Connect with us

Games

รีวิวเกม Pokemon ยอดนักสืบ Great Detective Pikachu

ชม Review เกมโปเกมอนภาคพิเศษที่ต้องรับบทนักสืบ ตามจับคนร้าย

Published

on

Great Detective Pikachu

Great Detective Pikachu
7.6

กราฟิก

8.0/10

เกมเพลย์

7.5/10

ความแปลกใหม่

7.0/10

ความคุ้มค่า

7.5/10

ภาพรวม

8.0/10

จุดเด่น

  • กราฟิกงามๆ การออกแบบดูดี
  • เล่นง่ายแม้เป็นภาษาญี่ปุ่น
  • ราคาถูก

จุดสังเกต

  • เป็นภาษาญี่ปุ่นล้วนๆ

โปเกมอนถือเป็นอีกหนึ่งซีรีส์ในตำนานของวงการเกม ที่ผ่านเวลามา 20 ปีก็ยังคงได้รับความนิยมอย่างถล่มทลาย และนอกจากภาคหลักแล้ว โปเกมอนยังแตกแยกย่อยเป็นเกมภาคพิเศษอีกมากมาย และหลากหลายแนวไม่ว่าจะเป็นเกมแอ็คชั่น เกมสอนวาดรูป ไปจนถึงพินบอล เรียกว่าทุกแนวเกมโปเกมอนเคยลองมากันหมดแล้ว

1454071615-great-detective-pikachu-1-crop

และกับล่าสุดกับ Great Detective Pikachu ที่มาในรูปแบบเกมนักสืบบนเครื่องพกพา 3DS ขายแบบดาวน์โหลด โดยตัวละครหลักจะเป็น ปิกาจู ตัวละครที่ได้รับความนิยมสูงสุดตลอดกาล ที่มาคราวนี้มันจะพูดได้และมีเสียงพากย์เป็นเสียงของผู้ชายที่ดูดุดัน แต่มีเหตุอะไรทำให้มันพูดได้ต้องลองไปเล่นเองไม่บอกเดี๋ยวจะหาว่า สปอยล์ แต่สิ่งที่ทำให้เราประหลายใจอย่างแรกคือการออกแบบที่แตกต่างจากซีรีส์หลักโปเกมอนอย่างสิ้นเชิง เพราะสัดส่วนตัวละครที่สมจริงเหมือนได้ดูการ์ตูนตะวันตก แต่ก็ดูดีไปอีกแบบเพราะกราฟิกมีคุณภาพสูงมากสำหรับ 3DS

รูปแบบการเล่นก็อย่างที่บอกว่ามันคือแนวนักสืบสมองเพชร ที่มีตัวละครหลักเป็นเด็กหนุ่มนาม Tim Goodman และปิกาจู ที่ต้องร่วมมือกันไขปริศนา ที่มีมนุษย์และตัวโปเกมอนมาเกี่ยวข้องอย่างไรก็ตามเกมไม่ได้มีความรุนแรงหรือฉากอะไรที่น่ากลัวดังนั้นเด็กๆก็เล่นได้ไม่มีปัญหา ที่ต้องชมอย่างแรกคือเกมเพลย์ที่เรียบง่ายมากเพราะในตอนแรกคิดว่าต้องยุ่งยากกับคำสั่งที่มากมาย แต่เกมกลับนำเสนอฉากสำรวจแบบเกม RPG ที่เดินคุยๆกับผู้คนและตัวโปเกมอนในเมือง เพื่อสำรวจ หาเบาะแสและหลักฐาน ที่นำพาไปสู่การจับคนร้ายหรือสำรวจหาทางไปต่อ

DetPika1-horz

และเมื่อเราได้ข้อมูลมาต้องกดเข้าโหมดที่ได้พูดคุยกับตัว ปิกาจู เพื่อมาวิเคราะห์หาคนร้าย และปิดคดีแต่มันไม่ได้มีแค่นั้นเพราะมีหลายฉากที่นำเสนอในรูปแบบเกมแอ็คชั่นที่ต้องกดปุ่มตามจังหวะแบบควิกไทม์อีเว้น (แบบ God Of War) เรียกว่ามันเป็นเกมนักสืบที่ไม่น่าเบื่อเลยเพราะมีอะไรให้ทำตลอดเกม และนอกจากค้นหาคนร้ายแล้ว  ในบางฉากเราต้องแก้ปริศนาใช้ท่าไม้ตายของโปเกมอนเพื่อเปิดทางไปต่อ เช่นใช้พลังความเย็นทำให้ลำธารกลายเป็นน้ำแข็งแล้วลงไปเดินข้ามไปอีกฝั่ง และอีกมากมายที่ต่อให้คุณไม่ใช่แฟนเกมแนวนี้ก็สนุกไปกับมันได้

สิ่งที่ดีงามมากคือแม้เกมจะเป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งหมดแต่กับเล่นได้เข้าใจง่าย เพราะการบอกใบ้ของปริศนานำเสนอด้วยภาพวาด และเมนูก็ไม่ซับซ้อน หากคุณเคยเล่นเกม RPG ในยุค 90 ที่เป็นภาษาญี่ปุ่นล้วนๆมาแล้วรับประกันว่าเล่นได้แน่นอนแถมจะง่ายกว่าด้วยซ้ำ สำหรับคนที่ชื่นชอบ โปเกมอน ไม่ควรพลาดเพราะมันมีสิ่งที่ใส่เข้ามาเพื่อเอาใจแฟนๆอย่างมากมาย ผ่านรูปแบบการเล่นที่สนุกและเข้าใจง่าย

ขอบคุณร้านเกม Nadz Project ดิจิตอล เกตเวย์ ชั้น 2

Great-Detective-Pikachu_01-29-16_020-horz

แสดงความคิดเห็น

Games

[รีวิวเกม] Radiant Historia Perfect Chronology เกม RPG ย้อนเวลาฉบับภาษาอังกฤษ

Review เกม Radiant Historia Perfect Chronology บน 3DS มาแล้ว

Published

on

Great Detective Pikachu

Great Detective Pikachu
7.6

กราฟิก

8.0/10

เกมเพลย์

7.5/10

ความแปลกใหม่

7.0/10

ความคุ้มค่า

7.5/10

ภาพรวม

8.0/10

จุดเด่น

  • กราฟิกงามๆ การออกแบบดูดี
  • เล่นง่ายแม้เป็นภาษาญี่ปุ่น
  • ราคาถูก

จุดสังเกต

  • เป็นภาษาญี่ปุ่นล้วนๆ

หากจะพูดถึงค่าย Atlus แล้วแฟนเกมทั่วโลกคงจะคิดถึงเกมแนว RPG ขั้นเทพเพราะชื่อเสียงของเกม Persona และ Shin Megami Tensei ที่แม้อาจจะไม่ได้โด่งดังเท่ากับ Final Fantasy แต่ก็มีแฟนจำนวนมากรอติดตามที่จะเล่น ทำให้หากมีเกมแนว RPG จากค่ายนี้ออกวางขายมันจะถูกจับตามองในทันที

เกริ่นนำ

โดยล่าสุดกับการมาของเกม Radiant Historia Perfect Chronology สุดยอดเกม RPG บน 3DS ฉบับภาษาอังกฤษแม้จะถือว่าออกช้ากว่าฉบับญี่ปุ่นอยู่พอสมควร แต่การที่ 3DS มันล็อคโซนทำให้คนที่มีเครื่องโซนอเมริกายังไงก็ต้องรอ ทำให้การกลับมาอีกครั้งของเกม RPG ย้อนเวลาถือว่ายังคงน่าเล่น เพราะมันสร้างชื่อว่าเป็นเกมที่สนุกเกิดคาดมาตั้งแต่สมัยออกบน Nintendo DS แล้ว และหากคุณไม่ทราบมาก่อนเกม Radiant Historia Perfect Chronology คือภาครีเมคของเกมเก่าที่เคยออกวางขายบน NDS มาแล้ว

กราฟิก

แม้ว่าตัวเกมจะขึ้นชื่อว่าเป็นการรีเมค Radiant Historia ที่เคยออกวางขายบน NintendoDS แต่การกลับมาบน 3DS ดูเหมือนกราฟิกจะไม่ได้อัพเกรดไม่มากนัก เพราะพื้นฐานยังคงเหมือนเดิม ตัวละครก็ยังคงเป็นดอทพิเซลที่เพิ่มความละเอียดมาเล็กน้อย ที่เห็นชัดๆเลยว่าเปลี่ยนคือฉากกว้างขึ้นเพราะขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น และเสริมด้วยคัทซีนที่เป็นการ์ตูนทั้งภาพนิ่งและอนิเมชั่นงามๆที่มีการลงทุนสร้าง และออกแบบงานศิลป์ตัวละครใหม่หมด ตรงจุดนี้เองทำให้เกมดูสดใหม่ขึ้น (ภาคต่อไปขอให้ออกบน Nintendo Switch นะ)

เพลงประกอบ

ดนตรีประกอบถือเป็นจุดเด่นมากเพราะได้คุณ Yoko Shimomura มาทำเพลงให้ซึ่งผลงานที่ผ่านมาของเธอมีทั้ง Final Fantasy 15 หรืองานคลาสสิกอย่าง Front Mission ทำให้มีเพลงที่โดดเด่นติดหูอยู่หลายเพลง แต่ที่ดูเหมือนเกินหน้าเกินตาเพลงประกอบคือเสียงพากย์ที่ใส่เข้ามาแทบจะทุกฉากสำคัญในเกม และข่าวดีสำหรับแฟนเกมที่ชอบเสียงพากย์ญี่ปุ่น เพราะในภาคนี้จะมีเสียงพากย์เดิมๆจากเวอร์ชั่นญี่ปุ่น แต่จะมีบทบรรยายและเมนูทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ ทำให้เราสามารถสัมผัสความยอดเยี่ยมของการพากย์ต้นฉบับได้ไปพร้อมกับเข้าใจเรื่องราว

รูปแบบการเล่น

เกม Radiant Historia ถือเกมแนว RPG เทิร์นเบส ที่โบราณสุดๆเพราะยังมีการเลือกใช้คำสั่งเพื่อโจมตี ใช้ท่าไม้ตาย หรือเติมพลัง แถมยังมีฉากต่อสู้แบบ 2D เหมือนกับ Final Fantasy ภาคเก่ายิ่งทำให้ดูเชย แต่เมื่อได้เล่นแล้วมันแทบจะไม่มีความเชยของเกม RPG ในอดีตเลยเพราะเกมเพลย์มีความเร็วสูงมาก สามารถสู้เสร็จเทิร์นภายในไม่ถึงนาที(ศัตรูธรรมดา) และการที่เป็นภาษาอังกฤษทำให้เราอ่านเมนูได้เข้าใจ และสามารถรู้ถึงคุณสมบัติของท่าไม้ตาย ซึ่งมันมีประโยชน์และจำเป็นมากต่อการเล่น

เพราะรูปแบบการต่อสู้จำเป็นต้องใช้ไม้ตายให้ถูกกับรูปแบบของฉากต่อสู้ ที่จะแบ่งเป็นช่องๆรวมทั้งหมด 9 ช่อง โดยศัตรูในเกมจะอยู่ตามช่องซึ่งผู้เล่นสามารถเลือกท่าไม้ตายให้ตรงศัตรูที่อยู่ในช่อง เราจะสามารถโจมตีโดนเป็นหมู่คณะได้ แน่นอนว่าเกมได้ใส่ท่าไม้ตายมาเพื่อใช้งานโดยเฉพาะเช่นท่าผลักหรือดึงให้ศัตรูมารวมกันเป็นกลุ่มแล้วอัดทีเดียวพร้อมกัน จุดนี้ผู้เล่นต้องคำนึงถึงและต้องใช้ให้ชำนาญเพราะมันจำเป็นมากต่อการเล่น

ส่วนฉากในเมืองและดันเจี้ยนในเกมจะนำเสนอด้วยมุมมองด้านบน ภาพในเกมดูเหมือนจะมีมิติแต่จริงๆแล้วมันก็คือเกม 2D มุมกล้องด้านบนที่ดูเข้าใจง่าย ฉากในเกมไม่ได้ซับซ้อนะไรมากและมีระบบ Map ที่ดีดูง่ายเมนูทำได้ดีและเมื่อมาแปลเป็นภาษาอังกฤษแล้วยิ่งเข้าใจง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก

แน่อนว่าเกมของค่าย Atlus ในยุคนี้ได้ใส่โหมดง่ายสำหรับมือใหม่ที่อยากลองเล่น ซึ่งในเกม Radiant Historia ก็มีมาให้เลือกที่นอกจากตัวเกมส่วนใหญ่จะง่ายแล้ว ในโหมดง่ายนี้เราจะสามารถโจมตีศัตรูโดยตรงในฉากแผนที่ได้ โดยไม่ต้องตัดเข้าฉากต่อสู้ทำให้การเก็บเลเวลทำได้รวดเร็วอย่างมาก แต่อาจดูเหมือนง่ายไปหน่อยจนเกมหมดสนุกแนะนำให้เลือกการเล่นแบบปรกติน่าจะดีกว่า

การย้อนเวลา

อีกจุดเด่นของเกม Radiant Historia คือการย้อนเวลา ที่เราจะสามารถไปแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดได้ โดยการย้อนเวลาจะทำได้ผ่านจุด Save ที่เป็นหนังสือ โดยจะแบ่งออกเป็น Timeline ที่ดูง่ายเราสามารถเลือกช่วงเวลาที่ต้องการจะกลับไปได้ แม้ว่าจะไม่ได้มีอิสระมากมายเพราะเกมล็อคไว้ว่าต้องกลับไปช่วงเวลาไหน แต่ก็มีทางแยกที่ให้เราเลือกเล่นเพื่อได้สัมผัสกับเรื่องราวที่แตกต่าง และเป็นจุดเด่นที่เหมาะมากสำหรับเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษทำให้เราทราบเรื่องราวและเหตุผลในการย้อนเวลามาแก้ไข

การแก้ปริศนา

การแก้ปริศนาในเกมมีการเล่นกับการย้อนเวลา เช่นการอัพเกรดตัวละครแล้วใช้ท่าใหม่ๆเพื่อเปิดทางไปต่อ เช่นเราลงไปฉากที่เป็นเหมืองในครั้งแรกแล้วไม่สามารถเข้าไปได้ ก็ให้เราย้อนเวลาไปเอาสกิลใช้ระเบิดแล้วย้อนกลับมา เราก็จะเข้าไปในเหมืองได้ แน่นอนว่าเราต้องย้อนไปมาเพื่อหาทางไปต่อกันตลอดทั้งเกม ส่วนนี้ทำให้เกมสนุกและแตกต่างจาเกมอื่น

เกมมีความยาวพอสมควรเพราะนอกจากเรื่องราวหลักที่เราต้องเล่นแล้ว ยังมีเควสย่อยอีกมากมายรอให้เราไปค้นหาอีกเพียบ หากคุณเป็นแฟนเกม RPG จากค่าย Atlus ถือว่าไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่บ่อยครั้งนักที่จะมีคนสร้างเกมแนว RPG เทิร์นเบสแท้ๆแต่มีความหลากหลายในการเล่าเรื่องราว และมีความรวดเร็วในการเล่น ถือว่าเป็นเกมฟอร์มดีในยุคท้ายๆ ของเครื่อง 3DS แล้ว ซึ่งถ้าหากมันจะมีภาคต่อคงจะไปออกบน Nintendo Switch แน่นอน

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Games

[รีวิวเกม] Dissidia Final Fantasy NT (PS4) ตำนานไฟนอลฉบับเกมต่อสู้

Review เกม Dissidia Final Fantasy NT ตำนานเกมต่อสู้ของซีรีส์ไฟนอล มาแล้ว

Published

on

Great Detective Pikachu

Great Detective Pikachu
7.6

กราฟิก

8.0/10

เกมเพลย์

7.5/10

ความแปลกใหม่

7.0/10

ความคุ้มค่า

7.5/10

ภาพรวม

8.0/10

จุดเด่น

  • กราฟิกงามๆ การออกแบบดูดี
  • เล่นง่ายแม้เป็นภาษาญี่ปุ่น
  • ราคาถูก

จุดสังเกต

  • เป็นภาษาญี่ปุ่นล้วนๆ

สำหรับแฟนๆซีรีส์ Final Fantasy ถือว่าการได้สัมผัสตัวละครในตำนานในเกมรูปแบบอื่นที่ไม่ใช่ RPG ถือว่าเป็นความสนุกในฝันเพราะเป็นที่รู้กันว่าจุดเด่นของซีรีส์ ไฟนอลคือตัวละครที่โดดเด่น ที่สามารถครองใจผู้เล่นได้ ทำให้การมาของ Dissidia Final Fantasy NT บน PS4 น่าสนใจเกินหน้าเกินตารูปแบบการเล่นในทันที เพราะมันคือการรวมดาวตัวละครไฟนอลมาครบทุกภาคในรูปแบบเกมต่อสู้

เกริ่นนำ

เกม Dissidia Final Fantasy NT บน PS4 ต้นฉบับออกบนเกมตู้มาเป็นปีแล้ว แต่การที่มันเปิดให้เล่นในญี่ปุ่นก่อน ทำให้แฟนๆชาวไทยอาจจะไม่เคยเล่น ซึ่งหากย้อนไปไกลอีกหน่อยมันเคยออกบน PSP มาแล้วโดยเป็นการนำตัวละครไฟนอลมามัดรวมกันแล้วปรับเปลี่ยนแนวเป็นแอ็คชั่นต่อสู้แบบ 3 มิติที่มีความเป็น Final Fantasy ครบถ้วนไม่ว่าจะเป็นกราฟิกและท่าไม้ตายที่อลังการงานสร้างรวมทั้งฉากและตัวละคร โดยในภาคใหม่จะได้ “ทีมนินจา” มาสร้างยิ่งน่าสนใจเพราะทีมนี้ถือว่าถนัดสร้างเกมแอ็คชั่นอยู่แล้ว

กราฟิก

กราฟิกในเกมอยู่ในระดับดี แม้มันไม่ได้สร้างจากค่าย Square Enix โดยตรงแต่ก็ถ่ายทอดความเป็น Final Fantasy ได้อย่างครบถ้วน แถมยังออกแบบตัวละครในตำนานที่มีมาตั้งแต่สมัยแฟมิคอม 8Bit มาเป็นตัวละครในเกมยุคใหม่ได้น่าสนใจโดยเฉพาะตัวละครคลาสสิกจากภาคสามที่มาในรูปแบบหลากหลายอาชีพ ส่วนเฟรมเรตของเกมก็ลื่นไหลดีแม้จะเล่นหลายคนในโหมดออนไลน์ก็ไร้อาการกระตุกต่างจากสมัยตัวเดโม

เพลงประกอบ

เพลงในเกมถือเป็นจุดเด่นอย่างมากเพราะมันเป็นการรวมฮิตเอาเพลงจากซีรีส์ Final Fantasy มารวมกันทุกภาค โดยมีเพลงในตำนานของหลายภาคที่ใส่มาแบบแทบไม่ได้ปรับเปลี่ยนเหมือนเป็นการเอาใจแฟนเกมไฟนอลทั้งรุ่นใหม่และรุ่นใหญ่ ส่วนเสียงพากย์ในเกมก็จัดเต็มมากันทุกตัว โดยตัวละครดังๆในตำนานก็มีเสียงพากย์ที่เหมือนกับต้นฉบับด้วย นอกจากนี้ผู้เล่นยังสามารถเปลี่ยนเพลงประกอบได้เองตามใจชอบด้วย

เกมเพลย์

รูปแบบการเล่นเป็นเกมแนวต่อสู้แบบ 3 ต่อ 3 ที่มีมุมกล้อง 3D แบบมองจากด้านหลังของตัวละคร ที่ผู้เล่นสามารถปรับเปลี่ยนได้เอง โดยแต่ละตัวละครจะมีความคล่องตัวสูงผู้เล่นสามารถใช้ท่าพุ่งตัวเข้าหาเป้าหมายอย่างรวดเร็วได้ ทำให้เกมเพลย์รวดเร็วเหมือนกับการต่อสู้แบบฉบับที่ซีรีส์ ไฟนอลใช้มาตลอด และเกมมีระบบโจมตีที่เป็นเอกลักษณ์ โดยมีทั้งแบบ Brave Attack ที่เป็นท่าไม้ตายที่รุนแรง และทำให้ทีมศัตรูเสียค่า Break Bonus และยังมีท่า HP Attack ที่เมื่อโจมตีทีมคู่แข่งจะส่งผลให้ค่า Break Bonus เพิ่ม

นอกจากนี้ยังมีท่าไม้ตายพิเศษที่แตกต่างของตัวละครที่เรียกว่า EX Skills ที่รับประกันความรุนแรง ที่นอกจากจะใช้เพื่อโจมตีคู่แข่งแล้วยังส่งผลกับสถานะของตัวละครเช่นเพิ่มพลังโจมตี , ป้องกัน หรือเติมพลัง และยังมีท่าที่ส่งผลกับทีมศัตรูเช่นพิษ หรือให้ตาบอดชั่วคราว และแน่นอนว่าซีรีส์ไฟนอล ต้องมีมนต์อสูร มาให้ใช้ที่เราต้องค่อยๆเก็บสะสมพลังแล้วเรียกมันมาใช้งาน ซึ่งแต่ละตัวมีท่าไม้ตายที่แตกต่างกันแถมยังมีมากันแทบจะครบทุกตัว (ตัวที่ดังๆ) เช่น Bahamut,Ifrit,Leviathan,Odin,Shiva และอีกมากมายหลายตัว ในตอนแรกจะมีมาให้ใช้เพียง 1 ตัวแต่จะค่อยๆปลดล็อคออกมาให้ได้ใช้งานกัน โดยรวมท่าไม้ตายในเกมเน้นความรวดเร็วและต้อง ชิงไหวชิงพริบกันตลอด และการเล่นเป็นทีมสำคัญมาก

ส่วนตัวละครในเกมก็มีการยัดใส่มาตั้งแต่ภาคแรกๆอย่างนักรบแห่งแสง จนถึง เจ้าชาย Noctis Lucis Caelum จากภาค 15 และยังมีภาคพิเศษอย่าง Final Fantasy Tactics และตัวละครจาก Final Fantasy Type-0 มาให้เลือกเล่นด้วย รวมแล้ว(ตอนนี้) มีทั้งหมด 28 ตัว โดยโหมดหลักๆในเกมจะมีโหมดเล่นออฟไลน์ ที่ผู้เล่นสามารถจัดทีมออกไปต่อสู้กับตัวละครฝ่าย Com เพื่อสะสมค่าพลัง , เงิน และยังได้ Memoria มาปลดล็อคสิ่งใหม่ๆในโหมดเนื้อเรื่องเช่นคัทซีนงามๆ ส่วนโหมดออนไลน์ที่น่าประทับใจเพราะมีความลื่นไหลอย่างมาก แม้ว่าการรอเพื่อนร่วมกันเล่นอาจจะใช้เวลานานไปนิด แต่เราสามารถสนุกแบบไม่กระตุกแบบเดียวกับโหมดออฟไลน์ และยังปรับแต่งการแข่งได้ตามต้องการได้ด้วย ซึ่งเมื่อชนะจะได้ค่าพลัง และคะแนนมาปลดล็อคสิ่งใหม่ๆเช่นกัน

ความคุ้มค่า

เกม Dissidia Final Fantasy NT อาจจะไม่ได้มีโหมดมากมาย แต่ก็มีตัวละครระดับตำนานให้เลือกเล่นจำนวนมาก และยังมีการปลดล็อคสิ่งใหม่ๆเช่นความสามารถของตัวละคร หรือชุดใหม่ รวมทั้งไอเทมเสริมหรืออสูรเพิ่มเติม ทำให้ผู้เล่นอยู่กับเกมได้ยาวนานเพราะมีอะไรซ่อนอยู่เพียบ แถมในอนาคตทีมงานยังจะมีการอัพเกรดสิ่งใหม่ๆเพิ่มเข้ามาให้เล่นเพิ่มอีกแน่(แต่ต้องเสียเงิน)


และความดีงามตามที่บอกมาทั้งหมดทำให้การกลับมาอีกครั้งของเกมต่อสู้ของซีรีส์ไฟนอล อย่าง Dissidia Final Fantasy NT มีดีมากพอที่จะหามาเล่น ต่อให้ไม่ใช่แฟนซีรีส์ไฟนอล วัดกันที่เกมเพลย์ล้วนๆ ก็ยังถือว่าสนุกพอตัวแม้จะไม่ได้มากมายเท่ากับเกมต่อสู้ขั้นเทพหลายเกมแต่ก็มีสิ่งให้ผู้เล่นค้นหามากกว่าที่คิด

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Games

[รีวิวเกม] Secret Of Mana ตำนานเกม RPG ฉบับภาษาไทย บน PS4

Review เกม Secret Of Mana บน PS4 , PSvita มาแล้ว

Published

on

Great Detective Pikachu

Great Detective Pikachu
7.6

กราฟิก

8.0/10

เกมเพลย์

7.5/10

ความแปลกใหม่

7.0/10

ความคุ้มค่า

7.5/10

ภาพรวม

8.0/10

จุดเด่น

  • กราฟิกงามๆ การออกแบบดูดี
  • เล่นง่ายแม้เป็นภาษาญี่ปุ่น
  • ราคาถูก

จุดสังเกต

  • เป็นภาษาญี่ปุ่นล้วนๆ

ตามมาติดๆสำหรับเกมที่มี ซับภาษาไทย และคราวนี้เป็นการกลับมาของเกม RPG ในตำนานอย่าง Secret Of Mana ที่เคยออกวางขายบนเครื่อง Super Famicom ในยุค 90 มาคราวนี้ถูกหยิบขึ้นมาปัดฝุ่นสร้างใหม่หมดแบบรีเมค ลง PS4 , PSvita และ PC แค่นี้แฟนเกมชาวไทยอยากเล่นแล้วเพราะมันคือตำนานของวงการเกม RPG ในยุค 90

โดยเกม Secret Of Mana ต้นฉบับออกบน Super Famicom นับเป็นภาคที่สองของซีรีส์ Mana (ภาคแรกออกบน Gameboy) โดยมีความโดดเด่นเพราะมันเป็นเกมที่ค่าย square enix หมายมั่นที่จะสร้างให้เป็นเกมแอ็คชั่น RPG ระดับเทพไม่แพ้ Zelda และอย่างที่บอกว่าการปัดฝุ่นทำใหม่ในครั้งนี้คือการรีเมคใหม่หมดแบบเหมือนคนละเกม ไม่ได้ยกมาขายใหม่เฉยๆ แบบเกมที่ออกบน Nintendo Switch

เนื่องจากมันเป็นการสร้างใหม่ขึ้นมาทั้งหมดทำให้กราฟิกในเกมอยู่ในระดับ HD ที่มีการสร้างด้วยโพลิกอน 3D ไม่ได้เป็นดอทพิกเซลเหมือนกับต้นฉบับ แต่ข้อจำกัดของเกมเพลย์แบบเดิม ทำให้มุมมองของเกมจะถูกจำกัดแค่ด้านบนตามแบบฉบับเกมแอ็คชั่น 2D แต่เชื่อเถอะว่ามันดูดีและมีความน่ารัก แบบการ์ตูน แม้ว่ารายละเอียดมันจะเหมือนเกมสมัย PS3 ก็ตาม ส่วนดนตรีก็มีมาให้เลือกทั้งแบบคลาสสิกและแบบปรับแต่งใหม่ อีกทั้งเสียงพากย์ในเกมก็จัดเต็มแม้ว่าจะไม่มีการพากย์ไทยแต่ก็ถือว่าทำได้ยอดเยี่ยมแล้ว

ต่อเนื่องด้วยการแปลเป็นภาษาไทย ที่อยู่ในเกมแนวแฟนตาซีทำให้มีการใช้คำที่ดูจักรๆวงศ์ๆอยู่บ้าง แต่โดยรวมแล้วถือว่าแปลได้ดี ส่วน font ไทยในเกมตัวเล็กไปหน่อย บางครั้งจะดูกลืนไปกับฉากแต่ก็ยังอ่านรู้เรื่อง และที่ต้องชื่นชมคือเกม Secret Of Mana เป็นเกมแนว RPG ที่มีบทพูดมากมาย ทำให้การมีภาษาไทยจำเป็นอย่างมาก ที่ต่อให้ไม่ต้องอ่านบทสรุปเราก็รู้ได้ว่าต้องไปทำอะไรที่ไหนตลอด ต่างจากเกมภาษาไทยก่อนหน้านี้อย่าง Shadow of the Colossus ที่มีบทพูดน้อยกว่า อย่างไรก็ตามใครที่ต้องการบทสรุปก็ไปอ่านของต้นฉบับบน Super Famicom ได้เลยเพราะมันเหมือนเดิม

แม้กราฟิกจะเปลี่ยนไปแต่เกมเพลย์แทบจะเหมือนเดิม 100% ที่มาแนวแอ็คชั่น RPG มุมมองด้านบนที่เรียบง่ายมองภายนอกคล้ายกับเกม Zelda แต่พอได้สัมผัสเกมจะมีความแตกต่างพอสมควร ไล่ตั้งแต่การโจมตีที่จะต้องรอชาร์จพลังให้เต็ม 100% ถึงจะอัดแรงทำให้เราเข้าไปโจมตีรัวๆไม่ได้ ฟังดูไม่ดีแต่นั้นทำให้เกมแตกต่างและผู้เล่นจะสนุกกับการจับจังหวะเพื่อให้โจมตีได้รุนแรง

ตามด้วยการเล่นได้หลายคนตัวละคร เพราะเกมมี 3 ตัวละครหลักที่ผู้เล่นสามารถเปลี่ยนเล่นได้ตามใจ และยังสามารถเล่นกับเพื่อนพร้อมกันได้ด้วย และยังโดดเด่นด้วยระบบอาวุธที่มีหลายประเภทให้เลือกเปลี่ยน และทุกตัวละครสามารถใช้ได้หมด และอาวุธยังมีเลเวลที่เมื่อใช้ไปเรื่อยๆเราจะใช้ได้เชี่ยวชาญมากขึ้น และยังมีนำไปอัพเกรดด้วยการตีอาวุธได้เช่นกันถือว่าเป็นระบบที่เรียบง่ายไม่มีรายละเอียดมาก และอาวุธบางประเภทจะใช้งานมากกว่าโจมตี เช่นขวานใช้เปิดทางไปต่อ หรือแส้ที่ใช้ข้ามไปยังพื้นผิวที่แตกต่างได้ ส่วนพลังเวทก็มีให้ใช้ตามเทพที่ได้มา และก็มีหลากหลายประเภทที่ไว้โจมตี , เพิ่มพลัง และสายสนับสนุน ที่ช่วยแก้ปริศนาในเกมด้วย

ที่สำคัญการที่มีภาษาไทยให้อ่านทำให้เราสนุกไปกับการเล่าเรื่อง ที่บางครั้งอ่านแล้วอดที่จะอมยิ้มไม่ได้ แต่ที่ต้องติเล็กน้อยคือฉากและดันเจี้ยนในเกมไม่ค่อยจะซับซ้อนเท่าที่ควร ปริศนาออกแบบมาให้แก้อย่างง่ายๆ บอสในเกมก็ไม้ได้มีวิธีจัดการที่ซับซ้อนอะไร แต่ก็สนุกและมีกลิ่นของความเป็นเกมในยุค 90 พอให้แฟนเก่าหายคิดถึงกันด้วย

สรุปแล้วการกลับมาของเกม Secret Of Mana ฉบับรีเมคบน PS4 , PSvita ถือว่าตอบสนองความต้องการของแฟนเกมต้นฉบับได้แบบไม่มีที่ติ เพราะมันคือเกมเดิมๆ ที่เปลี่ยนกราฟิกและไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเกมเพลย์มากมายอะไร แต่หากคุณเป็นคนรุ่นใหม่ที่ไม่เคยเล่นต้นฉบับแล้วอยากลองก็ไม่ผิดอะไร อย่างไรก็เกมเพลย์อาจจะดูเชยไปหน่อยเพราะในยุคนี้ที่รูปแบบการเล่นควรจะซับซ้อนกว่านี้ แต่หากมองโดยรวม Secret Of Mana ยังถือเป็นเกมที่คุ้มค่ายิ่งเทียบกับราคาขายที่ไม่แพงใครอยากได้เกม RPG ภาษาไทยไปเล่นแบบรู้เรื่องราวไม่ควรพลาด

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!