Connect with us

Games

[Review เกม ] Zelda Breath of the Wild หนึ่งในเกมยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล

มาแล้ว Review เกม Zelda : Breath of the Wild ภาคล่าสุดบน Switch และ WiiU มาดูกันว่ามันจะสุดยอดแค่ไหน

Published

on

The Legend of Zelda: Breath of the Wild

The Legend of Zelda: Breath of the Wild
9.8

กราฟิก และงานออกแบบ

9.0 /10

เกมเพลย์

10.0 /10

ความแปลกใหม่

10.0 /10

ความคุ้มค่า

10.0 /10

ภาพรวม

10.0 /10

จุดเด่น

  • โลกกว้างๆที่ทำอะไรก็ได้
  • เกมเพลย์สนุกมาก
  • ความหลากหลายในเกม
  • งานออกแบบงามๆ
  • ปริศนาที่ซับซ้อน

จุดสังเกต

  • ออกบน Switch ที่มีราคาแพงส่วน WiiU ก็ตกรุ่นไปแล้ว
  • เฟรมเรตตกในบางฉาก

หลังจากปล่อยให้คอเกมรอกันนานแสนนานในที่สุดเกมฟอร์มยักษ์อย่าง The Legend of Zelda: Breath of the Wild ก็ได้ออกมาให้คอเกมทั่วโลกได้สนุกไปกับ Zelda ภาคที่ผู้สร้างได้ยืนยันว่ามันเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของซีรีส์

โดย The Legend of Zelda: Breath of the Wild เป็นอีกหนึ่งเกมที่ใช้เวลาสร้างยาวนานมาก เพราะหลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2014 ก็ได้เลื่อนวันวางขายมาตลอด จนต้องมาออกพร้อมกัน 2 เครื่องทั้ง WiiU และ Nintendo Switch ทำให้มันยิ่งกลายเป็นจุดเด่นเพราะ Zelda คือเกมเดียวที่โดดเด่นบน Switch และหลังจากได้คะแนนเต็ม 10 จากหลายสำนักรีวิวทำให้มันกลายเป็นกระแสในทันที

และสัมผัสแรกภาพในเกมถือว่าน่าประทับใจมากๆ จริงอยู่ที่ความละเอียดสูงสุดบน Switch จะอยู่ที่ 900p และเฟรมเรต 30 FPS ที่มีอาการร่วงบ้าง แต่โดยรวมแล้วมันคืองานศิลปะที่ยอดเยี่ยม งานออกแบบฉากทำได้ดีเต็มไปด้วยรายละเอียด เช่นความละเอียดของพื้นผิวที่ทำได้ดีมีการตกกระทบของแสงเงาที่แตกต่างกันของช่วงเวลา และยังเคลื่อนไหวตามสภาพอากาศชนิดที่เกมยุคใหม่บางเกมยังไม่ได้ใส่ใจรายละเอียดขนาดนี้

ส่วนตัวละครในเกมสร้างออกมาโดยอิงการออกแบบมาจากการ์ตูนอนิเมะ ที่ดูดีมากแม้ว่าจะอยู่บนจอ HD ทีวี ก็ยังมีความคมชัดและจะดียิ่งกว่าเมื่อมาอยู่บนจอของ Switch ส่วนงานออกแบบโดยรวมเหมือนกับการ์ตูนจากค่าย จิบลิ อย่าง Princess Mononoke

ส่วนระบบเสียงถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่(มาก) ของซีรีส์ เพราะมีเสียงพากย์เป็นครั้งแรก(ไม่นับภาค Cdi และภาคเสริม) และถือว่าเป็นเสียงพากย์จากมืออาชีพที่มีคุณภาพมาก แต่อย่างไรก็ตาม Link ก็ยังคงเป็นใบ้เหมือนเดิม และจะมีเสียงพากย์เฉพาะฉากสำคัญเท่านั้นไม่ได้มีตลอดเวลา แต่ที่ต้องชมคือเพลงประกอบที่เลือกความเงียบพร้อมเสียงบรรยากาศ แต่เมื่อเจอศัตรูหรือสถานที่สำคัญดนตรีจะขึ้นแถมเป็นเพลงธีมที่ไพเราะติดหูระดับเดียวกับ Zelda ทุกภาคที่ผ่านมา

รูปแบบการเล่นของ Zelda: Breath of the Wild ถือความโดดเด่นที่สุดเพราะมันได้กลายร่างเป็นเกม Open World เต็มตัว ที่มีโลกกว้างมากๆอย่างไม่น่าเชื่อว่าปู่นินจะทำแนวโลกอิสระได้ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ และแม้มันจะกว้างแต่ก็เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ป่า หมู่บ้าน และศัตรู ซึ่งหากคุณดูผ่านๆคงคิดว่าไม่มีอะไรแต่พอเล่นจริงๆแล้วมีรายละเอียดมากจนแม้แต่แมลงตัวเล็กๆก็ใส่เข้ามา

ส่วนองค์ประกอบของเกมถูกปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ เพราะจากเดิม Link ต้องออกเดินทางหาดันเจี้ยนเพื่อได้อาวุธ หรือไอเทมใหม่และเดินทางหาที่ต่อไป แต่ใน Breath of the Wild  นอกจาก Link ต้องออกทำเควส หลักแล้วอีกประเด็นคือเราต้องออกค้นหา Shrine ที่อยู่ตามจุดบนแผนที่โดยมันเป็นมินิดันเจี้ยนที่มีการแก้ปริศนาในฉากที่สั้นๆ เพื่อเก็บไอเทม และ Spirit orb

โดยมันมี Shrine ให้เล่นกันถึงหลักร้อย ทำให้แม้จะไม่ยาวแต่เมื่อเทียบปริมาณแล้วมันน่าทึ่งมาก และคุณต้องทำเพราะ Shrine เป็นเหมือนจุดวาร์ป และ Spirit orb ก็ใช้เอาไปแลกเป็นพลังหัวใจ หรือจะเลือกเพิ่มพลังความอึดได้ด้วย ซึ่งมีประโยชน์มากเวลาคุณวิ่งหนีศัตรู , ปีนเขา , ว่ายน้ำและอีกหลายอย่างที่ใช้ค่าพลังนี้

อีกทั้งปริศนาใน Shrine แม้จะไม่ยาวแต่ก็เต็มไปด้วยความซับซ้อนมาก และแทบจะไม่มีการบอกใบ้ ไม่เหมือนเกมรุ่นใหม่ที่แทบจะบอกทุกอย่าง และยังมีความหลากหลายมีทั้งการแก้ปริศนาโดยใช้ไอเทม หรือการใช้ระบบจับการเคลื่อนไหวของ Joy-con และยังมีศัตรูขั้นเทพที่รอท้าทายผู้เล่น โดย Shrine ที่มีมากมายในช่วงแรกเราต้องค้นหาเองไม่มีบอกบนแผนที่ แต่พอเราอัพเกรด Sheikah Slate แล้วจะมีเสียงเตือนเมื่อเราอยู่ใกล้ๆ Shrine

ส่วนโลกกว้างๆของเกมที่กว้างสมกับเป็น Open World จริงๆ แถมไปได้แทบจะทุกที่ พร้อมกับความสามารถใหม่ของ Link ที่จะปีนป่ายไปได้แทบจะทุกที่ แต่จะมีค่าพลังความอึดกำหนดไว้ (ซึ่งอัพเกรดได้) ถือเป็นมิติใหม่ที่เสริมความหลากหลายให้เกมน่าเล่นขึ้น และส่งผลให้แม้ว่ามันจะเป็นครั้งแรกที่เปลี่ยนแปลงมาใช้โลกกว้างๆแต่มันกลับทำได้แทบจะเหนือกว่าเกมโลกอิสระแท้ๆหลายเกมเลยด้วยซ้ำ

ระบบอาวุธและเครื่องป้องกันเป็นอีกหนึ่งที่เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นแม้ว่ามันจะพังง่ายเสียเหลือเกิน ใช่แล้วดาบ หรือโล่ รวมทั้งอาวุธหลายประเภทสามารถพังได้ แถมยังพกพาไปแบบจำกัดด้วย ดังนั้นผู้เล่นต้องวางแผนกันดีๆ อีกทั้งในฉากต่อสู้กับบอสในบางครั้งไม่มีไอเทม แม้แต่หัวใจตกให้เติมพลังเหมือนกับเกม Zelda ทั่วๆไป ทำให้ความโหดเพิ่มขึ้นมาก เพราะไม่มีการอำนวยความสะดวกเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ฟังดูเหมือนจะยุ่งยากแต่ก็ไม่ได้รู้สึกลำบากในการเล่นแม้แต่น้อย และที่ชอบอย่างมากคือประเภทของอาวุธที่มีทั้งแต่ ดาบหลายขนาด และยังมี หอก , ท่อนไม้ , บูมเมอแรงไปจนถึงอาวุธเทพๆที่รอให้เราไปค้นหาในโลกกว้างๆจนคุณคาดไม่ถึง

ระบบแอ็คชั่นในการต่อสู้ถือเป็นไฮไลท์ที่โดดเด่นมาก แม้ว่าภาคหลังๆ Zelda เริ่มใส่ความเป็นแอ็คชั่นที่ต้องใช้ฝีมือมากขึ้น แต่ภาคนี้ทำได้เข้มข้นมาก มีการใช้ท่าสโลว์โมชั่นเพื่อหน่วงเวลาในการต่อสู้กับศัตรู รวมทั้งอาวุธชนิดต่างๆก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน เช่นดาบยักษ์ที่มีพลังทำลายสูงแต่โจมตีได้ช้า หรือหอกใช้โจมตีระยะไกลได้ รวมทั้งยังมีอาวุธแบบพิเศษที่ปล่อยพลังท่าไม้ตายได้ รวมทั้งเรายังมาประยุกต์ กับรูปแบบของไอเทมได้เรียกว่ามันไม่มีที่ติในส่วนนี้เลยแม้แต่น้อย

ส่วนไอเทมพิเศษที่ช่วยในการแก้ปริศนาแม้ว่าจะดูไม่เยอะแต่ก็มีความหลากหลายเพราะมีทั้ง Remote Bomb ที่เป็นระเบิดแบบกลม , Remote Bomb ระเบิดแบบสี่เหลี่ยม ,  Magnesis พลังแม่เหล็ก ,  Stasis หยุดเวลาวัตถุให้อยู่นิ่งๆ และ Cryonis สร้างน้ำแข็งบนพื้นน้ำได้ และมันไม่ได้มีไว้แก้ปริศนาเท่านั้น เรายังเอาไปประยุกต์เพื่อเดินทางไปยังจุดที่เราไปไม่ได้ในแบบปรกติ ที่สมชื่อเกมแนว Open World รวมทั้งไอเทมสำคัญอย่างเครื่องร่อนที่ช่วยให้เราท่องไปในดินแดนอันกว้างใหญ่ได้

นอกจากนี้พวกเครื่องป้องกันเช่นเสื้อผ้าที่ส่งผลกับ Link เช่นเสื้อผ้าป้องกันความหนาว หรือชุดพิเศษที่เสริมความสามารถเช่นว่ายน้ำ ส่วนความอิสระในการเลือกช่องทางการเล่นก็ถือเป็นความโดดเด่น เช่นเมื่อเราเดินทางไปยังดินแดนที่มีความหนาวถึงจุดเยือกแข็งที่พลังชีวิตของเราละต่อยๆลดลงเรื่อยๆ วิธีแก้นอกจากชุดกันความเย็นมาใช้แล้วยังมีวิธีการอื่นเช่นกินอาหารที่เพิ่มความทนทานความหนาว และยังทำได้ด้วยการถือคบเพลิง หรือไม้ติดไฟ เรียกว่ามีอิสระในการเลือกวิธีการเล่นแบบที่คุณคาดไม่ถึง

ความอิสระในการเดินเรื่องที่สามารถไปไหนก็ได้จะเดินไปหาบอสใหญ่เลยก็ได้ตั้งแต่ช่วงแรกๆของเกม อย่างไรก็ตามการบอกว่าเราต้องไปทำอะไรที่ไหนต่อ หรือ Quest หลักๆของเกมจะบอกจุดบน Map ที่ต้องไป แต่ระหว่างทางหาเส้นทางไม่ได้มีการลงรายละเอียดซึ่งเป็นสิ่งที่เกม Zelda ใช้มานาน แต่คนที่เคยชินกับเกมยุคใหม่ๆอาจจะงงๆว่าต้องไปทำอะไรต่อ แต่พอทำความเข้าใจแล้วการออกท่องโลกโดยไม่ต้องมีอะไรบอกมากมายกลับเป็นความท้าทายอย่างแท้จริง

แน่นอนว่าความยากของภาคนี้เพิ่มขึ้นหลายเท่า เพราะแม้แต่ศัตรูธรรมดาก็ตบเราตายได้อย่างง่ายดาย เช่นเดียวกับบอส ที่มีท่าไม้ตายที่ลดพลังหัวใจของเราได้อย่างรวดเร็วผิดกับเกม Zelda ภาคก่อนๆมาก เรียกว่าเดินๆอยู่ดีๆก็อาจตายได้ในพริบตา จนสื่อนอกต่างจากให้นิยามว่ามันคือ Dark Souls ของ Nintendo กันเลย แต่มันก็ไม่ได้ยากจนเกินไปหากเตรียมตัวมาดี อาวุธเครื่องป้องกันที่จำเป็นครบ และรู้จุดอ่อนของศัตรูโดยเฉพาะบอส ก็จะผ่านไปได้ (แต่ไม่ง่ายเหมือนเมื่อก่อนแน่)รวมทั้งเรายังมีอิสระในการเลือกวางกลยุทธ์ในการต่อสู้ไม่ว่าจะเป็นแบบลอบเร้นลอบโจมตี หรือ ใช้สภาพอากาศให้เป็นประโยชน์ ซึ่งหากวางแผนกันดีๆก็สามารถกำจัดศัตรูได้คราวละหลายตัว

อีกความยอดเยี่ยมคือเหล่า สัตว์จักรกลยักษ์ Divine Beasts ที่เราต้องเข้าไปภายในตัวมัน ที่เหมือนเป็นดันเจี้ยนหลักของภาคนี้ ที่ดูภายนอกอาจจะไม่ได้ยาวนัก แต่การแก้ปริศนาทำเราปวดหัวได้ง่ายๆหากเล่นรอบแรก เพราะมันซับซ้อนที่เราต้องงัดเอาทุกอย่างที่เรามีเพื่อแก้ และยังมีการใช้กลไกบังคับเพื่อปรับเปลี่ยนฉากภายในที่เพิ่มความยากขึ้นไปอีก จนมีบางปริศนาผู้เล่นที่ผ่านการเล่น Zelda มาทุกภาคยังอุทานออกมาว่ามันคิดออกมาได้ยังไง และเหมือนเป็นการคอบโจทย์ของเกมยุคใหม่ที่ต้องไม่ยาวมากเกินไป อีกทั้งเราสามารถ Save ได้แทบจะทุกที่ทุกเวลา และจะกลับมาเริ่มต้นที่จุด Save ไว้ไม่ได้เริ่มใหม่ทั้งฉากเหมือน Zelda บางภาค

ปิดท้ายกับระบบเสริมที่จำเป็นอย่างการทำอาหารที่ทุกคนต้องใส่ใจมาก เพราะเกมนี้ไม่ได้มีพลังชีวิตที่เป็นหัวใจซ่อนอยู่ในฉากแล้ว เราต้องออกค้นหาวัตถุดิบแล้วปรุงเป็นอาหารที่จะช่วยเพิ่มค่าพลังและไม่ใช่แค่พลังชีวิต มันยังเพิ่มความฮึดหรือทำให้เราทนความเย็นได้ เช่นเดียวกับ “ม้า” ที่ในเบื้องต้นผู้เล่นต้องไปจับม้าที่อยู่ในป่ามาแล้วไปลงทะเบียน เราจะสามารถผิวปากเรียกมาใช้งานได้ แต่ด้วยความสมจริงหากม้าอยู่นอกระยะแล้วต่อให้เรียกมันก็ไม่มา

การกลับมาของ Link ในเกม Zelda Breath of the Wild ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ถูกที่ควร เพราะสามารถผสมผสานความเป็นเกม Zelda กับ Open World ได้ลงตัวมาก มีสิ่งใหม่ๆอยู่ในเกมมากมาย จนอาจพูดได้ว่ามันคือ Zelda Ocarina of Time ของยุคนี้ได้เลย ใครมี WiiU และ Nintendo Switch ไม่ควรพลาด เพราะความยอดเยี่ยมของมันขนาดให้ลงทุนซื้อเครื่องเพื่อมาเล่นเกมนี้เกมเดียวยังคุ้มเลย

ขอบคุณร้านเกม Nadz Project ดิจิตอล เกตเวย์ ชั้น 2

แสดงความคิดเห็น

Games

เพลินๆ ไปกับการดูแลศิลปินเกาหลีกับเกม “StarPop”

Published

on

The Legend of Zelda: Breath of the Wild

The Legend of Zelda: Breath of the Wild
9.8

กราฟิก และงานออกแบบ

9.0 /10

เกมเพลย์

10.0 /10

ความแปลกใหม่

10.0 /10

ความคุ้มค่า

10.0 /10

ภาพรวม

10.0 /10

จุดเด่น

  • โลกกว้างๆที่ทำอะไรก็ได้
  • เกมเพลย์สนุกมาก
  • ความหลากหลายในเกม
  • งานออกแบบงามๆ
  • ปริศนาที่ซับซ้อน

จุดสังเกต

  • ออกบน Switch ที่มีราคาแพงส่วน WiiU ก็ตกรุ่นไปแล้ว
  • เฟรมเรตตกในบางฉาก

ใครที่เป็นแฟนคลับศิลปินเกาหลี ต้องชอบเกมที่จะแนะนำวันนี้แน่ๆ เพราะเกมที่จะแนะนำวันนี้เป็นเกมที่จะทำให้คุณสามารถเทคแคร์ศิลปินเกาหลีได้แบบเต็มอิ่ม ไม่ว่าจะพาไปแต่งตัว ไปจ่ายตลาด ทำอาหารให้ทาน พาไปตกปลา ไปคาเฟ่ ฯลฯ เรียกได้ว่าวันทั้งวันคุณจะฟินกับการใช้ชีวิตกับศิลปินเกาหลีที่คุณชื่นชอบเลยล่ะ!

เกมที่เราจะพูดถึงกันในวันนี้ก็คือเกม “StarPop” โดยเมื่อเปิดเริ่มเกมเข้ามา ตัวเกมจะให้เราเลือกศิลปินที่เราอยากเทคแคร์ ซึ่งก็มีศิลปินมากหน้าหลายตาให้เราเลือก

ซึ่งเราก็สามารถพาศิลปินที่เราชอบไปทำกิจกรรมต่างๆ ได้ โดยมีสถานที่ให้ไป 20 กว่าที่เลยทีเดียว และแต่ละสถานที่ก็จะมีกิจกรรมให้เราทำ เช่น ห้องแต่งตัว ห้องครัว ตลาด สวนต้นรัก ฯลฯ

สิ่งที่เราต้องทำคือจัดการเคลียร์ Daily Mission ให้ครบ ซึ่งก็มีกิจกรรมต่างๆ ให้เราทำ ไม่ว่าจะเป็นการทำอาหารให้ศิลปินทาน ทำงานตามตารางงานของบริษัทให้ครบ ปลูกต้นไม้ ออกเดท เป็นต้น

และการทำกิจกรรมต่างๆ ก็ต้องใช้เวลาตามที่เกมกำหนดถึงจะสำเร็จ เช่น ไปออกรายการ ใช้เวลา 5 นาที เราก็ต้องรอ 5 นาทีจริง เพื่อทำกิจกรรมนั้นให้สำเร็จ

โดยกิจกรรมต่างๆ ที่เราทำ ก็จะต้องใช้พลังงานของศิลปิน หากพลังงานเหลือน้อยเราก็ต้องพาศิลปินไปนอนหลับ

หรือหากศิลปินหิว เราก็ต้องทำอาหารให้ทาน ซึ่งเราสามารถดูว่าพลังงานเหลือมากน้อยเพียงใดจากสัญลักษณ์รูปสายฟ้าด้านบน และช้อนส้อม

การทำกิจกรรมบางอย่างภายในเกม ก็จะต้องอาศัยเมล็ดถั่วและเพชร ในการดำเนินการด้วย ซึ่งหากเราทำกิจกรรมต่างๆ สำเร็จ ก็จะได้กลับมาเป็นรางวัลเช่นกัน ซึ่งก็มีหลายวิธีในการได้รับเมล็ดถั่ว เช่น หมุนวงล้อ ทำกิจกรรมสำเร็จ ไปรดน้ำต้นไม้ให้บ้านอื่น หรือบางทีเกมก็จะให้เมล็ดถั่วเรามาแบบฟรีๆ ด้วยการล็อกอินเข้าเล่นเกมทุกวัน เป็นต้น

และอีกสิ่งที่เราจะได้กลับมาเป็นคะแนนด้วยนั่นก็คือ หัวใจและดาว ซึ่งหัวใจและดาวก็จะใช้จัดอันดับและแลกรับของในเกมได้ และความสนุกอีกอย่างของเกมนี้คือเราสามารถฟินไปกับการพาศิลปินไปทำกิจกรรมต่างๆ เสริมได้

นอกจากเกมนี้จะให้เราพาศิลปินไปทำกิจกรรมต่างๆ มากมายที่แสนจะน่าสนใจแล้ว เรายังสามารถเลี้ยงสัตว์เลี้ยงได้อีกด้วย

ถ้ามีเพชรและเมล็ดถั่วเหลือเฟือก็สามารถเปย์ศิลปินให้ทำกิจกรรมได้อย่างไม่ยั้งเลย แต่ถ้ามีเพชรและเมล็ดถั่วไม่พอ ก็แนะนำว่าทำตาม Daily Mission ไปก่อนดีกว่า ถ้ามีเพชรและเมล็ดถั่วมากขึ้น เราจะพาศิลปินไปทำกิจกรรม แต่งตัวหรือทำผมเก๋ๆ ยังไงก็ได้

ดาวน์โหลด

ถือเป็นเกมที่จะทำให้คุณฟินไปกับการใกล้ชิดศิลปินเกาหลีที่คุณชื่นชอบ คอยเทคแคร์และผลักดันให้ศิลปินต่างๆ ทำกิจกรรมให้ชีวิตประสบความสำเร็จ ใครที่ชอบเกมแนวนี้หรือชื่นชอบศิลปินเกาหลีต้องห้ามพลาดเลย!

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Games

[Review] Sea of Thieves: มาสวมบทบาทเป็นโจรสลัด ออกเรือ และท่องโลกกว้างกันเถอะ !!!

Published

on

The Legend of Zelda: Breath of the Wild

The Legend of Zelda: Breath of the Wild
9.8

กราฟิก และงานออกแบบ

9.0 /10

เกมเพลย์

10.0 /10

ความแปลกใหม่

10.0 /10

ความคุ้มค่า

10.0 /10

ภาพรวม

10.0 /10

จุดเด่น

  • โลกกว้างๆที่ทำอะไรก็ได้
  • เกมเพลย์สนุกมาก
  • ความหลากหลายในเกม
  • งานออกแบบงามๆ
  • ปริศนาที่ซับซ้อน

จุดสังเกต

  • ออกบน Switch ที่มีราคาแพงส่วน WiiU ก็ตกรุ่นไปแล้ว
  • เฟรมเรตตกในบางฉาก

สวัสดีปีใหม่ไทยท่านผู้อ่านทุกท่านครับ ช่วงนี้อากาศกำลังร้อนได้ที่มากๆ มาพร้อมกับเทศกาลสงกรานต์ ที่จะมาช่วยคลายร้อนให้กับพวกเราชาวเกมเมอร์ทุกๆคน และถ้าหากพูดถึงเกมที่จะเหมาะกับบรรยากาศในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ผมก็ขอนำเสนอ Sea of Thieves ผลงานชิ้นเอกจาก Rare เจ้าของเกมชื่อดังอย่าง Goldereye 007, Donkey Kong Country ที่หลายๆคนน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี และการกลับมาครั้งนี้ของ Rare จะสร้างความสนุกแบบที่เคยทำได้หรือไหม มาติดตามบทความรีวิว Sea of Thieves กันได้เลยครับ

Xbox Play Anywhere ชื้อ 1 ได้ 2

ก่อนอื่นเลยต้องบอกก่อนว่า Sea of Thieves เป็นเกม Microsoft Exclusive ที่ลงให้กับเครื่อง Xbox One และ Windows 10 โดยมีระบบ Cross-Platform และแน่นอนกับระบบเอาใจเกมเมอร์อย่าง Xbox Play Anywhere ที่ไม่ว่าคุณจะชื้อเกมในเครื่องไหน ก็จะสามารถเล่นได้ทั้งสองเครื่อง โดยใช้ Save และ Server เดียวกันอีกด้วยครับ สำหรับชาว Xbox สามารถหาชื้อได้ใน Store ตามปกติ และสำหรับชาว PC สามารถชื้อได้ใน Windows Store โซนอเมริกาครับ (Steam ไม่มีนะจ๊ะ)

Sea of Thieves เป็นเกม FPS Action ทั่วๆไป ที่ไม่มีระบบซับซ้อนเลยสักนิดเดียว ตัวเกมจะให้ผู้เล่นรับบทเป็นกะลาสีคนนึง ที่ได้ออกเรือตามล่าหาสมบัติ หรือรับจ้างทำเควสจากสำนักต่างๆภายในเกม โดยตัวเกมจะบังคับให้ผู้เล่นออนไลน์ตลอดเวลา โดยที่ผู้เล่นจะสามารถเล่น Online กับเพื่อนสูงสุดได้ 4 คน หรือจะออกเดินเรือเพียงคนเดียว แต่อาจจะไปเจอกับเรือลำอื่นๆก็สามารถทำได้เช่นกันครับ

เตรียมตัวออกเรือ

โดยพื้นฐานแล้วตัวเกมนั้นใช้ระบบ Online Session จับคู่ผู้เล่นทั้งหมดเข้ามาเจอกันภายในเกม โดยที่จะมี Server กลาง นั้นหมายความว่าระหว่างเล่น ผู้เล่นจะสามารถเจอคนอื่นเข้า ออกได้ตลอดเวลา รวมไปถึงตัวผู้เล่นเองที่ออกจากเกมไปแล้ว แต่ก็สามารถกลับเข้ามาในเกมได้ใหม่ โดยให้เพื่อนที่อยู่ใน Party เดิม Invite เข้ามาครับผม ยกตัวอย่างเกม Call of Duty ที่ใช้ระบบนี้เช่นกัน


Preparing Yourself


npc ที่พูดคุยได้ภายในเกม

แน่นอนว่าการที่ตัวเกมเป็นเกม Online Multiplayer อย่างจริงจัง แน่นอนว่าลืมไปได้เลยกับ Story Mode หรือ Lore ที่จะทำให้ผู้เล่นรู้สึกอินไปภายในเกม เนื่องจากว่าตัวเกม Sea of Thieves นั้นต้องการสร้างประสบการณ์การเป็นกะลาสีให้ตัวผู้เล่นเองจริงๆครับ นั้นหมายความว่าตัวเกมจะไม่มีการบอกเล่าอะไรทั้งสิ้น สิ่งที่เรารู้ คือเราเป็นแค่กะลาสีคนนึงที่ตื่นขึ้นมาในเกาะแห่งนึงพร้อมกับเรือหนึ่งลำ โดยผู้เล่นสามารถคุยกับเหล่า NPC ภายในเกาะ หรือที่เรียกว่า Outpost ได้ทุกคน แน่นอนว่าในจำนวน NPC พวกนั้นก็จะมีเควสให้ทำครับ

เริ่มออกเรือแบบไร้จุดหมาย

Gameplay หลักๆของ Sea of Thieves นั้นจะเข้าใจได้ค่อนข้างง่าย แต่ตัวเกมค่อนข้างโหดร้ายที่ไม่มีแม้แต่ Tutorial มาให้เลยสักนิดเดียว แต่เชื่อว่าสิ่งแรกที่ผู้เล่นหลายคนเข้ามาในเกม ก็คือความคิดที่อยากจะเป็นเจ้าแห่งโจรสลัด (เพราะผมก็คิดแบบนั้น) แต่ต้องมานั่งงมเอาเองกับเพื่อนที่เหลืออีก 3 คนโดยที่ตัวเกมไม่ช่วยบอกอะไรเลยแม้แต่สักนิดเดียว !!

ชนิดของเควสหลักๆภายในเกม

ตัวเกมมีจะเควสให้ผู้เล่นทำอยู่ทั้งหมด 3 แบบหลัก ที่สามารถรับได้จาก NPC ครับ นั้นก็คือ การล่าสมบัติ, การล่ามอนสเตอร์, และการค้าขายครับ โดยทั้งสามแบบนี้ผู้เล่นสามารถเลือกทำแบบไหนก่อนก็ได้ หรือจะเลือกทำพร้อมๆกันได้เลยก็ได้เช่นกัน นอนจากนั้นตัวเกมจะมีเควสพิเศษที่สามารถพบได้จากขวดแก้ว ซากเรือพังต่างๆครับ โดยเควสพวกนี้มักจะมีความยากกว่าเควสทั่วไป บางเควสจะมาเป็นคำใบ้ และต้องให้ผู้เล่นไขปริศนากันเองอีกด้วยครับ

เริ่มจากเควสล่าสมบัติ ก็ตามชื่อเลยครับ เมื่อรับเควสมาแล้ว NPC ก็จะให้แผนที่เรามา เป็นรูปเกาะๆหนึ่ง พร้อมกับจุดกากบาทสีแดง โดยที่เราต้องตามหาเกาะเอาเอง ผ่านการดูแผนที่ พร้อมกับ จุดกากบาทสีแดงในเกาะ เมื่อผู้เล่นมั่นใจว่าใช่จุดๆนี้ ผู้เล่นต้องขุดมันขึ้นมา และนำหีบสมบัติกลับไปมอบให้ NPC ที่เรารับเควสมา ก็จะเป็นอันเสร็จ

ในส่วนของเควสล่ามอนเตอร์นั้น ก็จะคล้ายๆกับแบบแรก แต่คราวนี้ NPC จะให้ชื่อเกาะกับเรามาเลย สิ่งที่เราต้องทำ คือมุ่งหน้าไปสู่เกาะนั้นๆ และจัดการมอนสเตอร์ให้หมด และนำหัวกะโหลกไปมอบให้ NPC ก็จะเป็นอันเสร็จครับ

และสุดท้าย สำหรับเควสการค้าขาย จะค่อนข้างยากกว่าสองแบบแรก เนื่องจากว่าผู้เล่นจะต้องไปตามหาสิ่งของต่างๆตามเกาะ อาทิเช่น หมู,ไก่,ดินปิน,เสบียงต่างๆ โดยแต่ละเควสก็จะกำหนดสีของสัตว์ชนิดต่างๆที่ต้องการอีกด้วย และเมื่อจับสัตว์ได้ตามกำหนด หรือได้สิ่งของที่ต้องการแล้ว ก็นำไปมอบให้กับ NPC ตัวเดิม ก็จะเป็นอันเสร็จครับ

โดยของรางวัลที่จะได้จากเควสทั้ง 3 แบบก็คืนเงิน ที่สามารถนำไปชื้อของแต่งตัว อาวุธใหม่ๆ หรือ Upgrade เรือของเราได้ครับ


Set Sail !!


เอาล่ะมาถึงเนื้อหาหลักๆกันบ้าง อย่างที่ผมบอกไปในตอนแรกว่า ตัวเกมนั้นเป็น FPS Action โดย Gameplay หลักๆของตัวเกมจะมีอยู่ 3 อย่าง แบ่งเป็น “การขับเรือ/ปะทะบนน้ำ, การต่อสู้บนบก, การตามล่าหาสมบัติ หรือสิ่งของอื่นๆ” โดยที่รูปแบบการเล่นในแต่ละแบบจะมีความแตกต่างกันไปอย่างสิ้นเชิงครับ

มาเริ่มต้นด้วยระบบการออกเรือ และการต่อสู้บนน้ำกันก่อนดีกว่า เกมนี้จะมีเรือให้เราขับอยู่ 2 ชนิด โดยที่ชนิดเล็กสุดจะเล่นได้สูงสุด 1-2 คน โดยที่ขนาดใหญ่สุด จะเล่นได้สูงสุด 3-4 และไม่ว่าผู้เล่นจะเลือกเล่นเรือรูปแบบไหน ก็ต้องไปเจอกันเองใน Server อยู่ดีครับ

Teamwork นี่แหล่ะสำคัญที่สุด ว่าแต่นี่ทำอะไรกันอยู่

สิ่งแรกที่ผมต้องขอชมทีมงานเลยก็คือ ตัวเกมค่อนข้างมีความสมจริงในการขับเรือเป็นอย่างมาก โดยที่ตัวเกมได้นำเอาองค์ประกอบทุกอย่างของเรือจริงๆ ยกมาใส่ไว้ในเกมแถบจะทั้งหมด เริ่มต้นจากการถอนสมอเรือ ก่อนที่จะดึงใบสำเภาไปตามลม พร้อมกับบังคับพังงาไปในอย่างทิศทางที่ต้องการ โดยที่ทั้งหมดนั้นจะต้องใช้ความเป็นทีมเวิร์คของผู้เล่นทั้ง 4 คนในเรือขนาดใหญ่สูงมากๆ ยิ่งในฉากที่ตัวเกมมีพายุขนาดใหญ่ หรือขณะต่อสู้

และนี่คือผลของการที่ซ่อมเรือไม่ทัน

ในขณะที่เรือของเราถูกโจมตี ไม่ว่าจะเป็นจากผู้เล่นอื่น หรือ จากมอนสเตอร์ก็ตาม เรือของเราจะมีรอยรั่วจากกระสุนปืนใหญ่ ส่งผลให้น้ำทะลักเข้ามาภายในเรือ สิ่งที่ผู้เล่นต้องทำ คือวิดน้ำภายในเรือออก พร้อมกับซ่อมเรือโดยใช้ไม้สำรองที่มีอยู่จำกัด แต่จะสามารถหาเก็บได้ภายในเกมตลอดเวลาครับ แน่นอนว่า Team Work คือสิ่งที่สำคัญที่สุด

เรืออยู่ข้างหน้า ประจำสถานีรบ !!

การต่อสู้บนน้ำในเกมนี้ถือว่าทำออกมาได้ค่อนข้างดี ฉากการยิงปืนใหญ่ถล่มใส่กันระหว่างเรือ 2 ลำค่อนข้างสร้างอารมณ์ร่วมให้กับผู้เล่นเป็นอย่างดีมากๆ แต่เมื่อเล่นไปสักพัก ผมกลับพบปัญหาหลายอย่างมากๆ กับระบบต่อสู้บนน้ำในเกมนี้ และมันชวนทำเอาผู้เล่นโมโห และไม่สนุกเป็นอย่างมากเลยล่ะครับ

บุกขึนเรือศัตรู !!

เริ่มต้นกับการที่จะ Wipeout Crew หรือ ยึดเรือและล้มเรือกันก่อน ในฉากการต่อสู้บนน้ำ การที่เราจะยิงปืนใหญ่ถล่มใส่เรือของศัตรูไปเรื่อยๆ ก็ไม่สร้างความเสียหายอะไรให้กับเรือฝ่ายตรงข้ามเลยสักนิด สิ่งที่ทำได้ คือทำให้เรือฝ่ายตรงข้ามเป็นรูเท่านั้น และนั้นบังคับให้ศัตรูต้องพากันไปซ่อมเรือเรื่อยๆ การที่เราจะล้มเรือศัตรูได้ คือต้องวิ่งเข้าไป Board เรือของศัตรู และจัดการฆ่าลูกเรือให้หมด ก่อนที่จะซ่อมเรือได้ทัน

และปัญหาที่ตามมาก็คือระบบ Respawn ของเกมที่จะมีระยะ Delay 10 – 30 วินาที และจุดเกิดของผู้เล่น ก็คือเรือลำเดิมของผู้เล่นนั้นเอง ทำให้ผู้เล่นคนนั้นก็สามารถกลับมาซ่อมเรือ หรือป้องกันเรือได้เรื่อยๆ ฟังดูอาจจะไม่ใช่ปัญหาเท่าไร แต่จริงๆแล้วมันคือปัญหาใหญ่เลยล่ะครับ เนื่องจากว่าระบบการต่อสู้ด้วยกันระหว่างผู้เล่นในเกมนี้ มันไม่สมดุล และออกแบบมาแย่มากๆครับ

ในตลอดการเล่นของผมนั้น ตัวผมและเพื่อนๆอีก 3 คนที่เรือ ได้ปะทะกับเรือฝ่ายตรงข้ามนานกว่า 1 ชั่วโมง โดยที่ไม่มีใครแพ้ใครชนะ จนสุดท้ายฝ่ายตรงข้ามต้องยอมออกจากเกมไปแทน เพราะเนืองจากว่ามันตัดสินผลกันไม่ได้สักที ตายก็เกิดใหม่ได้เรื่อยๆ เรือยิงยังไงก็ไม่พัง และการฆ่ากันในเกมก็ไม่มีอะไรตอบแทน นอกจากความแค้น และศักดิ์ศรีเท่านั้นเอง ในจุดนี้ อาจจะเป็นความสนุกอย่างนึงของตัวเกม แต่เมื่อเราเล่นไปสักพักแล้วจะพบว่ามันไม่ได้สนุกเลย แถมยังน่าเบื่ออีกด้วยครับ

โดนปล้นมาล่ะก็ …

และถ้าถามว่า แล้วทำไมจึงต้องไปบุกโจมตีเรือลำอื่นๆด้วย คำตอบของคำถามนี้ง่ายมากๆ ครับ ไม่ใช่เพราะว่าความส่ะใจหรืออะไรหรอก แต่เป็นเพราะว่าเรือลำอื่นๆก็อาจจะขนสมบัติที่ได้มาจากเควสเต็มลำเรือเลยก็เป็นได้ ถ้าหากผู้เล่นต้องการที่จะเป็นโจรสลัด สิ่งที่เราต้องทำ ก็คือบุกเข้าโจมตี และปล้นสมบัติเหล่านั้นมาเป็นของเรานั้นล่ะครับ แต่ถ้าหากเรือที่ปล้นนั้นกลับไม่มีสมบัติอะไรเลย ก็…..


Never Bring a “Sword” to a “Gun” Fight


ผมได้เกริ่นไปก่อนหน้านี้แล้วว่าระบบต่อสู้ของเกมนี้มันค่อนข้างห่วย และไร้สมดุลเอามากๆ ไม่ว่าจะเป็นทั้งในแง่ของ PVP และ PVE แต่ถึงแบบนั้นตัวเกมก็ค่อนข้างที่จะมอบความสนุกให้กับผู้เล่นได้อยู่ไม่น้อยครับ

ตัวเกมจะแบ่งอาวุธของผู้เล่นเป็น 3 ชนิด ได้แก่ ดาบ, ปืน, ปืนใหญ่ โดยอาวุธที่จะอยู่ติดตัวกับผู้เล่นตลอดเวลาก็คือเจ้า ดาบและปืนนี่ล่ะครับ แน่นอนว่าผู้เล่นสามารถสลับไปมาได้ตลอดเวลา และสำหรับปืนที่จะแบ่งแยกไปอีก 3 ชนิดด้วยกันได้แก่ ปืนพก ปืนลูกซอง ปืนไรเฟลยาว โดยทั้ง 3 แบบนี้เหมาะตามแต่ละสถานการณ์กันไป ฟังแค่นี้ก็อาจจะดูว่าไม่มีอะไร แต่จริงๆแล้วปัญหามันอยู่ที่เจ้าปืนลูกซอง กับการ PVP นี่แหล่ะครับ

การ PVP ในเกมนี้ผู้เล่นจะต้องฆ่ากันเองด้วยอาวุธภายในเกมที่มีอยู่ โดยจะใช้อาวุธชนิดไหนก็ได้ โดยอาวุธแต่ละชนิดก็จะมี Damage ที่แตกต่างกันออกไป และเมื่อพูดถึงการต่อสู้กันระหว่างกะลาสีภายในเกมโจรสลัดแบบนี้ ผู้เล่นทุกคน คงจะนึกถึง Sword Battle หรือการดวลตัวต่อตัวของกัปตัน แบบในหนังโจรสลัดใช่ไหมล่ะครับ

รูปโปรโมทของตัวเกมที่ … เหมือนจะเป็นความจริง

แต่แท้จริงแล้วภาพที่เห็นนั้นกลับไม่ใช่แบบนั้นเลย สิ่งที่ผู้เล่นทุกคนใช้กันในการต่อสู้ระยะประชิดนั้นก็คือปืนลูกซองสุดโกงนี่ล่ะครับ ในการต่อสู้ระหว่างผู้เล่นกันแบบ 4 ต่อ 4 ผู้เล่นต่างหยิบลูกซองออกมา และกระโดดยิง วิ่งใส่กันราวกับ Team Fortress โดยเก็บดาบที่ฟันผู้เล่นไม่เข้าลงไปจนขึ้นสนิม ถึงแม้ว่ากระสุนจะมีจำกัดเพียงแค่ 5 นัด แต่ด้วยการที่ผูู้เล่นสามารถเติมกระสุนได้ผ่านการกดปุ่มเดียวในเรือ มันก็ไม่สร้างปัญหาอะไรให้เลยแม้แต่น้อย

ตรงนี้ผมถือว่ามันเป็นเรื่องที่น่าหงุดหงิดใช้ที่สุดเป็นอย่างมาก ในการใช้ดาบนั้นผู้เล่นสามารถกดป้องกันผ่านการคลิกขวาได้ แต่ดูเหมือนว่ามันไม่จำเป็นต้องใช้ปุ่มนี้เลยสักนิดเดียวในเกม เพราะมันไม่มีผู้เล่นคนไหนหยิบดาบมาใช้ในการของปืนหรอกครับ เพราะลูกซองมันก็ One shot one kill แล้ว

แต่ถึงแบบนั้นการต่อสู้แบบ PVE ก็ยังคงความสนุกไว้อยู่บางกับการดวลดาบระหว่างผู้เล่น และ มอนสเตอร์ แต่ถึงแบบนั้นเหล่า AI พวกนี้ก็มีความฉลาดน้อยสุดๆ โดยไม่สร้างความตื่นเต้นอะไรให้กับเราเลยสักนิดเดียว !!


A Beautiful Sea


Sea of Thieves ได้สร้างโลกของเหล่าโจรสลัด และ กะลาสีออกมาได้ค่อนข้างสวยงามครับ นอกจาก Graphics ที่ผมให้ความเห็นว่ามีความสวยงามในแง่ของ Environment เป็นอย่างมาก เหมาะกับการที่จะเป็นเกม Next Gen ในปี 2018 นี้ได้อย่างไม่ต้องสงสัย ถึงแม้ว่าการออกแบบตัวละครจะทำมาได้ไม่โดนใจผมเท่าไร แต่อย่างอื่นถือว่าสอบผ่านในด้านของ Graphics ครับ

ทั้งหมดนี้ขับเคลื่อนด้วย Unreal Engine 4 ที่ผมมีปัญหากับมันบ่อยมากๆ โดยที่ใครติดตามอ่านบทความรีวิวของผมตลอด จะรู้เลยว่าผมไม่ชอบเจ้า Engine ตัวนี้ขนาดไหน และต้องบอกว่าเป็นอีกครั้ง ที่ UE4 ทำหน้าที่ของมันได้ดี แต่ไม่ถึงกับดีมากๆครับ เพราะมีบางฉากที่ Frame Rate ของผมตกไปไม่เยอะมาก ทั้งๆที่ใช้ 1070Ti กับเกมที่ไม่น่าจะใช้ทรัพยากรเยอะขนาดนี้ แต่ถึงแบบนั้น ภาพรวมก็ยังทำได้โอเคอยู่ครับ

ปลาหมึกบุก !!

อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ว่าจะเป็นเกมโจรสลัดเกมไหนจะต้องมี ก็คือเจ้าปลาหมึกยักษ์ Kraken ครับ โดยในเกมนี้ก็ได้ใส่เข้ามาด้วย ได้ต้องบอกว่ามันทำได้ค่อนข้างดี สร้างอารมณ์ร่วมให้กับผู้เล่นได้ หากผู้เล่นนึกถึงฉากในหนังเรื่อง Pirate of the Caribbean 2 ได้ ก็คงจะอินกับฉากนี้ไม่น้อยเลยล่ะครับ

มุ่งหน้าสู่เกาะหัวกะโหลกกัน

นอกจากนี้ตัวเกมยังได้ใส่ระบบ Raid ชนิดนึงเข้ามาภายในเกม โดยที่จะให้ผู้เล่นทั้งหมดเลือกที่จะทำได้ โดยของรางวัลแน่นอนว่าคืออภิมหาสมบัติครับ โดยเจ้า Raid นี้จะมาในรูปแบบเกาะๆนึง ที่จะมีก้อนเมฆรูปหัวกะโหลกโผล่ขึ้นมา โดยผู้เล่นที่กำลังล่องเรืออยู่สามารถมุ่งหน้าไปสู้เกาะๆนั้นได้ และเมื่อไปถึงแล้ว ผู้เล่นจะต้องทำการฆ่าเหล่ามอนสเตอร์ให้หมด จนได้กุญแจที่จะเปิดประตูสู่ห้องเก็บสมบัติลับภายในเกาะแห่งนั้นครับ

ภายในเกาะ ก็ยังมีเหล่ามอนสเตอร์รออยู่

ฟังดูเหมือนง่าย แต่อย่าลืมว่าไม่ใช่แค่เราที่อยู่ใน Server นั้น ยังคงมีผู้เล่นคนอื่นๆทีหวังจะได้สมบัติเหล่านี้ และมุ่งหน้ามาที่เกาะแห่งนี้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นจงเตรียมตัวให้ดีๆ และพร้อมรับมือกับศัตรูทุกรูปแบบได้เลยครับผม


To the Pirate Legend


มาถึงช่วงนึง ผู้เล่นอาจจะรู้สึกเบื่อๆกับสิ่งที่ทำวนไปมาตลอดการเล่นทั้งเกมก็เป็นได้ พร้อมกับถามหาว่าจุดมุ่งหมายที่แท้จริงแล้วของเกมนี้มันคืออะไรกันแน่ หรือจะเป็นแค่ตามล่าหาสมบัติ หาเงินแต่งตัว Upgrade เรือไปวันๆ เท่านั้นเองหรือ คำตอบคือใช่ และ ไม่ใช่ครับ เนื่ีองจากว่าเกมนี้เมื่อผู้เล่น เล่นมาถึงจุดๆนึง ผู้เล่นจะสามารถกลายเป็น Pirate Legend ได้ และผู้เล่นจะได้พบกับเควสที่ยากกว่าเดิม พร้อมกับเหล่าชุดและอุปกรณ์ใหม่ๆอีกมากมายที่จะสามารถหาได้ เมื่อผู้เล่นกลายเป็น Pirate Legend แล้วเท่านั้น

ออกเรือไปวันๆ

ตรงจุดๆนี้ผมคิดว่ามันก็เหมือนเป็นสิ่งที่เรียกว่า End Game Content นั้นเองครับ สำหรับผู้เล่น MMORPG น่าจะคุ้นเคยกันดีสำหรับคำนี้ ด้วยการที่ตัวเกมจะบังคับให้เราเล่นให้ Level ของตัวละครตันเสียก่อน ถึงจะมีการเล่น Content ที่จริงจังของเกมๆนั้นเสียที และสำหรับเจ้า Sea of Thieves เองก็เช่นกันครับ แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าตัวเกมนั้นไม่มีสิ่งใดมาฉุดให้เราเล่นมันต่อเลยสักนิดเดียว

การ Upgrade เรือที่ไม่ช่วยอะไรเลย

อย่างที่ผมได้บอกไปว่าตัวเกมจะมีชุด อุปกรณ์ หรืออาวุธต่างๆภายในเกม รวมไปถึงของตบแต่งเรือ หรือ Upgrade เรือ ให้เราใช้เงินในเกมชื้อได้ทั้งหมด แต่ความจริงแล้วของเหล่านี้ มันไม่ได้ช่วยเพิ่มค่าสถานะ หรือ ทำให้เราเก่งกว่าผู้เล่นคนอื่นๆได้เลยแม้แต่นิดเดียวครับ หรือพูดง่ายๆก็คือ แฟชั่นภายในเกม เท่านั้นเอง

หรือจะตั้งวงเหล้า ร้องเพลง เล่นดนตรีกันไปวันๆ ?

ตรงจุดนี้มันมีทั้งข้อดี และ ข้อเสียครับ อย่างแรกเลยคือด้วยการที่ Item ภายในเกมทุกอย่างจะไม่มีผลต่อการเล่น ทำให้ผู้เล่นทั้งใหม่ และ เก่า มีระดับ Item ที่เท่ากัน สิ่งที่วัดได้ก็คือฝีมือของผู้เล่นล้วนๆ แต่มันจะมีผลเสียที่ตามมาก็คือ ตัวเกมจะไม่มีแรงบันดาลใจอะไรให้ผู้เล่นรู้สึกอยากจะเล่นต่อเลยสักนิดเดียว

หรือจะตั้งใจเป็น Pirate Legend ให้จงได้ !!

และด้วยการที่ Sea of Thieves ถูกออกแบบมาให้กลายเป็นเกมกึ่ง RPG และมีระบบเควสที่ต้องใช้เวลา และความยากลำบากกว่าจะสำเร็จ แต่สิ่งที่ได้กลับเป็นเพียงแค่เงินที่เอาไปตบแต่งตัวละครได้ ไม่มีแม้แต่ค่าสถานะที่เพิ่มขึ้น และไม่มีการจัดการตัวละครเลย มันจึงไม่เหมาะกับเกมแนวนี้ครับ


โดยรวมแล้ว Sea of Thieves เป็นเกมที่ค่อนข้างดีครับ มีความสนุกมากๆในระดับนึง แต่เมื่อเล่นไปสักพักนึงแล้วก็จะพบกับความเบื่อ และความท้อ เนื่องจากว่าสิ่งตอบแทนที่ได้รับนั้น มันไม่คุ้มเท่าไรสำหรับเกมที่เน้นการเล่น Online แบบนี้ครับ ตัวเกมยังขาด Content อีกเยอะมากๆ ย้ำว่ามากๆ สำหรับเกมโจรสลัดที่ดี แต่ถึงแบบนั้นก็ออกแบบทำระบบเบื้องต้นมาได้ดี และสำหรับตัว Microsoft เอง ที่นานๆทีจะมีเกม Exclusive ดีๆมาให้เล่นกัน เพราะฉะนั้นใครที่มี Xbox One อยู่แล้ว Sea of Thieves ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก สำหรับคนที่เป็นเกมเมอร์สาย PC และ Xbox One ครับ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Games

[รีวิวเกม] God OF War บน PS4 เมื่อเกมฆ่าเทพถึงคราวเปลี่ยนแปลง

Review เกม God Of War บน PS4 มาแล้วจ้า

Published

on

The Legend of Zelda: Breath of the Wild

The Legend of Zelda: Breath of the Wild
9.8

กราฟิก และงานออกแบบ

9.0 /10

เกมเพลย์

10.0 /10

ความแปลกใหม่

10.0 /10

ความคุ้มค่า

10.0 /10

ภาพรวม

10.0 /10

จุดเด่น

  • โลกกว้างๆที่ทำอะไรก็ได้
  • เกมเพลย์สนุกมาก
  • ความหลากหลายในเกม
  • งานออกแบบงามๆ
  • ปริศนาที่ซับซ้อน

จุดสังเกต

  • ออกบน Switch ที่มีราคาแพงส่วน WiiU ก็ตกรุ่นไปแล้ว
  • เฟรมเรตตกในบางฉาก

หลังจากเรียกเสียงฮือฮา กับภาคใหม่ของซีรีส์ God Of War ที่ออกวางขายบน PS4 และยังกล้าท้าทายผู้เล่นด้วยการเปลี่ยนแนวเกมไปเป็นแอ็คชั่น RPG ที่มีลูกชายของ Kratos เป็นผู้ช่วยทำให้มันเป็นที่จับตามองในทันที และมีคนรอที่จะพิสูจน์ว่ามันจะออกมาดีแค่ไหน

เกริ่นนำ

เกม God Of War บน PS4 เหมือนเป็นการปรับเปลี่ยน และ Re Start ใหม่ของซีรีส์ ทำให้ทาง Sony ไม่ระบุชื่อภาค ทั้งๆที่จริงแล้วมันเป็นภาคต่อที่มีการพูดถึงความเป็นมาอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้มากมายดังนั้นหากคุณไม่เคยเล่น God Of War มาก่อนก็สามารถมาเริ่มกับภาคนี้ได้เลย โดยตามที่คุณรู้ๆกันว่าภาคนี้ Kratos ได้ย้ายถิ่นที่อยู่มาอาศัยอยู่ในดินแดนแห่งเทพปกรณัมนอร์ส (เทพ โอดิน , ธอร์ และ โลกิ) แต่เรื่องราวอาจจะไม่ได้นำเสนอแบบยิ่งใหญ่แบบมหาสงครามเท่ากับภาคก่อนๆ เรื่องราวเน้นความสัมพันธ์พ่อลูกมากกว่า ซึ่งถือเป็นเรื่องดีเพราะเราจะได้เห็น เครโทสในมุมมองที่อ่อนโยนอย่างไม่น่าเชื่อ โดยการเล่าเรื่องถือว่าทำได้ดีไม่น้ำเน่าและมีอะไรให้ประหลาดใจตลอดการเล่น

กราฟิกและการนำเสนอ

แน่นอนว่าซีรีส์ God Of War กราฟิกและการนำเสนอถือเป็นจุดเด่นมาตลอด และในภาคนี้การที่มันออกบน PS4 ทำให้ทุกอย่างถูกยกระดับขึ้นมาหมด ทั้งฉากที่ดูดีและมีความกว้างขึ้นกว่าภาคก่อน และที่ต้องชมอย่างมากคือกราฟิกของตัวละครที่สมจริงราวกับว่ามันมีชีวิต และยังใส่รายละเอียดทั้งการแสดงอารมณ์ และเป็นกราฟิกของเกมเพลย์ไม่ใช่ CG ถือว่ามันเป็นเกมที่มีกราฟิกดูดีที่สุดเกมหนึ่งบน PS4 ส่วนการเล่าเรื่องด้วยเสียงประกอบเกมยังใส่ใจในการพากย์เสียง ส่วนเพลงประกอบก็ยังเสริมให้การท่องไปในดินแดนใหม่ที่เต็มไปด้วยความลึกลับดูดีจนไม่มีที่ให้ติ

รูปแบบการเล่นที่เปลี่ยนไป

อย่างที่รู้กันว่าเกมเพลย์ในภาคนี้เปลี่ยนเป็นแอ็คชั่น RPG ทำให้ทุกอย่างในเกมถูกยกเครื่องใหม่หมด ไม่ว่าจะเป็นมุมกล้องที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ทุกทิศทาง เกมเพลย์เน้นมุมมองบุคคลที่สามแบบมองข้ามไหล่มากขึ้น ซึ่งมันกลายเป็นข้อดีเพราะเราต้องใช้เทคนิคอย่างมากในการเล่นทั้งใช้อาวุธเพื่อโจมตี การหลบหลีกและใช้โล่เพื่อปัดป้องและสวนกลับ และยังมีท่าไม้ตายพิเศษที่เราต้องค่อยๆสะสมค่าพลัง ส่วนโลกของเกมที่แม้จะกว้างแต่ก็ยังไม่ถึงกับเป็น Open World เพราะยังมีข้อจำกัดของฉากอยู่ แต่ซับซ้อนพอตัว อย่างไรก็ตามก็ไม่ต้องกลัวว่าจะหลงทางเพราะเกมมีระบบนำทางที่เรียบง่ายแต่ดูดี

อีกไฮไลท์ของเกมคือลูกชายของ Kratos นาม Atreus ที่มีอาวุธเป็นธนูและมีด ที่ถือเป็นตัวช่วยที่สำคัญมากเพราะ Atreus สามารถช่วยเราโจมตีได้ด้วยการสั่งการด้วยปุ่มเดียว ที่ทั้งง่ายและมีประสิทธิภาพ อีกทั้งไม่ต้องกังวลเพราะ Atreus ไม่มีการตายเต็มที่ก็เสียจังหวะมาช่วยเราต่อสู้ไม่ได้แค่นั้น ส่วนอาวุธที่เป็นธนูก็มีหลายประเภทแบ่งเป็นธาตุที่มีท่าไม้ตายที่หลากหลายและอัพเกรดได้ และนอกจากลูกชายของเราจะมาร่วมสู้ยังมีการร่วมกันแก้ปริศนาในเกมด้วย เพราะลูกเราสามารถใช้ธนูเพื่อเปิดทาง และยังใช้ความที่ตัวเล็กมุดไปยังที่แคบได้ด้วย

ปริศนาในเกม

บอกไว้ก่อนว่าเกมมีการเน้นปริศนามากขึ้น พอๆกับการต่อสู้และรูปแบบของมันคล้ายกับแอ็คชั่น RPG มากขึ้น ไม่มีปริศนาแบบง่ายๆแบบเกม God Of War ในอดีต เราต้องคิดกันหลายตลบมากขึ้นกว่าเดิม เรียกว่าทำได้ดีพอๆกับเกม Zelda ภาคเก่าๆเลยด้วยซ้ำ แม้ว่าฉากและการแก้ปริศนาอาจจะไม่เข้มข้นเท่า Zelda แต่หากมองว่ามันคือเกม God Of War มันคือการเปลี่ยนแปลงที่ยอดเยี่ยมและลงตัวมาก โดยผู้เล่นจะได้ย้อนกลับไปเล่นฉากเก่าๆได้เมื่อได้ไอเทมชนิดใหม่ที่สามารถเปิดทางไปต่อได้ ทำให้เราสามารถสนุกกับเกมได้หลายสิบชั่วโมงโดยไม่เบื่อ และมีเควสย่อยรอให้เราค้นหาอยู่เพียบ และมีระดับความยากให้เลือก ที่บอกได้เลยว่าแค่เลือกระดับธรรมดาเกมก็มีความท้าทายพอตัวแล้ว

ส่วนการปรับแต่งตัวละครที่บอกตรงๆเลยว่าทำได้ละเอียดขึ้นกว่าเดิมเพราะเราต้องหาชุดเกราะและเครื่องป้องกันใหม่ๆมาให้ตัวเราและลูกชาย ส่วนอาวุธหลักที่เราสามารถอัพเกรดได้ละเอียดมากขึ้นเพราะไม่ใช่แค่เพิ่มความแรง ยังมีการลงรายละเอียดค่าพลังที่แทบไม่ต่างจากเกม RPG ดีๆ แถมยังดูง่ายเพราะเมนูไม่ยุ่งยาก และเมื่อเราอัพเกรดอาวุธแล้วเราจะได้รับสกิลความสามารถใหม่ๆมาให้ปลดล็อคด้วย และทั้งอาวุธและเครื่องป้องกันจะส่งผลกับค่าพลังของตัวละครอย่างละเอียดด้วย

เกมเกือบจะสมบูรณ์แบบ 100% ติเล็กน้อย(เล็กน้อยจริงๆ) คือในช่วงท้ายของเกมมีการใช้ไอเดียที่ดูง่ายๆเข้ามาให้เล่นเช่นการกำจัดศัตรูให้หมดฉากเข้ามาบ่อยเกินไปหน่อย แต่ก็ถือว่าไม่ได้ทำให้เกม God Of War ด้อยคุณค่าลง (และยังคงได้เต็ม 10 ) เพราะมันยังถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าชื่นชมที่ผู้สร้างกล้าที่จะนำรูปแบบการเล่นใหม่ๆเข้าไปให้ซีรีส์แอ็คชั่นลุยแหลกให้มีคุณค่าน่าเล่นมากกว่าเดิม และมันสมควรเป็นอีกหนึ่งในเกมยอดเยี่ยมแห่งปี 2018 แน่นอน

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!