Connect with us

Games

[รีวิวเกม] Shin Megami Tensei Strange Journey Redux ตำนานเกม JRPG ที่ถูกลืม

Review เกม Shin Megami Tensei Strange Journey Redux เกม RPG คลาสสิกมาแล้ว

Published

on

Shin Megami Tensei Strange Journey Redux

Shin Megami Tensei Strange Journey Redux
8.1

กราฟิกและการนำเสนอ

7.5/10

เกมเพลย์

8.5/10

ความคุ้มค่า

8.0/10

ความแปลกใหม่

8.0/10

ภาพรวม

8.5/10

จุดเด่น

  • เกมเพลย์คลาสสิก
  • ระบบเรียกใช้ปีศาจที่สนุกหลากหลาย
  • ดนตรีประกอบที่ทำใหม่
  • มีโหมดง่ายให้เล่น

จุดสังเกต

  • กราฟิกหลักๆไม่ได้อัพเกรดเท่าที่ควร
  • ไม่ใช่เกมใหม่

ในช่วงนี้เชื่อได้เลยว่าคอเกมส่วนใหญ่จะโฟกัสไปที่เกมแอ็คชั่น หรือเกมยิงมากกว่า ทำให้การมาของเกม RPG ระดับตำนานของญี่ปุ่นอย่าง  Shin Megami Tensei Strange Journey Redux บน 3DS จะดูเงียบๆไปหน่อย

เกมซีรีส์ Shin Megami Tensei มีประวัติยาวนานตั้งแต่ช่วงยุค 90 และได้ออกมาทั้งภาคหลักและแยกย่อยเป็นหลายเกม ที่ตัวเกมยังนำเสนอด้วยเกมเพลย์หลากหลายรูปแบบ ส่วนเกม Shin Megami Tensei Strange Journey Redux บน 3DS ไม่ใช่เกมใหม่แต่เป็นการนำภาคที่ออกบน NDS มาอัพเกรดใหม่

อย่างไรก็ตาม กราฟิกหลักๆของเกมก็แทบไม่แตกต่าง ยังคงนำเสนอแบบเกมคลาสสิกสมัยยุค 90 ที่จะใช้การสำรวจด้วยการเลือกคำสั่ง เช่นการท่องไปในฐานทัพของเราก็ยังใช้วิธีการเลือกไปที่เมนู ทำให้กราฟิกยังคงเหมือนกับในอดีต ที่มีการนำเสนอภาพนิ่งเท่านั้น เช่นเดียวกับเหล่าปีศาจในเกมที่ส่วนใหญ่ ที่มีกราฟิกที่ดูธรรมดามากโดยรวมกราฟิกเหมือนเกมสมัย PS1 ไม่ได้ถูกยกระดับจากเดิมเท่าที่ควร แต่ที่โดดเด่นคือเพลงประกอบที่ดูดีและเหมาะกับธีมของเกมที่เน้นการสำรวจในสถานที่ลึกลับแปลกตา รวมทั้งเสียงพากย์ที่จัดเต็มที่เสริมให้เกมดูโดดเด่น แม้ว่าจะไม่ได้พากย์ครบทุกคำพูดก็ตาม

เรื่องราวเกิดขึ้นที่ทวีปแอนตาร์กติกา ตัวเอกที่มากับกองกำลังของ UN ต้องออกสำรวจและต่อสู้กับปีศาจร้ายที่หมายจะทำลายล้างโลก ที่มีการเล่าเรื่องที่เข้มข้นแม้ว่าส่วนใหญ่ในเกมจะนำเสนอด้วยการ์ตูนภาพนิ่งก็ตาม แต่ก็มีคัทซีนงามๆมาให้ชมอยู่ อย่างไรก็ตามซีรีส์นี้ก็ยังไม่เหมาะกับเด็ก เพราะมันมีทั้งเลือดและความรุนแรง อีกทั้งปีศาจที่อยู่ในเกมบางตัวก็เหมือนกับผู้หญิงที่แต่งตัวโป๊ หรือไม่ก็เกือบเปลือย ทำให้มันเป็นอีกเกมที่ไม่เหมาะสำหรับเด็กเท่าไรนักแม้กราฟิกในเกมจะไม่ได้สมจริงก็ตาม

รูปแบบการเล่นอธิบายง่ายๆมันก็คือเกม RPG แบบเทิร์นเบส ที่ต้องใส่คำสั่ง ที่มุมกล้องในเกมนำเสนอด้วยมุมมองบุคคลที่ 1 ทั้งในฉากเดินในดันเจี้ยนที่ถูกกำหนดทิศทางไว้และเดินได้แบบจำกัด แต่ก็ไม่ได้ทำให้เกมดูแย่ เพราะมันถือว่ามีความซับซ้อนพอตัว และมีหลายชั้นให้เราสำรวจแถมยังมีทางลับ และไอเทมซ่อนอยู่ในฉากที่เราต้องคอยสแกนหาอีกมากมาย อย่างไรก็ตามคุณก็ต้องรับกราฟิกและการนำเสนอของเกมให้ได้ก่อน แต่ถึงมันจะซับซ้อนแค่ไหนก็ไม่มีหลงทาง เพราะเราสามารถใช้จอสัมผัสของ 3DS ในการมองแผนที่โดยรวมทำให้การท่องไปเกมสะดวกยิ่งขึ้น และเกมก็มี

ส่วนความโดดเด่นของซีรีส์ Shin Megami Tensei คือการที่ตัวเอกสามารถใช้งานปีศาจมาร่วมต่อสู้ได้ โดยในภาคนี้ก็ยังคงมีให้ใช้งานกันหลายร้อยตัว และการได้ปีศาจมาร่วมทีมก็ไม่ใช่ง่ายๆเหมือนเดิม เพราะผู้เล่นต้องพูดคุยแล้วชักชวนเข้ามาอยู่ในทีม ที่บางครั้งเราก็ต้องเลือกคำตอบให้ดี หรือบางทีก็ต้องเสียเงิน เสียไอเทมเสียเลือดเสียน้ำตากว่าจะได้มาเป็นพวก แน่นอนว่าต้องมีการใช้ภาษาในส่วนนี้ ซึ่งเวอร์ชั่นที่นำมารีวิวเป็นภาษาญี่ปุ่นก็ต้องใช้ความสามารถกันหน่อย หรือไม่ก็รอเล่นฉบับภาษาอังกฤษที่จะออกปีหน้า

นอกจากนี้ยังนำปีศาจมารวมร่างกันได้ ที่มีทั้งรวมแบบ 2 ตัว หรือมากกว่านั้น และไม่ต้องกลัวว่าจะยุ่งยาก เพราะมีการบอกข้อมูลเป็นรูปภาพที่เข้าใจง่าย และบอกกันตรงๆว่าเมื่อรวมร่างแล้วจะออกมาเป็นตัวไหน ทำให้ไม่ต้องเสี่ยงในการรวมร่างเพราะบางตัวกว่าจะจับได้เลือดตาแทบกระเด็น และมีการบอกกระทั่งว่าใช้ตัวไหนรวมร่างกันแล้วจะได้ตัวเทพๆมาใช้ ทำให้ง่ายในการสร้างปีศาจตัวเทพๆมาใช้งาน

ส่วนนี้ทำให้เกมหลากหลายมากเพราะปีศาจแต่ละตัวมีความแตกต่างกันทั้งค่าพลัง หรือประเภทที่มีทั้งสายโจมตี และช่วยสนับสนุน โดยแต่ละตัวมีธาตุระบุให้เห็นถึงความแตกต่าง และมีการแพ้ทางกันที่ชัดเจนมาก ทำให้เราต้องจัดทัพปีศาจของเราให้ดี เพราะตัวเกมไม่ได้ง่ายเลย ศัตรูในเกมมีความโหดพอตัว และดันเจี้ยนในเกมก็มีความลึกและซับซ้อน อย่างไรก็ตามภาคนี้มีโหมดง่ายมาให้เลือกเล่น ทำให้มือใหม่ก็สนุกไปกับเกมได้

สิ่งใหม่ที่เพิ่มเข้ามาใน Shin Megami Tensei Strange Journey Redux คือเหล่าปีศาจตัวใหม่ๆที่รวมกับของเก่าแล้วเกิน 350 ตัว และงานออกแบบตัวละครในเกมใหม่ , เพิ่มเสียงพากย์ใหม่ มีอนิเมชั่นใหม่ๆมาให้ชม และยังมีตัวละครใหม่นาม Alex มาเป็นอีกหนึ่งตัวเดินเรื่องในภาคนี้ และมีการเพิ่มเรื่องราวใหม่ๆเข้าไป ทำให้แม้จะไม่ได้ปรับเปลี่ยนกราฟิกไปมากเท่าไรก็ยังคงน่าเล่นแม้ว่าผู้เขียนจะเคยเล่นมาแล้วบน NDS ก็ตาม

ในโลกของเกมที่เปลี่ยนไปทำให้เกม Shin Megami Tensei Strange Journey Redux อาจจะไม่โดดเด่นเหมือนยุคอดีต แต่สำหรับแฟนเกมรุ่นเก่ามันก็ยังคงสร้างความสนุกให้กับคุณได้ แค่ไล่จับปีศาจมาเป็นพวกแล้วนำมาผสมกันก็สนุกแล้ว และถือว่าเอาไว้เล่นฆ่าเวลารอ Shin Megami Tensei 5 บน Nintendo Switch ที่ยังไม่รู้ว่าจะวางขายเมื่อไร

แสดงความคิดเห็น

Games

[รีวิวเกม] Dissidia Final Fantasy NT (PS4) ตำนานไฟนอลฉบับเกมต่อสู้

Review เกม Dissidia Final Fantasy NT ตำนานเกมต่อสู้ของซีรีส์ไฟนอล มาแล้ว

Published

on

Shin Megami Tensei Strange Journey Redux

Shin Megami Tensei Strange Journey Redux
8.1

กราฟิกและการนำเสนอ

7.5/10

เกมเพลย์

8.5/10

ความคุ้มค่า

8.0/10

ความแปลกใหม่

8.0/10

ภาพรวม

8.5/10

จุดเด่น

  • เกมเพลย์คลาสสิก
  • ระบบเรียกใช้ปีศาจที่สนุกหลากหลาย
  • ดนตรีประกอบที่ทำใหม่
  • มีโหมดง่ายให้เล่น

จุดสังเกต

  • กราฟิกหลักๆไม่ได้อัพเกรดเท่าที่ควร
  • ไม่ใช่เกมใหม่

สำหรับแฟนๆซีรีส์ Final Fantasy ถือว่าการได้สัมผัสตัวละครในตำนานในเกมรูปแบบอื่นที่ไม่ใช่ RPG ถือว่าเป็นความสนุกในฝันเพราะเป็นที่รู้กันว่าจุดเด่นของซีรีส์ ไฟนอลคือตัวละครที่โดดเด่น ที่สามารถครองใจผู้เล่นได้ ทำให้การมาของ Dissidia Final Fantasy NT บน PS4 น่าสนใจเกินหน้าเกินตารูปแบบการเล่นในทันที เพราะมันคือการรวมดาวตัวละครไฟนอลมาครบทุกภาคในรูปแบบเกมต่อสู้

เกริ่นนำ

เกม Dissidia Final Fantasy NT บน PS4 ต้นฉบับออกบนเกมตู้มาเป็นปีแล้ว แต่การที่มันเปิดให้เล่นในญี่ปุ่นก่อน ทำให้แฟนๆชาวไทยอาจจะไม่เคยเล่น ซึ่งหากย้อนไปไกลอีกหน่อยมันเคยออกบน PSP มาแล้วโดยเป็นการนำตัวละครไฟนอลมามัดรวมกันแล้วปรับเปลี่ยนแนวเป็นแอ็คชั่นต่อสู้แบบ 3 มิติที่มีความเป็น Final Fantasy ครบถ้วนไม่ว่าจะเป็นกราฟิกและท่าไม้ตายที่อลังการงานสร้างรวมทั้งฉากและตัวละคร โดยในภาคใหม่จะได้ “ทีมนินจา” มาสร้างยิ่งน่าสนใจเพราะทีมนี้ถือว่าถนัดสร้างเกมแอ็คชั่นอยู่แล้ว

กราฟิก

กราฟิกในเกมอยู่ในระดับดี แม้มันไม่ได้สร้างจากค่าย Square Enix โดยตรงแต่ก็ถ่ายทอดความเป็น Final Fantasy ได้อย่างครบถ้วน แถมยังออกแบบตัวละครในตำนานที่มีมาตั้งแต่สมัยแฟมิคอม 8Bit มาเป็นตัวละครในเกมยุคใหม่ได้น่าสนใจโดยเฉพาะตัวละครคลาสสิกจากภาคสามที่มาในรูปแบบหลากหลายอาชีพ ส่วนเฟรมเรตของเกมก็ลื่นไหลดีแม้จะเล่นหลายคนในโหมดออนไลน์ก็ไร้อาการกระตุกต่างจากสมัยตัวเดโม

เพลงประกอบ

เพลงในเกมถือเป็นจุดเด่นอย่างมากเพราะมันเป็นการรวมฮิตเอาเพลงจากซีรีส์ Final Fantasy มารวมกันทุกภาค โดยมีเพลงในตำนานของหลายภาคที่ใส่มาแบบแทบไม่ได้ปรับเปลี่ยนเหมือนเป็นการเอาใจแฟนเกมไฟนอลทั้งรุ่นใหม่และรุ่นใหญ่ ส่วนเสียงพากย์ในเกมก็จัดเต็มมากันทุกตัว โดยตัวละครดังๆในตำนานก็มีเสียงพากย์ที่เหมือนกับต้นฉบับด้วย นอกจากนี้ผู้เล่นยังสามารถเปลี่ยนเพลงประกอบได้เองตามใจชอบด้วย

เกมเพลย์

รูปแบบการเล่นเป็นเกมแนวต่อสู้แบบ 3 ต่อ 3 ที่มีมุมกล้อง 3D แบบมองจากด้านหลังของตัวละคร ที่ผู้เล่นสามารถปรับเปลี่ยนได้เอง โดยแต่ละตัวละครจะมีความคล่องตัวสูงผู้เล่นสามารถใช้ท่าพุ่งตัวเข้าหาเป้าหมายอย่างรวดเร็วได้ ทำให้เกมเพลย์รวดเร็วเหมือนกับการต่อสู้แบบฉบับที่ซีรีส์ ไฟนอลใช้มาตลอด และเกมมีระบบโจมตีที่เป็นเอกลักษณ์ โดยมีทั้งแบบ Brave Attack ที่เป็นท่าไม้ตายที่รุนแรง และทำให้ทีมศัตรูเสียค่า Break Bonus และยังมีท่า HP Attack ที่เมื่อโจมตีทีมคู่แข่งจะส่งผลให้ค่า Break Bonus เพิ่ม

นอกจากนี้ยังมีท่าไม้ตายพิเศษที่แตกต่างของตัวละครที่เรียกว่า EX Skills ที่รับประกันความรุนแรง ที่นอกจากจะใช้เพื่อโจมตีคู่แข่งแล้วยังส่งผลกับสถานะของตัวละครเช่นเพิ่มพลังโจมตี , ป้องกัน หรือเติมพลัง และยังมีท่าที่ส่งผลกับทีมศัตรูเช่นพิษ หรือให้ตาบอดชั่วคราว และแน่นอนว่าซีรีส์ไฟนอล ต้องมีมนต์อสูร มาให้ใช้ที่เราต้องค่อยๆเก็บสะสมพลังแล้วเรียกมันมาใช้งาน ซึ่งแต่ละตัวมีท่าไม้ตายที่แตกต่างกันแถมยังมีมากันแทบจะครบทุกตัว (ตัวที่ดังๆ) เช่น Bahamut,Ifrit,Leviathan,Odin,Shiva และอีกมากมายหลายตัว ในตอนแรกจะมีมาให้ใช้เพียง 1 ตัวแต่จะค่อยๆปลดล็อคออกมาให้ได้ใช้งานกัน โดยรวมท่าไม้ตายในเกมเน้นความรวดเร็วและต้อง ชิงไหวชิงพริบกันตลอด และการเล่นเป็นทีมสำคัญมาก

ส่วนตัวละครในเกมก็มีการยัดใส่มาตั้งแต่ภาคแรกๆอย่างนักรบแห่งแสง จนถึง เจ้าชาย Noctis Lucis Caelum จากภาค 15 และยังมีภาคพิเศษอย่าง Final Fantasy Tactics และตัวละครจาก Final Fantasy Type-0 มาให้เลือกเล่นด้วย รวมแล้ว(ตอนนี้) มีทั้งหมด 28 ตัว โดยโหมดหลักๆในเกมจะมีโหมดเล่นออฟไลน์ ที่ผู้เล่นสามารถจัดทีมออกไปต่อสู้กับตัวละครฝ่าย Com เพื่อสะสมค่าพลัง , เงิน และยังได้ Memoria มาปลดล็อคสิ่งใหม่ๆในโหมดเนื้อเรื่องเช่นคัทซีนงามๆ ส่วนโหมดออนไลน์ที่น่าประทับใจเพราะมีความลื่นไหลอย่างมาก แม้ว่าการรอเพื่อนร่วมกันเล่นอาจจะใช้เวลานานไปนิด แต่เราสามารถสนุกแบบไม่กระตุกแบบเดียวกับโหมดออฟไลน์ และยังปรับแต่งการแข่งได้ตามต้องการได้ด้วย ซึ่งเมื่อชนะจะได้ค่าพลัง และคะแนนมาปลดล็อคสิ่งใหม่ๆเช่นกัน

ความคุ้มค่า

เกม Dissidia Final Fantasy NT อาจจะไม่ได้มีโหมดมากมาย แต่ก็มีตัวละครระดับตำนานให้เลือกเล่นจำนวนมาก และยังมีการปลดล็อคสิ่งใหม่ๆเช่นความสามารถของตัวละคร หรือชุดใหม่ รวมทั้งไอเทมเสริมหรืออสูรเพิ่มเติม ทำให้ผู้เล่นอยู่กับเกมได้ยาวนานเพราะมีอะไรซ่อนอยู่เพียบ แถมในอนาคตทีมงานยังจะมีการอัพเกรดสิ่งใหม่ๆเพิ่มเข้ามาให้เล่นเพิ่มอีกแน่(แต่ต้องเสียเงิน)


และความดีงามตามที่บอกมาทั้งหมดทำให้การกลับมาอีกครั้งของเกมต่อสู้ของซีรีส์ไฟนอล อย่าง Dissidia Final Fantasy NT มีดีมากพอที่จะหามาเล่น ต่อให้ไม่ใช่แฟนซีรีส์ไฟนอล วัดกันที่เกมเพลย์ล้วนๆ ก็ยังถือว่าสนุกพอตัวแม้จะไม่ได้มากมายเท่ากับเกมต่อสู้ขั้นเทพหลายเกมแต่ก็มีสิ่งให้ผู้เล่นค้นหามากกว่าที่คิด

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Games

[รีวิวเกม] Secret Of Mana ตำนานเกม RPG ฉบับภาษาไทย บน PS4

Review เกม Secret Of Mana บน PS4 , PSvita มาแล้ว

Published

on

Shin Megami Tensei Strange Journey Redux

Shin Megami Tensei Strange Journey Redux
8.1

กราฟิกและการนำเสนอ

7.5/10

เกมเพลย์

8.5/10

ความคุ้มค่า

8.0/10

ความแปลกใหม่

8.0/10

ภาพรวม

8.5/10

จุดเด่น

  • เกมเพลย์คลาสสิก
  • ระบบเรียกใช้ปีศาจที่สนุกหลากหลาย
  • ดนตรีประกอบที่ทำใหม่
  • มีโหมดง่ายให้เล่น

จุดสังเกต

  • กราฟิกหลักๆไม่ได้อัพเกรดเท่าที่ควร
  • ไม่ใช่เกมใหม่

ตามมาติดๆสำหรับเกมที่มี ซับภาษาไทย และคราวนี้เป็นการกลับมาของเกม RPG ในตำนานอย่าง Secret Of Mana ที่เคยออกวางขายบนเครื่อง Super Famicom ในยุค 90 มาคราวนี้ถูกหยิบขึ้นมาปัดฝุ่นสร้างใหม่หมดแบบรีเมค ลง PS4 , PSvita และ PC แค่นี้แฟนเกมชาวไทยอยากเล่นแล้วเพราะมันคือตำนานของวงการเกม RPG ในยุค 90

โดยเกม Secret Of Mana ต้นฉบับออกบน Super Famicom นับเป็นภาคที่สองของซีรีส์ Mana (ภาคแรกออกบน Gameboy) โดยมีความโดดเด่นเพราะมันเป็นเกมที่ค่าย square enix หมายมั่นที่จะสร้างให้เป็นเกมแอ็คชั่น RPG ระดับเทพไม่แพ้ Zelda และอย่างที่บอกว่าการปัดฝุ่นทำใหม่ในครั้งนี้คือการรีเมคใหม่หมดแบบเหมือนคนละเกม ไม่ได้ยกมาขายใหม่เฉยๆ แบบเกมที่ออกบน Nintendo Switch

เนื่องจากมันเป็นการสร้างใหม่ขึ้นมาทั้งหมดทำให้กราฟิกในเกมอยู่ในระดับ HD ที่มีการสร้างด้วยโพลิกอน 3D ไม่ได้เป็นดอทพิกเซลเหมือนกับต้นฉบับ แต่ข้อจำกัดของเกมเพลย์แบบเดิม ทำให้มุมมองของเกมจะถูกจำกัดแค่ด้านบนตามแบบฉบับเกมแอ็คชั่น 2D แต่เชื่อเถอะว่ามันดูดีและมีความน่ารัก แบบการ์ตูน แม้ว่ารายละเอียดมันจะเหมือนเกมสมัย PS3 ก็ตาม ส่วนดนตรีก็มีมาให้เลือกทั้งแบบคลาสสิกและแบบปรับแต่งใหม่ อีกทั้งเสียงพากย์ในเกมก็จัดเต็มแม้ว่าจะไม่มีการพากย์ไทยแต่ก็ถือว่าทำได้ยอดเยี่ยมแล้ว

ต่อเนื่องด้วยการแปลเป็นภาษาไทย ที่อยู่ในเกมแนวแฟนตาซีทำให้มีการใช้คำที่ดูจักรๆวงศ์ๆอยู่บ้าง แต่โดยรวมแล้วถือว่าแปลได้ดี ส่วน font ไทยในเกมตัวเล็กไปหน่อย บางครั้งจะดูกลืนไปกับฉากแต่ก็ยังอ่านรู้เรื่อง และที่ต้องชื่นชมคือเกม Secret Of Mana เป็นเกมแนว RPG ที่มีบทพูดมากมาย ทำให้การมีภาษาไทยจำเป็นอย่างมาก ที่ต่อให้ไม่ต้องอ่านบทสรุปเราก็รู้ได้ว่าต้องไปทำอะไรที่ไหนตลอด ต่างจากเกมภาษาไทยก่อนหน้านี้อย่าง Shadow of the Colossus ที่มีบทพูดน้อยกว่า อย่างไรก็ตามใครที่ต้องการบทสรุปก็ไปอ่านของต้นฉบับบน Super Famicom ได้เลยเพราะมันเหมือนเดิม

แม้กราฟิกจะเปลี่ยนไปแต่เกมเพลย์แทบจะเหมือนเดิม 100% ที่มาแนวแอ็คชั่น RPG มุมมองด้านบนที่เรียบง่ายมองภายนอกคล้ายกับเกม Zelda แต่พอได้สัมผัสเกมจะมีความแตกต่างพอสมควร ไล่ตั้งแต่การโจมตีที่จะต้องรอชาร์จพลังให้เต็ม 100% ถึงจะอัดแรงทำให้เราเข้าไปโจมตีรัวๆไม่ได้ ฟังดูไม่ดีแต่นั้นทำให้เกมแตกต่างและผู้เล่นจะสนุกกับการจับจังหวะเพื่อให้โจมตีได้รุนแรง

ตามด้วยการเล่นได้หลายคนตัวละคร เพราะเกมมี 3 ตัวละครหลักที่ผู้เล่นสามารถเปลี่ยนเล่นได้ตามใจ และยังสามารถเล่นกับเพื่อนพร้อมกันได้ด้วย และยังโดดเด่นด้วยระบบอาวุธที่มีหลายประเภทให้เลือกเปลี่ยน และทุกตัวละครสามารถใช้ได้หมด และอาวุธยังมีเลเวลที่เมื่อใช้ไปเรื่อยๆเราจะใช้ได้เชี่ยวชาญมากขึ้น และยังมีนำไปอัพเกรดด้วยการตีอาวุธได้เช่นกันถือว่าเป็นระบบที่เรียบง่ายไม่มีรายละเอียดมาก และอาวุธบางประเภทจะใช้งานมากกว่าโจมตี เช่นขวานใช้เปิดทางไปต่อ หรือแส้ที่ใช้ข้ามไปยังพื้นผิวที่แตกต่างได้ ส่วนพลังเวทก็มีให้ใช้ตามเทพที่ได้มา และก็มีหลากหลายประเภทที่ไว้โจมตี , เพิ่มพลัง และสายสนับสนุน ที่ช่วยแก้ปริศนาในเกมด้วย

ที่สำคัญการที่มีภาษาไทยให้อ่านทำให้เราสนุกไปกับการเล่าเรื่อง ที่บางครั้งอ่านแล้วอดที่จะอมยิ้มไม่ได้ แต่ที่ต้องติเล็กน้อยคือฉากและดันเจี้ยนในเกมไม่ค่อยจะซับซ้อนเท่าที่ควร ปริศนาออกแบบมาให้แก้อย่างง่ายๆ บอสในเกมก็ไม้ได้มีวิธีจัดการที่ซับซ้อนอะไร แต่ก็สนุกและมีกลิ่นของความเป็นเกมในยุค 90 พอให้แฟนเก่าหายคิดถึงกันด้วย

สรุปแล้วการกลับมาของเกม Secret Of Mana ฉบับรีเมคบน PS4 , PSvita ถือว่าตอบสนองความต้องการของแฟนเกมต้นฉบับได้แบบไม่มีที่ติ เพราะมันคือเกมเดิมๆ ที่เปลี่ยนกราฟิกและไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเกมเพลย์มากมายอะไร แต่หากคุณเป็นคนรุ่นใหม่ที่ไม่เคยเล่นต้นฉบับแล้วอยากลองก็ไม่ผิดอะไร อย่างไรก็เกมเพลย์อาจจะดูเชยไปหน่อยเพราะในยุคนี้ที่รูปแบบการเล่นควรจะซับซ้อนกว่านี้ แต่หากมองโดยรวม Secret Of Mana ยังถือเป็นเกมที่คุ้มค่ายิ่งเทียบกับราคาขายที่ไม่แพงใครอยากได้เกม RPG ภาษาไทยไปเล่นแบบรู้เรื่องราวไม่ควรพลาด

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Games

[รีวิวเกม] Aeternoblade อีกเกมน่าเล่นฝีมือคนไทยบน Nintendo Switch

มาแล้ว Review Aeternoblade บน Nintendo Switch

Published

on

Shin Megami Tensei Strange Journey Redux

Shin Megami Tensei Strange Journey Redux
8.1

กราฟิกและการนำเสนอ

7.5/10

เกมเพลย์

8.5/10

ความคุ้มค่า

8.0/10

ความแปลกใหม่

8.0/10

ภาพรวม

8.5/10

จุดเด่น

  • เกมเพลย์คลาสสิก
  • ระบบเรียกใช้ปีศาจที่สนุกหลากหลาย
  • ดนตรีประกอบที่ทำใหม่
  • มีโหมดง่ายให้เล่น

จุดสังเกต

  • กราฟิกหลักๆไม่ได้อัพเกรดเท่าที่ควร
  • ไม่ใช่เกมใหม่

ในทุกวันนี้นอกจากจะมีภาษาไทยออกมาให้เล่นแล้ว ยังเป็นยุคทองของนักสร้างเกมชาวไทยอีกด้วย เพราะมีเกมที่ถูกสร้างลงบนคอนโซลมากขึ้น และบางเกมยังสร้างออกมาได้ดีมากจนหากไม่บอกก็ไม่รู้เลยว่าสร้างโดยชาวไทย และล่าสุดถึงคิว Aeternoblade เกมแอ็คชั่น RPG ที่เคยออกวางขายทั้งบน 3DS , PSvita รวมทั้ง PS4 มาแล้วคราวนี้ได้เวลาลงเครื่องเกมลูกผสมอย่าง Nintendo Switch กันอีกรอบ

และการที่ต้นฉบับเกมออกบน 3DS ทำให้กราฟิกโดยรวมไม่ได้ดูดีนัก เพราะตั้งแต่เวอร์ชั่น PS4 ที่แม้มีการปรับภาพให้ดีขึ้นแต่ก็ไม่มากพอเมื่อเทียบกับสเปกเครื่อง โดยรวมก็เหมือนกับเกมในยุค PS2 หรือต้นยุค PS3 แต่หากทำความเข้าใจว่ามันคือการนำเวอร์ชั่น 3DS มาอัพเกรดมันก็ถือว่าอยู่ในระดับน่าพอใจ และการเล่นในโหมดพกพาบน Nintendo Switch ทำให้กราฟิกดูดีขึ้นเพราะหน้าจอมีขนาดเล็กลงกว่าบนทีวี ส่วนการนำเสนอเกมมี CG คัทซีนที่ดูเหมือนลงทุนอยู่แต่โดยรวมก็ดูธรรมดาไปหน่อย เช่นเดียวกับเพลงประกอบที่เหมือนกับดนตรีในยุค 90 มาปรับแต่งแต่เมื่อคิดว่ามันคือเกมดาวน์โหลดราคาไม่แพงก็ถือว่าก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร

รูปแบบการเล่นจะเป็นเกมแอ็คชั่น 2 มิติมุมมองด้านข้าง โดยกราฟิกและฉากในเกมแม้จะดูเหมือนมีมิติแต่มันก็คือเกม 2D ที่เดินได้แค่ซ้ายกับขวา ที่หากคุณเล่นแค่ฉากแรกอาจจะไม่ได้ประทับใจอะไรนักเพราะมันแทบจะไม่ได้แตกต่างจากเกมแอ็คชั่นทั่วไป แต่เมื่อเล่นไปจนเราปลดล็อกความสามารถตัวละครหลักอย่าง Freyja โดยเฉพาะการย้อนเวลา เกมจะสนุกขึ้นมาก เพราะเกมจะเปลี่ยนมาเป็นแอ็คชั่น RPG ที่ผู้เล่นต้องแก้ปริศนาเพื่อหาทางไปต่อแบบเดียวกับเกมคลาสสิกในอดีตอย่าง Castlevania: Symphony of the Night และ Metroid ซึ่งในบางจุดถือว่ามีความซับซ้อนพอสมควร และถ้าพลาดแม้แต่นิดเดียวก็อาจจะถึงตายได้ง่ายๆ เช่นการใช้ระบบย้อนเวลาเพื่อให้พื้นเลื่อนไปยังจุดที่ต้องการ หรือกด Switch แล้วใช้พลังย้อนกลับไปแล้วเปิดทางไปต่อ

นอกจากนี้เกมยังเสริมทัพด้วยระบบพัฒนาตัวละคร ทั้งค่าพลัง HP, MP และการใส่เครื่องป้องกันเครื่องประดับ และการอัปเดตสกิลท่าไม้ตายใหม่ๆมาให้ใช้ ทำให้เราสามารถอยู่กับเกมได้นานๆ เพื่อหาไอเทมที่ซ่อนอยู่และอัพเกรดตัวละครให้แข็งแกร่งมากขึ้น เพราะตัวเกมไม่ได้ง่าย หากเราลุยไปแบบไม่ได้เพิ่มค่าพลังตัวละครก็คงจะไม่สามารถผ่านไปได้ เพราะทั้งฉาก ศัตรูและบอสในเกมก็มีความโหดพอสมควร แต่หากเตรียมตัวไปดีๆ และใช้ท่าย้อนเวลาให้ถูกจังหวะแล้วก็จะผ่านไปได้และบอกได้เลยว่าปริศนาและบอสของฉากท้ายๆของเกมนั้นโหดพอตัว

แต่สิ่งที่เกมอาจจะแตกต่างกับ Castlevania: Symphony of the Night คือมันมีการแบ่งออกเป็นฉาก แต่เราสามารถย้อนกลับไปเล่นได้ตลอดเพื่อปลดล็อคของที่ซ่อนอยู่ และเมื่อเราอัพเกรดตัวละครให้มีความสามารถมากขึ้นเช่นการกระโดดสองจังหวะ เราก็จะไปยังฉากที่ก่อนหน้านี้ไม่สามารถไปได้ ทำให้เกมมีความหลากหลายและเล่นได้นานกว่าที่คิดมาก

เกมมีความยาวพอสมควรและคุ้มค่าหากเทียบกับราคาดาวน์โหลดที่ไม่แพงมากนัก อย่างไรก็ตามมันคือเกมเดิมๆที่ออกมาหลายเวอร์ชั่นแล้วทั้งแบบพกพาอย่าง 3DS , PSvita และบนคอนโซล PS4 ซึ่งหากคุณเคยเล่นมาแล้วก็อาจจะไม่คุ้มค่า แต่ถ้ายังไม่เคยมีก็ถือว่าไม่ควรพลาดเพราะมันเป็นอีกก้าวของวงการเกมไทยที่ควรให้การสนับสนุน

เอาเข้าจริงๆหากมองแค่ภายนอก Aeternoblade อาจจะเป็นเกมแอ็คชั่นธรรมดาๆ แต่หากได้ลองเล่นแบบเต็มๆแล้วมันมีดีซ่อนอยู่ แต่อาจถูกกลบด้วยการนำเสนอดูธรรมดาเพราะต้นฉบับออกมาหลายปีแล้วทำให้กราฟิกดูเชยไปหน่อย แต่หากคุณชอบเกมแนว Castlevania แบบ 2D ที่ต้องสำรวจแก้ปริศนาก็ไม่ควรพลาด และหากคุณอยากเล่นแบบภาพที่ดูดีกว่านี้แนะนำให้รอเล่น Aeternoblade 2 เพราะเกมใช้อันเรียล 4 ในการสร้าง และจะออกทั้ง PS4 , XBoxone , Nintendo Switch และ PC

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!