จบลงแบบเลิศ ๆ กันเลย สำหรับ Apple Event ‘Surprise and Shine’ ซึ่งรอบนี้มีไฮไลต์ที่หลายคนรอคอยมาอย่างยาวนานเปิดตัวสักที
bt beartai เก็บตกรายละเอียดมาไว้ให้แล้วครับ ตื่นมาปุ๊บอ่านโพสต์นี้ก็ทันคนอื่นปั๊บ !

iPhone Duo จอพับได้รุ่นแรกของ Apple
ทำออกมาให้ความรู้สึกเหมือนใช้งาน ‘iPad ในขนาดพกพา’ โครงสร้างและบานพับใช้วัสดุไทเทเนียม เกรด 5 พร้อมบานพับ Custom Variable Torque ที่ใช้แม่เหล็กช่วยล็อกเวลาพับปิด รองรับกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68
จอด้านใน Super Retina XDR ขนาด 7.6 นิ้ว และจอด้านนอก 5.4 นิ้ว ใช้เทคโนโลยี Custom Nano-texture Finish เลเซอร์ระดับไมครอนช่วยลดแสงสะท้อนและพรางรอยพับ
รองรับ Apple Pencil (USB-C) มีปุ่ม Touch ID ด้านข้าง และซ่อนกล้องหน้าไว้ใต้จอ พร้อมฟีเจอร์ Duo Preview ให้คนถูกถ่ายเห็นตัวเองจากจอนอก และระบบ Smart Take ใช้ AI กะจังหวะถ่ายรูป
ใช้ชิป A20 Pro พร้อม Display Engine คุมสองหน้าจอ และชิปโมเด็ม C2 ที่อัปโหลดเร็วขึ้น 50% แต่ประหยัดแบตเตอรี่ลง 15% โดยรุ่นนี้ออกแบบมาให้รองรับเฉพาะระบบ eSIM แบบ 100% กล้องหลักด้านหลังเป็นแบบ Fusion ความละเอียด 48MP

สีและราคา
มี 2 สี ให้เลือกคือ Star White และ Night Sky
- ความจุ 256 GB ราคา 79,900 บาท
- ความจุ 512 GB ราคา 87,900 บาท
- ความจุ 1 TB ราคา 103,900 บาท
- ความจุ 2 TB ราคา 127,900 บาท
วันวางจำหน่าย
เปิดสั่งซื้อล่วงหน้า วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม และจะเริ่มวางจำหน่ายในวันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม
iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max

อัปเกรดเป็นชิป A20 Pro CPU 6-core เร็วขึ้น 20% GPU 7-core กราฟิกดีขึ้น 40% พร้อม Neural Engine 32-core ช่วยให้การประมวลผล AI ดีขึ้น 2 เท่า
จัดการความร้อนด้วยระบบ Next-gen Vapor Chamber ที่ใหญ่กว่าเดิม 3 เท่า ทำให้แบตฯ อึดขึ้น รุ่น Pro Max สามารถดูวิดีโอต่อเนื่องได้สูงสุดถึง 45 ชั่วโมง ส่วนรุ่น Pro อยู่ที่ 36 ชั่วโมง และรองรับชาร์จเร็ว 50% ใน 15 นาที
กล้องหลัก Fusion 48MP มาพร้อมระบบ Variable Aperture ปรับขนาดรูรับแสงได้ด้วย ! ดึงแสงในที่มืดได้ดีขึ้น 50% ที่ค่า f/1.8 และมีฟีเจอร์ Apple Reference Image ที่เก็บบันทึกข้อมูลเซนเซอร์ภาพถ่ายเพื่อใช้ยืนยันความสมจริงว่ารูปไม่ได้ถูกปรับแต่ง
ฟีเจอร์หน้าจอ : พื้นที่ Dynamic Island ได้รับการอัปเกรดให้สามารถแสดงผล Live Activities ได้พร้อมกันถึง 3 รายการ

สีและราคา
ตัวเครื่อง มี 4 สี Deep Black, Silver, Glacier, Burgundy
- iPhone 18 Pro : 256 GB ราคา 48,900 บาท, 512 GB ราคา 56,900 บาท, 1 TB ราคา 72,900 บาท, 2 TB ราคา 96,900 บาท
- iPhone 18 Pro Max : 256 GB ราคา 52,900 บาท, 512 GB ราคา 60,900 บาท, 1 TB ราคา 76,900 บาท, 2 TB ราคา 100,900 บาท
วันวางจำหน่าย
สั่งซื้อล่วงหน้าเริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ 12 กันยายน และจะเริ่มวางจำหน่ายในวันศุกร์ที่ 18 กันยายน
Apple Watch Series 12, Ultra 4 และรุ่นพิเศษ (Nike, Hermès)
ใช้ชิป S11 คู่กับ Health Sensing System ชุดใหม่ที่อัปเกรดเซนเซอร์ให้วัดอัตราการเต้นของหัวใจได้ละเอียดขึ้นเป็นทุก ๆ 5 วินาที และวัดค่าความแปรปรวนของหัวใจ (HRV) ได้บ่อยขึ้นถึง 24 เท่า
มีฟีเจอร์ Audio Intelligence ตรวจจับเสียงเตือนภัยรอบตัว และกดปุ่ม Digital Crown สองครั้งเพื่อแสดงข้อความ Live Rewind จากเสียงสนทนาย้อนหลัง 15 วินาทีได้ทันที
Apple Watch Series 12

มีหน้าปัดขนาด 42mm และ 46mm ใช้กระจก Ceramic Shield 2 ที่ทนทานกว่ารุ่นเดิมถึง 60% เพิ่มสีใหม่ Dark Bronze ราคาเริ่มต้น 14,900 บาท
Apple Watch Ultra 4

หน้าปัดขนาด 49mm เน้นแบตเตอรี่รองรับการใช้งานทั่วไป 50 ชั่วโมง และหากใช้งานโหมด Max Extended Workout สำหรับกิจกรรมกลางแจ้งจะอยู่ได้สูงสุด 45 ชั่วโมง ราคาเริ่มต้น 29,900 บาท

Apple Watch รุ่น Hermès
มีการเพิ่มคอลเลกชันสายรุ่นใหม่ประจำฤดูใบไม้ร่วงเข้ามา เช่น สายผ้า Satin Clou de Selle คู่กับตัวเรือนไทเทเนียมสีทองแบบใหม่ (Radiant Gold) และสาย Scub’H Diving สำหรับกิจกรรมทางน้ำ
วันวางจำหน่าย
ทุกรุ่นเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าแล้ว และจะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 18 กันยายน

AirPods 5
คงดีไซน์ Open-ear แบบกึ่งอินเอียร์ที่หลายคนคุ้นเคย แต่ปรับโครงสร้างเป็นแบบ Multi-port และใส่ระบบตัดเสียงรบกวน (Active Noise Cancellation) มาเป็นมาตรฐาน ตัดเสียงได้ดีขึ้น 50%
รองรับการแปลภาษาแบบเรียลไทม์ สามารถใช้นิ้วเลื่อนปรับระดับเสียงที่ก้านหูฟังได้โดยตรง และในรอบนี้มีการเปิดตัวรุ่นที่รองรับเคสชาร์จแบบไร้สายเพิ่มเข้ามาเป็นอีกหนึ่งตัวเลือก
ราคาและวันวางจำหน่าย
เปิดราคาเริ่มต้นมาที่ 4,790 บาท สั่งซื้อล่วงหน้าได้แล้ว และจะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 18 กันยายน













