ช่วงนี้ราคามือถือรุ่นใหม่เริ่มแตะหลักหลายหมื่นบาท โดยเฉพาะมือถือระดับเรือธงที่มีทั้งชิปแรงขึ้น กล้องดีขึ้น และฟีเจอร์ใหม่ ๆ ใส่เข้ามาแบบจัดเต็ม ทำให้การเปลี่ยนมือถือเครื่องใหม่แต่ละครั้งไม่ใช่เรื่องที่ตัดสินใจกันง่าย ๆ อีกต่อไป
เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในไทย เพราะล่าสุด Vodafone บริษัทเครือข่ายมือถือรายใหญ่ของออสเตรเลีย ออกมาบอกว่าคนที่ใช้มือถือเครื่องเดิมนาน 4 ปีขึ้นไป เพิ่มเป็น 2 เท่าถ้าเทียบกับปี 2021 และส่วนหนึ่งเป็นเพราะมือถือรุ่นใหม่มีราคาสูงขึ้น และข้อมูลจาก Telsyte ก็พบว่าคนออสเตรเลียใช้มือถือเครื่องเดิมนานขึ้น โดยรอบการเปลี่ยนเครื่องเฉลี่ยเพิ่มจาก 2.8 ปี เป็น 3.4 ปี
ที่น่าสนใจคือ Vodafone เองก็ปรับตัวตามพฤติกรรมนี้ ด้วยการเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าผ่อนมือถือได้นานขึ้น จากที่สูงสุด 36 เดือนก็เป็น 48 เดือนแทน ทำให้จ่ายต่อเดือนน้อยลงเพราะตอนนี้มือถือระดับไฮเอนด์บางรุ่นมีราคาสูงถึงประมาณ 5,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือราว 1 แสนบาท
นอกจากนี้ หลายคนยังหันมาใช้วิธี Trade-in มากขึ้น คือเอามือถือเครื่องเก่ามาแลกส่วนลด เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายตอนซื้อเครื่องใหม่ด้วย
แล้วคนไทยล่ะ ?
ตอนนี้ยังไม่มีตัวเลขจากหน่วยงานทางการที่บอกชัด ๆ ว่าคนไทยเปลี่ยนมือถือกันทุกกี่ปี แต่พอมือถือรุ่นใหม่ ๆ แพงขึ้น หลายคนก็คงไม่ได้อยากเปลี่ยนเครื่องบ่อยเหมือนเมื่อก่อน เพราะถ้าเครื่องเดิมยังใช้ได้ดีก็ใช้ต่อไปก่อนไม่ต้องรีบซื้อเครื่องใหม่ทุกครั้งที่มีรุ่นใหม่ออกมา
ยิ่งมือถือรุ่นใหม่ใส่เทคโนโลยีและฟีเจอร์มาให้เยอะขึ้น ราคาก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย ทำให้ก่อนที่จะเปลี่ยนเครื่อง หลายคนอาจต้องคิดเพิ่มว่าฟีเจอร์ใหม่ที่ได้มาคุ้มกับเงินที่ต้องจ่ายหรือเปล่า
ยิ่งราคามือถือรุ่นใหม่ยังสูงขึ้นเรื่อย ๆ การเปิดตัวรุ่นใหม่แต่ละครั้งก็อาจไม่ได้ทำให้คนรู้สึกว่าต้องเปลี่ยนเหมือนเมื่อก่อนแล้ว แต่จะดูด้วยว่าของใหม่ที่ได้มาคุ้มพอที่จะจ่ายเงินเพิ่มหรือเปล่า













