[รีวิวเกม] “Rocket League” Nintendo Switch รถเตะบอลฉบับพกพา

87

เรียกว่าหลังจากความสำเร็จของ Nintendo Switch ทำให้หลายค่ายเกมเริ่มสร้างเกมป้อนลงมากขึ้น และการพอรต์ก็เป็นไอเดียในการทำเกมที่ง่ายเพราะไม่ต้องลงทุนอะไรมากมาย โดยก่อนหน้านี้บน Switch มีทั้ง Doom 2016 และ Skyrim เวอร์ชั่นพอร์ตออกวางขาย

ล่าสุดถึงคิวเกม Rocket League ที่เคยเรียกเสียงฮือฮาบนคอนโซลและ PC ก่อนที่จะถูกพอร์ตลง Nintendo Switch โดยเป็นทีมงานเดียวกับที่พอร์ต Doom 2016 บน Switch ทำให้การมาครั้งนี้ไม่ธรรมดาแน่ และประสบการณ์แรกที่ได้เห็นเกมเวอร์ชั่น Switch ถือว่าน่าประทับใจพอสมควร เพราะมันสามารถถ่ายทอดความลื่นไหลมาได้ด้วยเฟรมเรตระดับ 60 FPS เมื่อเชื่อมต่อกับทีวีผ่าน Dock แต่ในโหมดพกพาจะมีเฟรมเรตร่วงลงบ้างแต่ก็พอรับได้ โดยรวมแล้วกราฟิกของเกมถูกลดระดับลงมา แต่หากมองว่ามันเอาไปเล่นนอกบ้านได้ก็ถือว่าดูดีพอตัว

รูปแบบการเล่นของเกมจะเหมือนกับเวอร์ชั่นอื่น ที่เป็นการจำลองการเล่นเกมฟุตบอลด้วยการใช้รถแทนคน ซึ่งทำให้ Rocket League ดูแตกต่างกับเกมอื่น ซึ่งหากคุณไม่เคยเล่นก็อย่ามองข้ามไปเพราะหากคุณเข้าใจวิธีการบังคับแล้วมันคือเกมกีฬาที่สนุกมากๆ เพราะมันมีความลื่นไหล การจับจังหวะของลูกบอลก็ลงตัวและเข้ากับรูปแบบการเล่น ซึ่งหากเล่นจนเข้าใจระบบแล้วจะสนุกจนหยุดเล่นไม่ได้เลย

ประเด็นหลักของเกมคือการนำบอลไปยังเป้าหมายที่เป็นโกลฟุตบอลในโหมดหลัก ซึ่งมันไม่ใช่ง่ายๆเพราะตัวละครหลักจะไม่ใช่คนเป็นรถหลากหลายประเภท ทำให้การนำลูกบอลกลิ้งเข้าประตูไม่ใช่เรื่องง่าย เกมมีเทคนิคที่หลากหลาย และต้องใช้การร่วมมือกันของผู้เล่นในทีม โดยรถของเราจะมีพลังพิเศษเพื่อพุ่งตัวไปด้วยความเร็วสูง แต่จะมีค่าพลังกำหนดต้องคอยเก็บตัวชาร์จเพื่อคืนค่าพลังที่อยู่บนสนาม และรถยังสามารถกระโดดได้ รวมทั้งเรายังบังคับรถให้ไต่กำแพงได้ ทำให้การซิ่งไปบนสนามแข่งทำได้หลายทิศทางมาก

ส่วนมุมกล้องของเกมที่หลายคนอาจจะกังวลว่าจะเล่นได้ลำบากเพราะต้องปรับเปลี่ยนตลอดเวลา เกมได้ใส่การปรับมุมกล้อง 2 รูปแบบคือการล็อคมุมกล้องให้หันไปที่ลูกบอลตลอดเวลา กับอีกแบบที่จะมีลูกศรบอกว่าลูกบอลอยู่ตรงส่วนไหน ซึ่งทำให้เราเล่นได้โดยไม่เกิดอาการมึนหัว โดยรวมการควบคุมบังคับทำได้ง่ายดายไม่ซับซ้อน การควบคุมบังคับด้วย Joy-con ทำได้สะดวกพอประมาณ แต่ถ้าจะให้ดีแนะนำให้ซื้อจอย Pro หรือของค่ายอื่นเช่นของค่าย Hori มาเล่นจะช่วยให้การลงสนามแข่งขันลื่นไหลยิ่งขึ้น

โหมดในเกมนอกจากจะมีการลงสนามแข่งฟุตบอล แล้วยังมีการเพิ่มโหมดการเล่นแบบ บาสเกตบอล และยังมีรูปแบบการเล่นที่ต้องแข่งกันทำให้พื้นผิวของฉากให้หายไปจนลูกบอลทะลุลงไปได้ และยังมีอีกมากมายหลายโหมดที่รอให้เราไปปลดล็อคอีกเพียบ และแน่นอนว่าต้องมีระบบออนไลน์ให้เราเล่นกันซึ่งเกมก็จัดเต็มด้วยโหมดที่หลากหลาย และการหาเพื่อนมาเล่นก็ทำได้ง่ายดาย ส่วนรถในเกมก็มีทั้งแบบธรรมดา และรถจากภาพยนตร์ดังๆอย่าง Batmobile จากหนัง Batman V Superman หรือ DeLorean จากหนัง Back to the Future (แต่ต้องเสียเงินซื้อเพิ่ม)

ส่วนความโดดเด่นของเวอร์ชั่น Nintendo Switch คือรถจากตัวละครของนินเทนโด อย่างเช่นรถ Mario , Luigi และ Metroid ที่ไม่ได้เปลี่ยนแค่รูปร่างหน้าตาเท่านั้น เสียงประกอบยังเปลี่ยนไปด้วยเช่นเมื่อรถมาริโอของเรากระโดด ก็จะมีเสียงเหมือนกับลุงหนวดมาริโอของเรากำลังกระโดด เรียกว่าเป็นของแถมที่เหมาะกับแฟนๆนินเทนโดมาก

บอกตรงๆว่าเกม Rocket League เวอร์ชั่น Nintendo Switch อาจจะไม่ได้โดดเด่นเรื่องกราฟิก แต่มันเติมเต็มด้วยการพกพาไปเล่นนอกบ้านได้ทุกที่ทุกเวลา ซึ่งเหมาะมากสำหรับเกมที่เน้นการรวมตัวกับเพื่อนเพื่อเล่นแข่งกัน แถมด้วยราคาขายที่ไม่ได้แพงมากใครมี Nintendo Switch แล้วอยากหาเกมสนุกๆไว้ติดเครื่องเกม Rocket League ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ไม่ควรมองข้ามไป

Rocket League Nintendo Switch
กราฟิกและการนำเสนอ
80
เกมเพลย์
90
ความแปลกใหม่
85
ความคุ้มค่า
90
ภาพรวม
90
จุดเด่น
เกมเพลย์ลื่นไหล
มีโหมดให้เล่นครบ
มีรถจากเกมของนินเทนโด
ราคาไม่แพง
จุดสังเกต
กราฟิกถูกลดระดับลง
เล่นโหมดพกพาแล้วเฟรมเรตตก
87

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save