเพลิงและเตาหลอม นอกจากนี้ยังมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จากฝุ่น ควัน และของเสียอันตราย ที่สำคัญเลยคืออาจทำให้เกิดข้อบกพร่องของชิ้นงานที่เป็นรอยร้าวหรือความพรุนของเนื้อสัมผัสได้
แต่ Foundation Alloys จะผสมโลหะด้วยกระบวนการแปรรูปในสถานะของแข็ง ซึ่งการไม่ผ่านการหลอมเหลว ข้อดีคือโลหะที่ได้จะมีความแข็งแรงสม่ำเสมอ และใช้พลังงานน้อยลงกว่าเดิมถึง 10 เท่า แต่ความทนทานอยู่ในระดับซูเปอร์โลหะ
ความท้าทายด้วยชิ้นงานระดับ A+ ของ Foundation Alloy
การจะนำไอเดียและผลลัพธ์ในห้องแล็บมาเข้าโรงงานเพื่อผลิตเป็นสินค้าจริงนั้นไม่ใช้เรื่องง่าย ซึ่ง Foundation Alloy ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าสามารถผลิตโลหะได้อย่างสม่ำเสมอและในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับการป้องกันประเทศของกองทัพและทหาร ซึ่งมีมาตรฐานการรับรองและความน่าเชื่อถือที่เข้มงวดมาก
แนวทางการตีขึ้นรูปเย็นของ Foundation Alloy จะหลีกเลี่ยงกระบวนการให้ความร้อนที่ใช้พลังงานสูงเหมือนโลหะวิทยาแบบดั้งเดิม อาทิ การถลุง การหล่อ ซึ่งมีข้อดีทั้งในด้านประสิทธิภาพและความยั่งยืน ในช่วงเวลาที่ผู้ผลิตล้วนต้องอยู่ภายใต้แรงกดดันในการลดการปล่อยมลพิษและกระจายห่วงโซ่อุปทาน เพื่อป้องกันความเสียหายจากการใช้ซัปพลายเออร์เจ้าเดียว
Foundation Alloy ถูกจัดกลุ่มโดย Dealroom ฐานข้อมูลอัจฉริยะที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสตาร์ตอัปให้เป็นบริษัทใน “ระยะก้าวหน้า” ซึ่งแสดงให้เห็นว่า Foundation Alloy ก้าวข้ามช่วงการวิจัยและพัฒนา (R&D) ในระยะแรกมาแล้วถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญสำหรับสตาร์ตอัปด้านวิทยาศาสตร์วัสดุ
โดยทั่วไปแล้ว ในระหว่างการค้นพบในห้องปฏิบัติการกับการผลิตเพื่อใช้จริง มักจะเป็นจุดจบที่ทำให้หลายบริษัทต้องสะดุด แต่การระดมทุน Series A มูลค่า 22 ล้านเหรียญสหรัฐฯ นี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นของนักลงทุนต่อสตาร์ตอัปที่คิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ ในระดับโครงสร้างพื้นฐานของอุตสาหกรรม นอกจากนี้ เทคนิคของ Foundation Alloy ยังช่วยลดการใช้พลังงานมหาศาลจากกระบวนการแบบเดิมให้เหลือเพียงเท่าที่จำเป็น ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยลดมลพิษลงอย่างเห็นได้ชัด แต่อาจเป็นแนวทางใหม่ที่สร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมทั่วโลกในอนาคต













