ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read
| Features

ตำรวจสากลเผยเอเชียแชมป์กดลิงก์ปลอม สูงกว่าโลก 2 เท่า !

Table of Content

ข่าวมิจฉาชีพออนไลน์ในไทยยังคงวนเวียนอยู่บนหน้าฟีดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลโกงแบบ Phishing ที่แอบอ้างชื่อองค์กรใหญ่ และการใช้เทคโนโลยี Deepfake ปลอมแปลงอัตลักษณ์เพื่อเจาะระบบความปลอดภัย ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

อย่างไรก็ตาม ไทยไม่ใช่ประเทศเดียวที่เผชิญวิกฤตนี้ ประเทศเพื่อนบ้านในแถบเอเชียต่างประสบปัญหาเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการที่ประชากรตกเป็นเหยื่อ หรือการถูกล่อลวงไปเป็นเครื่องมือในขบวนการต้มตุ๋น ทั้งหมดนี้ขับเคลื่อนด้วย ‘เม็ดเงินจำนวนมหาศาล’ ที่ดึงดูดให้อาชญากรรมไซเบอร์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลล่าสุดจากองค์การตำรวจสากล (INTERPOL)

จากรายงานอาชญากรรมไซเบอร์เอเชียแปซิฟิกของตำรวจสากล ปี 2025-2026 การหลอกลวงออนไลน์หรือ Phishing ได้กลายเป็นอาชญากรรมทางไซเบอร์ที่แพร่ระบาดวงกว้างและสร้างความสูญเสียทางการเงินมากที่สุดในเวลานี้ โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่า 1 ใน 3 ของประเทศในภูมิภาคนี้ มีการแจ้งความคดี Phishing สูงเกินกว่า 10,000 เคส ในช่วงระหว่างเดือนมกราคม 2024 ถึงมีนาคม 2025

ยิ่งไปกว่านั้น กว่าครึ่งหนึ่งของประเทศสมาชิกองค์การตำรวจสากล ยังเผยสถิติที่น่าตกใจว่า คดีอาชญากรรมบนโลกออนไลน์นั้นคิดเป็นสัดส่วนอย่างน้อย 30% ของคดีความทั้งหมดในระดับประเทศ สะท้อนให้เห็นว่าภัยเงียบนี้กำลังกลืนกินความปลอดภัยในชีวิตประจำวันของสังคมยุคดิจิทัลอย่างรวดเร็ว

เครื่องมือหลักที่สแกมเมอร์มักใช้ในการก่ออาชญากรรมไซเบอร์ก็คือ AI, RaaS (Ransomware-as-a-Service : โมเดลธุรกิจมืดที่เปิดเช่าโปรแกรมเรียกค่าไถ่) และใช้เทคนิคทางจิตวิทยาที่แนบเนียนร่วมด้วย โดยประเทศอย่างเมียนมา กัมพูชา และลาว มักถูกล่อลวงด้วย Deepfake และใช้ลักษณะการสแกมเชิงโรแมนติก ซึ่งเพียงเท่านี้ก็สามารถหลอกลวงได้มากกว่า 37 ล้านเหรียญสหรัฐฯ 

รูปแบบต่าง ๆ ของอาชญากรไซเบอร์

  • มัลแวร์ดูดเงิน-ขโมยข้อมูลครองแชมป์ : มัลแวร์ที่แฮกเกอร์ใช้ปลอมตัวเป็นแอปพลิเคชันหรือไฟล์ที่ดูปลอดภัย เพื่อหลอกให้ผู้ใช้ติดตั้งลงในอุปกรณ์ (Trojans) และโปรแกรมขโมยข้อมูล กลายเป็นภัยไซเบอร์ที่ระบาดหนักที่สุดเป็นอันดับ 2 โดยมีตระกูลมัลแวร์ตัวร้ายอย่าง RedLine, Lumma, LokiBot, Negasteal และ ZBot เป็นหัวหอกหลัก
  • ชาวเอเชียแปซิฟิกกดลิงก์ปลอมมากกว่าค่าเฉลี่ยโลก 2 เท่า : สถิติน่าตกใจพบว่าในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกใต้ มีคนหลงกลกดลิงก์ Phishing เฉลี่ยถึง 5.5 คน ต่อประชากรทุก ๆ 1,000 คน ในแต่ละเดือน ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกเกือบเท่าตัว (2.9 คนต่อ 1,000 คน) 
  • Deepfake และเหลี่ยมโหดในการเรียกค่าไถ่แบบใหม่ : เทคโนโลยี AI อย่าง Deepfake ถูกนำมาใช้ทั้งในเชิงคุกคามทางเพศ ขู่กรรโชก และแบล็กเมล ขณะเดียวกัน แก๊งแรนซัมแวร์ได้อัปเกรดความโหด ด้วยการหยิบยกเรื่อง “ข้อบังคับทางกฎหมายที่บริษัทต้องปฏิบัติตาม” มาเป็นเครื่องมือบีบบังคับให้เหยื่อยอมจ่ายเงินเร็วขึ้น (เช่น ขู่ว่าจะแจ้งหน่วยงานรัฐให้บริษัทโดนปรับอ่วม หากไม่ยอมจ่ายค่าไถ่ข้อมูล)
  • DDos (ถล่มเว็บ) และการแฮกระบบ : รายงานชี้ว่าในปี 2025 การโจมตีแบบ DDos (Distributed Denial-of-Service) หรือการแฮกให้เว็บไซต์ล่มพุ่งสูงถึง 92% เทียบกับปีก่อน ซึ่งการเจาะระบบแบบนี้ทำให้ข้อมูลของเว็บไซต์หลุดรั่ว คิดเป็น 80% ของเคสทั้งหมด 
  • ความผิดพลาดของระบบ : ทุกวันนี้สแกมเมอร์ยังคงใช้วิธีโจมตีแบบคลาสสิกผ่านช่องโหว่ของระบบ ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีระบบเครือข่าย โดยอาศัยช่องโหว่จากการตั้งค่าระบบที่ผิดพลาด, ระบบการเข้ารหัสที่หละหลวม, ความไม่ปลอดภัยของ API และการเฝ้าระวังที่ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ

แนวทางป้องกันสแกมเมอร์ในประเทศแถบเอเชีย

หลาย ๆ ประเทศในแถบเอเชียแปซิฟิกเริ่มหันมารณรงค์และป้องกันปัญหาสแกมเมอร์มากขึ้น เพราะมันสร้างผลกระทบและความเสียหายเป็นเม็ดเงินมหาศาล 

ประเทศไทยยกระดับเป็น ‘วาระแห่งชาติ’ เร่งปราบปรามอย่างเด็ดขาด คุมเข้ม ตรวจสอบจริงจัง อย่างที่ได้เห็นตามข่าวว่าตำรวจบุกคอนโดฯ เข้าจับต่างชาติที่ใช้เทคโนโลยีและเทคนิคต่าง ๆ ในการหลอกลวงเหยื่อในไทย ‘บัญชีม้า-ซิมม้า-ข้อความม้า’ โทษคุก 3 ปี ปรับ 3 แสน แถมพ่วงคดีฟอกเงิน โทษสูงสุดจำคุกยาว 10 ปี

ประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซีย เมียนมา และลาว ตั้งโทษจำคุกสูงสุดตั้งแต่ 3-5 ปี ฟิลิปปินส์จำคุกสูงสุด 20 ปี กัมพูชาจำคุก 6 เดือน ถึง 3 ปี และปรับ 4 ล้านเรียล

สิงคโปร์ใช้ ‘ไม้แข็ง’ ป้องกันประชาชนไปเป็นสแกมเมอร์

หนึ่งในประเทศแถบเอเชียที่จริงจัง และมีวิธีการที่เป็นเอกลักษณ์ในการจัดการปัญหานี้คือประเทศสิงคโปร์ หากใครได้ไปสิงคโปร์น่าจะได้เห็นป้าย ‘อย่าเอาอนาคตไปเสี่ยงกับการเป็นสแกมเมอร์’ พร้อมสื่อสารว่าการลงโทษด้วยไม้แข็งคือ การโบยด้วยไม้จริง ๆ เพราะสิงคโปร์ใช้แส้หวายในการโบยถึง 12 ครั้ง

โทษไม่หนักพอ ยอดเลยโต ?

แม้ว่าหลาย ๆ ประเทศจะมีมาตรการและบทลงโทษที่ชัดเจน แต่ก็อาจจะไม่มากพอให้สแกมเมอร์หมดไปได้ในเร็ววัน รูปแบบการเตือนภัยสแกมเมอร์ในแต่ละประเทศนั้นแตกต่างกัน ดูเหมือนจะขึ้นอยู่กับลักษณะนิสัยและระดับการตระหนักรู้พื้นฐานของแต่ละประเทศ 

  • สำนักงานตำรวจแห่งชาติของญี่ปุ่น (NPA) ได้จับมือกับ Europol เพื่อทำแคมเปญสร้างความตระหนักรู้แก่สาธารณชนเกี่ยวกับภัยไซเบอร์และการโจมตีระบบ โดยเน้นย้ำผ่านโฆษณาออนไลน์และโซเชียลมีเดีย เพื่อให้ประชาชนตื่นตัวและจำแนกรูปแบบการหลอกลวงรวมถึงมัลแวร์ยุคใหม่ได้ดีขึ้น 
  • ASEAN มีการสร้างกรอบความร่วมมือ เป็นลักษณะข้อตกลง และแนวทางต่อต้านสแกมเมอร์ขึ้นมาร่วมกัน เพื่อควบคุมซิมการ์ดตรวจสอบอุปกรณ์สื่อสาร และสร้างระบบสืบหาร่องรอยการโทรข้ามประเทศร่วมกันเพื่อไม่ให้แฮกเกอร์ใช้ช่องว่างระหว่างพรมแดนมาหลอกลวง 
  • สิงคโปร์ ใช้แอปพลิเคชัน ScamShield ที่ช่วยบล็อกเบอร์และ SMS สแกมเมอร์ และเน้นการให้ความรู้ประชาชนผ่านความร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์ โดยเมื่อมีการทำธุรกรรมที่ต้องสงสัยหรือพฤติกรรมเข้าข่ายถูกหลอก ระบบจะมีการขึ้นข้อความเตือนสติทันทีก่อนที่เหยื่อจะกดโอนเงิน ทั้งยังทำป้ายเตือนคนที่มีโอกาสในการเป็นสแกมเมอร์ ว่าไม่คุ้มเสี่ยงเอาอนาคตแลก 

ปลายทางของเม็ดเงินมหาศาลในธุรกิจมืดนี้ สะท้อนให้เห็นว่า ‘เทคโนโลยี’ ไม่ใช่สิ่งเดียวที่สแกมเมอร์ใช้นำทาง แต่คือจิตวิทยาที่เล่นกับความกลัวและความโลภของมนุษย์ ยิ่งสถิติบ่งชี้ว่าชาวเอเชียแปซิฟิกหลงกลกดลิงก์ปลอมสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกถึง 2 เท่า ยิ่งเป็นสัญญาณเตือนว่า ลำพังเพียงการพึ่งพากฎหมายที่หนักหน่วง รั้วกั้นทางพรมแดนของอาเซียน หรือระบบแจ้งเตือนอัจฉริยะ อาจไม่เพียงพอที่จะหยุดยั้งภัยเงียบนี้ได้ ตราบใดที่กลโกงถูกอัปเกรดให้แนบเนียนขึ้นทุกวัน เกราะป้องกันที่ดีที่สุดจึงไม่ใช่แค่แอปพลิเคชันในมือถือ แต่อาจจะเป็น ‘ภูมิคุ้มกันความตระหนักรู้ของเราเอง’ เพราะในโลกยุคดิจิทัล ความประมาทเพียงวินาทีเดียวอาจหมายถึงการสูญเสียเงินทั้งชีวิต

พิสูจน์อักษร : รัชนี สังข์แก้ว

Highlight

SITE 2026 วันแรก : เจาะทิศทางรัฐดัน ‘นวัตกรรม’ ขับเคลื่อน GDP ไทย

26/06/2026
Read More

SITE 2026 ยกสยามพารากอนเป็นสนามรวมสตาร์ตอัปเทคโนโลยีการลงทุนและโลกของเมกเกอร์ไว้ในงานเดียว

26/06/2026
Read More

‘Clair’ อุปกรณ์ตรวจวัดฮอร์โมนแบบต่อเนื่องเครื่องแรกของโลก !

26/06/2026
Read More

วิจัยชี้ ! การติด iPhone และพฤติกรรมติดจอ อาจเป็นเบื้องหลังที่ทำให้อัตราการเกิดในสหรัฐฯ ลดลง

26/06/2026
Read More
Samsung Galaxy Fold8 Rumor

สรุปข่าวลือ Samsung Galaxy Z Fold8 Ultra | Z Fold8 | Z Flip8 เท่าที่รู้

25/06/2026
Read More

เจาะลึกสตาร์ตอัป ‘ฟิวชัน’ แถวหน้า กับการระดมทุนเดิมพันครั้งใหญ่ทะลุ 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

25/06/2026
Read More

Related Content