เปิดตัวสักทีหลังจากให้รอกันมาเกือบ 10 ปี สำหรับ Tesla Roadster เจน 2 รอบนี้เล่นใหญ่เอาเทคโนโลยีไอพ่นจาก SpaceX มายัดใส่รถ
การเปิดตัวในครั้งนี้จัดขึ้นภายในงาน Roadster Event ที่รัฐเทกซัส ไฮไลต์คือการโชว์ให้รถใช้พัดลมกำลังสูงทำงานร่วมกับไอพ่นขับขึ้นทางลาดแบบตีลังกา หมุนตัวกลางอากาศ แล้วลงจอดบนถนน แถมยังโชว์บินลอยข้าม Cybercab, Cybertruck, Tesla Semi, Model Y และ Model 3 ขณะที่รถกำลังวิ่งอยู่ได้สบาย ๆ
อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ย้ำว่า “นี่คือรถคันจริงที่จะวิ่งบนถนน” พร้อมโชว์เหยียบ 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาแค่ 1 วินาทีเท่านั้น แม้มัสก์เองจะบอกว่ารถพร้อมผลิตในปี 2028 แต่เมื่อดูจากประวัติการเลื่อนแบบนับครั้งไม่ถ้วน ตั้งแต่น้องได้มาโชว์ตัวครั้งแรกในปี 2017 คนในวงการก็ประเมินกันว่า กว่าจะได้เห็นรถบินได้คันนี้ส่งมอบจริง ๆ ก็น่าจะลากยาวไปถึงปี 2030 นู่นเลย
Tesla Roadster ราคา
สเปกเบื้องต้นที่เผยออกมา ตัวรถจะวิ่งได้ระยะทางราว 480 กิโลเมตร/การชาร์จ และทำความเร็วสูงสุดได้ทะลุ 370 กม./ชม. มีทั้งหมด 3 รุ่นย่อย และเปิดให้จองในไทยแล้ว คือ

- Performance รุ่นใช้งานบนถนนทั่วไป มี 2 ที่นั่ง มาพร้อมระบบแอโรไดนามิกแบบแอ็กทีฟและระบบดูดอากาศหลายโหมด เปิดจองแล้วในไทย ! ผู้ที่สนใจจะต้องชำระเงินมัดจำก้อนแรก 178,000 บาททันทีในวันที่จอง (สามารถขอคืนได้เต็มจำนวน) และจะต้องชำระเงินมัดจำส่วนที่เหลืออีก 1,598,000 บาท ภายใน 10 วันนับจากวันจอง
- Thrust รุ่นสเปกสนามแข่ง มี 2 ที่นั่ง เพิ่มเติมด้วยระบบทรัสเตอร์สำหรับการเร่งความเร็ว เปิดให้จองแบบจำกัดจำนวน เร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาไม่ถึง 1 วินาที สำหรับรุ่นนี้ เนื่องจากสินค้ามีจำนวนจำกัด Tesla จึงจำกัดไว้ที่หนึ่งคำสั่งซื้อต่อลูกค้าหนึ่งราย โดยสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกคำสั่งซื้อที่ซ้ำกัน และการซื้อหลายรายการโดยใช้บัญชีหรือหมายเลขโทรศัพท์เดียวกัน รวมถึงคำสั่งซื้อที่มีข้อมูลการชำระเงินหรือที่อยู่เดียวกัน การจองรุ่นนี้จะต้องชำระเงินมัดจำก้อนแรก 178,000 บาทเช่นกัน แต่ส่วนที่เหลือจะต้องชำระอีก 8,695,000 บาท ภายใน 10 วัน
- Rocket รุ่นท็อปสุดที่พร้อมบิน มีแค่ที่นั่งเดียว พร้อมระบบการบินเต็มรูปแบบ รุ่นนี้ซื้อไม่ได้ทั่วไปเพราะสงวนสิทธิ์เฉพาะผู้ได้รับคำเชิญเท่านั้น
ลาร์ส โมราวี (Lars Moravy) รองประธานฝ่ายวิศวกรรมยานยนต์ (Vice President of Vehicle Engineering) Tesla อธิบายว่าตัวรถใช้ไอพ่น 10 ตัวเชื่อมกับถังอากาศอัดความจุ 600 ลิตรที่ชาร์จเติมใหม่ได้ โดยพื้นที่ว่างในรถจะถูกอัดไปด้วยถังแรงดันคาร์บอนไฟเบอร์ (COPVs) ซึ่งเป็นโครงสร้างแบบเดียวกับที่เคยทำให้จรวด SpaceX ระเบิดมาแล้วในอดีต
นอกจากนี้มัสก์บอกตรง ๆ ว่า “ถ้าคุณซื้อ Ferrari ความปลอดภัยก็ไม่ใช่เป้าหมายอันดับหนึ่งเหมือนกัน ถ้าความปลอดภัยคือเป้าหมายอันดับหนึ่งของคุณ อย่าซื้อ Roadster” แต่มัสก์เองก็ทิ้งท้ายว่าจะพยายามไม่ให้มีใครตายในรถคันนี้

ดีไซน์รอบนี้เปลี่ยนจากเส้นสายโค้งมนมาเป็นเหลี่ยมสันดุดัน แบบไม่เกรงใจใคร ชวนให้นึกถึง Lamborghini หรือ Lotus Esprit ของเจมส์ บอนด์ โดยได้แรงบันดาลใจจากเครื่องบินรบ F-35 และเครื่องบินลาดตระเวน SR-71 ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านภาษาการออกแบบจากยุค ‘S3XY’ มาเป็นสไตล์เดียวกับ Cybertruck และหุ่นยนต์ Optimus
อย่างไรก็ดี ต้องรอติดตามกันต่อไปครับว่ารถบินได้จากค่าย Tesla จะราคาเท่าไหร่ ใครที่เล็งไว้และมีเงินถึง ก็เตรียมใจเผื่อเวลากันไว้หน่อย เพราะกำหนดว่าจะมาปี 2028 เมื่อดูจากสถิติที่ผ่านมา หลายคนมองตรงกันว่าปี 2030 ก็ยังไม่รู้ว่าจะได้ขับหรือเปล่า













