Connect with us

Games

[รีวิวเกม] Shinobi Refle Senran Kagura สัมผัสความนุ่มนิ่มได้สมจริงในเกมนี้ !!

Review เกม Shinobi Refle Senran Kagura เกมที่ใช้ลูกเล่น Joy-con ได้ดีที่สุด

Published

on

Shinobi Refle Senran Kagura

Shinobi Refle Senran Kagura
7.8

กราฟิกและการนำเสนอ

7.5/10

เกมเพลย์

7.5/10

ความแปลกใหม่

8.5/10

ความคุ้มค่า

8.0/10

ภาพรวม

7.5/10

จุดเด่น

  • ลูกเล่น Joy-con ที่สมจริง
  • ตัวละครน่ารัก
  • ราคาไม่แพง

จุดสังเกต

  • มีโหมดให้เล่นน้อยไปหน่อย
  • ไม่เหมาะสำหรับเด็ก

ปรกติแล้วเกมของนินเทนโด จะมีภาพลักษณ์ที่เหมือนเกมสำหรับครอบครัวที่เล่นได้ทุกวัย ทำให้การมาของเกมที่ดูทะลึ่งๆอย่าง Shinobi Refle Senran Kagura บน Nintendo Switch อาจจะเป็นเรื่องที่เกินความคาดหมายไปหน่อย

อย่างไรก็ตามก็ต้องบอกไว้ก่อนว่าเกม Shinobi Refle Senran Kagura ไม่ใช่เกมโป๊อะไรมากมายไม่มีอะไรวาบหวามให้เห็นกันแน่นอน แต่ก็ไม่เหมาะสำหรับเด็กที่จะหามาเล่นกัน โดยเริ่มต้นภาพในเกมถือว่าทำได้ดีพอตัว เพราะเกมแนวนี้อาจจะไม่ต้องใช้ความละเอียดอะไรมากมาย เพราะเน้นลูกเล่นของจอยเกม อย่างไรก็ตามตัวละครสาวๆในเกมถือว่าจำลองออกมาได้ดีมาก และดูอ่อนนุ่มไปทั้งตัวตามที่ผู้สร้างคุยไว้ เสียงพากย์ในเกมก็เหมือนได้ดูการ์ตูน อนิเมะ ทั่วๆไปที่เหมือนเอาใจแฟนๆกันสุดๆ แม้ว่ากราฟิกอาจจะไม่ได้โดดเด่นหรือมีรายละเอียดอะไรมากมายก็ตาม

ประเด็นหลักของเกมคือการช่วยตัวละครสาวๆให้สบายตัว ด้วยการนวด และกดจุด ที่ในตอนแรกเราจะได้สัมผัสมือตัวละครในเกม แน่นอนว่าเกมเพลย์ทั้งหมดเราต้องใช้ Joy-con ในการเล่น ที่ต้องถอดออกมาจากเครื่องเกมก่อน และเมื่อเลือกส่วนที่จะนวดแล้วให้กด ZL , ZR เพื่อลงน้ำหนักมือ หรือสะบัดจอยเพื่อใช้มือตี(แบบนวด) และ Joy-con จะสั่นตาม และสัมผัสแรกของการสั่นถือว่าทำได้ดีมากๆ เพราะเมื่อเรานวดไปที่มือ แล้วจอยเกมจะสั่นเบาๆแต่รู้สึกถึงความนุ่มนวลของมือได้

ต่อด้วยเมื่อเรานวดจนเธอพอใจ เกมจะตัดเข้าสู่ฉากพิเศษของเกมที่ตัวละครในเกมจะมาพร้อมกับชุดพิเศษที่ดู Sexy มากขึ้นไปอีก แต่ก็ไม่ได้วาบหวิวอะไรมากมายเกินกว่าเรตของเกม ความโดดเด่นคือในโหมดนี้เราจะสามารถจับได้ทุกสัดส่วนของตัวละครในเกมได้ตามใจชอบ แต่อย่าเพิ่งดีใจไป เพราะหากเราเลือกจับผิดจุดเธอจะไม่พอใจ และจะเล่นไม่ผ่าน

โดยเราต้องนวดในส่วนที่เธอปวดเมื่อยจนเธอพอใจ เกมก็จะตัดเข้าสู่มินิเกมนวดแบบทุบ ที่เราต้องใช้ Joy-con นวดทุบ โดยต้องสะบัด Joy-con ตามจังหวะที่เกมกำหนด และด้วยระบบจับการเคลื่อนไหวที่สมจริงขึ้นทำให้เราต้องใช้แรงไปกับการนวดที่ไม่หนักและไม่เบาจนเกินไป และเมื่อเธอพอใจเราจะได้ค่าพลังสะสมเมื่อเต็มก็จะผ่าน และนอกจากการใช้มือเปล่านวดแล้ว เกมยังมีอุปกรณ์เสริมอย่างลูกกลิ้ง ที่เราต้องจินตนาการว่า Joy-con ของ Nintendo Switch คือลูกกลิ้ง เป็นที่นวดแล้วสัมผัสไปที่ตัวละครในเกม และยังมีอุปกรณ์เสริมอีกมากมายที่จะค่อยๆปลดล็อกออกมา

นอกจากนี้ยังมีปืนฉีดน้ำ ที่ไว้ฉีดใส่สาวๆ และมันจะส่งผลชัดหากตัวละครสวมใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว คงนึกภาพออกนะว่าจะดู Sexy มากแค่ไหน โดยความยากง่ายของเกมคือการหาจุดกดสัมผัสแล้วตัวละครสาวๆจะพอใจมากที่สุดซึ่งส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่จุดที่ลามก ส่วนมากเป็นแขนหรือส่วนขามากกว่า ดังนั้นหากผู้เล่นจะจับส่วนที่นอกเหนือจากนี้ก็ถือว่าไม่ได้เกี่ยวกับเกมแล้วเพราะไม่ได้กำหนดไว้ว่าต้องจับส่วนนั้น โดยในตอนที่กำลังนวดเราสามารถปรับมุมกล้องได้ ทำให้เราสามารถนวดได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง และเมื่อนวดถูกจุดเธอจะทำหน้าพอใจอย่างมาก และยังมีสีที่ระบุว่านวดถูกจุดหรือเปล่า

ความโดดเด่นของเกมอยู่ที่การจำลองความอ่อนนุ่มของระบบสั่นแบบ HD ของ Joy-con ที่ผู้สร้างคุยไว้ว่ามันจะทำให้คุณรู้สึกถึงความนุ่มได้ และเมื่อได้สัมผัสก็บอกได้เลยว่ามันดีกว่าที่คาดมาก เพราะการสั่นของ Joy-con สามารถทำให้เรารู้สึกนุ่มได้จริงๆ แถมยังมีหลายระดับ เช่นเมื่อเรานวดบริเวณนิ้งของสาวๆก็จะสั่นเบาๆและมีความรู้สึกแข็งของกระดูกบริเวณนิ้ว แต่ถ้าเราสัมผัสส่วนที่อ่อนนุ่ม (เช่นบริเวณ แขน , ขา หรือหน้าอก) ระบบสั่นก็จะทำให้เรารู้สึกถึงความนุ่มได้จริงๆ และถือว่าเป็นเกมที่ใช้ระบบสั่นแบบ HD ของ Joy-con ได้ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่เคยเล่นมาเลย

อย่างไรก็ตามโดยรวมแล้วมันคือมินิเกม ที่เอาไว้เล่นขำๆมากกว่าจะเอาไว้เล่นจริงจัง เป้าหมายของเกมคือการปลดล็อกสิ่งต่างๆในเกมไม่ว่าจะเป็นตัวละครใหม่ๆที่เป็นสาวน้อยหลากหลายรูปแบบ ภาพงามๆของตัวละคร หรือปลดล็อกเสื้อผ้าที่มีทั้งชุดแปลกๆหรือชุดว่ายน้ำ และเราสามารถเปลี่ยนทรงผมและสีผมของตัวละครใหม่ได้

และแม้เกมจะสั้นแต่ราคาขายของเกม Shinobi Refle Senran Kagura ถือว่าไม่แพง เพราะมีราคาเพียง 300 กว่าบาทเท่านั้น(1,000 เยน) และมีขายเฉพาะโซนญี่ปุ่น ใครที่อยากลองความสามารถของ Joy-con ว่ามันจะทำได้อย่างที่ผู้สร้างคุยไว้หรือไม่ จะลองโหลดมาไว้ติดเครื่องก็ไม่เสียหายอะไร

แสดงความคิดเห็น

Games

[รีวิวเกม] Dissidia Final Fantasy NT (PS4) ตำนานไฟนอลฉบับเกมต่อสู้

Review เกม Dissidia Final Fantasy NT ตำนานเกมต่อสู้ของซีรีส์ไฟนอล มาแล้ว

Published

on

Shinobi Refle Senran Kagura

Shinobi Refle Senran Kagura
7.8

กราฟิกและการนำเสนอ

7.5/10

เกมเพลย์

7.5/10

ความแปลกใหม่

8.5/10

ความคุ้มค่า

8.0/10

ภาพรวม

7.5/10

จุดเด่น

  • ลูกเล่น Joy-con ที่สมจริง
  • ตัวละครน่ารัก
  • ราคาไม่แพง

จุดสังเกต

  • มีโหมดให้เล่นน้อยไปหน่อย
  • ไม่เหมาะสำหรับเด็ก

สำหรับแฟนๆซีรีส์ Final Fantasy ถือว่าการได้สัมผัสตัวละครในตำนานในเกมรูปแบบอื่นที่ไม่ใช่ RPG ถือว่าเป็นความสนุกในฝันเพราะเป็นที่รู้กันว่าจุดเด่นของซีรีส์ ไฟนอลคือตัวละครที่โดดเด่น ที่สามารถครองใจผู้เล่นได้ ทำให้การมาของ Dissidia Final Fantasy NT บน PS4 น่าสนใจเกินหน้าเกินตารูปแบบการเล่นในทันที เพราะมันคือการรวมดาวตัวละครไฟนอลมาครบทุกภาคในรูปแบบเกมต่อสู้

เกริ่นนำ

เกม Dissidia Final Fantasy NT บน PS4 ต้นฉบับออกบนเกมตู้มาเป็นปีแล้ว แต่การที่มันเปิดให้เล่นในญี่ปุ่นก่อน ทำให้แฟนๆชาวไทยอาจจะไม่เคยเล่น ซึ่งหากย้อนไปไกลอีกหน่อยมันเคยออกบน PSP มาแล้วโดยเป็นการนำตัวละครไฟนอลมามัดรวมกันแล้วปรับเปลี่ยนแนวเป็นแอ็คชั่นต่อสู้แบบ 3 มิติที่มีความเป็น Final Fantasy ครบถ้วนไม่ว่าจะเป็นกราฟิกและท่าไม้ตายที่อลังการงานสร้างรวมทั้งฉากและตัวละคร โดยในภาคใหม่จะได้ “ทีมนินจา” มาสร้างยิ่งน่าสนใจเพราะทีมนี้ถือว่าถนัดสร้างเกมแอ็คชั่นอยู่แล้ว

กราฟิก

กราฟิกในเกมอยู่ในระดับดี แม้มันไม่ได้สร้างจากค่าย Square Enix โดยตรงแต่ก็ถ่ายทอดความเป็น Final Fantasy ได้อย่างครบถ้วน แถมยังออกแบบตัวละครในตำนานที่มีมาตั้งแต่สมัยแฟมิคอม 8Bit มาเป็นตัวละครในเกมยุคใหม่ได้น่าสนใจโดยเฉพาะตัวละครคลาสสิกจากภาคสามที่มาในรูปแบบหลากหลายอาชีพ ส่วนเฟรมเรตของเกมก็ลื่นไหลดีแม้จะเล่นหลายคนในโหมดออนไลน์ก็ไร้อาการกระตุกต่างจากสมัยตัวเดโม

เพลงประกอบ

เพลงในเกมถือเป็นจุดเด่นอย่างมากเพราะมันเป็นการรวมฮิตเอาเพลงจากซีรีส์ Final Fantasy มารวมกันทุกภาค โดยมีเพลงในตำนานของหลายภาคที่ใส่มาแบบแทบไม่ได้ปรับเปลี่ยนเหมือนเป็นการเอาใจแฟนเกมไฟนอลทั้งรุ่นใหม่และรุ่นใหญ่ ส่วนเสียงพากย์ในเกมก็จัดเต็มมากันทุกตัว โดยตัวละครดังๆในตำนานก็มีเสียงพากย์ที่เหมือนกับต้นฉบับด้วย นอกจากนี้ผู้เล่นยังสามารถเปลี่ยนเพลงประกอบได้เองตามใจชอบด้วย

เกมเพลย์

รูปแบบการเล่นเป็นเกมแนวต่อสู้แบบ 3 ต่อ 3 ที่มีมุมกล้อง 3D แบบมองจากด้านหลังของตัวละคร ที่ผู้เล่นสามารถปรับเปลี่ยนได้เอง โดยแต่ละตัวละครจะมีความคล่องตัวสูงผู้เล่นสามารถใช้ท่าพุ่งตัวเข้าหาเป้าหมายอย่างรวดเร็วได้ ทำให้เกมเพลย์รวดเร็วเหมือนกับการต่อสู้แบบฉบับที่ซีรีส์ ไฟนอลใช้มาตลอด และเกมมีระบบโจมตีที่เป็นเอกลักษณ์ โดยมีทั้งแบบ Brave Attack ที่เป็นท่าไม้ตายที่รุนแรง และทำให้ทีมศัตรูเสียค่า Break Bonus และยังมีท่า HP Attack ที่เมื่อโจมตีทีมคู่แข่งจะส่งผลให้ค่า Break Bonus เพิ่ม

นอกจากนี้ยังมีท่าไม้ตายพิเศษที่แตกต่างของตัวละครที่เรียกว่า EX Skills ที่รับประกันความรุนแรง ที่นอกจากจะใช้เพื่อโจมตีคู่แข่งแล้วยังส่งผลกับสถานะของตัวละครเช่นเพิ่มพลังโจมตี , ป้องกัน หรือเติมพลัง และยังมีท่าที่ส่งผลกับทีมศัตรูเช่นพิษ หรือให้ตาบอดชั่วคราว และแน่นอนว่าซีรีส์ไฟนอล ต้องมีมนต์อสูร มาให้ใช้ที่เราต้องค่อยๆเก็บสะสมพลังแล้วเรียกมันมาใช้งาน ซึ่งแต่ละตัวมีท่าไม้ตายที่แตกต่างกันแถมยังมีมากันแทบจะครบทุกตัว (ตัวที่ดังๆ) เช่น Bahamut,Ifrit,Leviathan,Odin,Shiva และอีกมากมายหลายตัว ในตอนแรกจะมีมาให้ใช้เพียง 1 ตัวแต่จะค่อยๆปลดล็อคออกมาให้ได้ใช้งานกัน โดยรวมท่าไม้ตายในเกมเน้นความรวดเร็วและต้อง ชิงไหวชิงพริบกันตลอด และการเล่นเป็นทีมสำคัญมาก

ส่วนตัวละครในเกมก็มีการยัดใส่มาตั้งแต่ภาคแรกๆอย่างนักรบแห่งแสง จนถึง เจ้าชาย Noctis Lucis Caelum จากภาค 15 และยังมีภาคพิเศษอย่าง Final Fantasy Tactics และตัวละครจาก Final Fantasy Type-0 มาให้เลือกเล่นด้วย รวมแล้ว(ตอนนี้) มีทั้งหมด 28 ตัว โดยโหมดหลักๆในเกมจะมีโหมดเล่นออฟไลน์ ที่ผู้เล่นสามารถจัดทีมออกไปต่อสู้กับตัวละครฝ่าย Com เพื่อสะสมค่าพลัง , เงิน และยังได้ Memoria มาปลดล็อคสิ่งใหม่ๆในโหมดเนื้อเรื่องเช่นคัทซีนงามๆ ส่วนโหมดออนไลน์ที่น่าประทับใจเพราะมีความลื่นไหลอย่างมาก แม้ว่าการรอเพื่อนร่วมกันเล่นอาจจะใช้เวลานานไปนิด แต่เราสามารถสนุกแบบไม่กระตุกแบบเดียวกับโหมดออฟไลน์ และยังปรับแต่งการแข่งได้ตามต้องการได้ด้วย ซึ่งเมื่อชนะจะได้ค่าพลัง และคะแนนมาปลดล็อคสิ่งใหม่ๆเช่นกัน

ความคุ้มค่า

เกม Dissidia Final Fantasy NT อาจจะไม่ได้มีโหมดมากมาย แต่ก็มีตัวละครระดับตำนานให้เลือกเล่นจำนวนมาก และยังมีการปลดล็อคสิ่งใหม่ๆเช่นความสามารถของตัวละคร หรือชุดใหม่ รวมทั้งไอเทมเสริมหรืออสูรเพิ่มเติม ทำให้ผู้เล่นอยู่กับเกมได้ยาวนานเพราะมีอะไรซ่อนอยู่เพียบ แถมในอนาคตทีมงานยังจะมีการอัพเกรดสิ่งใหม่ๆเพิ่มเข้ามาให้เล่นเพิ่มอีกแน่(แต่ต้องเสียเงิน)


และความดีงามตามที่บอกมาทั้งหมดทำให้การกลับมาอีกครั้งของเกมต่อสู้ของซีรีส์ไฟนอล อย่าง Dissidia Final Fantasy NT มีดีมากพอที่จะหามาเล่น ต่อให้ไม่ใช่แฟนซีรีส์ไฟนอล วัดกันที่เกมเพลย์ล้วนๆ ก็ยังถือว่าสนุกพอตัวแม้จะไม่ได้มากมายเท่ากับเกมต่อสู้ขั้นเทพหลายเกมแต่ก็มีสิ่งให้ผู้เล่นค้นหามากกว่าที่คิด

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Games

[รีวิวเกม] Secret Of Mana ตำนานเกม RPG ฉบับภาษาไทย บน PS4

Review เกม Secret Of Mana บน PS4 , PSvita มาแล้ว

Published

on

Shinobi Refle Senran Kagura

Shinobi Refle Senran Kagura
7.8

กราฟิกและการนำเสนอ

7.5/10

เกมเพลย์

7.5/10

ความแปลกใหม่

8.5/10

ความคุ้มค่า

8.0/10

ภาพรวม

7.5/10

จุดเด่น

  • ลูกเล่น Joy-con ที่สมจริง
  • ตัวละครน่ารัก
  • ราคาไม่แพง

จุดสังเกต

  • มีโหมดให้เล่นน้อยไปหน่อย
  • ไม่เหมาะสำหรับเด็ก

ตามมาติดๆสำหรับเกมที่มี ซับภาษาไทย และคราวนี้เป็นการกลับมาของเกม RPG ในตำนานอย่าง Secret Of Mana ที่เคยออกวางขายบนเครื่อง Super Famicom ในยุค 90 มาคราวนี้ถูกหยิบขึ้นมาปัดฝุ่นสร้างใหม่หมดแบบรีเมค ลง PS4 , PSvita และ PC แค่นี้แฟนเกมชาวไทยอยากเล่นแล้วเพราะมันคือตำนานของวงการเกม RPG ในยุค 90

โดยเกม Secret Of Mana ต้นฉบับออกบน Super Famicom นับเป็นภาคที่สองของซีรีส์ Mana (ภาคแรกออกบน Gameboy) โดยมีความโดดเด่นเพราะมันเป็นเกมที่ค่าย square enix หมายมั่นที่จะสร้างให้เป็นเกมแอ็คชั่น RPG ระดับเทพไม่แพ้ Zelda และอย่างที่บอกว่าการปัดฝุ่นทำใหม่ในครั้งนี้คือการรีเมคใหม่หมดแบบเหมือนคนละเกม ไม่ได้ยกมาขายใหม่เฉยๆ แบบเกมที่ออกบน Nintendo Switch

เนื่องจากมันเป็นการสร้างใหม่ขึ้นมาทั้งหมดทำให้กราฟิกในเกมอยู่ในระดับ HD ที่มีการสร้างด้วยโพลิกอน 3D ไม่ได้เป็นดอทพิกเซลเหมือนกับต้นฉบับ แต่ข้อจำกัดของเกมเพลย์แบบเดิม ทำให้มุมมองของเกมจะถูกจำกัดแค่ด้านบนตามแบบฉบับเกมแอ็คชั่น 2D แต่เชื่อเถอะว่ามันดูดีและมีความน่ารัก แบบการ์ตูน แม้ว่ารายละเอียดมันจะเหมือนเกมสมัย PS3 ก็ตาม ส่วนดนตรีก็มีมาให้เลือกทั้งแบบคลาสสิกและแบบปรับแต่งใหม่ อีกทั้งเสียงพากย์ในเกมก็จัดเต็มแม้ว่าจะไม่มีการพากย์ไทยแต่ก็ถือว่าทำได้ยอดเยี่ยมแล้ว

ต่อเนื่องด้วยการแปลเป็นภาษาไทย ที่อยู่ในเกมแนวแฟนตาซีทำให้มีการใช้คำที่ดูจักรๆวงศ์ๆอยู่บ้าง แต่โดยรวมแล้วถือว่าแปลได้ดี ส่วน font ไทยในเกมตัวเล็กไปหน่อย บางครั้งจะดูกลืนไปกับฉากแต่ก็ยังอ่านรู้เรื่อง และที่ต้องชื่นชมคือเกม Secret Of Mana เป็นเกมแนว RPG ที่มีบทพูดมากมาย ทำให้การมีภาษาไทยจำเป็นอย่างมาก ที่ต่อให้ไม่ต้องอ่านบทสรุปเราก็รู้ได้ว่าต้องไปทำอะไรที่ไหนตลอด ต่างจากเกมภาษาไทยก่อนหน้านี้อย่าง Shadow of the Colossus ที่มีบทพูดน้อยกว่า อย่างไรก็ตามใครที่ต้องการบทสรุปก็ไปอ่านของต้นฉบับบน Super Famicom ได้เลยเพราะมันเหมือนเดิม

แม้กราฟิกจะเปลี่ยนไปแต่เกมเพลย์แทบจะเหมือนเดิม 100% ที่มาแนวแอ็คชั่น RPG มุมมองด้านบนที่เรียบง่ายมองภายนอกคล้ายกับเกม Zelda แต่พอได้สัมผัสเกมจะมีความแตกต่างพอสมควร ไล่ตั้งแต่การโจมตีที่จะต้องรอชาร์จพลังให้เต็ม 100% ถึงจะอัดแรงทำให้เราเข้าไปโจมตีรัวๆไม่ได้ ฟังดูไม่ดีแต่นั้นทำให้เกมแตกต่างและผู้เล่นจะสนุกกับการจับจังหวะเพื่อให้โจมตีได้รุนแรง

ตามด้วยการเล่นได้หลายคนตัวละคร เพราะเกมมี 3 ตัวละครหลักที่ผู้เล่นสามารถเปลี่ยนเล่นได้ตามใจ และยังสามารถเล่นกับเพื่อนพร้อมกันได้ด้วย และยังโดดเด่นด้วยระบบอาวุธที่มีหลายประเภทให้เลือกเปลี่ยน และทุกตัวละครสามารถใช้ได้หมด และอาวุธยังมีเลเวลที่เมื่อใช้ไปเรื่อยๆเราจะใช้ได้เชี่ยวชาญมากขึ้น และยังมีนำไปอัพเกรดด้วยการตีอาวุธได้เช่นกันถือว่าเป็นระบบที่เรียบง่ายไม่มีรายละเอียดมาก และอาวุธบางประเภทจะใช้งานมากกว่าโจมตี เช่นขวานใช้เปิดทางไปต่อ หรือแส้ที่ใช้ข้ามไปยังพื้นผิวที่แตกต่างได้ ส่วนพลังเวทก็มีให้ใช้ตามเทพที่ได้มา และก็มีหลากหลายประเภทที่ไว้โจมตี , เพิ่มพลัง และสายสนับสนุน ที่ช่วยแก้ปริศนาในเกมด้วย

ที่สำคัญการที่มีภาษาไทยให้อ่านทำให้เราสนุกไปกับการเล่าเรื่อง ที่บางครั้งอ่านแล้วอดที่จะอมยิ้มไม่ได้ แต่ที่ต้องติเล็กน้อยคือฉากและดันเจี้ยนในเกมไม่ค่อยจะซับซ้อนเท่าที่ควร ปริศนาออกแบบมาให้แก้อย่างง่ายๆ บอสในเกมก็ไม้ได้มีวิธีจัดการที่ซับซ้อนอะไร แต่ก็สนุกและมีกลิ่นของความเป็นเกมในยุค 90 พอให้แฟนเก่าหายคิดถึงกันด้วย

สรุปแล้วการกลับมาของเกม Secret Of Mana ฉบับรีเมคบน PS4 , PSvita ถือว่าตอบสนองความต้องการของแฟนเกมต้นฉบับได้แบบไม่มีที่ติ เพราะมันคือเกมเดิมๆ ที่เปลี่ยนกราฟิกและไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเกมเพลย์มากมายอะไร แต่หากคุณเป็นคนรุ่นใหม่ที่ไม่เคยเล่นต้นฉบับแล้วอยากลองก็ไม่ผิดอะไร อย่างไรก็เกมเพลย์อาจจะดูเชยไปหน่อยเพราะในยุคนี้ที่รูปแบบการเล่นควรจะซับซ้อนกว่านี้ แต่หากมองโดยรวม Secret Of Mana ยังถือเป็นเกมที่คุ้มค่ายิ่งเทียบกับราคาขายที่ไม่แพงใครอยากได้เกม RPG ภาษาไทยไปเล่นแบบรู้เรื่องราวไม่ควรพลาด

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Games

[รีวิวเกม] Aeternoblade อีกเกมน่าเล่นฝีมือคนไทยบน Nintendo Switch

มาแล้ว Review Aeternoblade บน Nintendo Switch

Published

on

Shinobi Refle Senran Kagura

Shinobi Refle Senran Kagura
7.8

กราฟิกและการนำเสนอ

7.5/10

เกมเพลย์

7.5/10

ความแปลกใหม่

8.5/10

ความคุ้มค่า

8.0/10

ภาพรวม

7.5/10

จุดเด่น

  • ลูกเล่น Joy-con ที่สมจริง
  • ตัวละครน่ารัก
  • ราคาไม่แพง

จุดสังเกต

  • มีโหมดให้เล่นน้อยไปหน่อย
  • ไม่เหมาะสำหรับเด็ก

ในทุกวันนี้นอกจากจะมีภาษาไทยออกมาให้เล่นแล้ว ยังเป็นยุคทองของนักสร้างเกมชาวไทยอีกด้วย เพราะมีเกมที่ถูกสร้างลงบนคอนโซลมากขึ้น และบางเกมยังสร้างออกมาได้ดีมากจนหากไม่บอกก็ไม่รู้เลยว่าสร้างโดยชาวไทย และล่าสุดถึงคิว Aeternoblade เกมแอ็คชั่น RPG ที่เคยออกวางขายทั้งบน 3DS , PSvita รวมทั้ง PS4 มาแล้วคราวนี้ได้เวลาลงเครื่องเกมลูกผสมอย่าง Nintendo Switch กันอีกรอบ

และการที่ต้นฉบับเกมออกบน 3DS ทำให้กราฟิกโดยรวมไม่ได้ดูดีนัก เพราะตั้งแต่เวอร์ชั่น PS4 ที่แม้มีการปรับภาพให้ดีขึ้นแต่ก็ไม่มากพอเมื่อเทียบกับสเปกเครื่อง โดยรวมก็เหมือนกับเกมในยุค PS2 หรือต้นยุค PS3 แต่หากทำความเข้าใจว่ามันคือการนำเวอร์ชั่น 3DS มาอัพเกรดมันก็ถือว่าอยู่ในระดับน่าพอใจ และการเล่นในโหมดพกพาบน Nintendo Switch ทำให้กราฟิกดูดีขึ้นเพราะหน้าจอมีขนาดเล็กลงกว่าบนทีวี ส่วนการนำเสนอเกมมี CG คัทซีนที่ดูเหมือนลงทุนอยู่แต่โดยรวมก็ดูธรรมดาไปหน่อย เช่นเดียวกับเพลงประกอบที่เหมือนกับดนตรีในยุค 90 มาปรับแต่งแต่เมื่อคิดว่ามันคือเกมดาวน์โหลดราคาไม่แพงก็ถือว่าก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร

รูปแบบการเล่นจะเป็นเกมแอ็คชั่น 2 มิติมุมมองด้านข้าง โดยกราฟิกและฉากในเกมแม้จะดูเหมือนมีมิติแต่มันก็คือเกม 2D ที่เดินได้แค่ซ้ายกับขวา ที่หากคุณเล่นแค่ฉากแรกอาจจะไม่ได้ประทับใจอะไรนักเพราะมันแทบจะไม่ได้แตกต่างจากเกมแอ็คชั่นทั่วไป แต่เมื่อเล่นไปจนเราปลดล็อกความสามารถตัวละครหลักอย่าง Freyja โดยเฉพาะการย้อนเวลา เกมจะสนุกขึ้นมาก เพราะเกมจะเปลี่ยนมาเป็นแอ็คชั่น RPG ที่ผู้เล่นต้องแก้ปริศนาเพื่อหาทางไปต่อแบบเดียวกับเกมคลาสสิกในอดีตอย่าง Castlevania: Symphony of the Night และ Metroid ซึ่งในบางจุดถือว่ามีความซับซ้อนพอสมควร และถ้าพลาดแม้แต่นิดเดียวก็อาจจะถึงตายได้ง่ายๆ เช่นการใช้ระบบย้อนเวลาเพื่อให้พื้นเลื่อนไปยังจุดที่ต้องการ หรือกด Switch แล้วใช้พลังย้อนกลับไปแล้วเปิดทางไปต่อ

นอกจากนี้เกมยังเสริมทัพด้วยระบบพัฒนาตัวละคร ทั้งค่าพลัง HP, MP และการใส่เครื่องป้องกันเครื่องประดับ และการอัปเดตสกิลท่าไม้ตายใหม่ๆมาให้ใช้ ทำให้เราสามารถอยู่กับเกมได้นานๆ เพื่อหาไอเทมที่ซ่อนอยู่และอัพเกรดตัวละครให้แข็งแกร่งมากขึ้น เพราะตัวเกมไม่ได้ง่าย หากเราลุยไปแบบไม่ได้เพิ่มค่าพลังตัวละครก็คงจะไม่สามารถผ่านไปได้ เพราะทั้งฉาก ศัตรูและบอสในเกมก็มีความโหดพอสมควร แต่หากเตรียมตัวไปดีๆ และใช้ท่าย้อนเวลาให้ถูกจังหวะแล้วก็จะผ่านไปได้และบอกได้เลยว่าปริศนาและบอสของฉากท้ายๆของเกมนั้นโหดพอตัว

แต่สิ่งที่เกมอาจจะแตกต่างกับ Castlevania: Symphony of the Night คือมันมีการแบ่งออกเป็นฉาก แต่เราสามารถย้อนกลับไปเล่นได้ตลอดเพื่อปลดล็อคของที่ซ่อนอยู่ และเมื่อเราอัพเกรดตัวละครให้มีความสามารถมากขึ้นเช่นการกระโดดสองจังหวะ เราก็จะไปยังฉากที่ก่อนหน้านี้ไม่สามารถไปได้ ทำให้เกมมีความหลากหลายและเล่นได้นานกว่าที่คิดมาก

เกมมีความยาวพอสมควรและคุ้มค่าหากเทียบกับราคาดาวน์โหลดที่ไม่แพงมากนัก อย่างไรก็ตามมันคือเกมเดิมๆที่ออกมาหลายเวอร์ชั่นแล้วทั้งแบบพกพาอย่าง 3DS , PSvita และบนคอนโซล PS4 ซึ่งหากคุณเคยเล่นมาแล้วก็อาจจะไม่คุ้มค่า แต่ถ้ายังไม่เคยมีก็ถือว่าไม่ควรพลาดเพราะมันเป็นอีกก้าวของวงการเกมไทยที่ควรให้การสนับสนุน

เอาเข้าจริงๆหากมองแค่ภายนอก Aeternoblade อาจจะเป็นเกมแอ็คชั่นธรรมดาๆ แต่หากได้ลองเล่นแบบเต็มๆแล้วมันมีดีซ่อนอยู่ แต่อาจถูกกลบด้วยการนำเสนอดูธรรมดาเพราะต้นฉบับออกมาหลายปีแล้วทำให้กราฟิกดูเชยไปหน่อย แต่หากคุณชอบเกมแนว Castlevania แบบ 2D ที่ต้องสำรวจแก้ปริศนาก็ไม่ควรพลาด และหากคุณอยากเล่นแบบภาพที่ดูดีกว่านี้แนะนำให้รอเล่น Aeternoblade 2 เพราะเกมใช้อันเรียล 4 ในการสร้าง และจะออกทั้ง PS4 , XBoxone , Nintendo Switch และ PC

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!