‘Skydance’ บริษัทสื่อบันเทิง ที่เรามักจะเห็นขึ้นโลโก้ตามซีรีส์หรือภาพยนตร์ดัง ๆ หลายเรื่อง ล่าสุดเขาเตรียมเอาบริการ HBO Max มารวมกับ Paramount+ ให้กลายเป็นสตรีมมิงเดียวกันไปเลย ตอกย้ำความยิ่งใหญ่แห่งยุคสตรีมมิง
Skydance เป็นสื่อบันเทิงจากสหรัฐฯ ผู้บริหารคือ เดวิด เอลลิสัน (David Ellison) ลูกชายของผู้ก่อตั้งบริษัทไอที Oracle เป็นบริษัทสร้างภาพยนตร์ที่ผลิตทั้ง ซีรีส์ แอนิเมชัน และวิดีโอเกมที่เดิมใช้ชื่อว่า ‘Skydance Media’ ผลงานเด่นที่คุ้นตา เช่น Top Gun: Maverick, Star Trek จากนั้น Skydance ควบรวมกิจการกับ Paramount Global ในปี 2025 ทำให้ธุรกิจขยายไปฝั่งภาพยนตร์มากขึ้น ในชื่อ Paramount Skydance
และล่าสุดเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2026 ก็ได้เข้าซื้อกิจการ Warner Bros. Discovery จนเสร็จสมบูรณ์ พร้อมขึ้นเป็นบริษัทแม่ในชื่อ ‘Skydance Corporation’
ซึ่งสำหรับใครที่งงว่า แล้ว HBO Max มันมายังไง ก็มาจุดที่ซื้อ Warner Bros. นี่แหละ เพราะ HBO Max อยู่ภายใต้เครือของ Warner Bros. Discovery ในตอนนี้เลยสรุปได้ว่า Skydance Corporation ได้ถือครองทั้งสตูดิโอภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่ และแพลตฟอร์มสตรีมมิงคอนเทนต์พรีเมียมระดับโลกไว้ในมือเดียวเรียบร้อย
โดยการดึง Paramount สตูดิโอระดับตำนานกับฝั่งของ HBO Max ครั้งนี้ก็เป็นการเพิ่มความแข็งแกร่งมากขึ้น จนอาจขึ้นเป็นคู่แข่งสตรีมมิงเจ้าสำคัญอย่าง Netflix เลยก็ได้นะ เพราะไม่นานมานี้ทาง Netflix เองก็เพิ่งจับมือ Disney+ ยกคอนเทนต์ ซีรีส์ และภาพยนตร์ดัง ๆ มายำใน Netflix หวังดึงยอดผู้ชมไปหมาด ๆ เหมือนกัน
แม้ว่า Skydance จะไม่ได้ลงรายละเอียดอะไรในตอนนี้ แต่ก็แย้ม ๆ มาว่าบริการสตรีมมิง ซึ่งตอนนี้ครอบคลุมทั้ง HBO Max, Paramount+ และ Discovery+ ‘จะถูกนำมารวมเป็นบริการเดียวในอนาคต’ และไม่ได้อยู่ ๆ เพิ่งเกิดขึ้นเพราะคู่แข่งก็ทำนะ เขาคุยกันมาสักพักแล้วตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายคือรวมฐานสมาชิกระบบ Direct-to-Consumer มากกว่า 200 ล้านราย โดยทาง HBO จะ ‘บริหารงานอย่างอิสระ’ หลังจากการควบรวมกิจการ และจากการที่ Skydance เพิ่งแต่งตั้ง เคซีย์ บลอยส์ (Casey Bloys) ซีอีโอของ HBO ให้ควบตำแหน่งประธานร่วมและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเนื้อหาของ Skydance DTC บริษัทจึงหวังที่จะนำคุณภาพระดับพรีเมียมอันเป็นเอกลักษณ์ของ HBO ไปช่วยยกระดับรายการอื่น ๆ ด้วย
ฝั่งบ้านเราต้องรอดูแล้วล่ะ ว่าเราจะมีโอกาสได้ดูสตรีมมิงรายใหม่เจ้านี้ไหม แล้วเขาจะเอาคอนเทนต์อะไรมานำเสนอเพื่อทาร์เก็ตผู้ชมทั่วโลกบ้าง จะมี Original Content เหมือนของ Netflix ด้วยไหม อันนี้ก็ต้องรอดู













