Google ปล่อยโมเดล AI ล่าสุด Gemini 4 Argon ออกมาให้ใช้งานจริงแล้ว โมเดลนี้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อโปรแกรมเมอร์เท่านั้น แต่ยังอัปเกรดความเก่งรอบด้าน เพื่อให้ทุกคนใช้งานในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้นด้วย มาดูกันว่ามีอะไรน่าสนใจ
- เก่งภาษาและงานเขียนมากขึ้น : Argon พัฒนาทักษะการเขียนให้เป็นธรรมชาติและตรงประเด็น ลดการใช้คำซ้ำซ้อนและสำนวนจำเจ ที่สำคัญคือเข้าใจสไตล์การเขียนของเราได้ดี ไม่ต้องคอยย้ำบ่อย ๆ ว่าอยากได้โทนภาษาทางการหรือเป็นกันเอง (นอกจากว่าอยากได้โทนที่ต่างจากเดิม อันนี้อาจจะต้องบอกอีกที) ที่สำคัญเขาเคลมว่าคุยไม่หลงประเด็นเวลาที่ต้องคุยกันต่อเนื่องยาว ๆ
- จัดการงานซับซ้อนได้ลึกขึ้น : โมเดลนี้เชื่อมต่อกับแอปฯ อื่นกว่า 40 ตัว เพื่อช่วยจัดการงานต่าง ๆ และทำคะแนนเป็นอันดับ 1 บน Vals Index ซึ่งเป็นมาตรวัดความสามารถในการทำงานเฉพาะทางอย่างการเงิน กฎหมาย ภาษี และวิทยาศาสตร์ (ทีม Google เองก็นำไปใช้แก้ปัญหาทางวิศวกรรม รวมถึงงานวิจัยระดับสูงอย่างควอนตัมคอมพิวเตอร์และนิวเคลียร์ฟิวชันด้วย)
- มือขวาคนสำคัญเหล่า Dev : ถ้าใช้ Argon บนแพลตฟอร์ม Antigravity ช่วยเพิ่มปริมาณการส่งโคดแบบอัตโนมัติได้กว่า 35% และเขายังเคลมไว้ว่าช่วยลดปัญหาโคดพังได้ดีเลยล่ะ
- ปลอดภัยและมีขอบเขตชัดเจน : โมเดลถูกฝึกมาให้ปฏิเสธคำสั่งแปลก ๆ และพวกพรอมต์อันตรายอย่างเข้มงวด เช่น การสร้างโคดที่มีจุดประสงค์ร้ายต่าง ๆ ถ้าระบบตรวจเจอทางตันหรือติดข้อจำกัดเรื่องนี้ AI จะหยุดและรอการอนุมัติจากมนุษย์แทนที่จะฝืนหาคำตอบที่อาจเสี่ยงต่อระบบ
สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปที่สมัครแพ็กเกจ Google AI Pro หรือ Ultra จะได้สัมผัสความสามารถของ Gemini 4 Argon ได้ผ่านแอปฯ Gemini และ AI Mode ในหน้าค้นหา ส่วนฝั่งนักพัฒนาใช้งานได้ผ่าน Gemini API (แบบเสียเงิน) บน AI Studio, Android Studio และ Google Antigravity โดย Google มีแผนจะทยอยเปิดตัวโมเดลอื่น ๆ ในตระกูล Gemini 4 ตามมาในเร็ว ๆ นี้ อาจจะเป็นในส่วนของการทำเกมหรือเกี่ยวกับ Visual หรือเปล่านะ เพราะดูเหมือน Banana Pro เองก็ถือว่าธรรมดาไปแล้วเทียบตัวอื่นในตลาดตอนนี้













