Connect with us

Game Review

[รีวิวเกม] Mario Kart 8 Deluxe ลุงหนวดมาริโอออกซิ่งบน Nintendo Switch

Review Mario Kart 8 Deluxe มาแล้วจะคุ้มหรือไม่มาดูกัน

Mario Kart 8 Deluxe

9.4

กราฟิก และงานออกแบบ

9.5/10

เกมเพลย์

9.8/10

ความแปลกใหม่

8.8/10

ความคุ้มค่า

9.5/10

ภาพรวม

9.5/10

จุดเด่น

  • รวมทุก DLC แบบไม่เสียเงิน
  • กราฟิกดูดีมาก
  • โหมด Battle หลากหลาย

จุดสังเกต

  • ไม่ใช่เกมใหม่

เกมซีรีส์ Mario Kart เป็นหนึ่งในเกมที่ประสบความสำเร็จสูงสุดของ นินเทนโด ด้วยยอดขายที่ถล่มทลายแทบจะทุกภาค ทำให้เวลามีการประกาศภาคใหม่จะถูกจับตามองทันที ไม่เว้นแม้กระทั้งการมาของ Mario Kart 8 Deluxe แม้ว่ามันจะไม่ใช่เกมใหม่ก็ตาม

หากคุณเป็นแฟนนินเทนโด คงจะรู้ว่า Mario Kart 8 ออกวางขายมาตั้งแต่ปี 2014 บน WiiU และมันก็ประสบความสำเร็จทั้งยอดขายที่มากมายแม้ว่ามันจะออกบน WiiU คอนโซลที่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าไรนัก ส่วนการมาลงบน Nintendo Switch ก็แทบไม่มีอะไรแตกต่างเมื่อมองแค่ภายนอก

แต่พอได้สัมผัสแล้วคุณจะพบว่าเมื่ออยู่บนหน้าจอทีวีจะมีความละเอียดที่ 1080p และเฟรมเรตจัดเต็มที่ 60 FPS ส่วนในโหมดพกพาจะมีความละเอียด 720p ตามคุณภาพของหน้าจอ ทำให้แม้ว่าจะเป็นเกมที่ออกมาหลายปีแต่มันก็ยังคงดูดีทั้งพื้นผิวและแสงเงา ทำให้เห็นว่า Switch แรงกว่า WiiU แน่นอน

ต่อด้วยเพลงประกอบ ที่ใช้เพลง Jazz มาเป็นธีมหลักที่ทำออกมาได้ยอดเยี่ยมเพราะทั้งติดหู ลงตัวทุกรายละเอียดไม่เสียชื่อซีรีส์ Mario Kart ที่มีความโดดเด่นที่ดนตรีประกอบมาตลอด อย่างไรก็ตามสำหรับเวอร์ชั่นบน Nintendo Switch คุณอาจต้องซื้อหูฟังดีๆมาใช้ในโหมด พกพา แต่รับประกันได้เลยว่าทั้งภาพและเสียงมันคือเกมระดับ AAA ที่ไม่มีอะไรผิดหวังแถมยังดีกว่าต้นฉบับด้วยซ้ำ

รูปแบบการเล่นหลักๆของเกมยังคงเดิมที่เป็นเกมแข่งรถ ที่ไม่เน้นความสมจริง แต่เต็มไปด้วยความสนุกแบบหลุดโลก ที่มีจุดเด่นที่สนามแข่งที่หลากหลายรูปแบบ มีไอเทมไว้แกล้งเพื่อน และทำให้เราเข้าเส้นชัยให้เร็วที่สุด ซึ่งในภาคนี้ต้นฉบับบน WiiU ได้เพิ่มลูกเล่นการซิ่งแบบไร้แรงดึงดูด ที่เราสามารถไปได้ไม่ว่าเส้นทางนั้นจะกลับหัว ทำให้เกิดรูปแบบการเล่นที่ไร้ขีดจำกัด ซึ่งก็ทำได้ยอดเยี่ยมมาตั้งแต่ต้นฉบับอยู่แล้ว มาคราวนี้อัพเกรดให้ลื่นไหลกว่าเดิมยิ่งคุ้มค่า

โดยรวมแล้ว 85% ของเกมคือของเดิมที่มีอยู่แล้ว แต่รับภาพให้ดูดีขึ้นเล็กน้อย แต่แค่นี้มันคงไม่คุ้มค่าแน่ ทำให้ปู่นินได้ทำการอัพเกรดครั้งใหญ่เพิ่มสิ่งที่ภาคหลักขาดหายไปคือโหมด Battle ที่ภาค 8 บน WiiU ไม่มีสนามแข่งเฉพาะ แต่ใช้สนามปรกติมาเป็นลานประลอง มาบน Nintendo Switch มีการสร้างสนามแข่งมาให้ 8 สนาม ที่มีการออกแบบให้เข้ากับการเล่นแบบดวลกัน ที่มีมาจากเกมอื่นอย่าง Splatoon ด้วย และยังมีไอเทมใหม่ อย่างขนนกที่จะช่วยให้เรากระโดดลอยตัวและขโมยลูกโป่ง, และ ผี Boo ที่กลับมาอีกครั้งในภาคนี้ ปิดท้ายกับ Item Box ที่เปิดโอกาสให้เราเก็บไอเทมได้ 2 ช่องเหมือนกับ Mario Kart: Double Dash บน Gamecube

เท่านั้นยังไม่พอยังเพิ่มโหมดใหม่ๆในส่วนของการ Battle ยังมีลูกเล่นเพิ่ม ไล่ตั้งแต่ของเดิมอยากโหมด บอลลูน ที่เป็นสิ่งพื้นฐานที่ต้องมีอยู่แล้ว และยังเสริมด้วย โหมด Shine Thief ที่คล้ายกับการแย่งชิงธง เปลี่ยนมาแย่งชิง shine (พระอาทิตย์) แทน ต่อด้วยโหมด Renegade Roundup ที่เป็นการไล่จับที่ต้องแบ่งข้างกันโดยมีทั้งทีมที่ต้องไล่จับ กับอีกทีมที่ต้องโดยไล่ล่า และเมื่อถูกจับได้จะถูกนำไปเข้ากรงขังและผู้เล่นที่เหลือต้องไปช่วย และยังมีโหมด Coin Runners ไล่เก็บเหรียญแข่งกัน และปิดท้ายกับโหมด Bob-omb Blast ที่เป็นเหมือนฉากในหนังสงครามที่ทุกคนมีระเบิดเป็นอาวุธ โดยรวมแล้วมันกลับมาให้เล่นอย่างคุ้มค่า โหมดที่เพิ่มมามากมายชนิดเกินคาด

นอกจากนี้ตัวดาวน์โหลดเสริมหรือ DLC ของภาค WiiU ที่ต้องเสียเงินซื้อก็ถูกยัดใส่เข้ามาไม่ว่าจะเป็นตัวละครเสริมอย่าง Link จากเกม Zelda และยังมีของใหม่บน Nintendo Switch เช่น เต่า Dry Bone , Inkling Girl และ Inkling Boy จาก Splatoon หรือ King Boo และ Bowser Jr. รวมทั้งสนามแข่งเสริมก็ใส่มาครบทุกสนาม เมื่อนำมาคิดรวมกับตัวละครทั้งหมด 42 ตัวทำให้มันคุ้มค่ามาก แต่หากคุณมีเวอร์ชั่น WiiU แล้วซื้อตัว DLC มาครบแล้วก็ยังถือว่าคุ้มอยู่ดี

ส่วนไฮไลท์อีกส่วน ที่เมื่อมันมาอยู่บน Nintendo Switch ย่อมต้องสามารถเอาไปเล่นนอกบ้านได้โดยคุณภาพของกราฟิกไม่ได้ลดคุณภาพลงยกเว้นความละเอียดที่ลดลงเหลือ 720p แต่มันก็ยังคงดูดีมากๆ และมันคือรถแข่งบนเครื่องเกมพกพาที่ภาพสวยที่สุดในตอนนี้

ส่วนโหมดเล่นหลายคนที่ต้องมีอยู่แล้ว ความโดดเด่นคือสามารถเล่นกับเพื่อนแบบแบ่งหน้าจอ แต่ด้วยขนาดหน้าจอที่มีแค่ 6.2 นิ้วอาจจะดูลำบากไปหน่อย แต่ข้อดีของมันคือใช้ Joy-con แบ่งกับเพื่อนเพื่อเล่นได้ แม้ว่าจอยจะเล็กเมื่อแยกออกจากตัวเครื่องแต่ก็จับได้ถนัดมือ และมันยังสามารถเล่นแบบไร้สายกับเพื่อนที่มี Nintendo Switch ด้วยกันได้ ดังนั้นหากคุณมีเพื่อนที่ชื่นชอบการเล่นเกม มันเป็นหนึ่งในเกมที่เหมาะจะเล่นในงานปาร์ตี้มาก ส่วนโหมดออนไลน์ยังคงทำได้ดีงามตามมาตรฐานเดิม มีการจัดการระบบที่ดี หาเพื่อนเล่นด้วยง่าย ส่วนความลื่นไหลก็ขึ้นอยู่กับความแรงของอินเทอร์เน็ตของคุณ

เกม Mario Kart 8 Deluxe อาจจะไม่ใช่ของใหม่แบบเต็ม 100% แต่สิ่งที่ให้มาก็มากเพียงพอที่จะทำให้ผู้ทีเคยมีเวอร์ชั่น WiiU กลับไปเล่นและสนุกกับมันอีกครั้ง ส่วนใครยังไม่เคยเล่นมาก่อนยิ่งไม่ควรพลาดเพราะมันคือเกมแข่งรถที่ยอดเยี่ยมที่สุดเกมหนึ่งในยุคนี้ แถมยังมาแบบครบๆทั้งฉาก, ตัวละคร และไอเทมใหม่ไม่ต้องเสียเงินซื้ออะไรอีกแล้ว และยังเอาไปเล่นนอกบ้านได้ด้วย ใครมี Nintendo Switch ไม่ควรพลาดที่จะมีไว้ติดเครื่อง

ขอบคุณร้านเกม Nadz Project ดิจิตอล เกตเวย์ ชั้น 2

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!