รีวิวเกม Pikmin 3 Deluxe (Nintendo Switch) ตะลุยโลกจิ๋วของนินเทนโด

จุดเด่น
รูปแบบการเล่นแนว RTS ที่ปรับเปลี่ยนได้ยอดเยี่ยม
กราฟิกสวยงามในแบบการ์ตูนที่น่ารัก
ไม่มีพิษมีภัยเล่นได้ทุกวัย
จุดสังเกต
ไม่ใช่เกมใหม่เป็นเกมพอร์ต
กราฟิกดูดีแต่ไม่ต่างจาก WiiU
8.5

อย่างที่เคยบอกไปหลายครั้งว่าเพราะการระบาดของ Covid-19 ทำให้ในปี 2020 แม้เครื่องเกม Nintendo Switch จะขายดีอย่างมากจนขาดตลาดอยู่พักใหญ่ แต่กลับมาเกมใหม่ ๆ ออกน้อยมาก เกมส่วนใหญ่จะเป็นการนำของเก่ามาขายใหม่มากกว่า แถมการกลับมาขายใหม่อีกรอบกลับแทบไม่ได้ปรับเปลี่ยนอะไรมากมายหรือเรียกว่าเป็นการพอร์ตมากกว่า

ล่าสุดนินเทนโดได้ประกาศส่งเกม Pikmin 3 ที่เคยออกบน WiiU ไปแล้วในปี 2013 มาวางขายใหม่บน Nintendo Switch ในชื่อ Pikmin 3 Deluxe ที่แทบจะไม่ได้ปรับเปลี่ยนอะไรไปมากนัก เพราะต้นฉบับภาพของมีความละเอียดระดับ HD อยู่แล้ว แต่บน Switch มีการปรับการควบคุมบังคับให้เข้ากับเครื่องเกม แต่ก็ถือว่าน่าสนใจมากเพราะเป็นที่รู้กันว่า WiiU ขายไม่ดีทำให้เกมสนุก ๆ หลายถูกลืมไปพร้อมกับเครื่องเกมหลายเกม ทำให้เชื่อว่าหลายคนไม่เคยเล่น Pikmin 3 ต้นฉบับบน WiiU

เรื่องราวของเกมก็ยังคงเรียบง่าย ว่าด้วยดวงดาว Koppai กำลังเผชิญกับวิกฤตทรัพยากร เนื่องจากประชากรล้นโลกทำให้ชาวดาว Koppai ต้องออกเดินทางไปหาทางแก้ไขโดยไปหาทรัพยากรที่ดาวดวงอื่น และเราจะได้รับบทเป็นตัวละครชาว Koppai ที่สามารถบังคับใช้ตัวละครที่เรียกว่า Pikmin เพื่อออกรวบรวมสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจำเป็นผลไม้หรือสิ่งของ ในโลกที่เหมือนสวนสวยที่รอให้เราสำรวจมากมาย และเรื่องราวที่เหมือนกับการ์ตูนเด็กไม่มีพิษภัยทำให้ไม่ว่าใครก็สนุกไปกับเนื้อเรื่องในเกมได้

กราฟิกเหมือนเดิม แต่ของเดิมก็ดีอยู่แล้ว

บน WiiU เกม Pikmin 3 ภาพก็อยู่ในระดับ HD อยู่แล้ว การมาโดยเพิ่มชื่อ Deluxe ติดท้ายไว้ภาพในเกมก็ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน และน่าผิดหวังเล็กน้อยที่มันไม่ได้เปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่น้อย แต่ก็ถือว่ายังดูดีแบบไม่เชยแม้จะเทียบไม่ได้เลยกับมาตรฐานเกมยุค 2020 แต่สำหรับแฟนปู่นินคงไม่ได้คาดหวังอะไรอยู่แล้ว แม้จะมีข่าวลือมายาวนานว่าทีมสร้างอยากทำกราฟิกเกม Pikmin เป็น 4K ในอนาคต ซึ่งก็ต้องรอลุ้นกันต่อไปว่าหากมีการสร้างภาคต่อจะมีภาพระดับ 4K หรือไม่ ส่วนเพลงประกอบของเกมดูจะเรียบ ๆ ไปหน่อยทุกอย่างเป็นไปตามแนวทางของเกมที่ดูน่ารักตามตัวละคร แต่ก็ดูจะผิดฟอร์มเกมจากค่ายนินเทนโด ที่มักจะมีเพลงธีมเพราะ ๆ ติดหูอยู่หลายเกมเหมือนกัน แต่โดยรวมทั้งภาพและเสียงก็สอบผ่านแม้จะไม่ได้ลงทุนอะไรมากมายเพราะเป็นการเอาของเดิมมาขายใหม่

รูปแบบแนว Real-time strategy ของนินเทนโด

รูปแบบการเล่นของเกม Pikmin คือการนำแนวเกม RTS (Real-time strategy) มาสร้างในแนวทางของนินเทนโด โดยผู้เล่นจะบังคับตัวละครชาวดาว Koppai เดินได้และเรียกใช้งานตัว Pikmin หลากหลายสีเพื่อไปทำภารกิจในฉากไม่ว่าจะช่วยเปิดทางไปต่อ หรือต่อสู้กับศัตรูได้ และการเรียกจะใช้เสียงนกหวีดและจะมีเส้นไปวางรอบตัว Pikmin และลากไปเพื่อทำกิจกรรมตามจุดต่าง ๆ ตามความต้องการได้ และทุกอย่างควบคุมได้ง่ายไม่ต้องสอนอะไรมาก

ฉากในเกมหากคุณไม่เคยเล่น Pikmin มาก่อน มันคือการจำลองโลกในสวนหลังบ้านที่ผู้เล่นจะเหมือนตัวละครจิ๋วที่ต้องออกสำรวจเพื่อหาอาหาร และสิ่งของเพื่อกลับไปยังยานอวกาศ และมีอะไรรอให้เราแก้ปริศนามากมายที่ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการเล่นกันตลอดเวลา เช่นการสั่งตัว Pikmin ไปโจมตีศัตรูที่มีหลากหลายประเภทและกำหนดด้วยธาตุ รวมทั้งอุปสรรคในเกมที่มีทั้งการสั่งให้ Pikmin ไปรวมชิ้นส่วนสร้างสะพาน หรือสั่งให้ทำลายกำแพงหรือก้อนหินเรียกว่ามีสิ่งใหม่รอให้เราจัดการตลอดเกม

ตัว Pikmin หลากสีทำให้เกมหลากหลาย

และแน่นอนว่าตัวละคร Pikmin มาหลายรูปแบบและแบ่งตามธาตุเช่น ธาตุไฟจะมาในรูปแบบตัวสีแดง ซึ่งจะโจมตีด้วยพลังไฟได้ และพลังไฟฟ้าจะเป็น Pikmin ตัวสีเหลืองโดยพลังไฟฟ้าจะสามารถทนทานต่อกระแสไฟรวมทั้งใช้เปิดอุปกรณ์ที่ต้องใช้ไฟฟ้า และสีฟ้าจะเป็นธาตุน้ำซึ่งจะสามารถลงไปทำภารกิจในน้ำได้สบายและเป็นเพียงตัวเดียวที่ลงน้ำแล้วไม่ตาย และตัวใหม่ของภาคสามอย่าง Pikmin ที่มาพร้อมสีดำและมีรูปร่างเหมือนหิน ที่มีพลังทำลายของแข็งได้ และปิดท้ายกับตัว Pikmin ที่บินได้ที่ใช้งานเพื่อสั่งให้บินไปที่สูงเพื่อแก้ปริศนาได้เช่นการบินไปเอาสิ่งของข้ามน้ำ

และเมื่อมารวมกันทำให้รูปแบบการเล่นของเกมหลากหลายมาก เพราะผู้เล่นต้องคิดว่าจะใช้ตัว Pikmin ตัวไหนในการแก้ปริศนาในเกม รวมทั้งศัตรูในเกมก็มีการแพ้ทางที่แตกต่างกันหรือบอสบางตัวต้องทำให้เกราะแตกด้วย Pikmin หินก่อนค่อยใช้ตัวอื่นโจมตีได้ ทำให้การต่อสู้กับบอสแต่ละตัวมีความหลากหลายและแตกต่างกันแบบไม่มีเบื่อ นอกจากนี้ยังต้องเล่นหลายตัวละครเพื่อร่วมกันหาทางไปต่อด้วย เช่นการโยนเพื่อนร่วมทีมไปยังอีกจุด แล้วสลับไปอีกตัวเพื่อหาทางไปต่อได้ และทำให้เกมเพลย์ค่อนข้างซับซ้อนแบบเกม puzzle ด้วยซึ่งมันไม่ง่ายแน่ แต่ก็ไม่ได้ยากเย็นจนเกินไป โดยเกมมีเวลาจำกัดซึ่งจะนับเป็น 1 วัน เป็นตัวกำหนดเวลาในเกม

เล่นกับเพื่อนได้ แต่ไม่มีออนไลน์

แน่นอนว่าในเกมเราจะได้เล่นหลายตัวละครพร้อมกันในฉากเดียว ทำให้สามารถเล่นกับเพื่อน ๆ ได้รวมทั้งมีการเล่นแบบแบ่งหน้าจอด้วย แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ไม่มีโหมดออนไลน์ โดยเกมมีโหมดเนื้อเรื่องที่สามารถเรียกเพื่อนมาช่วยแก้ปริศนาร่วมกันได้ และมีการเล่นเกมที่เป็นโหมดบิงโก ซึ่งเราต้องหาของมาเรียงให้ตรงกับที่เกมกำหนดเหมือนกับเล่นกระดานบิงโกใครครบก่อนก็ชนะไป ส่วนของที่ตัดไปคือระบบการถ่ายรูปไปโชว์ในโหมด miiverse เพราะนินเทนโดได้ยกเลิกไปแล้ว แต่ก็มีระบบโชว์คะแนนให้เพื่อน ๆ ทั่วโลกให้ดูในโหมดภารกิจ และยังมีโหมดเรื่องราวเสริมมาให้เล่นด้วย แต่โดยรวมโหมดในเกมน้อยไปหน่อยสำหรับเกมที่ออกในปี 2020 แต่หากมองว่ามันคือเกมพอร์ตมาจากเกมที่ออกปี 2013 ก็พอจะให้อภัยได้

ปรับให้เข้ากับ Nintendo Switch

ส่วนการออกบนคอนโซลลูกผสมอย่าง Switch ทำให้ Pikmin 3 Deluxe มีการปรับให้เข้ากับเครื่องใหม่ เพราะเดิมออกบน WiiU โดยบน Nintendo Switch จะรองรับการเล่นบนทีวีและใช้จอยปรกติเล่น และโหมดพกพา ส่วนการใช้โหมดแท็บเล็ตก็เล่นได้ รวมทั้งสามารถถอดเอา Joy-con มาเล่นและรองรับระบบจับการเคลื่อนไหวด้วย แบบเดียวกับจอย Wii ที่เอามาเล่นบนเวอร์ชัน WiiU ก็ทำได้ด้วย ซึ่งไม่ได้แปลกใหม่แต่ก็เป็นทางเลือกให้ใช้ได้ตามชอบ

โดยรวมแล้วเกม Pikmin 3 Deluxe ถือว่าเป็นการย้ายบ้านมาลง Nintendo Switch ที่แทบไม่ได้เปลี่ยนอะไรไปมากนัก แต่ต้นฉบับเกมก็สนุกมาก ๆ อยู่แล้ว และคาดว่าแฟนเกมส่วนใหญ่ไม่เคยเล่นต้นฉบับบน WiiU เพราะคอนโซลสองหน้าจอของปู่นินนั้นล้มเหลวอย่างมากจากแทบจะถูกลืมไป ทำให้เกม Pikmin 3 ฉบับ Switch ยังคงคุ้มค่า โดยเฉพาะหากคุณไม่เคยเล่นบน WiiU มาก่อน แต่หากเคยเล่นมาแล้วอาจจะต้องคิดกันหน่อยเพราะมีราคาตัวเกมมาแบบเต็ม ๆ และถือว่าแพงไปหน่อยเมื่อเทียบของที่เพิ่มเข้ามาให้

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส