Connect with us

Published

on

รีวิว OPPO R17 Pro ตัวรองท็อป แต่ใส่เทคโนโลยียิ่งกว่าท็อป!! รีวิวแรกหลังเปิดตัวอย่างเป็นทางการ มือถือเทพ ชาร์จ 10 นาทีได้ 40%!! ถ่ายกลางคืนสวยด้วย Ultra Night Mode

SuperVOOC ใน OPPO R17 Pro เป็นเทคโนโลยีชาร์จไฟที่เร็วที่สุดในโลกแล้วตอนนี้ ซึ่งเมื่อก่อนมีแต่ OPPO Find X รุ่น Lamborghini ตัวท็อปของท็อปเท่านั้นถึงจะได้ SuperVOOC แต่ตอนนี้มาอยู่ใน R17 Pro แล้วความลับของเทคโนโลยี SuperVOOC อยู่ที่ในสมาร์ทโฟนจะมีแบตเตอรี่ 2 เซลล์เพื่อชาร์จไปพร้อม ๆ กันด้วยไฟ 10V 5A หรือไฟ 50W ซึ่งเราทดสอบโดยเครื่องวัดกำลังไฟของ USB-C ก็ได้กำลังไฟประมาณที่สเปคว่ามาครับ โดย R17 Pro ก็มีแบต 1850 mAh อยู่ 2 เซลล์ รวมแล้วความจุ 3700 mAh ซึ่งก็ใช้งานได้ทั้งวัน

นอกจากเรื่องระบบชาร์จแล้ว กล้องหลัง 3 ตัวของ OPPO R17 Pro เป็นระบบกล้องที่แตกต่างจากค่ายอื่น

  • เลนส์ตัวบนสุดนี้คือ TOF Camera หรือกล้อง Time-of-flight ทำงานโดยการสาดแสงอินฟราเรดออกจากจุดสีดำ ๆ ใต้เลนส์ตัวนี้ แล้วคำนวนหาความลึกจากระยะเวลาที่แสงสะท้อนกลับ ทำให้ R17 Pro สามารถรับรู้ความลึกของวัตถุในภาพได้ อย่างล้ำ!!
  • ส่วนกล้องตัวกลางเป็นเลนส์หลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ที่มี่รูรับแสงอัจฉริยะ หรือที่ OPPO เรียกว่า Smart Aperture ซึ่งปรับรูรับแสงได้ระหว่าง f/1.5 สำหรับถ่ายที่แสงน้อย และ f/2.4 สำหรับถ่ายที่แสงมากให้คมชัด
  • ส่วนเลนส์ตัวล่างนี้มีความละเอียด 20 ล้านzzกเซล เอาไว้เพิ่มความละเอียดให้ภาพโดยเฉพาะเวลาซูม

ภาพจากกล้องหลังของ OPPO R17 Pro พร้อมทำหลังละลาย

ซึ่งการที่ OPPO R17 Pro มีทั้งกล้อง TOF และกล้องรอง ทำให้มันเป็นมือถือที่ถ่าย Portrait สวยที่สุดตัวหนึ่งเลย กล้องรับรู้ระดับความลึกของใบหน้าและฉากหลังได้ดีมาก ลองดูภาพ Portrait สวยๆ จากสาว ๆ Beartai 12+ ของเรา ภาพที่ได้ออกมาดูดีเป็นธรรมชาติเหมือนใช้กล้องใหญ่ถ่าย ซึ่งต่อไปกล้อง TOF จะสามารถใช้สร้างโมเดล 3 มิติด้วยการถ่ายภาพได้ด้วย ส่วนภาพ Portrait จากกล้องหน้า 25 ล้านพิกเซล f/2.0 ก็ทำได้ดีตามสไตล์ OPPO ครับ แต่เราก็ชอบภาพ Portrait จากกล้องหลังมากกว่านะ

ภาพจากกล้องหน้าของ OPPO R17 Pro

ความสามารถพิเศษอีกอย่างของกล้อง R17 Pro คือรูรับแสงที่กว้างขนาด f/1.5 ที่มาพร้อม Ultra Night Mode โหมดถ่ายกลางคืน และมาพร้อม OIS ระบบกันสั่น สามารถถ่ายภาพตอนกล่างคืนได้นิ่งขึ้น แบบไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง ทำให้ถ่ายภาพกลางคืนได้สวยมากตาม Tagline ของรุ่นนี้ที่บอกว่า Seize the night ซึ่งตัว Ultra Night

ภาพกลางคืนจาก OPPO R17 Pro ในโหมดถ่ายกลางคืนไม่ใช้ขาตั้งกล้อง

Mode นี้ มี AI Ultra-clear Engine เอไอที่ช่วยประมวลภาพในระยะเวลา 2-4 วินาที ทำให้ภาพออกมาสวยและคมชัด  ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้นทำได้สูงสุดที่ 4K ที่กล้องหลังนะครับ ซึ่งการถ่าย 4K ระบบกันสั่นจะทำงานน้อยหน่อย ถ้าเดินถ่ายแนะนำให้ใช้ 1080p ก็พอ ส่วนกล้องหน้าถ่ายได้สูงสุด 1080p จ้า

  • มาดูดีไซน์เครื่องกันบ้างครับ ต้องยอมรับว่า OPPO R17 Pro มีกลิ่นอายของ OPPO Find X อยู่พอสมควรเลย ทั้งฝาหลังแก้วโค้ง สีสันสะท้อนแสง ซึ่งสีที่เราได้มารีวิวนี้คือ Emerald Green แต่จะมีอีกสีที่ไล่เฉดม่วง-ฟ้า สวยงามเรียกว่า Radiant Mist ด้วย แล้วก็ด้านบนและด้านล่างเครื่องเก็บขอบเครื่องให้ลึกเข้าไปแบบนี้ พร้อมช่องใส่ซิมก็อยู่ด้านล่าง นี่มันการออกแบบของ Find X ชัด ๆ
  • ตัวสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอก็เป็นอีกเทคโนโลยีล้ำๆ ที่ใส่มาใน R17 Pro เป็นรุ่นแรกของ OPPO ขนาดตัวท็อปอย่าง Find X ยังไม่มีสแกนนิ้วแบบนี้เลย ซึ่งเวลาสแกนก็สวยงามดีครับ แต่ไม่ได้เร็วแบบแตะปุ้บปลดล็อกปั้บ ก็ใช้ร่วมกับการสแกนใบหน้าจะทำให้ใช้สะดวกขึ้น แต่ตัวสแกนนิ้วตัวนี้ยังไม่สามารถใช้ปลดล็อกแอปอื่น ๆ อย่างแอปธนาคารหรือแอปเก็บรหัสผ่านได้นะครับ คงต้องรออัปเดทจากทาง OPPO ต่อไป
  • ส่วนหน้าจอ AMOLED นี้มีขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด FullHD+ ให้สัดส่วนภาพ 19.5:9 ซึ่งจอนี้ก็ให้สีสันสวยงดงามแบบไม่โอเวอร์เกินจริง แต่ยังไม่รองรับการแสดงผล HDR กับ Youtube หรือ Netflix นะครับ และด้านบนของจอก็เป็นที่อยู่ของรอยบากรูปหยดน้ำตำแหน่งของกล้องหน้านั้นเอง ทำให้กินพื้นที่ในจอน้อย ใช้งานไม่รำคาญสายตา และหน้าจอใช้กระจก Gorilla Glass 6 ที่ทนกว่าเดิมด้วย

OPPO R17 Pro ถือเป็นสมาร์ทโฟนระดับกลาง สเปคเครื่องเป็น Snapdragon 710 พร้อม RAM 8 GB และหน่วยความจำ 128 GB (แต่เพิ่ม MicroSD ไม่ได้นะ) ซึ่ง OPPO มีระบบจัดการเกมที่เรียกว่า Game Space เพื่อเร่งประสิทธิภาพเครื่องสูงสุดสำหรับการเล่นเกมด้วย ทำให้เครื่องแรงพอที่จะเล่นเกมฮิตในปัจจุบันสบายๆ

ค่าตัวของ OPPO R17 Pro นั้นอยู่ที่ 24,990 บาท แต่สามารถผูกโปรกับค่ายมือถือต่าง ๆ ที่บางค่ายให้ส่วนลดสูงสุดถึง 15,000 บาท เหลือราคาแค่ 9,990 บาท ไม่ถึงหมื่นก็ซื้อได้แล้วน้า!!

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!