หมดยุคแพลตฟอร์มขึ้นค่า GP ตามอำเภอใจ เมื่อคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เตรียมออกประกาศควบคุมโครงสร้างค่าบริการและค่า GP ของแพลตฟอร์มเรียกรถ ส่งอาหาร และอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้ร้านค้าและไรเดอร์ โดยคาดว่าจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการภายในวันที่ 18 ธันวาคม 2569
จุดเริ่มต้นมาจากอะไร ?
จุดเริ่มต้นมาจากเสียงร้องเรียนของฝั่งไรเดอร์และร้านอาหารที่เยอะมาก กว่า 90% ของข้อร้องเรียนระบุว่าแพลตฟอร์มมีการปรับขึ้นค่า GP อย่างไม่เป็นธรรมและไม่มีการชี้แจงเหตุผลใด ๆ ข้อมูลจากการตรวจสอบพบว่าตั้งแต่เดือน เม.ย. – ส.ค. 2569 บางแพลตฟอร์มมีการแอบปรับขึ้นค่าบริการไปแล้วถึง 8 รอบ
วรวรรณ ชิตอรุณ กรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ระบุถึงเป้าหมายในครั้งนี้ว่า “การออกประกาศครั้งนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อให้การกำหนดค่าบริการของแพลตฟอร์มมีความโปร่งใส และตรวจสอบได้มากขึ้น พร้อมสร้างความเป็นธรรมให้แก่ผู้ประกอบการ และผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง”
ใครบ้างที่เข้าข่ายโดนคุม ?
ร่างประกาศฉบับนี้จะมุ่งเป้าไปที่ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มรายใหญ่เป็นหลัก โดยแบ่งเกณฑ์ตามการครองตลาด ได้แก่
- กลุ่มมีอำนาจเหนือตลาด : มีส่วนแบ่งตลาดเกิน 33%
- กลุ่มมีอำนาจตลาด : มีส่วนแบ่งตลาดตั้งแต่ 10% – 33%
แพลตฟอร์มที่คาดว่าจะต้องเข้ามาชี้แจงรายละเอียด ได้แก่ ‘แกร็บ’ (Grab), ‘ไลน์แมน’ (LINE MAN) และ ‘โบลท์’ (Bolt) โดยกฎหมายจะไม่เหมารวมรายเล็ก เพื่อเปิดทางให้ผู้เล่นหน้าใหม่สามารถเข้ามาแข่งขันในตลาดได้ กฎใหม่จะบังคับให้แพลตฟอร์มต้องโปร่งใสเรื่องการเก็บค่าบริการทั้ง 5 ประเภท (เช่น ค่าบริการ, ส่วนแบ่งรายได้, ค่ารอคอย ฯลฯ)
หากแพลตฟอร์มจะปรับขึ้นหรือลดอัตราค่าธรรมเนียม จะต้องมีคำอธิบายที่สมเหตุสมผลและสามารถพิสูจน์ได้ว่ามาจากปัจจัยที่เป็นรูปธรรม เช่น ต้นทุนการดำเนินงาน หรือการลงทุนด้านเทคโนโลยี ไม่ใช่การปรับขึ้นราคาตามใจชอบ

การคุมเข้มในครั้งนี้อาจลามถึงอีคอมเมิร์ซ
Shopee, Lazada และ TikTok ก็เตรียมโดนด้วยเช่นกัน ไม่ใช่แค่กลุ่ม Ride-hailing (บริการเรียกรถโดยสารผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน) เท่านั้น แต่แพลตฟอร์มชอปปิงออนไลน์รูปแบบ Multi-sided Platform ก็เตรียมถูกคุมเข้มโครงสร้างราคาผ่านแนวทางกำกับดูแลตามมาตรา 60 ด้วยเช่นกัน
หลัง กขค. ตรวจสอบพบสถิติการขึ้นค่า GP ที่สูงลิ่วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดย Shopee ปรับขึ้นไปแล้ว 10 ครั้ง (รวม 433%), Lazada ปรับขึ้นไปแล้ว 7 ครั้ง (รวม 367%) ส่วน TikTok กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

สำหรับความคืบหน้าของร่างประกาศฯ หลังจากบอร์ด กขค. เห็นชอบไปเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 จะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องเป็นเวลา 30 วันจนถึงวันที่ 20 พฤศจิกายน ก่อนเสนอให้ กขค. พิจารณาอีกครั้งในวันที่ 23 พฤศจิกายน เพื่อให้ประธาน กขค. ลงนามในวันที่ 4 ธันวาคม และคาดว่าจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการภายในวันที่ 18 ธันวาคม 2569
ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการแก้ปัญหาให้กลุ่มที่เดือดร้อนหนักที่สุดอย่าง ‘ร้านค้ารายย่อยและไรเดอร์’ เนื่องจากที่ผ่านมาทั้งสองกลุ่มนี้อยู่ในสถานะที่ไม่มีอำนาจต่อรอง ต้องแบกรับต้นทุนซ้ำซ้อน และสูญเสียกำไรจากการถูกแพลตฟอร์มรายใหญ่ปรับขึ้นค่าธรรมเนียมอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดีต้องรอติดตามกันต่อไปค่ะ ว่าการที่ กขค. จะเข้าคุมเข้มในครั้งนี้จะทำให้ผู้ที่เดือดร้อนจริง ๆ ลืมตาอ้าปากได้รึเปล่า













