Connect with us

งมแอปในมหาสมุทร

[รีวิว] Yu-Gi-Oh! Duel Links มาดวลการ์ดยูกิกันเถอะ

ผู้ชม 6,225 ครั้ง!

Yu-Gi-Oh! Duel Links

Free
9

กราฟิก

9.5/10

รูปแบบการเล่น

9.0/10

ความแปลกใหม่

8.5/10

ความคุ้มค่า

9.0/10

ภาพรวม

9.0/10

จุดเด่น

  • มีตัวละครให้เราได้เลือกเล่นหลากหลายดี
  • สามารถเล่นกับเพื่อนได้ ทั้งที่เรารู้จักและไม่รู้จัก
  • เวลาเล่นกับคู่ต่อสู่ธรรมดา สามารถเล่น Auto Duel ให้เล่นเองได้ ทำให้จบเร็ว

จุดสังเกต

  • ต้องเปิดเน็ตเล่นตลอดแม้ไม่ได้เล่นแบบออนไลน์กับคนอื่น
  • ตัวเกมมีแต่แนวตั้งเท่านั้น
  • ชุดการ์ดยังมีน้อย น่าจะต้องมีเพิ่มชุดการ์ดอีกหลายแบบ

ใครไม่รู้จักการ์ดยูกิบ้าง ในยุคสมัยหนึ่งที่ผู้เขียนยังเป็นเด็ก การ์ดเกมแรกๆ ที่รู้จักเลยก็หนีไม่พ้นการ์ดยูกินี่แหละ ซึ่งการที่ได้กลับมาเล่นการ์ดเกมนี้อีกครั้ง ทำให้รู้สึกย้อนอารมณ์ อยากกลับมาดวลการ์ดกันอีกสักครั้ง ในตอนนี้มีเกมการ์ดยูกิออกมาอีกครั้งแล้ว ทั้งใน iOS และ Android ไม่รอช้า มารีวิวกันดีกว่า

รูปแบบการเล่น และโหมดของเกม

หน้าแรกเมื่อเข้าสู่เกม

เริ่มแรกเลย เมื่อเข้าเกมครั้งแรก ตัวเกมจะถามว่าเรารู้จัก Yu-Gi-Oh! ในระดับใด โดยจะมี 4 หัวข้อ ให้เราเลือกตามที่เราเป็น เพื่อให้เราสามารถเล่นกันได้ มีดังนี้

  1. ไม่รู้จักการ์ดยูกิเลย
  2. เคยอ่านจากหนังสือการ์ตูน หรือดูจากอนิเมะ
  3. เคยเล่นการ์ดยูกิมาบ้าง
  4. ตอนนี้ก็ยังเล่นการ์ดยูกิอยู่

ซึ่งผมเองเลือกในข้อ 3 เพราะผู้เขียนเองเคยเล่น แต่ก็ไม่ค่อยได่เล่นมาพักใหญ่แล้ว เริ่มต้นมาก็จะให้เราเลือกตัวละครที่ต้องการเล่น มีให้เลือกระหว่าง Seto Kaiba กับ Yami Yugi เราสามารถเลือกเล่นได่ตามที่เราชอบได้เลย โดยในเริ่มต้นจะเป็นการสอนการเล่นอย่างคร่าวๆ เพื่อให้เรารู้จัก interface รูปแบบการเล่นการ์ดอย่างคร่าวๆ ให้เข้าใจยิ่งขึ้น ในเกมในภาคนี้มีรูปแบบเป็นแนวตั้ง ซึ่งแตกต่างจากภาคอื่นของเกมนี้ที่เป็นแนวนอน ในตอนที่สอนนี้จะมีค่า Life Point ให้เล่น 3,000 หลังจากผ่านส่วนนี้แล้ว ก็จะมีอีกคนจะมาสอนการใช้การ์ดเวทมนตร์กับกับดัก เราสามารถเข้าไปลองดูได้ แต่ถ้ารู้แล้วก็ skip ผ่านไปได้

This slideshow requires JavaScript.

ในการเล่น เริ่มแรกจะให้เราโยนเหรียญ ถ้าออกรูปดวงตาได้เล่นก่อน ถ้าออกสีแดงก็ได้เล่นทีหลัง จากนั้นก็เริ่มจั่วการ์ด โดยจะได้ 4 ใบ แล้วก็เล่นตามรูปแบบการ์ดยูกิ (แนะนำเบื้องต้น แถวบนเอาไว้ลงการ์ดมอนสเตอร์ ถ้ามอนสเตอร์ที่ลง อยู่ในระดับต่ำกว่า 4 ดาว สามารถลงได้เลย แต่ถ้ามากกว่านั้นจะต้องทำการบูชายัญ สามารถ Fusion รวมร่างกันได้ ถ้ามีการ์ดตามเงื่อนไข หรือการ์ดพิเศษ ก็ต้องใช้การ์ดเวทย์มนต์บูชายัญเฉพาะ การ์ดบางแบบมีความสามารถพิเศษ ก็สามารถทำตามเงื่อนไขและแสดงผลตามที่ระบุในการ์ด ในส่วนของแถวล่างไว้ลงการ์ดเวทย์มนตร์หรือกับดักที่เรามี การทำงานก็เป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุในการ์ดได้เลย) เมื่อเริ่มเล่น จะมีช่องให้วางการ์ดได้แถวละ 3 ใบ มี Life Point อยู่ที่ 4,000 เป็นการเล่นแบบที่สามารถจบได้เร็ว เมื่อเล่นจบแล้ว ก็จะได้ไอเท็ม ค่าประสบการณ์ หรือการ์ดด้วย แล้วแต่การเล่นในแต่ละครั้งจะสุ่มขึ้นมา หรือถ้า Level up ก็จะมีไอเท็มตามที่ได้ระบุไว้

วีดีโอคลิปข้างล่างนี้เป็นการรีวิวสั้นๆ เป็นการดวลการ์ดระหว่าง Yami Yugi (Level 15) เป็นตัวละครที่เราเล่นอยู่ กับ Seto Kaiba (Level 30) หลังคลิปมีการสำรวจ Interface บ้างเล็กน้อย

ในหน้าแรกเมื่อเข้ามาในเกม จะมีการแบ่งออกเป็น 4 หน้าใหญ่ๆ ได้แก่

This slideshow requires JavaScript.

  1. Gate ในส่วนนี้จะแบ่งได้เป็น 2 ส่วนคือ
    • Gate ในส่วนนี้เราสามารถดวลกับตัวละครหลักของเกม หรือที่เรียกว่า Legendary Duelist ซึ่งเมื่อเล่นไปเรื่อยๆ ก็จะมีการปลดล็อกให้เราได้เล่นด้วย
    • Duel School ในส่วนนี้เป็นการสอนการเล่น โดยมีรูปแบบในการสอนอยู่ 4 แบบ ได้แก่
      • Loaner Deck Duels ในส่วนนี้คือการทดลองใช้ชุดการ์ดที่ในเกมได้เตรียมไว้ลองเล่น เราก็ต้องทำตามภารกิจให้สำเร็จ เพื่อให้ได้รางวัล
      • Duel Quiz Level 1 เป็นการทดสอบการเล่นตามรูปแบบปริศนา ให้เราทำอย่างไรก็ได้ให้พลัง Life Point ฝ่าย Tour Guide From the Underworld เหลือ 0 ให้ได้ ถ้าเล่นผ่านก็จะมีรางวัลให้
      • Duel Quiz Level 2 เป็นการทดสอบเหมือน Level 1 แต่มีความยากกว่าเดิม
  2. PvP Arena ในส่วนนี้จะมีให้เลือก 4 รูปแบบ คือ
    • Ranked Duels เป็นการดวลกับคนในระบบ Rank ที่ใกล้เคียงกับเรา เมื่อเราเล่นชนะ ก็จะมีการขึ้นระดับด้วย แต่ถ้าแพ้จะไม่มีลดระดับ ยังคงอยู่ในระดับเดิม
    • Casual Duels เป็นการดวลกับใครก็ได้บนโลกนี้ที่ออนไลน์อยู่
    • Friend Duels เป็นการดวลกับเพื่อนที่เราได้ Add เป็นเพื่อนไว้ ส่วนใหญ่ถ้าเรารู้จักเพื่อนที่เล่นเกมนี้ ก็ขอแอดเป็นเพื่อน แล้วมาเล่นด้วยกันได้
    • Duel Replay เป็นการดูการดวลการ์ดให้เราดู ไม่จำเป็นต้องดูจบก็ได้
  3. Shop ในส่วนนี้ก็จะเป็นการเปิดซองการ์ด ซึ่งสามารถใช้เพชรที่เรามีอยู่ซื้อได้ หรือจะใช้เงินจริงซื้อก็ไม่ว่าอะไร ซึ่งแต่ละซองมี 3 ใบ แล้วแต่เราจะเลือกรูปแบบว่าจะเอาแบบไหน ตอนนี้มี 3 แบบ คือ The Ultimate Rising, Age of Discovery และ Neo-Impact ในหน้าของ Shop นี้มีอีกส่วนคือการ Trade ซึ่งก็จะมีการ์ดสุ่มที่น่าสนใจให้เราได้เลือก แต่ก็ต้องมีของตามเงื่อนไขด้วยนะ
  4. Card Studio ในส่วนนี้ แบ่งได้เป็น 4 ส่วนคือ
    • Deck Editor เราสามารถจัดชุดการ์ดของเรา ตามที่เรามีอยู้ตามความเหมาะสม
    • Card Catalog สามารถดูการ์ดทั้งหมดที่มีในเกมตอนนี้ ถ้าที่เรามีแล้วจะเป็นสีให้เห็น
    • Customization เราสามารถเปลี่ยนรูปแบบการ์ดด้านหลัง กับพื้นที่วางการ์ดเป็นแบบอื่นที่ไม่ใช่แบบเดิม ซึ่งมีหลายแบบให้เลือกตามต้องการ
    • Deck Board ในส่วนนี้เป็นการโชว์การจัดชุดการ์ดแต่ละคนไว้ ใครที่ยังไม่รู้ว่าจะจัดยังไง ก็สามารถดูแบบการจัดกันได้ที่ส่วนนี้
ตัวละครในเกม

This slideshow requires JavaScript.

ตัวละครในเกมนี้ ที่สามารถดวลแข่งกับเราได้ แบ่งได้ 3 รูปแบบ คือ

  • ตัวละครทั่วไป ซึ่งมีอยู่ทั่วในเกมทุกหน้า แล้วแต่เราจะเลือก โดยในเริ่มแรกจะเป็น Level 1 เมื่อเราเล่นไปเรื่อยๆ จะมี Level ที่สูงขึ้น เราสามารถเล่นแบบ Auto Duel ได้ ถ้าเราแน่ใจว่าการ์ดเราแน่พอที่จะเล่น บางทีอาจพาให้เราแพ้ได้
  • The Vagabond ตัวละครใส่หมวกปิดบังหน้านี้ จะโผล่มาให้เราเห็นเป็นระยะๆ โดยการเล่นจะมีการสุ่มเงื่อนไขบางอย่างเพื่อเพิ่มความท้าทายในการเล่น เช่น พื้นที่วางการ์ดเวทย์เหลือช่องเดียว  Life Point เหลือ 1,000 และอื่นๆ ตามแต่จะสุ่มมาให้เราได้เล่น
  • The Legendary Duelist ตัวละครเหล่านี้ที่เรารู้จักกันดี ทั้ง Joey Wheeler, Tea Gardner, Mai Valentine และอื่นๆ ซึ่งเราสามารถทำตามเงื่อนไขเพื่อปลดล็อกการใช้งานตัวละครได้ ซึ่งแต่ละตัวละคร เมื่อเราได้เล่นไปเรื่อยๆ เราสามารถอัพ Level เพื่อเก็บของ หรือการ์ดดีๆ ได้เล่นกัน

ในตัวละครระดับ The Legendary Duelist เราสามารถเลือก Skill หรือความสามารถของตัวละคร ซึ่งเมื่อเล่นไปเรื่อยๆ ก็จะมีให้เราได้เลือกใช้ความสามารถ ในชุดการ์ดของตัวเอง จะมีการ์ดหลักของตัวเอง 1 ใบ ซึ่งเมื่อเราได้ลงการ์ดนี้ในสนาม ก็จะมีวีดีโอแบบอลังการให้เราได้ชมด้วย เช่น Yugi เป็น Dark Magician หรือของ Joey เป็น Red-Eye Black Dragon เมื่อเวลาโจมตีจะมีการบอกชื่อท่าในการโจมตีด้วย

ไอเท็มในเกม

ภายในเกมจะมีไอเท็มให้เราเก็บดังนี้

  • เหรียญ ซึ่งได้จากการเล่นในแต่ละครั้ง หรือจากหน้าแรกที่มีเครื่องหมายตกใจ
  • เพชร ในส่วนนี้ได้จากการทำภารกิจ หรือจากการเล่น หรือจากการซื้อที่มาพร้อมชุดการ์ดด้วยเงินจริง
  • กุญแจ ซึ่งมีหลายแบบ ไว้ใช้สำหรับ Gate เพื่อดวลกับตัวละคร The Legendary Duelist
  • หินสี ซึ่งมีหลายแบบตามสีของรูปแบบมอนสเตอร์แต่ละธาตุ เช่น ความมืด ความสว่าง ลม ไฟ และอื่นๆ
Mission และส่วนอื่นๆ ของเกม

This slideshow requires JavaScript.

ในส่วน Mission เป็นอีกส่วนที่สำคัญ เพราะในเกมมีการเลื่อนขั้นเป็น Stage เพื่อปลดล็อกตัวละคร หรือการ์ดเพิ่มเติม โดย Mission ในเกมนี้ มีอยู่ 2 รูปแบบหลัก คือ

  • Normal ในส่วนนี้จะเป็นภารกิจหลักที่เราต้องทำ เพื่อผ่านไปในแต่ละ Stage รวมไปถึงภารกิจประจำสัปดาห์ และภารกิจสำหรับปลดล็อกตัวละคร ซึ่งเมื่อเล่นตามเงื่อนไขแล้ว ก็จะได้ไอเท็ม
  • Special เป็นภารกิจสะสมที่เล่นตลอดทั้งเกม เมื่อเราเล่นตามเงื่อนไขก็สามารถปลดล็อกเพื่อได้ไอเท็ม

ในส่วนอื่นๆ ของเกม ซึ่งอยู่ตรงมุมบนขวา มีดังนี้

  • Gift Box ถ้ามีไอเท็มแจกฟรีที่ให้ทุกคน หรือปลดล็อกได้รางวัล ก็สามารถเข้ามารับของได้ที่ส่วนนี้
  • Notification การแจ้งเตือนจากทีมงานของเกม ถ้ามีการแจ้งเตือนในเรื่องต่างๆ ของเกม การแก้บัค การใส่การ์ดชุดใหม่เพิ่ม ก็จะมาอยู่ในส่วนนี้
  • Profile ในส่วนนี้จะเป็นข้อมูลของเรา ที่สามารถเช็คข้อมูลสถิติการเล่น หรือตัวละครที่เราชอบเล่น รวมถึงการตั้งค่าเวลาแสดงให้คนอื่นเห็นเรา ก็สามารถแก้ไขได้ในส่วนนี้
  • Settings การตั้งค่า เราสามารถตั้งค่าเกม ทั้งในส่วนของเสียง รวมถึงการตั้งค่าการใช้พลังงานก็มีให้เลือกด้วย รวมถึงการสร้าง Konami ID สำหรับให้ตัวเกมไปอยู่ด้วยในทุกเครื่องที่เราเล่น
ความคิดเห็น

เป็นอีกเกมที่ตอนนี้ได้ ติด ไปแล้ว เพราะทำให้เราได้ระลึกถึงความหลังครั้งเมื่อยังเล่นเกมการ์ดยูกิ การเล่นในรูปแบบนี้ทำให้เกมจบเร็ว เพราะให้พื้นที่น้อย ช่องวางการ์ดน้อย ค่า Life Point ก็น้อยลงไปครึ่งหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความสนุกหมดลง เป็นเกมที่เล่นเพลินได้เรื่อยๆ แต่ก็แอบเซ็งที่สุ่มจับการ์ดในบางครั้งก็ได้ซ้ำกับที่เคยมีอยู่ไม่น้อย การ์ดดีก็ได้มาบ้างแล้ว เกมยังสามารถไปต่อได้อีก ถ้ามีตัวละครเพิ่ม หรือการ์ดพิเศษๆ เพิ่มเติมอีก ใครที่สนใจ ยิ่งเป็นแฟนการ์ดเกมนี้แล้ว ก็อย่าลืมมาโหลดไปเล่นกันได้ ไอดีเกมนี้ของผู้เขียนคือ crazyipod ใครที่เล่นก็มาแอดแล้วมาดวลกันได้นะ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

งมแอปในมหาสมุทร

มาเริ่มต้นเขียนไดอารี่ของตัวเอง ด้วยแอป “Grid Diary” กันเถอะ!

Published

on

Yu-Gi-Oh! Duel Links

Free
9

กราฟิก

9.5/10

รูปแบบการเล่น

9.0/10

ความแปลกใหม่

8.5/10

ความคุ้มค่า

9.0/10

ภาพรวม

9.0/10

จุดเด่น

  • มีตัวละครให้เราได้เลือกเล่นหลากหลายดี
  • สามารถเล่นกับเพื่อนได้ ทั้งที่เรารู้จักและไม่รู้จัก
  • เวลาเล่นกับคู่ต่อสู่ธรรมดา สามารถเล่น Auto Duel ให้เล่นเองได้ ทำให้จบเร็ว

จุดสังเกต

  • ต้องเปิดเน็ตเล่นตลอดแม้ไม่ได้เล่นแบบออนไลน์กับคนอื่น
  • ตัวเกมมีแต่แนวตั้งเท่านั้น
  • ชุดการ์ดยังมีน้อย น่าจะต้องมีเพิ่มชุดการ์ดอีกหลายแบบ

ใครที่เพิ่งดูซีรี่ย์เลือดข้นคนจางจบ อาจจะคิดในใจว่า การเขียนไดอารี่นี่มันมีอิทธิพลต่อความรู้สึกและความทรงจำจริงๆ เพราะมันช่วยให้เราซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตนเองในทุกช่วงเวลาของชีวิต แถมพอคนอื่นได้อ่าน ก็ทำให้คนอื่นๆ ได้รับรู้ถึงความรู้สึกนึกคิดของเราอย่างตรงไปตรงมาอีกด้วย อืม.. ไอ้คนอินกับซี่รี่ย์อย่างเราๆ ชักอยากจะเขียนเรื่องต่างๆ เพื่อบันทึกความทรงจำในแต่ละวันขึ้นมาบ้างแล้วสิ

คงต้องดาวน์โหลดแอป “Grid Diary” แอปไดอารี่เก๋ๆ มาไว้ในเครื่องหน่อยแล้ว เพราะแอปตัวนี้เขียนบันทึกได้ง่ายมาก ใช้งานลื่นไหล และมีฟีเจอร์ดีๆ เพียบ

ไปดูกันเลยดีกว่า

ขึ้นชื่อว่า Grid ก็บอกอยู่แล้วว่าแอปนี้จะเป็นไดอารี่ที่มาในลักษณะช่องๆ นั่นเอง ซึ่งก็เป็นเอกลักษณ์ของแอปนี้เลยล่ะ

วิธีการใช้งานแอปนั้นแสนจะสะดวก เพราะ Grid Diary จะมีหัวข้อในแต่ละช่องมาให้เรา ซึ่งก็ถือเป็นไกด์ไลน์อย่างดี เมื่อเรานึกไม่ออกว่าจะลงรายละเอียดอะไรบ้าง และหากเราต้องการเปลี่ยนหัวข้อ ก็สามารถลงแล้วเขียนขึ้นเองได้

ในแต่ละหน้าไดอารี่ จะมีข้อมูลพื้นฐานของแต่ละวัน เช่น อารมณ์ในวันนั้นๆ หรือภูมิอากาศ เป็นต้น ดังนั้นก่อนจะเขียนไดอารี่ ก็ควรที่จะใส่ข้อมูลพื้นฐานเหล่านี้ก่อน เวลากลับมาอ่านไดอารี่จะได้จำได้ถึงสภาพแวดล้อมและความรู้สึกในวันเก่าๆ และเมื่อต้องการเขียน เพียงแค่กดในช่องที่เราต้องการ จากนั้นก็สามารถทำการเขียนไดอารี่ได้เลย

ไดอารี่มีลูกเล่นที่น่าสนใจหลายอย่าง โดยเฉพาะการสามารถกดเพิ่ม Activity Data ลงไป ซึ่งก็จะเชื่อมกับ “Health” ในสมาร์ทโฟนเรานั่นเอง ทำให้เรารู้ว่าวันนี้เราเดินไปกี่ก้าว ใช้แคลอรี่ไปเท่าไหร่บ้าง

นอกจากนี้เรายังสามารถใส่รูปได้ 5 รูป ในแต่ละวันด้วย ซึ่งหากเราต้องการใส่รูปภาพลงไปมากขึ้น ก็สามารถอัพเป็นเวอร์ชั่นโปรเพื่อใส่ภาพได้แบบไม่จำกัดจำนวน

เมื่อกดใส่รูป รูปจะปรากฏอยู่ทางขวามือของไดอารี่

เมื่ออยู่ในหน้าหลัก Grid ที่ใส่รูปลงไป จะปรากฏรูปออกมาในลักษณะนี้

เรายังสามารถย้ายช่องแต่ละช่อง โดยการลากช่องสลับไปมาได้ด้วย รวมถึงการเพิ่มและการลบช่องต่างๆ ออกได้

หากหัวข้อยังไม่ถูกใจ ก็สามารถกดเพิ่มได้ โดยมีตัวเลือกให้เลือกอย่างหลากหลาย หรือจะกดเครื่องหมายไม้กายสิทธิ์ก็ได้ เราก็จะได้หัวข้อใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ พร้อมสลับตำแหน่งกันไปมา

หากต้องการดูไดอารี่ที่เราเขียนแบบภาพรวมในแต่ละวันก็สามารถทำได้ โดยกดไอคอนรองสุดท้าย แล้วแอปก็จะแสดงผลไดอารี่ออกมาอย่างเป็นระเบียบ และอ่านง่ายสบายตา และหากเราต้องการแชร์ก็สามารถทำได้ในรูปแบบไฟล์ PDF รูปภาพ หรืออีเมลล์ ฯลฯ


และหากต้องการดูข้อมูลสถิติการเขียนของเรา ก็ให้กดไอคอนแรกสุด ซึ่งแอปก็จะสรุปข้อมูลต่างๆ ของเราออกมา เช่น จำนวนตัวอักษรที่เราเขียน จำนวนช่องที่เราใช้ อากาศ และอารมณ์ต่างๆ เป็นต้น

ดาวน์โหลด

ถือเป็นแอปไดอารี่ที่ทำออกมาได้ดีมากๆ และน่าจะเหมาะกับคนที่ชอบไดอารี่ที่ใช้งานง่าย และมีรูปแบบที่เรียบง่าย ใครสนใจอยากจะเริ่มเขียนไดอารี่ Grid Diary เป็นตัวเลือกที่ดีเลยล่ะ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

งมแอปในมหาสมุทร

มาเพิ่มคุณค่าให้ Hashtag ด้วยแอป “Top Tags” กันเถอะ!

Published

on

Yu-Gi-Oh! Duel Links

Free
9

กราฟิก

9.5/10

รูปแบบการเล่น

9.0/10

ความแปลกใหม่

8.5/10

ความคุ้มค่า

9.0/10

ภาพรวม

9.0/10

จุดเด่น

  • มีตัวละครให้เราได้เลือกเล่นหลากหลายดี
  • สามารถเล่นกับเพื่อนได้ ทั้งที่เรารู้จักและไม่รู้จัก
  • เวลาเล่นกับคู่ต่อสู่ธรรมดา สามารถเล่น Auto Duel ให้เล่นเองได้ ทำให้จบเร็ว

จุดสังเกต

  • ต้องเปิดเน็ตเล่นตลอดแม้ไม่ได้เล่นแบบออนไลน์กับคนอื่น
  • ตัวเกมมีแต่แนวตั้งเท่านั้น
  • ชุดการ์ดยังมีน้อย น่าจะต้องมีเพิ่มชุดการ์ดอีกหลายแบบ

ถ้าใครเล่น Instagram หรือ Twitter คงรู้กันดีว่า Hashtag นั้นสำคัญมากแค่ไหน เพราะเจ้า Hashtag ไม่ได้มีไว้ประดับบารมีให้แคปชั่นดูเก๋ไก๋อย่างเดียว แต่ยังทำหน้าที่ในการเชื่อมให้คนอื่นๆ สามารถเห็นบัญชี Instagram และ Twitter ของเราได้ และยังเชื่อมต่อกับคนอื่นๆ ในเรื่องราวที่ใกล้เคียงกันกับโพสต์ของเราด้วย ซึ่งก็ถือว่า Hashtag นั้นมีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ขายบนโลกออนไลน์ทั้งหลาย คงตระหนักถึงประโยชน์ของ Hashtag กันดีอยู่แล้ว แต่ถึงอย่างนั้น หลายๆ คน อาจไม่ถนัดกับการใช้ Hashtag กันเท่าไหร่ วันนี้แบไต๋เลยจะมาแนะนำแอปดีๆ ที่ช่วยให้การใช้ Hashtag ของคุณทรงคุณค่ามากขึ้น! และแอปที่เราจะรีวิวในวันนี้ก็คือ “Top Tags

เจ้าแอป Top Tags เป็นแอปสร้าง Hashtag สำหรับบรรยายลงในรูปหรือโพสต์ของเรา ซึ่งจะเลือก Hashtag ที่ได้รับความนิยมหรือมีผู้ใช้จำนวนมากมาใช้ ซึ่งข้อดีของการใช้ Hashtag ที่ได้รับความนิยมก็คือคนส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับ Hashtag เหล่านั้น และเมื่อต้องการสืบค้นเรื่องใดๆ ก็มักจะใช้ Hashtag ที่เป็นคีย์เวิร์ดที่คุ้นเคย ซึ่งก็หมายความว่า หากเราใช้ Hashtag ที่เป็นที่นิยม ย่อมส่งผลให้โพสต์ของเราถูกผู้ใช้คนอื่นๆ เข้าถึงได้มากขึ้นนั่นเอง 


สำหรับวิธีการใช้งาน Top Tags ก็ไม่ยากเลย หากเราเลือกใช้แบบ “Top Tags” เราก็จะพบหมวดหมู่ของ Hashtag ต่างๆ ที่แอปจัดหมวดหมู่ไว้ให้ เช่น หมวดอาหาร หมวดท่องเทียว หมวดแฟชั่น เป็นต้น เมื่อเข้ามาในหมวดที่เราเลือกแล้ว เราก็สามารถกดเลือก Hashtag และปรับเปลี่ยนคีย์เวิร์ดตามที่เราต้องการได้เลย

สำหรับใครที่อยากเลือก Hashtag ให้ได้ดั่งใจเราทุกอย่าง ก็สามารถใช้ฟีเจอร์ “custom tags” ได้ ซึ่งเราสามารถสร้าง Hashtag ขึ้นมา โดยอาจนำ Hashtag ที่จัดหมวดหมู่โดย Top tags มาดัดแปลง และเมื่อต้องการใช้ก็เพียงไปคัดลอกแล้วนำมาวางในโพสต์ของเราได้เลย แถมเรายังสามารถเข้าไปแก้ไขได้เรื่อยๆ ด้วย

ฟีเจอร์ถัดมา ที่มีประโยชน์สุดๆ ก็คือ “Tag Mixer” เป็นฟีเจอร์ที่เราสามารถผสม Hashtag จากคีย์เวิร์ดหลายๆ อัน เช่น เราอยากใส่ Hashtag เกี่ยวกับเพื่อน เราก็ก็เลือก Friend และเราอยากใส่ Hashtag ที่เกี่ยวกับทะเลลงไปด้วย เราก็กดบวก beach ทีนี้แอปก็จะรวม Hashtag ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวที่เราต้องการลงไปแบบอัติโนมัติ

สำหรับฟีเจอร์สุดท้ายที่แอปนี้ทำได้ก็คือ การทำ bio ด้วยตัวอักษรเก๋ๆ ที่เค้าฮิตกันนั่นเอง วิธีใช้เจ้าฟีเจอร์ “Bio Editor” ก็ง่ายมาก เพียงแค่กด Add font แล้วเลือกแบบอักษรที่เราต้องการได้เลย และสามารถใส่ Hashtag ลงไปได้ด้วย

ดาวน์โหลด

ถือเป็นแอปที่ใช้งานง่ายๆ และใช้ประโยชน์ได้จริง แบไต๋ก็หวังว่าแอป Top Tags จะเป็นประโยชน์ต่อคนที่หลงใหลการใช้ Instagram และ Twitter นะคะ ส่วนใครลองใช้แล้วได้ผลเป็นยังไง อย่าลืมเล่าฟีดแบคให้ฟังบ้างล่ะ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

งมแอปในมหาสมุทร

เปลี่ยนภาพธรรมดาให้ขยับได้ด้วยแอป “Pixaloop”

Published

on

Yu-Gi-Oh! Duel Links

Free
9

กราฟิก

9.5/10

รูปแบบการเล่น

9.0/10

ความแปลกใหม่

8.5/10

ความคุ้มค่า

9.0/10

ภาพรวม

9.0/10

จุดเด่น

  • มีตัวละครให้เราได้เลือกเล่นหลากหลายดี
  • สามารถเล่นกับเพื่อนได้ ทั้งที่เรารู้จักและไม่รู้จัก
  • เวลาเล่นกับคู่ต่อสู่ธรรมดา สามารถเล่น Auto Duel ให้เล่นเองได้ ทำให้จบเร็ว

จุดสังเกต

  • ต้องเปิดเน็ตเล่นตลอดแม้ไม่ได้เล่นแบบออนไลน์กับคนอื่น
  • ตัวเกมมีแต่แนวตั้งเท่านั้น
  • ชุดการ์ดยังมีน้อย น่าจะต้องมีเพิ่มชุดการ์ดอีกหลายแบบ

ช่วงนี้หลายคนคงเห็นรูปถ่ายอนิเมชั่น ที่มีท้องฟ้าสวยๆ เคลื่อนไหวได้ของเหล่าเน็ตไอดอลในช่วงนี้ และอาจกำลังสงสัยว่าแต่งรูปท้องฟ้าสวยๆ ให้เคลื่อนไหวอย่างนั้นได้อย่างไรกัน.. แบไต๋เลยอาสาไปหาวิธีแต่งรูปท้องฟ้าสวยๆ มาให้คุณผู้อ่านกัน

View this post on Instagram

สดใส🌤☀️🌥

A post shared by NATASCHA OFFICIAL (นาทัชชา) (@natascha_thai_germany) on

เครดิตจาก natascha_thai_germany

สำหรับแอปที่ใช้แต่งรูปท้องฟ้าและทำให้รูปเคลื่อนไหวได้ก็ใช้งานไม่ยากเลย นั่นก็คือแอป “Pixaloop” นั่นเอง วันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่ามีวิธีการใช้งานอย่างไรบ้าง

หลังจากเปิดแอปมาแล้ว ให้เลือก “New Project” จากนั้นก็กดเลือกภาพที่เราต้องการแต่งท้องฟ้าได้เลย ซึ่งมีข้อแนะนำว่าเราควรเลือกรูปที่มีท้องฟ้า เพราะหากไม่มีท้องฟ้าในภาพเดิมจะไม่สามารถตกแต่งได้

จากนั้นจึงเลือกเมนู “Sky” และเลือกรูปท้องฟ้าที่เราต้องการได้เลย ซึ่งก็มีหลายแบบที่เราสามารถเลือกได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และยังสามารถตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ เพิ่มเติมได้ด้วย

เมื่อเลือกท้องฟ้ามาได้แล้ว ก็ได้เวลาตกแต่งเพิ่มเติม โดยมีเมนูแตกย่อยต่างๆ ที่สามารถปรับแต่งได้ เช่น ปรับความเข้ม-อ่อนของท้องฟ้า ปรับระดับเส้นขอบฟ้า เป็นต้น


เพียงเท่านี้เราก็จะได้ฉากท้องฟ้าสวยๆ ที่ขยับได้มาในภาพเราแล้ว และหากใครต้องการตกแต่งเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นการใส่เอฟเฟ็กต์ให้รูป หรือการขยับรูปภาพไปยังทิศทางต่างๆ ก็สามารถทำได้

นอกจากแอป Pixaloop จะเสกภาพท้องฟ้าสวยๆ ให้กับรูปภาพเราแล้ว ยังสามารถทำภาพเคลื่อนไหวอื่นๆ ได้ด้วย โดยเริ่มจากการกดเมนู ”Animate” จากนั้นจัดการปักหมุด เพื่อสร้างขอบเขตว่าส่วนไหนที่เราต้องการให้ภาพอยู่นิ่งไม่ขยับ

จากนั้นก็ใช้ ”Path”ในการสร้างทิศทางการขยับของวัตถุนั้นๆโดยการใช้มือลากไปยังทิศทางที่เราต้องการให้ขยับ

หากต้องการปรับความเร็วของการเคลื่อนที่ให้ไปที่ “speed”

หากภาพยังไม่เนียนหรือเรียบร้อยสบายตา สามารถเก็บรายละเอียดด้วย “Freeze” ได้อีกครั้ง โดยการจิ้มและลากทับบริเวณที่เราต้องการให้หยุดนิ่ง

หากต้องการบันทึกภาพ เพียงกดเครื่องหมายขวาบนของแอป จากนั้นสามารถกำหนดเวลาของภาพได้ ว่าเราต้องการกี่วินาทีด้วย “Duration” เสร็จแล้วภาพก็จะออกมามีมิติแบบนี้

ดาวน์โหลด

ใครจะรู้ว่าภาพสวยๆ แบบนี้ ทำได้ง่ายๆ ในไม่กี่วินาทีเท่านั้น แถมยังมีเวอร์ชั่น Pro ที่มีลูกเล่นอีกหลากหลายและใช้งานได้ดีอีกด้วย ใครสนใจก็ไปโหลดมาลองเล่นกันได้แล้ว จะได้ไม่ตกเทรนด์ฟ้าสวย น้ำใสค่ะ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!