หลังจากได้ไปเห็นโฉมคันจริงรอบพรีวิวแรกมาสด ๆ ร้อน ๆ สำหรับ LUXEED EHV (V9) รถ MPV ขนาดใหญ่ที่กำลังถูกจับตามองอย่างมาก หลังเปิดตัวในประเทศจีนไปเมื่อช่วงกลางปี 2026 และทำยอดขายรายเดือนทะลุ 10,000 คันอย่างรวดเร็ว
โดยในไทยเตรียมรอลุ้นการนำเข้ามาทำตลาดอย่างเป็นทางการช่วงปลายปีนี้ ซึ่งมีการคาดการณ์ราคาจำหน่ายเบื้องต้นน่าจะเริ่มต้นที่ราว 2.5 – 3.2 ล้านบาท (อ้างอิงจากราคาจำหน่ายในจีนที่เปิดมาราว 389,800 – 399,800 หยวน หรือประมาณ 1.8 – 1.9 ล้านบาท ไม่รวมภาษีนำเข้า)
สัดส่วนตัวถังและงานดีไซน์
ตัวรถมาพร้อมมิติตัวถังขนาดยาวประมาณ 5.4 เมตร เพื่อเน้นพื้นที่ใช้สอยภายในอย่างเต็ม ๆ ด้านหน้าโดดเด่นด้วยชุดไฟหน้า ‘Diamond Headlights’ คู่กับแถบไฟ ‘Starlight’ สำหรับการขับขี่กลางคืน ขณะที่งานสีภายนอกใช้เทคนิคเคลือบเงาพิเศษที่ให้เฉดสีและมิติตกกระทบต่างกันไปตามสภาพแสง




ภายในห้องโดยสาร
ความโดดเด่นของห้องโดยสารอยู่ที่เบาะแถวที่สอง ซึ่งรองรับการหมุนปรับทิศทางได้หลากหลายองศา สั่งงานด้วยการกดปุ่ม 2 ครั้งภายใน 10 วินาที
- โหมด 45 องศา (Welcome Mode) : เบาะจะหมุนเฉียงออกนอกตัวรถเพื่อความสะดวกในการก้าวขึ้น-ลง โดยผู้โดยสารสามารถนั่งบนเบาะขณะหมุนได้
- โหมด 90 องศา (Viewing Mode) : หันเบาะออกด้านข้างตัวรถเพื่อเปิดมุมมองชมวิว ควบคุมผ่านหน้าจอด้านหลัง (มีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยคือ ห้ามมีคนนั่งอยู่บนเบาะแถวที่สองและสามขณะระบบกำลังหมุน)
- โหมด 180 องศา : หมุนหันหลังชนกับแถวหน้าเพื่อปรับเป็นพื้นที่สนทนาแบบ ‘Lounge’ หรือ ‘Mobile Office’ (ห้ามมีผู้โดยสารนั่งบนเบาะขณะหมุนเช่นกัน)
นอกจากนี้ตัวเบาะยังมาพร้อมโหมด ‘Zero-Gravity’ และระบบนวดในตัว ส่วนพื้นที่สัมภาระท้ายรถเมื่อพับเบาะแถวที่สามลง สามารถรองรับกระเป๋าเดินทางขนาด 20 นิ้วได้ถึง 20 ใบ หรือใส่ถุงกอล์ฟได้ 4 ใบ



ระบบอัจฉริยะและการสั่งงานด้วยท่าทาง
LUXEED EHV (V9) ชูจุดขายเรื่องเทคโนโลยีห้องโดยสารอัจฉริยะ โดยติดตั้งกล้องตรวจจับบริเวณเพดานเหนือเบาะแถวที่สองเพื่อรองรับระบบ ‘Gesture Control’ :
- การสั่งปิดประตู นั่งในตำแหน่งปกติ แล้วใช้มือด้านใกล้ประตูยกขึ้นระดับไหล่ จากนั้นโบกมือไปทางวงแหวนสีเงินข้างประตูช้าๆ
- การควบคุมกระจก Privacy Glass ตั้งค่าระบบเป็น ‘Manual Mode’ ผ่านหน้าจอควบคุมด้านหลังก่อน จากนั้นรวบนิ้วมืองอเล็กน้อยวางระดับขอบหน้าต่าง แล้วเลื่อนมือไปด้านหลังเพื่อสั่งงาน
- ระบบคำสั่งเสียง AI Voice Interaction ครอบคลุมการควบคุมอุปกรณ์ภายในรถ
- ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ SIVP (Super Intelligent Valet Parking) สำหรับการจอดรถไซซ์ใหญ่

REEV และมาตรฐานความปลอดภัย
- ระบบขับเคลื่อน REEV (Range-Extended Electric Vehicle) : ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อ และใช้เครื่องยนต์ทำหน้าที่เป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ ให้ระยะทางการขับขี่รวมสูงสุดมากกว่า 1,000 กิโลเมตร
- ระบบความปลอดภัย : ติดตั้งถุงลมนิรภัยรอบคัน 12 ตำแหน่ง พร้อมการออกแบบโครงสร้างปกป้องห้องโดยสารแบบ ‘Wraparound Protection Design’
สำหรับสเปกทางการ รุ่นย่อย และราคาจำหน่ายจริงในประเทศไทย คงต้องรอติดตามกันต่อไปคาดว่าน่าจะได้โชว์ตัวในช่วงปลายปีนี้ครับ













