Connect with us

Games

[รีวิวเกม] Yokai Watch Busters 2 บริษัทผีปราบผี บน 3DS

มาแล้ว Review Yokai Watch Busters 2 บน 3DS

Published

on

Yokai Watch Busters 2

Yokai Watch Busters 2
7.1

กราฟิกและการนำเสนอ

7.0 /10

เกมเพลย์

7.0 /10

ความแปลกใหม่

7.0 /10

ความคุ้มค่า

7.5 /10

ภาพรวม

7.0 /10

จุดเด่น

  • เล่นง่ายระบบไม่ซับซ้อน
  • ตัวละครหลักมากันครบ

จุดสังเกต

  • กราฟิกดูเชยไป
  • ตัวละครเล็กไปหน่อย

เป็นเรื่องปรกติไปแล้วที่เกมไหนประสบความสำเร็จมากๆมักจะออกเวอร์ชั่นพิเศษหรือภาคเสริม และสำหรับเกมซีรีส์ Yokai Watch ก็เช่นกันที่มีการออกภาคเสริมในชื่อ Yokai Watch Busters และได้ออกมาแล้ว 1 ภาคบน 3DS และประสบความสำเร็จไม่แพ้ภาคหลัก จนมีการสร้างภาคต่อออกมา (ในโซนญี่ปุ่น)

และด้วยการที่เกม Yokai Watch Busters 2 เป็นภาคเสริมทำให้กราฟิกในเกมอาจจะดูธรรมดาไปนิด แต่ก็ถือว่ามีความใกล้เคียงกับภาคหลักโดยรวมถือว่าพอใจ และเกมยังมีการลงทุนสร้างคัทซีนที่เป็นการ์ตูนงามๆมาให้ชม เสียงประกอบเกมก็มีการลงทุนใส่เสียงพากย์ทำให้มันแทบจะไม่ได้แตกต่างกับภาคหลัก แต่แฟนซีรีส์นี้ก็คงไม่ได้คาดหวังเรื่องกราฟิกกันอยู่แล้ว

เนื่องจากมันเป็นภาคเสริม ทำให้รูปแบบการเล่นไม่เหมือนกับภาคหลัก โดยมันจะเปลี่ยนจากเกมแนวเทิร์นเบส RPG แบบใส่คำสั่งและใช้การเล่นมินิเกม เปลี่ยนมาเป็นเกมแนวแอ็คชั่น RPG ที่มีการใช้ท่าไม้ตายเพื่อต่อสู้กับศัตรูในดันเจี้ยน ที่เข้าใจง่ายไม่มีอะไรซับซ้อน แต่ให้ไม่เคยเล่นมาก่อนก็เข้าใจได้ในทันที

เรื่องราวใน Yokai Watch Busters 2 จะแตกต่างจากภาคแรกเพราะเราจะได้ตะลุยไปหาสมบัติบนเกาะ โดยเริ่มต้นเราจะได้เลือกตัวละครหลักที่เป็นผีแล้วลงไปตะลุยในดันเจี้ยนที่เราจะบังคับตัวละครได้ครั้งละ 1 ตัวส่วนที่เหลือจะเป็นตัวละคร A.I. ที่ไม่ค่อยจะมีความฉลาดนัก ส่วนการบังคับก็เรียบง่ายเพราะฉากในเกมจะมีมุมกล้องด้านบนที่สามารถปรับเปลี่ยนได้แต่ซูมไม่ได้ และเราจะใช้ท่าไม้ตายได้ผ่านปุ่มกด A,X,Y ที่เรียบง่าย แต่จะใช้ท่าไม้ตายแบบต่อเนื่องไม่ได้ ต้องรอให้คืนค่าพลัง มองดูแล้วคล้ายกับเกมแนว MOBA อยู่บ้าง แต่จะไม่ได้ลงในรายละเอียดเท่า

ส่วนฉากในเกมแม้จะดูเป็นแนวตะลุยดันเจี้ยนแต่ก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร และยังมีแผนที่บอกทางทำให้ไม่หลงทาง ที่เป็นแบบนี้เพราะประเด็นหลักของเกมเน้นการต่อสู้มากกว่าสำรวจ โดยตัวละครหลักที่เป็นผีหลายประเภทจะมีความสามารถและท่าไม้ตายที่แตกต่างกัน คล้ายกับระบบอาชีพของเกม RPG ซึ่งผู้เล่นสามารถหาผีตัวใหม่ๆได้จากการต่อสู้ที่หากชนะได้เราจะได้เล่นมินิเกมกดปุ่มตามจังหวะซึ่งหากกดชนะก็จะมันได้มาเป็นพวก ส่วนระบบอัพเกรดตัวละครจะใช้หัวใจที่ได้จากการต่อสู้มาเลือกอัพเกรดเลเวล รวมทั้งยังใช้ซื้อไอเทมในเกมด้วย ทำให้เราต้องคิดดีๆก่อนที่จะซื้อหรือเพิ่มเลเวลเพราะมีจำกัดมาก โดยรวมแล้วระบบไม่มีอะไรแปลกใหม่แต่ก็เข้าใจง่าย

เกมมีระบบธาตุเป็นตัวกำหนดการแพ้ทางของศัตรูที่ผู้เล่นต้องทำความเข้าใจ และเลือกใช้ตัวละครและท่าไม้ตายที่เหมาะสมเพราะในช่วงท้ายๆเกมไม่ได้ง่ายนักมีผีตัวโหดๆอยู่เพียบ หากเราไม่ได้ใส่ใจในการปรับแต่งตัวละครก็ยากที่จะผ่านไปได้ ส่วนระบบอาวุธเครื่องป้องกันก็คล้ายกับเกม RPG ทั่วๆไปที่ปรับให้มีรายละเอียดน้อยกว่าเพราะมีแต่อาวุธกับเครื่องป้องกันเท่านั้น ซึ่งถือเป็นเรื่องดีเพราะตัวละครในเกมมีเยอะมากหากปรับแต่งได้ละเอียดกว่านี้คงจะปวดหัวไม่น้อย

อีกข้อเสียของเกมที่เมื่อเล่นบน 3DS หรือ 2DS รุ่นเก่าจะพบเจอคือเมื่อเล่นเกมบนหน้าจอเล็กๆ ผู้เล่นจะมองเห็นตัวละครของเราได้ไม่ถนัด เหมือนกับเกมสร้างมาสำหรับเครื่องที่มีหน้าจอที่ใหญ่กว่าอย่าง 3DS XL โดยเฉพาะตอนเราต่อสู้กับศัตรูจำนวนมากจะเกิดอาการสับสนไม่รู้ว่าใครเป็นใคร เพราะเกมมุมกล้องที่เน้นที่ด้านบนและปรับซูมไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหามากมายอะไรนัก

สรุปแล้วเกม Yokai Watch Busters 2 บน 3DS ถือว่าเป็นการปิดท้ายบนเครื่องพกพาหน้าจอ 3D ของนินเทนโด เพราะคาดว่าภาคต่อไปน่าจะไปออกบน Nintendo Switch หรือสมาร์ทโฟนกันหมดแล้ว ซึ่งก็ถือว่าเล่นได้เพลินๆมีความเป็นเกม MOBA อยู่หน่อยๆใครเป็นแฟนซีรีส์ yokai watch ก็ไปซื้อมาเล่นได้แบบไม่เสียดายเงิน แต่หากคุณอยากเริ่มเรียนรู้ว่าทำไมเกมนาฬิกาผีถึงได้โด่งดังแนะนำให้ไปหาภาคหลักมาเล่นน่าจะดีกว่า

แสดงความคิดเห็น

Games

[รีวิวเกม] Detroit: Become Human ลงตัว สวยงาม น่าติดตามที่สุดของค่าย Quantic Dream

Published

on

By

Yokai Watch Busters 2

Yokai Watch Busters 2
7.1

กราฟิกและการนำเสนอ

7.0 /10

เกมเพลย์

7.0 /10

ความแปลกใหม่

7.0 /10

ความคุ้มค่า

7.5 /10

ภาพรวม

7.0 /10

จุดเด่น

  • เล่นง่ายระบบไม่ซับซ้อน
  • ตัวละครหลักมากันครบ

จุดสังเกต

  • กราฟิกดูเชยไป
  • ตัวละครเล็กไปหน่อย

ใครเป็นสายเสพเนื้อเรื่องที่มีหลากหลายทางเลือกให้ท้าทายการตัดสินใจ เพื่อพิชิตเนื้อเรื่องแบบ Best ยัน Worst Ending คงรู้จักชื่อของค่าย Quantic Dream เป็นอย่างดี โดยเฉพาะผลงานสร้างชื่อในยุคเอ็กคลูซีฟสำหรับโซนี่อย่าง Heavy Rain (2010) และ Beyond: Two Souls (2013) ที่มีให้เล่นกันถึง 2 เจนเลยทั้งเครื่องเพลย์ฯ 3 และรีมาสเตอร์ในเพลย์ฯ 4 (แล้วเพิ่งแจกฟรีเกม Heavy Rain ให้สมาชิกเพลย์สเตชั่นพลัสไปเมื่อเดือนก่อนนี่เอง)

แต่สำหรับแฟนตัวจริง น่าจะเคยเล่นกันมาตั้งแต่เกม Fahrenheit (2005) หรืออาจคุ้นอีกชื่ออย่าง Indigo Prophecy ในยุคของมัลติแพลตฟอร์ม ที่เรียกตัวเองเป็นเกมแนว Cinematic Interactive Drama Action-Adventure ซึ่งสร้างประสบการณ์สุดว้าวในยุคนั้นให้กับเกมเมอร์อย่างมาก ด้วยรูปแบบการเล่นที่เหมือนกำลังชมภาพยนตร์ผสมกับเกมเพลย์เรียกสติ ที่เรียกว่าได้ใช้ทุกปุ่มของจอย (สำหรับคอมก็ใช้ทั้งเม้าส์และคีย์บอร์ด) ได้คุ้มสุด ๆ นอกจากนั้นการสวมบทบาทของตัวละครหลากหลายที่ผู้เล่นต้องมีส่วนในการตัดสินชะตากรรม เพื่อเดินเส้นเรื่องที่วางไว้อย่างน่าตื่นเต้นก็คือเสน่ห์แบบสร้างฐานแฟนพันธุ์แท้ขึ้นมามากมายทีเดียว

สำหรับเกม Detroit: Become Human นี่ถ้าใครตามมาแต่ต้นคือเป็นโปรเจ็กต์ที่เห็นกันมาตั้งแต่ปลาย ๆ เจนของเครื่องเพลย์ 3 เลยทีเดียว และคือเกมที่สร้างความพรั่นพรึงในเรื่องของกราฟิกโมเดลตัวละครที่สุดแสนสมจริงสวยงามราวกับซีจีของภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดทุนสร้างร้อยล้านกันเลย ทั้งนี้อาจเพราะ เดวิด เคจ หรือชื่อจริงๆคือ เดวิด เดอ กรัตโตลา ตัวผู้กำกับหลักและผู้ก่อตั้งค่าย Quantic Dream เป็นผู้ที่สนใจในงานภาพยนตร์อย่างมาก ต้องยอมรับว่านอกจากบทเกมที่เนื้อเรื่องน่าดึงดูดแล้ว เกมของค่ายนี้ยังคุณภาพสูงทั้งการใช้ดนตรีประกอบ การตัดต่อและมุมกล้องแปลกใหม่ด้วย คือมองมันเป็นหนังเลยก็ได้เลยล่ะ

แต่ด้วยเวลาการพัฒนายาวนานก็ทำเราเกือบลืมโปรเจ็กต์นี้ไปเลย จนมาปลายเจนเครื่องเพลย์ 4 เอาเนี่ยถึงได้เล่นกัน ก็สรุปแบบคร่าว ๆ ฟันธงกันตรงนี้ก่อนเลยว่า

คุ้มค่าการรอคอยมากกกกกกก นะ สำหรับสาวกน่ะ

เนื้อหาเกม และประวัติศาสตร์เมืองที่กลืนกลมคมคาย

เนื้อหาของ Detroit เป็นการบูรณาการหนังและนิยายแนวไซไฟปรัชญา ที่ยิ่งเล่นเกมไปได้กลิ่นไอแรงทั้ง Blade Runner ทั้ง I,Robot ทั้ง A.I. ทั้ง Ex Machina คือมาเยอะหลายเรื่องอ่ะ ในทางที่ดีด้วยนะ โดยเราจะค่อย ๆ เข้าใจเนื้อหาต่าง ๆ ผ่านมุมมอง หรือเส้นเรื่องของ 3 ตัวละครหลักที่ล้วนเป็นหุ่นแอนดรอยด์ทั้งสิ้น

หนึ่งคือ คอนเนอร์ แอนดรอยด์สืบสวนที่บางคนคงได้เล่นในตอนที่เป็นเดโมไปแล้ว เขาสามารถใช้สมองอัจฉริยะในการประมวลหลักฐานและจำลองสถานการณ์ในที่เกิดเหตุเพื่อการวิเคราะห์คดี นอกจากนั้นเขายังมีหน้าที่สำคัญในการเป็นผู้เจรจากับคนร้าย หรือสืบจากศพเหยื่อโดยเฉพาะคดีที่ผู้ร้ายคือหุ่นแอนดรอยด์ด้วย ส่วนตัวผมค่อนข้างชอบตัวละครนี้ที่สุดนะ เพราะเขาอยู่ตรงกลางระหว่างมนุษย์และแอนดรอยด์ที่สุด เขาต้องพยายามเข้าใจมนุษย์เพื่อร่วมงานกัน ถึงขนาดบางครั้งก็ต้องใช้เล่ห์หลอกแอนดรอยด์ด้วยกันเพื่อบรรลุภารกิจให้ฝั่งมนุษย์ตามโปรแกรมที่ได้รับมา ในขณะเดียวกันมนุษย์ที่เขาเกี่ยวข้องก็มักแสดงความดูถูกและไม่ยอมรับเขา กลายเป็นว่าเขาแทบไม่มีพวกที่จริงใจเลยจริง ๆ การตัดสินใจของเส้นเรื่องคอนเนอ์จึงกระทบตอนจบค่อนข้างมาก เพราะโจทย์ของคอนเนอร์ส่วนตัวผมมองว่าเป็นโจทย์การตัดสินใจที่ยากมากนะ

สองคือ มาร์คัส แอนดรอยด์รับใช้ของศิลปินชื่อดัง ที่ถูกคนใส่ร้ายจนถูกนำไปทำลายทิ้ง แต่เพราะชะตาอันยิ่งใหญ่เขาฟื้นขึ้นมาและถูกชักนำให้เดินทางค้นหา เจริโต้ ดินแดนในคำเล่าลือในหมู่แอนดรอยด์ว่าเป็นสวรรค์ของเหล่าหุ่นที่เกิดความรู้คิดขึ้นมา และทีละนิดเขาก็ค่อย ๆ กลายเป็นแสงนำทางของเหล่าหุ่นต่าง ๆ ตัวละครนี้ค่อนข้างเลือกง่ายคุณสามารถขาวสุดหรือดำสุดแบบเดาชะตากรรมมันได้เลยนะ เป็นเส้นเรื่องที่ผมมองว่าน้ำเน่าสุดนะ แต่ก็นั่นล่ะเรื่องราวแบบมาร์คัสเนี่ยมันชวนให้ปลาบปลื้มไม่ใช่น้อยนะ มันคือตัวแทนของอารมณ์อุดมคติแบบเอพิกเลยล่ะ

ตัวสุดท้ายคือ คาร่า จริง ๆ ควรจะยกเธอมาพูดเป็นตัวแรกด้วยซ้ำนะ เพราะตั้งแต่เริ่มโปรเจ็กต์มาเธอถูกนำเสนอเป็นตัวหลักมาตลอด ทั้งยังเป็นสาวหนึ่งเดียวในตัวละครหลักด้วย คือเป็นดอกไม้จรรโลงใจผู้เล่นสุดเลยล่ะ  เธอเป็นแอนดรอยด์รับใช้ที่ต้องดูแล อริส เด็กหญิงลูกของเจ้านายที่ซื้อเธอมา และจับพลัดจับผลูต้องเดินทางผจญภัยไปด้วยกันเพื่อข้ามแดนไปหาเมืองที่มนุษย์และหุ่นจะอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบ คือเส้นเรื่องนี้ผูกมาเพื่อดราม่า เพื่อช็อกคนเล่น เพื่อกระแทกกระทั้นหัวใจคนดูสุด ๆ อ่ะ

แน่นอนว่าตามสไตล์ครับ ท้ายสุดทั้ง 3 ก็ต้องมาเกี่ยวพันไม่ทางตรงก็ทางอ้อม ในช่วงเหตุการณ์ขมวดเกลียวที่สุด และการตัดสินใจของแต่ละตัวละครเมื่อมาผนวกกันก็จะเกิดความเป็นไปได้มากมายนำไปสู่บทสรุปที่หลากหลายสมใจนักล่าเรื่องราว โดยส่วนตัวเกมนี้ไม่ค่อยมีเส้นเรื่องที่เปล่าประโยชน์ หรือจำเป็นต่อแก่นเรื่องน้อยแบบเส้นเรื่องอินเดียนแดงใน Beyond: Two Souls คือเกมนี้คิดมาละเอียดและกลมกล่อมเป็นเอกภาพสอดคล้องกันดีมากครับ

โดยความแยบยลและฉลาดอีกประการของตัวเกมคือมันเอามาผสานกับประวัติศาสตร์ดราม่ายุคอุตสาหกรรมใหม่ในอเมริกา อย่างที่เมืองดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน คือประยุกต์ได้เนียนอย่างต้องกราบอ่ะ คมคายมาก ตรงนี้ขอแบ่งปันความรู้กันหน่อยเผื่อจะอินขึ้น

คือเมืองดีทรอยต์เนี่ยในยุคอุตสาหกรรมรถยนต์อเมริกันเฟื่องฟูสักเมื่อ 80 ปีก่อน ประมาณทศวรรษ 1930 ถือเป็นเมืองแห่งโรงงานผลิตรถยนต์เลย เพราะคือฐานใหญ่ของ GM บริษัทระดับโลกของอเมริกา ความเจริญและเทคโนโลยีหลั่งไหลเข้ามามากรวมถึงคนมากมายที่มาขุดทองกันด้วย แต่ภายหลังเพราะประสบปัญหาทางการเงินในช่วงปลายทศวรรษ GM ก็เลือกกดค่าแรงและลดสวัสดิการต่าง ๆ ลง จนคนงานหรือก็คือชาวเมืองส่วนใหญ่นั่นล่ะ รู้สึกทนไม่ไหว ประท้วงก่อจราจล เรียกว่าประธานาธิบดีรูสเวลท์ในตอนนั้นต้องส่งกองทัพเข้ามาจัดการความวุ่นวายเลยทีเดียว นักข่าวต่าง ๆ ก็จับจ้องเหตุการณ์ประวัติศาสตร์นี้ เพราะท้ายสุดมันทำให้เกิดสหภาพแรงงานขึ้นครั้งแรก ทำให้นายทุนไม่สามารถเอารัดเอาเปรียบลูกจ้างได้อีกต่อไป

ระหว่างที่เล่นนอกจากสภาพบ้านเมืองที่ถูกปล่อยทิ้งรกร้างในย่านคนจน ตัดกับภาพความเจริญสุด ๆ ของเมืองในตัวเกมแล้ว เรายังได้เห็นการแทนภาพของแอนดรอยด์กับภาพคนงานที่ถูกกดขี่ด้วย สัญญะต่าง ๆ ในฉาก แล้วการเดินเรื่องอย่างสุดแสนจะดราม่า ก็ผลักให้เรายิ่งเล่นยิ่งอินเข้าเรื่อย ๆ กับการตัดสินใจในแต่ละช่วงของตัวละคร ที่ต้องบอกว่าคนเขียนบทยกเรื่องจริงมาสวมเรื่องสมมติ แล้วตกตะกอนให้คนเกิดความคิดความเข้าใจต่อสังคมโลกได้อย่างปรัชญามากครับ โดยเฉพาะคำถามใหญ่ที่ว่า เรายอมรับหรือเคารพต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพราะอะไรกันแน่ ตรงนี้เรียกร้องให้แต่ละคนตอบไประหว่างการเดินทางตลอดเกมนี้ครับ

และถ้ากลัวจะง่วงอืดยืด บอกเลยครับเข้มข้นหลากอารมณ์ได้ตลอดเลย และที่สำคัญเกมหลอกล่อด้วยฉากปักธงที่ชวนให้คิดว่าตัวละครนั้น ๆ ต้องตายแหง ๆ อยู่ตลอดเลย จนเราเครียดมากเหมือนกันนะเพราะตัวละครบางตัวเราโคตรผุกพันมัน รักมันเลย และบางช่วงที่พอมันดราม่าจัด ๆ นี่โห บางฉากยอมกลับไปเล่นใหม่เพื่อแก้ผลลัพธ์เลยล่ะ บอกตรงนี้เลยเกมนี้มีโอกาสทำเอาตับแตกเยอะมากครับ รู้ทเส้นเรื่องที่ดีที่สุดก็ยังมีดราม่าเลยนะ

กราฟิก

มาพูดถึงด้านกราฟิกบ้าง ต้องยอมรับแบบสุดใจว่าโมเดลตัวละคร การทำเท็กเจอร์ผิว และเอฟเฟ็กต์ต่าง ๆ รวมถึงโมแค็ปสีหน้าท่าทางนี่ สมกับการพัฒนาอย่างจริงจังยาวนานมาก คือสวยสมจริงมาก ๆ จะโคลสดูใกล้ ๆ ก็ยิ่งตื่นตาในความละเอียด สีหน้านี่ก็อินเข้าใจง่ายมาก ส่วนพวกฉากนี่ก็ถือว่าได้ดีเลยครับมีความหลากหลายสภาพแวดล้อม บางฉากนี่นึกว่าเกม Resident Evil บางฉากก็นึกว่า Mission Impossible เลยนะ หลากอารมณ์ครบเครื่องมาก ถึงบางฉากจะไม่ได้ละเอียดมากนักแต่ก็ยืนพื้นบนความพอดีไม่ต่ำเกรดจนน่าเกลียด

ที่ขัดใจคงเป็นบางอย่างที่เผาแบบชัดเจนอย่างการเข้าโหมดวิเคราะห์หรือวิชั่นพิเศษของตัวละครที่เวลาหยุดนิ่ง รายละเอียดของตัวประกอบและฉากนี่ดรอปลงจนช็อกนะบางที โดยเฉพาะฉากหลัง ๆ ที่ตัวละครประกอบฉากจำนวนมาก ๆ ก็มีความทื่อและเผางานอยู่เหมือนกันราวกับใช้แรงทำทั้งเกมมาดีแล้วเริ่มเหนื่อย และที่สั่นสะท้านหัวใจสุดคงเป็นเสียงพัดลมของตัวเครื่องที่ดังก้องไม่ต่างกับตอนเล่นเกมอย่าง God of War ฉบับล่าสุดเลยทีเดียว (ซึ่งก็อดฯปรับแต่งมาดีกว่านะในภาพรวม) ยิ่งบางช่วงที่ต้องเรนเดอร์โมเดลจำนวนมากในฉากก็มีอาการกระตุกหน่วงให้เห็นเหมือนกัน บั๊กที่ทำให้ตัวละครทำท่าแปลก ๆ หรือลอยก็มีบ้างแต่ต้องยอมรับว่าน้อยมากกก ส่วนบั๊กที่ทำให้เกมค้างจนต้องออกจากเกมก็มีเหมือนกันแต่ก็น้อยมากกกก อีกนั่นล่ะ (ผู้รีวิวเจอไป 1-2 ครั้ง ในช่วงใกล้ ๆ จบเกม)

 

การควบคุม

การควบคุม และความลื่นไหลของเกมเพลย์ ถ้าใครเคยเล่น Beyond: Two Souls อันนี้จะใกล้พอสมควร พัฒนาจากตอนเกม Heavy Rain ที่การคุมไม่สะดวกขั้นสุดไปเยอะมาก แต่อาจเพราะบียอนด์ใส่รายละเอียดการควบคุมไว้เยอะ ทั้งฉากแอ็กชั่นที่ค่อนข้างมาก และการควบคุมวิชั่นวิญญาณคุ้มครองเราอีก ก็จะค่อนข้างมีการใช้ปุ่มและเซ็นเซอร์ของจอยครบเครื่องกว่ามาก แต่พอมาเกมดีทรอยต์นี้เหมือนจะปรับลดลงมาให้พอดี ไม่ยากเยอะเท่าบียอนด์ฯ แต่ก็ไม่ง่ายจนขาดความท้าทาย คือใครที่เล่นบียอนด์มาแล้วคงพริ้วเลยล่ะ โดยรวมผมว่าพอดีลงตัว ลื่นไหลไม่สะดุดดีสามารถเล่นได้เพลิน ๆ โดยไม่ต้องยกจอยสั่นจอยขัดจังหวะเลย

ส่วนที่ต้องชมอีกอย่างคือความใส่ใจในรายละเอียดของการนำเสนอครับ โดยเฉพาะหน้าเมนูที่มีตัวละครแสดงรีแอ็กชั่นกับการเล่นของเราด้วยนะ คือบางทีเธอจะถามคำถามเราเกี่ยวกับประเด็นในเรื่อง หรือแสดงท่าทีต่อการตัดสินใจที่ผ่านมาของเราด้วยสีหน้าท่าทางได้ด้วย คือเจ๋งเลยอ่ะ ในตอนช่วงจบเกมยังมีกิมมิกเจ๋ง ๆ ด้วยนะ

ฟันธงคุ้มไหมถ้าจะซื้อ

และสุดท้ายก็คงขอแนะนำคนที่จะซื้อมาเล่นครับ ว่ามันคือเกมที่โคตรดีโคตรเจ๋งเลยล่ะถ้าคุณชอบเกมแนวนี้ และพอจะมีสกิลภาษาอังกฤษในระดับหนึ่ง เพราะถ้าไม่อ่าน/ฟังบทสนทนาต่าง ๆ มันจะเอาไปตอบตัดสินใจทางเลือกได้ไม่ดีและไม่อินเลย ตัวทางเลือกก็ซับซ้อนใกล้เคียงกันมากนะบางทีแบบต่างกันนิดเดียว มันคือแสดงให้เห็นว่าเกมมันรองรับความคิดของผู้เล่นไว้ครบเครื่องหลากหลายทีเดียว การไล่หาการจบหรือจุดเปลี่ยนเหตุการณ์แบบต่าง ๆ ที่เป็นได้มันจึงน่าสนใจมาก ยอมกลับไปเล่นใหม่หลายฉากเพราะความอยากรู้นี่ล่ะครับ และเกมก็เอื้อให้เราไปสำรวจเส้นทางที่ต่างไปด้วยนะ เราสามารถกลับมาเล่นแชปเตอร์ี่เคย่านไปแล้วใหม่ได้ โดยเลือกได้ว่าจะเซฟผลลัพธ์ไปในแชปเตอร์อื่นด้วยหรือไม่ หรือแค้่เล่นเพื่อดูความเป็นไปได้อื่นแล้วไม่เซฟไป

นอกจากนี้เกมยังเปิดให้ใช้ทริกเล็ก ๆ ในการเล่นด้วย โดยถ้าผลลัพธ์ดูไม่เป็นดั่งใจเรากดออกไปเข้าหน้าเมนู แล้วกลับเข้ามาเล่นใหม่ มันจะเริ่มที่ต้นฉากนั้นใหม่ เพราะเกมไม่ได้ทำการเซฟออโต้ทุกครั้งที่เรากดเลือกย่อย ๆ ทำให้เรากลับไปแก้ไขทางเลือกที่ไม่ชอบใหม่ได้ โดยเฉพาะพวกควิกไทม์อีเว้นท์ยาก ๆ ที่ส่งผลต่อเนื้อเรื่องนี่ได้ใช้บ่อยเลย

อ่อเกมมีระบบสะสมคะแนนไว้ใช้ปลดเนื้อหาพิเศษต่าง ๆ เช่นวิดีโอหนังสั้น คอนเซ็ปต์อาร์ต เพลงประกอบ โมเดลตัวละครในหน้าเมนูด้วย โดยคะแนนนี้ก็มาจากการเล่นของเราว่าได้ทำกิจกรรมเยอะขนาดไหน และเก็บทางแยกแต่ละอันในเส้นเรื่องได้เยอะขนาดไหนนั่นเอง กระตุ้นให้ผู้เล่นสำรวจและลองเสี่ยงเล่นในทางต่าง ๆ มากขึ้นด้วย

และถ้าคุณทั้งไม่มีสกิลภาษา ไม่ชอบเล่นเกมแนวเนื้อเรื่องแบบนี้อีก ผ่านไปเลยครับมันคือเกมดีที่คุณจะเอาไปดองและบ่นในภายหลังเท่านั้นเอง

 

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Games

[พรีวิวเกม] Resident Evil 7 Cloud บน Nintendo Switch ที่ในไทยก็เล่นได้!!

Preview เกม Resident Evil 7 ที่ต้องออนไลน์เล่นตลอดเวลา

Published

on

Yokai Watch Busters 2

Yokai Watch Busters 2
7.1

กราฟิกและการนำเสนอ

7.0 /10

เกมเพลย์

7.0 /10

ความแปลกใหม่

7.0 /10

ความคุ้มค่า

7.5 /10

ภาพรวม

7.0 /10

จุดเด่น

  • เล่นง่ายระบบไม่ซับซ้อน
  • ตัวละครหลักมากันครบ

จุดสังเกต

  • กราฟิกดูเชยไป
  • ตัวละครเล็กไปหน่อย

หนึ่งในความลำบากในการทำเกมลงบน Nintendo Switch ที่นอกจากสเปคจะไม่ได้แรงเท่ากับคู่แข่งแล้ว มันยังใช้สื่อเป็นตลับเกมที่มีราคาแพงกว่าแผ่น และมีความจุที่จำกัดมาก และยิ่งตลับมีความจุเยอะยิ่งราคาแพงทำให้หลายเกมแม้จะสร้างลง Switch ได้ก็ไม่ทำให้เพราะเมื่อวางขายเกมจะมีต้นทุนที่สูงกว่าคู่แข่งมาก

ทำให้มีการคิดวิธีแก้ไขซึ่งก็คือการเล่นเกมผ่านระบบสตรีมผ่าน Cloud โดยไม่ต้องเก็บตัวเกมในเครื่องและไม่ต้องใช้ความแรงของ CPU GPU เพื่อรันเกมจนเป็นที่มาของเกม Resident Evil 7 Cloud บน Nintendo Switch ที่เพิ่งจะเปิดให้เล่นในวันที่ 24 พฤษภาคม

ในไทยเล่นได้นะจ๊ะ

และไม่น่าเชื่อว่าในประเทศอื่นนอกจากญี่ปุ่น รวมทั้งประเทศไทยสามารถเล่นได้ด้วย เพราะก่อนหน้านี้แฟนเกมชาวไทยหลายคนคิดว่ามันไม่สามารถเล่นได้ โดยการเล่นก็แทบไม่มีอะไร เพราะไม่ต้องลงทะเบียนอะไรเลยเข้าไปโหลดตัวเกมมาลงและเล่นได้เลย แต่จะลองเล่นได้ฟรี 15 นาทีเท่านั้น อยากเล่นนานกว่านี้ต้องจ่าย 2,000 เยนเล่นได้ 180 วัน  แถมตัวเกมก็มีขนาดเล็กมากเพราะเป็นการเล่นแบบผ่าน Cloud

เล่นในไทยได้แต่ต้องเลือก Net

สัมผัสแรกเมื่อเล่นถือว่าเลวร้ายมากเพราะเมื่อใช้ Net บ้านทั่วไปแทบจะเล่นไม่ได้โดยมีอาการเด้งหลุดมาตลอด จนทำให้ผู้เขียนต้องใช้ Net 4G เพื่อเชื่อมต่อแทนและก็สามารถเล่นได้จนครบ 15 นาที ดังนั้นหากใครต่อ Net บ้านแล้วเล่นไม่ได้แนะให้ใช้ Net จากมือถือเชื่อมต่อแทน

กราฟิกดูแย่ลง

และเมื่อเล่นได้แล้วจะพบว่ากราฟิกในเกมถูกลดระดับลง เพราะเป็นการเล่นผ่านระบบ Cloud รายละเอียดไม่ถึงระดับ HD ด้วยซ้ำในฉากเกมเพลย์บางส่วน แต่ก็สามารถเล่นได้โดยมีอาการกระตุกบ้างแต่ก็รับได้และไม่มีผลกับการเล่นมากนัก แต่คอกราฟิกหรือคนที่เคยเล่นบน PS4 , XBoxone และ PC มาแล้วคงจะรับกับกราฟิกที่หยาบลงและความกระตุกแบบนี้ไม่ค่อยได้แน่นอน

ลองแล้วคุ้มหรือไม่

สำหรับเกม Resident Evil 7 เวอร์ชั่น Cloud บน Nintendo Switch เหมาะมากหากคุณอยู่ในญี่ปุ่น เพราะการชื่อมต่อน่าจะดีกว่าอยู่ในไทยที่มีทั้งหน่วง กระตุก และหลุด และมันอาจจะไม่คุ้มค่านักเพราะกราฟิกก็ด้อยลง และเกมเหมือนเป็นการบริการเช่าเกมมากกว่าจะขายเกมเต็มๆ

บอกตรงๆทำลงตลับเกมเถอะ Capcom

แต่อยากจะบอกตรงๆว่าอยากให้ Capcom ทำเวอร์ชั่นตลับลง Nintendo Switch มากกว่าที่จะทำแบบสตรีมเล่น เพราะหากลดระดับกราฟิกมาเท่ากับการเล่นแบบ Cloud แล้วเชื่อว่า Switch ก็รับไหว เพราะเกมอย่าง Doom หรือ Wolfenstein II: The New Colossus ยังสามารถทำได้ เพียงแต่ค่ายเกมอย่าง Capcom ไม่อยากลงทุนสร้างก็เท่านั้น เพราะแค่ค่าตลับเกมก็อาจจะไม่คุ้มสำหรับเกมที่เคยออกวางขายบนเครื่องอื่นมาแล้ว

อย่างไรก็ตาม เกม Resident Evil 7 เวอร์ชั่น Cloud บน Nintendo Switch ก็มีดีตรงที่เราจะได้เล่นเกมในโหมดพกพาได้ ทำให้เราเอาไปเล่นได้ทุกที่ทุกเวลา โดยเมื่อเราออกไปนอกบ้านก็ใช้ Net 4G ของสมาร์ทโฟนเพื่อเล่นได้ (แถมลื่นกว่าด้วย) ซึ่งถือเป็นข้อดีที่ไม่เหมือนการเล่นบนเครื่องอื่น แต่ก็อย่างที่บอก หากคุณอยู่ในไทยก็ไม่แนะนำให้เสียเงินซื้อเกมตัวเต็มมาเล่นเพราะมันยังไม่เสถียรเท่าที่ควร

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Games

[รีวิวเกม] Hyrule Warriors Definitive Edition ตำนานเซลด้าฉบับ Dynasty Warriors บน Switch

Review Hyrule Warriors Definitive Edition บน Nintendo Switch มาแล้ว

Published

on

Yokai Watch Busters 2

Yokai Watch Busters 2
7.1

กราฟิกและการนำเสนอ

7.0 /10

เกมเพลย์

7.0 /10

ความแปลกใหม่

7.0 /10

ความคุ้มค่า

7.5 /10

ภาพรวม

7.0 /10

จุดเด่น

  • เล่นง่ายระบบไม่ซับซ้อน
  • ตัวละครหลักมากันครบ

จุดสังเกต

  • กราฟิกดูเชยไป
  • ตัวละครเล็กไปหน่อย

ปรกติแล้วนินเทนโดจะเป็นค่ายที่หวงตัวละครในค่ายอย่างมาก ไม่บ่อยนักที่นินเทนโดจะปล่อยให้ตัวละครของค่ายไปให้ทีมงานอื่นสร้าง แต่พักหลังปู่นินเริ่มปล่อยให้หลายค่ายได้นำตัวละครไปใช้งาน และผลออกมาส่วนใหญ่ออกมาในแง่บวก โดยหนึ่งในความสำเร็จคือเกม Hyrule Warriors ที่สร้างโดยทีมงานเกม Dynasty Warriors และออกวางขายบนเครื่อง WiiU และ 3DS ไปก่อนหน้านี้และประสบความสำเร็จขายได้หลักล้านชุด

ล่าสุดมันกลับมาอีกครั้งบนเครื่อง Nintendo Switch แน่นอนว่าใครๆก็รู้ว่ามันคือการนำเกมซีรีส์ เซลด้า มาอยู่ในรูปแบบของเกม Dynasty Warriors ที่แม้ไม่ใช่เกมแรกที่เป็นการรวมร่างกัน แต่ก็ถือว่าเป็นอีกภาคที่โดดเด่น เพราะถือเป็นเกมแรกของนินเทนโดที่มาในรูปแบบนี้ อย่างไรก็ตามหากคุณไม่เคยเล่นมาก่อนถือเป็นโอกาสอันดีเพราะมันเป็นอีกเกมซีรีส์ Dynasty Warriors ที่ไม่ธรรมดา

กราฟิกที่ไม่โดดเด่น

แต่เดิมเกม Hyrule Warriors ออกบน WiiU ที่ไม่ได้มีสเปคที่แรงอะไร แถมผู้สร้างเกมก็ไม่ได้เน้นในส่วนของกราฟิกทำให้ภาพในเกมก็ดูธรรมดาเหมือนเกมยุค PS3 ฉากในเกมหลายส่วนดูหยาบและขาดรายละเอียดหากมองว่ามันเป็นเกมที่ออกในปี 2018 แต่หากมองว่ามันคือเกมเก่าที่เอากลับมาขายใหม่ก็พอจะรับได้ แต่อย่างน้อยๆมันก็มีเฟรมเรตลื่นทั้งแบบพกพาและต่อทีวีเล่น และความดีงามของเกมคือเพลงและเสียงประกอบที่เอาเพลงดังของซีรีส์เซลด้า มาปรับแต่งให้เข้ากับเกมได้อย่างลงตัวและดูดีมาก และมีหลายเพลงที่สร้างความประทับใจให้คอเกมที่เป็นแฟนซีรีส์เซลด้าด้วย

รูปแบบการเล่นที่สนุกในรูปแบบ Dynasty Warriors เดิมๆไม่มีอะไรใหม่

ในเมื่อมันไม่ใช่เกมใหม่เป็นเพียงแค่เกมที่กลับมาขายใหม่มาทำให้เกมเพลย์เหมือนเดิมทุกอย่าง โดยมันคือเกมแนว Dynasty Warriors ที่เราต้องออกไปต่อสู้แบบลุยกับกองทัพศัตรูจำนวนมากมาย และใช้ท่าไม้ตายและความสามารถพิเศษของตัวละคร และทำภารกิจของแต่ละฉาก แม้จะมีตัวละคร NPC ที่เป็นกองทหารก็ไม่ได้ช่วยอะไรเพราะมันเหมือนออกมาเป็นตัวประกอบมากกว่า โดยเกมเพลย์มีทั้งการยึดพื้นที่ และต่อสู้กับบอส แต่เกมก็มีการใส่การแก้ปริศนาแบบเกมเซลด้าเข้ามาพอหอมปากหอมคอ และมีการใช้สกิลและไอเทมเสริมไปพร้อมกับการแก้ปริศนาด้วยแม้จะไม่ได้ลงลึกในรายละเอียดก็ตาม แต่โดยรวมเกมยังอยู่ในกรอบของเกม Dynasty Warriors ไม่ได้ฉีกออกมาแบบภาค 9 แต่ก็ถือเป็นเรื่องดีเพราะเกมทั้งสนุกและเข้าใจง่าย และมีระบบพัฒนาตัวละครด้วยระบบเลเวลที่เรียบง่ายไม่มีอะไรซับซ้อน

ส่วนการบังคับตัวละครในส่วนของแอ็คชั่นถือว่าทำได้ตามมาตรฐานเกม Dynasty Warriors ทั่วไป ที่มีความรวดเร็วและมีท่าไม้ตายจากเกมเซลด้ามาให้ใช้ ผสมผสานกับอาวุธเช่นธนู หรือระเบิด และมีความเป็นเซลด้าเช่นพลังชีวิตของตัวละครในเกมจะแสดงผลเป็นหัวใจแบบเกมเซลด้า และมีการค้นหาหีบสมบัติที่ซ่อนอยู่ในเกม แน่นอนว่าตัวละครที่ยัดใส่เข้ามาในเกม Hyrule Warriors ภาคต้นฉบับก็ถือว่าเยอะแล้ว เพราะเกือบครบทั้งซีรีส์เซลด้า ไม่ว่าตัวเอกหรือตัวร้ายมากันเกือบครบ ส่วนในภาค Definitive Edition บน Nintendo Switch จะเพิ่มในส่วนของฉากและตัวละครที่ต้องเสียเงินซื้อเป็นตัว DLC มาให้กันครบ ทั้งจากภาค WiiU และ 3DS นอกจากนี้ยังมีตัวละคร Link และ Zelda จากเกม The Legend of Zelda: Breath of the Wild มาให้เลือกเล่นกันด้วย

ฉากหลังในเกมจำลองโลกเกมเซลด้ามาครบ

อีกความโดดเด่นของเกมเมื่อมารวมอยู่ในโลกของ Dynasty Warriors เกม Hyrule Warriors ได้นำโลกของเกมเซลด้าแทบทุกภาคมาเป็นฉากหลังไม่ว่าจะเป็นกราฟิกแบบปรกติแบบเกม Zelda Ocarina of Time , Zelda Twilight Princess และ Zelda Skyward Sword หรือฉากที่จำลองมาจากภาพการ์ตูนอย่างภาค The Wind Waker , Phantom Hourglass และ Spirit Tracks รวมทั้งมีภาคเกมบอยอย่าง Link’s Awakening มาให้เล่นกันด้วย แน่นอนว่าเวอร์ชั่น Switch สามารถนำไปเล่นนอกบ้านได้ รวมทั้งยังเล่นกับเพื่อนแบบแบ่งหน้าจอได้ด้วย ปิดท้ายกับ Adventure Mode ที่จะมีการจำลองโลกของเกมเซลด้าภาคแรกมาเป็นแผนที่แบบ 8Bit ที่เราจะค่อยๆเล่นและปลดล็อกฉากในเกมได้

ภาพรวมคุ้มค่าหากคุณยังไม่เคยเล่น

เกม Hyrule Warriors Definitive Edition บน Nintendo Switch ถือว่ายังคงสนุกเหมือนเดิมแต่ก็ไม่ได้มีอะไรใหม่ใครที่เคยเล่นทั้งบน 3DS และ WiiU แล้วอาจจะไม่คุ้มค่านัก แต่หากคุณไม่เคยเล่นถือว่าเป็นโอกาสที่ดีเพราะมันเป็นหนึ่งในเกมซีรีส์ Dynasty Warriors ที่สนุกเข้าใจง่ายและมีตัวละครดังๆมาให้เล่นครบโดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่มอีก

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!