Connect with us

Computer Tips

รีวิว Ashampoo Burning Studio โปรแกรมไรท์แผ่นฟรี คุณภาพเทียบเท่า Nero ใช้ง่าย

Published

on

9.2

ความใช้งานง่าย

10.0/10

ฟีเจอร์ครบครัน

9.0/10

ความสวยงามของหน้าตาโปรแกรม

8.5/10

จุดเด่น

  • ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน
  • ไม่ใช่ทรัพยากรเครื่องสูงมาก
  • ฟีเจอร์ค่อนข้างเยอะกว่าฟรีแวร์ตัวอื่นในประเภทเดียวกัน
  • ไม่มีโปรแกรมอื่นๆ ที่รกเครื่อง แถมมา

จุดสังเกต

  • ไรท์แผ่นหนัง Blu-ray ไม่ได้ (แต่ไรท์ไฟล์ทั่วไปลงแผ่น Blu-ray ได้)
  • ไม่สามารถ Backup ข้อมูลลงอุปกรณ์พกพาได้
  • ไม่มีบริการ Support จากทางผู้ผลิต
  • รองรับเฉพาะ Windows

สวัสดีครับ ไม่ทราบว่ายังมีผู้อ่านเว็บแบไต๋ท่านใดจำเป็นต้องไรท์แผ่น CD, DVD หรือไรท์แผ่นเทคโนโลยีใหม่อย่าง Blu-ray ไหมครับ ถ้ายังต้องใช้ แล้วอยากหาโปรแกรมไรท์แผ่นดีๆ ความสามารถครบเครื่อง ใช้งานง่ายเทียบเท่าโปรแกรมเสียเงินอย่าง Nero แถมยังเบาเครื่องกว่าด้วย ขอแนะนำ “Ashampoo Burning Studio Free Edition” ครับ

ภาพหน้าจอโปรแกรม Ashampoo Burning Studio 6 Free ที่เคยแจกฟรีมาก่อน

ก่อนที่จะรีวิว ทีมงานขอแนะนำประวัติบริษัท Ashampoo ก่อนนะครับ บริษัท Ashampoo นั้นเป็นบริษัท Software จากประเทศเยอรมัน ซึ่งมีสินค้าประเภท Software มากมาย สามารถเข้าไปดูได้ที่ www.ashampoo.com บริษัทนี้ก่อตั้งในปี 1995 ถือว่าเปิดกิจการมานานแล้ว

โปรแกรมส่วนใหญ่ของค่ายนี้จะขายนะครับ ต้องซื้อลิขสิทธิ์มาใช้งาน แต่ทีนี้มีโปรแกรมตัวนึงจากบริษัทนี้แบ่งออกเป็น 2 Version คือ “Ashampoo Burning Studio” ซึ่งเป็นโปรแกรมสำหรับไรท์แผ่นนั่นเอง โดยจะแบ่งออกเป็น Ashampoo Burning Studio ตัวเสียเงินที่พัฒนาถึง Version 2017 แล้ว

ภาพหน้าจอโปรแกรม Ashampoo Burning Studio 2016 ที่วางจำหน่ายครั้งแรกในปี 2016

แต่มีอีกตัวนึงเป็น Version Freeware ครับ ใช้ชื่อว่า “Ashampoo Burning Studio Free” ซึ่งเท่าที่ทีมงานทดสอบแล้ว ฟีเจอร์ต่างจากตัวเสียเงินแค่

  1. ไม่สามารถ Backup ข้อมูลลงอุปกรณ์พกพาได้
  2. ไม่สามารถไรท์หนังลงแผ่น Blu-ray ได้ (แต่สามารถไรท์ไฟล์ต่างๆ ลงแผ่น Blu-ray ได้นะ)
  3. ไม่มีโปรแกรมออกแบบปกแผ่นมาให้
  4. ไม่มีบริการ Support จากทางผู้ผลิต

ถ้าคุณรับได้กับการไม่มีฟีเจอร์เหล่านี้ ผมขอแนะนำโปรแกรมนี้ครับ ดีและฟรีแน่นอน ไม่ต้องไปลงของเถื่อนอยาก Nero แครก และฟีเจอร์ค่อนข้างครบครันเมื่อเทียบกับโปรแกรมไรท์แผ่นแบบ Freeware ตัวอื่นๆ

  • วิธีดาวน์โหลด/ติดตั้ง/เปิดใช้งาน

เข้าเว็บ www.ashampoo.com แล้วคลิก Downloads

 

หา “Ashampoo Burning Studio FREE” แล้วดาวน์โหลดมาติดตั้งเลย

ขั้นตอนนึงของการติดตั้ง จะเจอหน้าจอแบบนี้ ให้คลิกที่ “Get free activation key”

จะพาไปที่หน้าเว็บไซต์ลงทะเบียนขอคีย์ฟรีจาก Ashampoo ให้ใส่อีเมล์ของท่านแล้วคลิก “Request full version key” จากนั้นทำตามขั้นตอนบนเว็บเล็กน้อย

จากนั้นจะได้คีย์ในการใช้ Activate ก๊อปไปได้เลย

นำมาใส่ในตัวติดตั้งแล้วคลิก “Activate now!”

เมื่อขึ้นแบบนี้แสดงว่าเรียบร้อย กด Next แล้วติดตั้งจนเสร็จได้เลย ไม่มีอะไรแถมมาแอบแฝงครับ

โปรแกรมติดตั้งเสร็จเรียบร้อย พร้อมใช้งานได้ทุกเมื่อ ฟรี 100% หน้าตาและวิธีการใช้งานคล้าย Nero Express เลย

 

  • ทำไมเว็บแบไต๋ต้องแนะนำตัวนี้ แม้ว่ามีโปรแกรมไรท์แผ่นฟรีๆ ตัวอื่นๆ อยู่แล้ว

เท่าที่ทีมงานทดสอบมาหลายโปรแกรมในบรรดา Freeware ทั้งหมด พบว่าโปรแกรม Ashampoo Burning Studio ฟรีนั้นมีความสามารถครบเครื่องที่สุดครับลองดูความสามารถของโปรแกรมนี้ได้เลยครับว่าทำอะไรได้บ้าง

 

Burn Data สำหรับไรท์แผ่นข้อมูลธรรมดา และสามารถเพิ่มข้อมูลในแผ่นได้กรณีเป็นแผ่นประเภทใส่ข้อมูลเพิ่มได้อย่าง DVD+R

Backup + Restore สำหรับทำการ Backup (สำรองข้อมูล) และคืนค่าข้อมูล (Restore)

Music สำหรับไรท์แผ่นเพลง โดยสามารถทำได้ทั้งไรท์ Audio CD (20 เพลงต่อแผ่น ความคมชัดของเสียงสูง รายละเอียดครบไม่มีบีบอัด), ไรท์แผ่น MP3 หรือ WMA โดยมีการแปลงไฟล์ต้นฉบับเป็น 2 นามสุกลนี้โดยอัตโนมัติ, ไรท์แผ่นเพลงตามไฟล์ต้นฉบับไม่มีการแปลง และนอกจากนี้ยังสามารถดึงเพลงจาก Audio CD (Rip) มาเก็บเป็นไฟล์ได้ด้วย

Movie สำหรับไรท์แผ่นภาพยนตร์ โดยสามารถทำได้ทั้งไรท์แผ่นภาพยนตร์ DVD, VCD, SuperVCD รวมถึงสามารถไรท์แผ่นภาพยนตร์ตามไฟล์ต้นฉบับไม่มีการแปลง

Copy Disc สำหรับทำสำเนาแผ่น

Disc Image สำหรับจัดการไฟล์ image พูดง่ายๆ ก็ .iso นั่นแหละครับ สามารถทำได้ทั้งเอา image ไรท์เป็นแผ่น หรือสร้างไฟล์ image ไว้ใช้ก็ได้ โดยทำได้ทั้งดึงจากแผ่นมาเป็น image หรือสร้าง image จากไฟล์ในเครื่อง

สุดท้าย ฟีเจอร์ลบข้อมูลในแผ่น สำหรับพวกแผ่นลบได้เช่นแผ่นที่ลงท้ายด้วย RW ทั้งหลาย

  • ถึงว่า Ashampoo Burning Studio Free ไม่มีโปรแกรมออกแบบปกแผ่นมาให้ แต่ Ashampoo ก็ทำโปรแกรมแยกแจกฟรีนะ

อย่างที่เคยบอกกันไปว่า Ashampoo Burning Studio ตัวฟรี ไม่มีโปรแกรมออกแบบปกแผ่นมาให้ แต่ว่าเขาก็ทำโปรแกรมแยกมาแจกฟรี ป๋ามากๆ เลย โดยใช้ชื่อว่า “Ashampoo Cover Studio” แต่ระวังนิดนึง ตัว Ashampoo Cover Studio นั้นต่างจาก Ashampoo Burning Studios Free ที่แนะนำไปก่อนหน้านี้ตรงที่ โปรแกรม Ashampoo Cover Studio นั้นแจกฟรีเฉพาะการนำไปใช้กับผู้ใช้ตามบ้านที่ไม่แสวงหากำไรเท่านั้น ถ้าใช้เพื่อแสวงหากำไร ใช้ตามบริษัทห้างร้าน ต้องซื้อลิขสิทธินะครับ แต่ถ้าคุณเข้าเงื่อนไขนี้ ไปดาวน์โหลดได้ฟรีเลย

 

1. เข้าเว็บ www.ashampoo.com แล้วคลิก Downloads

2. หา “Ashampoo Cover Studio” แล้วดาวน์โหลดมาติดตั้งเลย และทำการติดตั้งโดยใช้วิธีเดียวกับ Ashampoo Burning Studio ลงทะเบียนขอคีย์ฟรี (แต่ใช้คีย์ร่วมกันไม่ได้นะ ต้องขอแยกทั้ง Ashampoo Burning Studio และ Cover Studio แต่วิธีการเหมือนกัน)

ติดตั้งเสร็จแล้วใช้งานได้เลย เปิดใช้งานได้ทุกเมื่อ

*หมายเหตุ

  • โปรแกรม Ashampoo Burning Studio Free รองรับ Windows XP, Vista, 7, 8, 8.1, 10 และใหม่กว่า
  • โปรแกรม Ashampoo Cover Studio รองรับ Windows 7, 8, 8.1, 10 และใหม่กว่า (ไม่รองรับ XP, Vista)

แสดงความคิดเห็น

Computer Tips

[แบไต๋ทิป] วิธีลงฟอนต์หลายๆ ตัวในครั้งเดียวบน Linux

Published

on

By

9.2

ความใช้งานง่าย

10.0/10

ฟีเจอร์ครบครัน

9.0/10

ความสวยงามของหน้าตาโปรแกรม

8.5/10

จุดเด่น

  • ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน
  • ไม่ใช่ทรัพยากรเครื่องสูงมาก
  • ฟีเจอร์ค่อนข้างเยอะกว่าฟรีแวร์ตัวอื่นในประเภทเดียวกัน
  • ไม่มีโปรแกรมอื่นๆ ที่รกเครื่อง แถมมา

จุดสังเกต

  • ไรท์แผ่นหนัง Blu-ray ไม่ได้ (แต่ไรท์ไฟล์ทั่วไปลงแผ่น Blu-ray ได้)
  • ไม่สามารถ Backup ข้อมูลลงอุปกรณ์พกพาได้
  • ไม่มีบริการ Support จากทางผู้ผลิต
  • รองรับเฉพาะ Windows

สวัสดีครับ วันนี้แบไต๋ทิปมานำเสนอวิธีลงฟอนต์หลายๆ ตัวในครั้งเดียวบน Linux นะครับ ซึ่งปกติหลายท่านอาจจะรู้จักวิธีลงฟอนต์ใน Linux แลวว แต่เป็นการดับเบิลคลิกติดตั้งทีละฟอนต์ ซึ่งเชื่อว่าอยากได้วิธีที่ลงได้หลายๆ ตัวในคราวเดียวเหมือนกับที่ติดตั้งบน Window  นะครับ ไปดูกันเลย

  • เปิดโฟลเดอร์  “Home” หรือ “บ้าน”

  • ทำการสร้างโฟลเดอร์ชื่อ “.fonts”

  • ทำการเข้าสู่โฟลเดอร์ .fonts โดยการพิมพ์ .fonts เพิ่มในช่อง Address แล้วกด Enter

  • จากนั้นทำการก๊อปฟอนต์หลายๆ ตัวมาไว้ที่นี่เลยครับ สามารถใส่เพิ่มได้เรื่อยๆ ไม่ต้องทำครั้งเดียวก็ได้ (การเพิ่มฟอนต์ในครั้งต่อไปก็เข้าโฟลเดอร์ .fonts ตามวิธีที่เสนอไปแล้วได้เลย)
  • เมื่อทำตามขั้นตอนดังกล่าวแล้วลองทดสอบดู จะพบว่าสามารถใช้งานฟอนต์ที่ลงไว้ได้แล้ว

*วิธีนี้ทดสอบกับ LinuxMint (ขณะที่ทดสอบเป็นรุ่น 18.3 xfce) ซึ่ง based จาก UBUNTU (Linux สาย Debian)

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Computer Tips

[แบไต๋ทิป] มาเพิ่มปฏิทินการแข่งขันบอลโลก World Cup 2018 ลงคอม-มือถือของคุณ

Published

on

By

9.2

ความใช้งานง่าย

10.0/10

ฟีเจอร์ครบครัน

9.0/10

ความสวยงามของหน้าตาโปรแกรม

8.5/10

จุดเด่น

  • ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน
  • ไม่ใช่ทรัพยากรเครื่องสูงมาก
  • ฟีเจอร์ค่อนข้างเยอะกว่าฟรีแวร์ตัวอื่นในประเภทเดียวกัน
  • ไม่มีโปรแกรมอื่นๆ ที่รกเครื่อง แถมมา

จุดสังเกต

  • ไรท์แผ่นหนัง Blu-ray ไม่ได้ (แต่ไรท์ไฟล์ทั่วไปลงแผ่น Blu-ray ได้)
  • ไม่สามารถ Backup ข้อมูลลงอุปกรณ์พกพาได้
  • ไม่มีบริการ Support จากทางผู้ผลิต
  • รองรับเฉพาะ Windows

ช่วงนี้ก็เป็นช่วงแห่งบอลโลก 2018 นะครับ แบไต๋ทิปก็ไม่พลาดที่จะนำทิปการใช้ไอทีให้เข้ากับช่วงนี้มาแบ่งกันกันนะครับ หนึ่งในนั้นก็คือ “เพิ่มปฏิทินการแข่งขันบอลโลก World Cup 2018 ลงคอม-มือถือของคุณ” ให้สามารถกดเข้าดูและรับการแจ้งเตือนง่ายๆ วิธีการเป็นอย่างไรมาดูเลย

สำหรับคอมพิวเตอร์ Windows

  • จะได้ไฟล์นี้

  • คลิกขวาแล้วเลือก Open with เลือกเปิดกับ App Calendar (หรือใครจะเลือก Outlook หรือโปรแกรมปฏิทินที่ใช้อยู่ก็ตามสะดวกเลย)

  • กด “Add to calendar” เท่านี้ปฏิทินการแข่งขัน World Cup 2018 ก็จะเข้ามาอยู่ในคอมพิวเตอร์ของเราแล้ว กดดูแมทช์การแข่งขันได้ง่ายๆ จากปฏิทินในคอมของคุณเลย

สำหรับคอมพิวเตอร์ Mac

  • เมื่อทำการเปิดไฟล์ จะพบหน้าจอนี้ให้กด “Subscribe”

  • จากนั้นให้ตั้งค่าต่างๆ ตามต้องการเช่นให้ Sync เข้าเมลไหน Sync iCloud หรือไม่ รวมถึงสีและการแจ้งเตือน แล้วคลิก OK เท่านี้ปฏิทินการแข่งขัน World Cup 2018 ก็จะเข้ามาอยู่ในคอมพิวเตอร์ของเราแล้ว กดดูแมทช์การแข่งขันได้ง่ายๆ จากปฏิทินในคอมของคุณเลย

สำหรับมือถือ Android

  • คลิกตามภาพเพื่อดาวน์โหลดและกดเปิดไฟล์ที่ดาวน์โหลดแล้ว
  • เลือกว่าจะเปิดใน App ปฏิทินตัวไหน เช่น App ปฏิทินของเครื่องแต่ละยี่ห้อ หรือ App Google Calendar หรือ App อื่นๆ

  • กรณีใช้ App Google Calendar ให้คลิก “เพิ่มทั้งหมด” และเลือกว่าจะให้ Sync เข้าเมลไหน หรือว่าให้อยู่ในเครื่องนี้เฉยๆ จากนั้นกด “เพิ่มทั้งหมด”
  • กรณีใช้ App ปฏิทินของเครื่องแต่ละยี่ห้อ (ในที่นี้ใช้ Huawei) ให้คลิก “ตกลง” และเลือกว่าจะให้ Sync เข้าเมลไหน หรือว่าให้อยู่ในเครื่องนี้เฉยๆ
  • เพียงเท่านี้ปฏิทินการแข่งขัน World Cup 2018 ก็จะเข้ามาอยู่ในมือถือของเราแล้ว กดดูแมทช์การแข่งขันได้ง่ายๆ จากปฏิทินในมือถือของคุณเลย

สำหรับมือถือ iPhone, iPad, iPod Touch

  • กดดาวน์โหลดตามภาพ

  • คลิกที่ “เพิ่มทั้งหมด” และคลิกที่ “เสร็จ” เพียงเท่านี้ปฏิทินการแข่งขัน World Cup 2018 ก็จะเข้ามาอยู่ในมือถือของเราแล้ว กดดูแมทช์การแข่งขันได้ง่ายๆ จากปฏิทินในมือถือของคุณเลย

สำหรับมือถือ Windows 10 Mobile (Windows Phone 10)

  • กดดาวน์โหลดตามภาพ

  • กด “บันทึก” และคลิกไฟล์ที่ดาวน์โหลดมา
  • จะให้คลิกเพื่อเลือกว่าจะให้ Sync ลงอีเมลไหนหรือว่าให้ลงเฉพาะบนเครื่องนี้เท่านั้น
  • ทำการกด เซฟ เพียงเท่านี้ปฏิทินการแข่งขัน World Cup 2018 ก็จะเข้ามาอยู่ในมือถือของเราแล้ว กดดูแมทช์การแข่งขันได้ง่ายๆ จากปฏิทินในมือถือของคุณเลย

อ้างอิงจาก: Mashtips

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Computer Tips

แนะฟีเจอร์เด็ด Windows 10 รุ่นล่าสุด Spring Creators Update ส่งไฟล์แบบ AirDrop ได้แล้ว

Published

on

By

9.2

ความใช้งานง่าย

10.0/10

ฟีเจอร์ครบครัน

9.0/10

ความสวยงามของหน้าตาโปรแกรม

8.5/10

จุดเด่น

  • ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน
  • ไม่ใช่ทรัพยากรเครื่องสูงมาก
  • ฟีเจอร์ค่อนข้างเยอะกว่าฟรีแวร์ตัวอื่นในประเภทเดียวกัน
  • ไม่มีโปรแกรมอื่นๆ ที่รกเครื่อง แถมมา

จุดสังเกต

  • ไรท์แผ่นหนัง Blu-ray ไม่ได้ (แต่ไรท์ไฟล์ทั่วไปลงแผ่น Blu-ray ได้)
  • ไม่สามารถ Backup ข้อมูลลงอุปกรณ์พกพาได้
  • ไม่มีบริการ Support จากทางผู้ผลิต
  • รองรับเฉพาะ Windows

เปิดให้อัพเดตหรือดาวน์โหลด ISO ไปติดตั้งกันแล้วสำหรับ Windows 10 รุ่น 1803 (Spring Creators Update) หลายคนอาจจะอัพกันแล้ว บางคนก็อาจยังไม่ได้อัพ วันนี้จะมาแนะนำว่ามีอะไรใหม่ๆ เจ๋งๆ บ้าง ไปดูกัน

ฟีเจอร์แชร์ไฟล์คล้ายกับ Airdrop ของ Apple

สามารถแชร์ไฟล์ไปยังเครื่องใกล้เคียงได้ง่ายๆ โดยทำงานผ่าน Bluetooth หรือ Wi-Fi หรือว่าจะเลือกแชร์ให้กับเครื่องที่ใช้ Microsoft Account เดียวกันเท่านั้นก็ได้ ผ่านทางอินเทอร์เน็ต เพียงแค่เปิดฟีเจอร์จากเมนู “Shared experiences” ใน Settings (รูปเฟือง) และไปที่ System เมื่อเปิดเสร็จต้องการใช้งานให้คลิกขวาที่ไฟล์แล้วกด Share

 

ปิดการแจ้งเตือนต่างๆ ได้

หลักการเดียวกับ “โหมดห้ามรบกวน” ของมือถือ สามารถตั้งค่าได้จากเมนู “Focus assist” ใน Settings (รูปเฟือง) และไปที่ System

Activity history ฟีเจอร์ย้อนดูประวัติการเปิดโปรแกรมต่างๆ ได้ 30 วัน

หากเราไปที่ Privacy ใน Settings (รูปเฟือง) จะมี “Activity History” ทำให้สามารถตั้งค่าว่าอยากให้เก็บประวัติหรือไม่ และต้องการ Sync กับเครื่องอื่นที่ใช้ Microsoft Account เดียวกันไหม และสามารถเคลียร์ประวัติได้ด้วย

วิธีการใช้งานเพียงแค่กดไอคอนรูปตามภาพ

โดยปกติจะแสดงหน้าจอโปรแกรมที่เราเปิดไว้ ณ ปัจจุบัน แต่หากเลื่อนๆ ดูจะพบประวัติการใช้งานก่อนหน้าดังภาพ

Microsoft Edge เพิ่มฟีเจอร์ ปิดเสียงแท็บง่ายๆ

เพียงแค่คลิกขวาที่แท็บที่ต้องการปิดเสียงแล้วกด “Mute tab”

พิมพ์หรือแปลงเป็น PDF จากหน้าเว็บด้วย Microsoft Edge ได้เป็นระเบียบขึ้นด้วย “Clutter-Free Printing”

เพียงแค่ปรับ “Clutter-Ftrr printing” เป็น On จะทำการปรับสัดส่วนหน้าเว็บที่จะพิมพ์ลงกระดาษหรือแปลงเป็น PDF ให้ดูสวยงามเป็นระเบียบมากขึ้นโดยอัตโนมัติ

เก็บข้อมูลบัตรเครดิตของคุณทำให้กรอกบนเว็บต่างๆ ได้สะดวกขึ้น

ใช้ Cortana ควบคุม Spotify

หากท่านตั้งค่า Windows Region Format เป็นประเทศที่ใช้ Cortana ได้เช่น อเมริกา (United State) จะสามารถสั่งงานจาก Cortana ได้

  1. เกมบาร์

เมื่อกดปุ่มโลโก้ Windows + G บนคีย์บอร์ด จะพบกับ “Game Bar” คุณจะสามารถอัดวิดีโอหน้าจอได้ เซฟไฮไลท์การเล่นเกมของคุณและแชร์ให้เพื่อนได้

รองรับจอภาพระบบ HDR เต็มรูปแบบ

https://www.theverge.com/circuitbreaker/2017/4/21/15384614/dell-ultrasharp-up2718q-monitor-4k-hdr-hdr10

และมาพร้อมกับเครื่องมือ Calibration เพื่อให้แน่ใจว่าจอภาพแสดงสีได้ตรง

สามารถตั้งคำถามกันลืมรหัสผ่าน Windows แบบ Local Account ได้

เมื่อคุณตั้งรหัสผ่าน Windows ด้วย Local Account จะสามารถตั้งคำถามเพื่อยืนยันการลืมรหัสผ่านของคุณได้

ปรับแต่งความเป็นส่วนตัวง่ายขึ้น

เพียงแค่ค้นหา “privacy” ใน Settings จะสามารถตั้งค่าได้ว่า จะให้ทาง Microsoft เก็บข้อมูลของท่านเพื่อนำไปปรับปรุง พัฒนา Windows 10 ในรุ่นต่อไปว่ามีขอบเขตแค่ไหน Basic หรือ Full และต้องการให้เก็บค่าการวินิจฉัยการทำงาน (Diagnostics) หรือไม่

สามารถปรับการทำงานระหว่างการ์ดจอออนบอร์ดและการ์ดจอแยกในผ่านตัว Windows ได้เลย

เพียงไปที่ Settings และไปที่ System จากนั้นคลิกที่ Display จะสามารถปรับการทำงานระหว่างการ์ดจอออนบอร์ดและการ์ดจอแยกในผ่านตัว Windows เลย โดยเลือกให้ทำงานต่างกันในแต่ละ App ได้ ไม่จำเป็นต้องไปทำที่ Software ของการ์ดจอ

Pin Contact บน Taskbar ได้เพิ่มขึ้น ทำให้อ่านอีเมลและสถานะของ Contact คุณได้อย่างสะดวกขึ้น

มีระบบแนะนำคำและ Auto Correct

เมื่อค้นหา “Typing” ใน Start จะพบว่าเมื่อเข้า Typing Setting สามารถเปิดการแนะนำคำที่พิมพ์และแก้คำผิดอัตโนมัติได้ (เหมือนในมือถือ) แม้จะไม่ใช้คีย์บอร์ดทัชสกรีนก็ตาม

จำกัดการใช้ข้อมูลได้ ในกรณีท่านใช้เน็ตแบบคิดปริมาณข้อมูล

ใครที่ใช้เน็ตแบบคิดปริมาณข้อมูล เช่นเน็ต 3G/4G แบบมีการนับปริมาณการใช้ สามารถตั้งค่าจำกัดการใช้ข้อมูลได้ เพียงแค่พิมพ์ Data usage ใน Settings

มีฟอนต์ขายบน Store

อ้างอิง: Lifehacker

ภาพหัวข้อข่าว: remondmag

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!