ถ้าวันหนึ่งเรากำลังขับรถไปทำงานแบบตาสว่างสุด ๆ ดีดกาแฟมาเต็มสูบ แต่จู่ ๆ รถดันร้องเตือนว่า ‘ตื่นได้แล้วพี่ อย่าหลับใน !’ ฟังดูเหมือนโดนรถกวน ๆ ใช่ไหม แต่จะบอกว่ามันเกิดขึ้นจริง ๆ และไวรัลในต่างประเทศ เห็นว่ามีหนุ่มเอเชียคนหนึ่งเอารถ Lexus มาขับ แล้วโดนกล้องตรวจจับใบหน้าทักว่าเขากำลังหลับตาทั้งที่เจ้าตัวเบิกตาโพลงมองถนนอยู่แท้ ๆ หนุ่มตี๋โดนเข้าแล้วล่ะ
ทำไมรถถึงดูไม่ออกว่าเราตื่นอยู่ ?
กล้องตรวจจับบนแผงหน้าปัดระบบอินฟราเรดรุ่นใหม่จะคอยตรวจสอบระดับการลืมตาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประเมินจากระยะความกว้างที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ควบคู่ไปกับการตรวจจับตำแหน่งของใบหน้า เพื่อส่งสัญญาณแจ้งเตือนผู้ขับขี่ที่อาจกำลังมีอาการหลับในขณะขับรถ
ถ้าไปกางคู่มือของ Lexus ดู จะเห็นเลยว่ากล้องหน้าพวงมาลัยมันคอยจับตาดูเราอยู่ 3 ตำแหน่งคือ ตำแหน่งใบหน้า ทิศทางสายตา และ ‘ระดับการลืมตา’ พูดง่าย ๆ ถ้าอัลกอริทึมคำนวณแล้วรู้สึกว่าตาเปิดกว้างไม่พอมันจะตีความว่าง่วงทันที (ในคู่มือยังบอกไว้ด้วยนะว่าถ้าปรับเบาะหรือพวงมาลัยไม่เป๊ะจนกล้องจับหน้าได้ไม่เต็ม ระบบก็อาจรวนได้เหมือนกัน)
และนี่ก็ไม่ใช่เคสแรกด้วย ก่อนหน้านี้รถค่ายจีน Xpeng ก็มีประเด็นนี้เหมือนกัน โดยมีผู้ขับขี่ในประเทศจีนกำลังเจอปัญหาฮาร์ดแวร์ของระบบ DMS (Driver Monitoring System – ระบบตรวจจับใบหน้า/ดวงตาผู้ขับขี่) ในรถยนต์มีปัญหาในการอ่านและประมวลผลใบหน้าของชาวเอเชีย ปัญหาของรถคือการเอา มาตรฐานแบบเดียวมาวัดตาคนทั้งโลก ระบบตรวจจับความง่วงดันใช้เกณฑ์ตัวเลขตายตัวแค่ค่าเดียวมาตัดสินว่าอันไหนคือลืมตา อันไหนคือหลับตา ทีนี้พอซอฟต์แวร์ตั้งเกณฑ์ความกว้างของดวงตาไว้ระดับหนึ่ง ใครที่เกิดมาตาตี่หรือรูปตาเล็กกว่าเกณฑ์นั้นตามธรรมชาติ ระบบก็จะฟันธงทันทีว่า ‘คุณพี่หลับในแน่ ๆ’
เรื่องนี้ไม่ได้จะสื่อว่ารถตั้งใจบุลลีหรือเหยียดเชื้อชาติแต่อย่างใด แต่มันคือความพังของการตั้งค่า เพราะตอนนักพัฒนาเทรน AI อาจจะป้อนข้อมูลโครงหน้าคนไม่หลากหลายพอ พอมาเจอรูปตาคนเอเชียเข้าจริง ๆ ระบบเลยไปไม่เป็น (แม้จะเป็นรถที่ผลิตโดยคนเอเชียก็ตาม)
ฟังดูเหมือนเรื่องเอาไว้เล่าขำ ๆ แต่ถ้ามองมุมความปลอดภัยตอนกำลังซิ่งอยู่บนถนนขำไม่ออกเลย เพราะมันจะเกิดอาการที่เรียกว่า ‘Alarm Fatigue’ หรือความเหนื่อยล้า/ชินชาต่อเสียงเตือน ลองคิดดูว่าถ้ารถเอาแต่ร้องเตือนทุก 5 นาทีทั้ง ๆ ที่เราก็ไม่ได้ทำอะไรผิด เพียงเพราะเราเกิดมาตาตี่ สุดท้ายคนขับก็จะรำคาญและเลิกสนใจเสียงเตือนไปเอง แล้วถ้าวันไหนเกิดง่วงจริงขึ้นมาแล้วตาจะหลับ รถที่เตือนอยู่ประจำก็อาจเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น อาจเกิดอันตรายได้ง่าย ๆ
ต่อไปนี้ค่ายรถและหน่วยงานที่กำกับดูแลคงต้องรีบกลับไปทำการบ้านเรื่องความหลากหลายของใบหน้ามนุษย์กันใหม่ด่วน ๆ แล้วล่ะ เพราะคนตาตี่คือประชากรกลุ่มใหญ่ของโลกใบนี้ ไหน ๆ จะใส่ระบบตรวจจับการหลับในมาแล้ว ก็ควรทำให้ครอบคลุมใบหน้าและทรงตาของคนทั่วโลกได้













