Connect with us

Game Review

[รีวิวเกม] Assassin’s Creed Origins เปิดตำนานนักฆ่าแห่งดินแดนไอยคุปต์

Review เกม Assassin’s Creed Origins ต้นกำเนิดนักฆ่ามาแล้ว

Assassin's Creed Origins

9.1

กราฟิกและการนำเสนอ

9.5/10

เกมเพลย์

9.0/10

ความคุ้มค่า

9.0/10

ความแปลกใหม่

9.0/10

ภาพรวม

9.0/10

จุดเด่น

  • เกมเพลย์ปรับให้สนุกมากขึ้น
  • โลกกว้างให้สำรวจ
  • ระบบต่อสู้ดีเยี่ยม
  • ระบบอัพเกรดที่มีความละเอียดกว่าเดิม

จุดสังเกต

  • เฟรมเรตตกภาพกระตุก

หลังจากปล่อยให้แฟนเกมรอกันมานานในที่สุด Assassin’s Creed กลับมาอีกครั้งที่คราวนี้ย้อนยุคไปไกลถึงสมัย อียิปต์สมัยโบราณ ที่เป็นการย้อนไปไกลที่สุดของซีรีส์นักฆ่า และการที่มันว่างเว้นมา 1 ปีทำให้ภาคนี้ถูกคาดหวังไว้สูงว่าจะออกมาดีกว่าภาคที่แล้ว ที่ได้รับเสียงวิจารณ์ไม่ค่อยดีนัก

(ขอบคุณ NGIN สำหรับการอนุเคราะห์เกมรีวิว)

โดย Assassin’s Creed Origins ถือเป็นภาคที่ 3 แล้วที่ออกบน PS4 , XboxOne ทำให้หลายคนคิดว่ากราฟิกคงจะไม่ได้ยกระดับมาจากเดิมเท่าไร แต่ไม่น่าเชื่อว่าทางทีมสร้างยังสามารถใส่รายละเอียดเพิ่มเข้าไปในโลกกว้างๆในเกมที่ออกมาดูดีอย่างไม่น่าเชื่อ ทุกอย่างออกมาดูดีแตกต่างจากภาคก่อน แถมโลกของเกมที่กว้างกว่าเดิม กราฟิกระดับนี้ถือว่าดูดีมากแล้วและเป็นหนึ่งในเกม Open World ที่มีกราฟิกที่ดูดีที่สุดในตอนนี้

ส่วนระบบเสียงเกมก็ยังคงช่วยเสริมให้ดินแดนไอยคุปต์ ในอดีตสมจริงเพราะมีการสร้างเพลงธีมที่เหมือนกับภาพยนตร์ฮอลลีวูดที่เกี่ยวกับอียิปต์โบราณได้สมจริง เสริมให้การท่องไปยังดินแดนทะเลทรายดูดีอย่างไม่น่าเชื่อ  โดยในภาคนี้เราจะได้รับบทเป็น Bayek ที่มีเรื่องราวสุดเข้มข้นที่มีทั้งการหักหลัง การล้างแค้นที่มาให้เราเสพกันตลอดเกม ส่วนบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ที่ภาคนี้ที่จะมาปรากฏตัวจะมีทั้ง ปโตเลมีที่ 13 , คลีโอพัตรา , จูเลียส ซีซาร์ ที่จะมาเป็นหนึ่งในตัวละครหลัก

รูปแบบการเล่นหลักๆดูเหมือนจะไม่ได้แตกต่างจากภาคที่แล้วเท่าไรนัก เพราะเกมเพลย์ยังคงเป็นเกมแอ็คชั่นนักฆ่าที่ต้องลอบฆ่าศัตรู ที่มีฉากกว้างๆ ที่ภาคนี้มันใหญ่กว่าเดิมมากมาย จนแทบจะสำรวจกันไม่หมด แต่ที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดคือเกมเน้นหนักไปที่ระบบ RPG ที่การพัฒนาตัวละครจะมีความสำคัญกับการเล่นมาก

เพราะทุกตัวละครในเกมจะมีเลเวลที่กำหนดความเก่งของตัวละคร จริงอยู่ที่ก่อนหน้านี้ก็มีแต่ภาคนี้จะเน้นหนักมากขึ้น เช่นการโจมตีแล้วขึ้นตัวเลขพลังชีวิตที่ลดลงแบบเกมแนว RPG (ไม่ชอบก็ปิดได้) การสวมใส่อาวุธเครื่องป้องกันที่ลงลึกถึงรายละเอียด ที่มีทั้งอาวุธโจมตีระยะใกล้อย่างดาบ , ขวาน ,หอก ที่แต่ละประเภทมีความแตกต่างกัน ทั้งการทำท่าคอมโบที่ลื่นไหลและหลากหลาย โดยทุกประเภทใช้งานได้จริงไม่ได้มีชนิดไหนทำมาเล่นๆ เราสามารถใช้ได้ตามความถนัดได้ แต่ก็ต้องระวังเพราะมีบางชนิดติดคำสาปหากใช้ก็อาจทำให้เกิดสถานะแปลกเช่นพลังชีวิตลดลง

ส่วนธนูก็พัฒนาให้โดดเด่นยิ่งขึ้น เพราะไม่ใช่แค่ทำมายิงๆ แล้วอัพเกรดนิดๆหน่อยๆเท่านั้น ยังมีการแยกชนิดทั้งการยิงรัว หรือยิงไปแล้วบังคับทิศทางได้ หรือยิงได้หลากดอกพร้อมกันราวกับว่ามันเป็นปืนลูกซอง แถมยังอัพเกรดให้เข้ากับสกิลได้ด้วย เช่นการอัพเกรดให้ใช้ท่าไม้ตายเทพๆได้เช่นการทำฉากให้สโลวโมชั่นก่อนการยิงธนูที่คล้ายกับเกมเซลด้า ทำให้มันเป็นหนึ่งในอาวุธจำเป็นต่อการเล่นของภาคนี้

ระบบอัพเกรดตัวละครที่มีทั้งเลเวล และสกิล ที่จำเป็นอย่างมากเพราะอย่างที่บอกว่าตัวละครในเกมมีเลเวลกำหนด หากเรามี เลเวลที่น้อยกว่าไปต่อสู้ตรงๆจะเสียเปรียบมากกว่าภาคก่อน ผู้เล่นต้องอัพเกรดเลเวลจากการต่อสู้และทำเควสที่มีให้ทำทั้งเควสหลักและย่อยจำนวนมหาศาล ที่ซ่อนอยู่ในโลกกว้างๆของเกม ที่ต้องชมคือเควสที่ทำถูกปรับให้ลื่นไหลมากขึ้น ที่มีทั้งการช่วยเหลือคนที่ถูกจับ หรือปริศนากระดาษ papyrus ที่ถูกซุกซ่อนอยู่ในฉาก รวมทั้งการออกล่าสัตว์ที่ภาคนี้มีทั้งแบบโหดอย่างจระเข้, สิงโต ,เสือดาว ,ฮิปโป และไฮยีน่า รวมทั้งบอสในเกมที่ภาคนี้มีการใส่ลูกเล่นในการต่อสู้แบบสนุกเข้ามาและยังมีสิ่งที่เหนือธรรมชาติมาแบบไม่ได้ทำลายประวัติศาสตร์ และดูสมเหตุสมผล

และความโดดเด่นสุดๆของภาคนี้คือระบบต่อสู้ที่ถูกยกระดับขึ้นมาก เพราะไม่ได้มีการกดปุ่มตามจังหวะเพื่อหลบหลีกอีกแล้ว การโจมตีมีทั้งแบบเบาและหนัก รวมทั้งท่าไม้ตายที่กดได้ไม่ยากและมีประสิทธิภาพมาก ตัวเกมมีการใช้เครื่องป้องกันอย่างโล่เพื่อร่วม โดยท่าไม้ตายและความสามารถใหม่ๆต้องอัพเกรดสกิลที่จะได้ค่าพลังมาอัพเกรดเมื่อเลเวลขึ้น นอกจากนี้เราสามารถสำรวจฉากในมุมสูงได้โดยใช้นกของตัวเอกทำให้เราสามารถมองจากในมุมสูงและสำรวจก่อนที่จะเข้าไปจัดการเป้าหมายได้ เรียกว่าเป็นไอเดียที่ทำให้การเล่นสะดวกขึ้นมากเพราะนกของเราสามารถสแกนได้ทั้งเป้าหาย และรู้ว่าศัตรูอยู่ตรงจุดไหนบ้าง ในภาคนี้ยังคงมีฉากรบด้วยเรือ ที่มีการวางกลยุทธ์การต่อสู้แบบศึกสงครามแบบโบราณมาให้เล่นกัน ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วรู้สึกได้เลยว่าการควบคุมบังคับทำได้ดีเล่นไม่ยาก

โดยรวมแล้วภาคนี้ถือว่าทำได้ดีกว่าภาคก่อนมาก เกมมีอะไรให้ทำมากมายเกินคาดเดา แม้เควสหลักจะไม่ได้ยาวมาก แต่เชื่อเหลือเกินว่าผู้เล่นต้องสนุกไปกับการทำเควสย่อยจนโดนดูดเวลาไปหลายสิบชั่วโมงแน่นอน  อย่างไรก็ตามแม้เกมจะอยู่ในดินแดนอียิปต์ ที่เต็มไปด้วยสมบัติแต่เงินในเกมหายากพอตัว แถมเกมมีทั้งการซื้ออาวุธ เครื่องป้องกันหลายชนิด และยังมีระบบตีอาวุธอีกทำให้ผู้เล่นต้องใช้เงินจำนวนมาก ซึ่งเกมมีการขายของด้วยเงินจริง ซึ่งสายเติมเงินก็สามารถเลือกซื้อได้ตามใจ ส่วนข้อเสียเล็กน้อยคือเฟรมเรตของเกมที่มีอาการกระตุกในบางฉาก และมีการหยุดต้างรอโหลดเวลากำลังเดินทาง แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร

เกม Assassin’s Creed Origins ถือเป็นการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ เพราะเกมเพลย์ที่ปรับเปลี่ยนให้สนุกมากยิ่งขึ้น แถมยังมีโลกกว้างๆรอให้เราสำรวจอีกเพียบ เชื่อว่าแฟนเกมนักฆ่าต้องชื่นชอบเพราะมันคือการก้าวเดินที่ถูกทางของซีรีส์ Assassin’s Creed ที่ไม่อยากให้คุณพลาดไป

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!