เหล่านักอ่านทั้งหลายเตรียมใจสั่นกันได้เลย เพราะ Amazon เพิ่งประกาศเปิดตัวไลน์อัปเครื่องอ่านอีบุ๊กตระกูล Kindle โฉมใหม่แบบยกแผง เริ่มจาก Kindle รุ่นมาตรฐาน, Kindle Paperwhite และรุ่นจอสีอย่าง Kindle Colorsoft ซึ่งการอัปเกรดรอบนี้บอกเลยว่าไม่ใช่แค่การปรับสเปกธรรมดา แต่เป็นการรื้อดีไซน์ใหม่ตั้งแต่โครงสร้างภายในจนถึงภายนอก เน้นความบางเบา หน้าจอเรียบสนิทไร้รอยต่อ และมีสีสันรอบตัวเครื่องแบบ 360 องศา
ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดในทุกรุ่นคือการเปลี่ยนมาใช้หน้าจอแบบ ‘Reverse Stack Display’ ทำให้หน้าจอด้านหน้าเรียบสนิทเป็นแผ่นเดียว ไม่มีขอบนูนขึ้นมาขัดสายตาเวลาเลื่อนนิ้วอ่านอีกต่อไป ตัวเครื่องยังบางและเบาลงจนพกพาสะดวกขึ้นมาก
นอกจากนี้ Amazon ยังเพิ่มสีสัน ด้วยการออกแบบให้สีตัวเครื่องโอบล้อมจากด้านหน้าไปจนถึงฝาหลังแบบไร้รอยต่อ วางไว้มุมไหนก็เห็นเฉดสีชัด โดยเปิดตัวเฉดสีใหม่อย่าง Ube (สีม่วงเข้มโทนมันม่วง), Alpine Sky, Seaglass Green, Graphite และเป็นครั้งแรกที่นำโทนสี Fig มาใช้บนเครื่องอ่านอีบุ๊ก

ใครเหมาะกับรุ่นไหนบ้าง ?
The All-New Kindle (6 นิ้ว) พกง่าย ไวขึ้น ฝาหลังอะลูมิเนียม
รุ่นเริ่มต้นขนาดกะทัดรัดที่พกสะดวกที่สุดเท่าที่เคยทำมา เปิดหนังสือได้เร็วขึ้น 30% แบตเตอรี่อึดสะใจอยู่ได้นานถึง 6 สัปดาห์ ตัวเครื่องผลิตจากวัสดุรีไซเคิลและใช้แบตเตอรี่โคบอลต์รีไซเคิล 100%
- รุ่นมาตรฐาน (16 GB) : ราคาประมาณ 5,000 บาท มีสี Ube และ Graphite
- รุ่นฝาหลังอะลูมิเนียม (32 GB) : ครั้งแรกของรุ่น 6 นิ้วที่ได้ฝาหลังอะลูมิเนียมรีไซเคิล 80% ผิวสัมผัสแบบด้าน ให้ความรู้สึกพรีเมียมจับกระชับมือ ราคาประมาณ 6,000 บาท มีสี Alpine Sky Aluminum และ Seaglass Green Aluminum
Kindle Paperwhite บาง เบา คมชัด
รุ่นยอดฮิตตลอดกาลกลับมารอบนี้ด้วยหน้าจอที่ใหญ่สุดและค่าคอนทราสต์สูงที่สุดในตระกูล Paperwhite ตัวหนังสือคมกริบ สีดำลึกสะใจ อ่านกลางแดดจ้าหรืออ่านในที่มืดก็สบายตาด้วยไฟวอร์มไลต์ปรับระดับได้ ชาร์จครั้งเดียวอ่านไปเพลิน ๆ เลย 12 สัปดาห์
รุ่นปกติ (16 GB) : ราคาประมาณ 6,700 บาท สี Graphite
Signature Edition (32 GB) : อัปเกรดฝาหลังอะลูมิเนียม มีระบบปรับแสงหน้าจออัตโนมัติ ชาร์จไร้สายผ่านแท่นพิน Pogo และเพิ่มฟีเจอร์เคาะสองครั้งที่หน้าจอเพื่อเปลี่ยนหน้า ราคาประมาณ 8,396 บาท มีสี Graphite และ Seaglass Green
Kindle Colorsoft จอสีฟีลกระดาษจริง อ่านการ์ตูน-นิยายภาพฟินตาแตก
ใครที่รอเครื่องอ่านอีบุ๊กจอสีที่ไม่ทำร้ายสายตา รุ่นนี้ตอบโจทย์สุด ๆ เพราะให้เฉดสีที่เป็นธรรมชาติเหมือนกระดาษ ไม่สะท้อนแสงแยงตาเหมือนจอแท็บเล็ต โดยใช้เทคโนโลยีหลอดไฟ LED ไนไตรด์ร่วมกับแผ่นนำแสงที่มีตัวเบี่ยงเบนขนาดไมโคร ทำให้ภาพสว่าง สดใส รายละเอียดคมชัดทั้งภาพสีและข้อความขาวดำ
- รุ่นปกติ (16 GB) : ราคาประมาณ 9,700 บาท สี Graphite (อิงจากราคา 289.99 เหรียญสหรัฐฯ)
- Signature Edition (32 GB) : ได้ตัวเครื่องอะลูมิเนียม เซนเซอร์ปรับแสงอัตโนมัติ เคาะเปลี่ยนหน้าจอได้ และรองรับแท่นชาร์จ Pogo ราคาประมาณ 10,700 บาท มีสี Graphite และ Fig (อิงจากราคา 319.99 เหรียญสหรัฐฯ)

Kids Kindle
ทั้ง 3 รุ่นข้างต้นมีเวอร์ชัน Kids สำหรับเด็ก ๆ ให้เลือกด้วย มาพร้อมเคสลวดลายน่ารักที่ออกแบบโดยศิลปินแท้ ๆ และได้สิทธิ์ใช้งาน Amazon Kids+ ฟรี 1 ปีเต็ม เข้าถึงหนังสือและออดิโอบุ๊กสำหรับเด็กได้หลายพันเล่ม ปลอดภัยไร้โซเชียลและการแจ้งเตือนกวนใจ ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 6,000 บาท (อิงจากราคา 179.99 เหรียญสหรัฐฯ)
ปีนี้ Amazon เข้าใจหัวอกคนชอบนอนอ่านหนังสือแบบสุด ๆ มีแกดเจตเสริมมาให้ใช้ชีวิตง่ายขึ้นด้วย
Kindle Click (ประมาณ 1,100 บาท) ริโมตบลูทูทขนาดจิ๋วสำหรับกดเปลี่ยนหน้าจากระยะไกล เอาใจสายนอนซุกใต้ผ้าห่ม หรือวางอ่านบนลู่วิ่งโดยไม่ต้องยกมือแตะจอ รองรับตั้งแต่รุ่นปี 2024 ขึ้นไป
Page-Turn Cover (ประมาณ 2,600 บาท) เคสแม่เหล็กที่ฝังปุ่มกดเปลี่ยนหน้าแบบกายภาพมาให้ในตัว เชื่อมต่อผ่านพิน Pogo สำหรับรุ่น Signature Edition เท่านั้น
Charging Dock (ประมาณ 2,000 บาท) แท่นชาร์จแนวตั้ง วางตั้งโต๊ะพร้อมชาร์จได้ทันที
Kindle Covers (เริ่มต้นประมาณ 1,300 บาท) เคสดีไซน์ใหม่แนบชิดตัวเครื่อง มีทั้งวัสดุผ้าถัก หนังจากพืช และหนังแท้เกรดพรีเมียมในโทนสีที่แมตช์กับเครื่องอย่างลงตัว
(ราคาแปลงสกุลเงินอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามอัตราแลกเปลี่ยน ณ ปัจจุบัน)
สำหรับกำหนดการวางจำหน่าย ในกลุ่มประเทศแรกอย่างสหรัฐฯ, สหราชอาณาจักร, ญี่ปุ่น และยุโรป เริ่มเปิดให้สั่งซื้อและพรีออร์เดอร์กันตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ใครที่เล็งเครื่องอ่านหนังสือคู่ใจตัวใหม่อยู่ แบรนด์นี้ก็ถือว่าตอบโจทย์ ราคาดีและน่าโดนทุกรุ่นเลยทีเดียว













