Connect with us

งมแอปในมหาสมุทร

[รีวิว] Yu-Gi-Oh! Duel Links มาดวลการ์ดยูกิกันเถอะ

Published

on

Yu-Gi-Oh! Duel Links

Free
9

กราฟิก

9.5/10

รูปแบบการเล่น

9.0/10

ความแปลกใหม่

8.5/10

ความคุ้มค่า

9.0/10

ภาพรวม

9.0/10

จุดเด่น

  • มีตัวละครให้เราได้เลือกเล่นหลากหลายดี
  • สามารถเล่นกับเพื่อนได้ ทั้งที่เรารู้จักและไม่รู้จัก
  • เวลาเล่นกับคู่ต่อสู่ธรรมดา สามารถเล่น Auto Duel ให้เล่นเองได้ ทำให้จบเร็ว

จุดสังเกต

  • ต้องเปิดเน็ตเล่นตลอดแม้ไม่ได้เล่นแบบออนไลน์กับคนอื่น
  • ตัวเกมมีแต่แนวตั้งเท่านั้น
  • ชุดการ์ดยังมีน้อย น่าจะต้องมีเพิ่มชุดการ์ดอีกหลายแบบ

ใครไม่รู้จักการ์ดยูกิบ้าง ในยุคสมัยหนึ่งที่ผู้เขียนยังเป็นเด็ก การ์ดเกมแรกๆ ที่รู้จักเลยก็หนีไม่พ้นการ์ดยูกินี่แหละ ซึ่งการที่ได้กลับมาเล่นการ์ดเกมนี้อีกครั้ง ทำให้รู้สึกย้อนอารมณ์ อยากกลับมาดวลการ์ดกันอีกสักครั้ง ในตอนนี้มีเกมการ์ดยูกิออกมาอีกครั้งแล้ว ทั้งใน iOS และ Android ไม่รอช้า มารีวิวกันดีกว่า

รูปแบบการเล่น และโหมดของเกม

หน้าแรกเมื่อเข้าสู่เกม

เริ่มแรกเลย เมื่อเข้าเกมครั้งแรก ตัวเกมจะถามว่าเรารู้จัก Yu-Gi-Oh! ในระดับใด โดยจะมี 4 หัวข้อ ให้เราเลือกตามที่เราเป็น เพื่อให้เราสามารถเล่นกันได้ มีดังนี้

  1. ไม่รู้จักการ์ดยูกิเลย
  2. เคยอ่านจากหนังสือการ์ตูน หรือดูจากอนิเมะ
  3. เคยเล่นการ์ดยูกิมาบ้าง
  4. ตอนนี้ก็ยังเล่นการ์ดยูกิอยู่

ซึ่งผมเองเลือกในข้อ 3 เพราะผู้เขียนเองเคยเล่น แต่ก็ไม่ค่อยได่เล่นมาพักใหญ่แล้ว เริ่มต้นมาก็จะให้เราเลือกตัวละครที่ต้องการเล่น มีให้เลือกระหว่าง Seto Kaiba กับ Yami Yugi เราสามารถเลือกเล่นได่ตามที่เราชอบได้เลย โดยในเริ่มต้นจะเป็นการสอนการเล่นอย่างคร่าวๆ เพื่อให้เรารู้จัก interface รูปแบบการเล่นการ์ดอย่างคร่าวๆ ให้เข้าใจยิ่งขึ้น ในเกมในภาคนี้มีรูปแบบเป็นแนวตั้ง ซึ่งแตกต่างจากภาคอื่นของเกมนี้ที่เป็นแนวนอน ในตอนที่สอนนี้จะมีค่า Life Point ให้เล่น 3,000 หลังจากผ่านส่วนนี้แล้ว ก็จะมีอีกคนจะมาสอนการใช้การ์ดเวทมนตร์กับกับดัก เราสามารถเข้าไปลองดูได้ แต่ถ้ารู้แล้วก็ skip ผ่านไปได้

This slideshow requires JavaScript.

ในการเล่น เริ่มแรกจะให้เราโยนเหรียญ ถ้าออกรูปดวงตาได้เล่นก่อน ถ้าออกสีแดงก็ได้เล่นทีหลัง จากนั้นก็เริ่มจั่วการ์ด โดยจะได้ 4 ใบ แล้วก็เล่นตามรูปแบบการ์ดยูกิ (แนะนำเบื้องต้น แถวบนเอาไว้ลงการ์ดมอนสเตอร์ ถ้ามอนสเตอร์ที่ลง อยู่ในระดับต่ำกว่า 4 ดาว สามารถลงได้เลย แต่ถ้ามากกว่านั้นจะต้องทำการบูชายัญ สามารถ Fusion รวมร่างกันได้ ถ้ามีการ์ดตามเงื่อนไข หรือการ์ดพิเศษ ก็ต้องใช้การ์ดเวทย์มนต์บูชายัญเฉพาะ การ์ดบางแบบมีความสามารถพิเศษ ก็สามารถทำตามเงื่อนไขและแสดงผลตามที่ระบุในการ์ด ในส่วนของแถวล่างไว้ลงการ์ดเวทย์มนตร์หรือกับดักที่เรามี การทำงานก็เป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุในการ์ดได้เลย) เมื่อเริ่มเล่น จะมีช่องให้วางการ์ดได้แถวละ 3 ใบ มี Life Point อยู่ที่ 4,000 เป็นการเล่นแบบที่สามารถจบได้เร็ว เมื่อเล่นจบแล้ว ก็จะได้ไอเท็ม ค่าประสบการณ์ หรือการ์ดด้วย แล้วแต่การเล่นในแต่ละครั้งจะสุ่มขึ้นมา หรือถ้า Level up ก็จะมีไอเท็มตามที่ได้ระบุไว้

วีดีโอคลิปข้างล่างนี้เป็นการรีวิวสั้นๆ เป็นการดวลการ์ดระหว่าง Yami Yugi (Level 15) เป็นตัวละครที่เราเล่นอยู่ กับ Seto Kaiba (Level 30) หลังคลิปมีการสำรวจ Interface บ้างเล็กน้อย

ในหน้าแรกเมื่อเข้ามาในเกม จะมีการแบ่งออกเป็น 4 หน้าใหญ่ๆ ได้แก่

This slideshow requires JavaScript.

  1. Gate ในส่วนนี้จะแบ่งได้เป็น 2 ส่วนคือ
    • Gate ในส่วนนี้เราสามารถดวลกับตัวละครหลักของเกม หรือที่เรียกว่า Legendary Duelist ซึ่งเมื่อเล่นไปเรื่อยๆ ก็จะมีการปลดล็อกให้เราได้เล่นด้วย
    • Duel School ในส่วนนี้เป็นการสอนการเล่น โดยมีรูปแบบในการสอนอยู่ 4 แบบ ได้แก่
      • Loaner Deck Duels ในส่วนนี้คือการทดลองใช้ชุดการ์ดที่ในเกมได้เตรียมไว้ลองเล่น เราก็ต้องทำตามภารกิจให้สำเร็จ เพื่อให้ได้รางวัล
      • Duel Quiz Level 1 เป็นการทดสอบการเล่นตามรูปแบบปริศนา ให้เราทำอย่างไรก็ได้ให้พลัง Life Point ฝ่าย Tour Guide From the Underworld เหลือ 0 ให้ได้ ถ้าเล่นผ่านก็จะมีรางวัลให้
      • Duel Quiz Level 2 เป็นการทดสอบเหมือน Level 1 แต่มีความยากกว่าเดิม
  2. PvP Arena ในส่วนนี้จะมีให้เลือก 4 รูปแบบ คือ
    • Ranked Duels เป็นการดวลกับคนในระบบ Rank ที่ใกล้เคียงกับเรา เมื่อเราเล่นชนะ ก็จะมีการขึ้นระดับด้วย แต่ถ้าแพ้จะไม่มีลดระดับ ยังคงอยู่ในระดับเดิม
    • Casual Duels เป็นการดวลกับใครก็ได้บนโลกนี้ที่ออนไลน์อยู่
    • Friend Duels เป็นการดวลกับเพื่อนที่เราได้ Add เป็นเพื่อนไว้ ส่วนใหญ่ถ้าเรารู้จักเพื่อนที่เล่นเกมนี้ ก็ขอแอดเป็นเพื่อน แล้วมาเล่นด้วยกันได้
    • Duel Replay เป็นการดูการดวลการ์ดให้เราดู ไม่จำเป็นต้องดูจบก็ได้
  3. Shop ในส่วนนี้ก็จะเป็นการเปิดซองการ์ด ซึ่งสามารถใช้เพชรที่เรามีอยู่ซื้อได้ หรือจะใช้เงินจริงซื้อก็ไม่ว่าอะไร ซึ่งแต่ละซองมี 3 ใบ แล้วแต่เราจะเลือกรูปแบบว่าจะเอาแบบไหน ตอนนี้มี 3 แบบ คือ The Ultimate Rising, Age of Discovery และ Neo-Impact ในหน้าของ Shop นี้มีอีกส่วนคือการ Trade ซึ่งก็จะมีการ์ดสุ่มที่น่าสนใจให้เราได้เลือก แต่ก็ต้องมีของตามเงื่อนไขด้วยนะ
  4. Card Studio ในส่วนนี้ แบ่งได้เป็น 4 ส่วนคือ
    • Deck Editor เราสามารถจัดชุดการ์ดของเรา ตามที่เรามีอยู้ตามความเหมาะสม
    • Card Catalog สามารถดูการ์ดทั้งหมดที่มีในเกมตอนนี้ ถ้าที่เรามีแล้วจะเป็นสีให้เห็น
    • Customization เราสามารถเปลี่ยนรูปแบบการ์ดด้านหลัง กับพื้นที่วางการ์ดเป็นแบบอื่นที่ไม่ใช่แบบเดิม ซึ่งมีหลายแบบให้เลือกตามต้องการ
    • Deck Board ในส่วนนี้เป็นการโชว์การจัดชุดการ์ดแต่ละคนไว้ ใครที่ยังไม่รู้ว่าจะจัดยังไง ก็สามารถดูแบบการจัดกันได้ที่ส่วนนี้
ตัวละครในเกม

This slideshow requires JavaScript.

ตัวละครในเกมนี้ ที่สามารถดวลแข่งกับเราได้ แบ่งได้ 3 รูปแบบ คือ

  • ตัวละครทั่วไป ซึ่งมีอยู่ทั่วในเกมทุกหน้า แล้วแต่เราจะเลือก โดยในเริ่มแรกจะเป็น Level 1 เมื่อเราเล่นไปเรื่อยๆ จะมี Level ที่สูงขึ้น เราสามารถเล่นแบบ Auto Duel ได้ ถ้าเราแน่ใจว่าการ์ดเราแน่พอที่จะเล่น บางทีอาจพาให้เราแพ้ได้
  • The Vagabond ตัวละครใส่หมวกปิดบังหน้านี้ จะโผล่มาให้เราเห็นเป็นระยะๆ โดยการเล่นจะมีการสุ่มเงื่อนไขบางอย่างเพื่อเพิ่มความท้าทายในการเล่น เช่น พื้นที่วางการ์ดเวทย์เหลือช่องเดียว  Life Point เหลือ 1,000 และอื่นๆ ตามแต่จะสุ่มมาให้เราได้เล่น
  • The Legendary Duelist ตัวละครเหล่านี้ที่เรารู้จักกันดี ทั้ง Joey Wheeler, Tea Gardner, Mai Valentine และอื่นๆ ซึ่งเราสามารถทำตามเงื่อนไขเพื่อปลดล็อกการใช้งานตัวละครได้ ซึ่งแต่ละตัวละคร เมื่อเราได้เล่นไปเรื่อยๆ เราสามารถอัพ Level เพื่อเก็บของ หรือการ์ดดีๆ ได้เล่นกัน

ในตัวละครระดับ The Legendary Duelist เราสามารถเลือก Skill หรือความสามารถของตัวละคร ซึ่งเมื่อเล่นไปเรื่อยๆ ก็จะมีให้เราได้เลือกใช้ความสามารถ ในชุดการ์ดของตัวเอง จะมีการ์ดหลักของตัวเอง 1 ใบ ซึ่งเมื่อเราได้ลงการ์ดนี้ในสนาม ก็จะมีวีดีโอแบบอลังการให้เราได้ชมด้วย เช่น Yugi เป็น Dark Magician หรือของ Joey เป็น Red-Eye Black Dragon เมื่อเวลาโจมตีจะมีการบอกชื่อท่าในการโจมตีด้วย

ไอเท็มในเกม

ภายในเกมจะมีไอเท็มให้เราเก็บดังนี้

  • เหรียญ ซึ่งได้จากการเล่นในแต่ละครั้ง หรือจากหน้าแรกที่มีเครื่องหมายตกใจ
  • เพชร ในส่วนนี้ได้จากการทำภารกิจ หรือจากการเล่น หรือจากการซื้อที่มาพร้อมชุดการ์ดด้วยเงินจริง
  • กุญแจ ซึ่งมีหลายแบบ ไว้ใช้สำหรับ Gate เพื่อดวลกับตัวละคร The Legendary Duelist
  • หินสี ซึ่งมีหลายแบบตามสีของรูปแบบมอนสเตอร์แต่ละธาตุ เช่น ความมืด ความสว่าง ลม ไฟ และอื่นๆ
Mission และส่วนอื่นๆ ของเกม

This slideshow requires JavaScript.

ในส่วน Mission เป็นอีกส่วนที่สำคัญ เพราะในเกมมีการเลื่อนขั้นเป็น Stage เพื่อปลดล็อกตัวละคร หรือการ์ดเพิ่มเติม โดย Mission ในเกมนี้ มีอยู่ 2 รูปแบบหลัก คือ

  • Normal ในส่วนนี้จะเป็นภารกิจหลักที่เราต้องทำ เพื่อผ่านไปในแต่ละ Stage รวมไปถึงภารกิจประจำสัปดาห์ และภารกิจสำหรับปลดล็อกตัวละคร ซึ่งเมื่อเล่นตามเงื่อนไขแล้ว ก็จะได้ไอเท็ม
  • Special เป็นภารกิจสะสมที่เล่นตลอดทั้งเกม เมื่อเราเล่นตามเงื่อนไขก็สามารถปลดล็อกเพื่อได้ไอเท็ม

ในส่วนอื่นๆ ของเกม ซึ่งอยู่ตรงมุมบนขวา มีดังนี้

  • Gift Box ถ้ามีไอเท็มแจกฟรีที่ให้ทุกคน หรือปลดล็อกได้รางวัล ก็สามารถเข้ามารับของได้ที่ส่วนนี้
  • Notification การแจ้งเตือนจากทีมงานของเกม ถ้ามีการแจ้งเตือนในเรื่องต่างๆ ของเกม การแก้บัค การใส่การ์ดชุดใหม่เพิ่ม ก็จะมาอยู่ในส่วนนี้
  • Profile ในส่วนนี้จะเป็นข้อมูลของเรา ที่สามารถเช็คข้อมูลสถิติการเล่น หรือตัวละครที่เราชอบเล่น รวมถึงการตั้งค่าเวลาแสดงให้คนอื่นเห็นเรา ก็สามารถแก้ไขได้ในส่วนนี้
  • Settings การตั้งค่า เราสามารถตั้งค่าเกม ทั้งในส่วนของเสียง รวมถึงการตั้งค่าการใช้พลังงานก็มีให้เลือกด้วย รวมถึงการสร้าง Konami ID สำหรับให้ตัวเกมไปอยู่ด้วยในทุกเครื่องที่เราเล่น
ความคิดเห็น

เป็นอีกเกมที่ตอนนี้ได้ ติด ไปแล้ว เพราะทำให้เราได้ระลึกถึงความหลังครั้งเมื่อยังเล่นเกมการ์ดยูกิ การเล่นในรูปแบบนี้ทำให้เกมจบเร็ว เพราะให้พื้นที่น้อย ช่องวางการ์ดน้อย ค่า Life Point ก็น้อยลงไปครึ่งหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความสนุกหมดลง เป็นเกมที่เล่นเพลินได้เรื่อยๆ แต่ก็แอบเซ็งที่สุ่มจับการ์ดในบางครั้งก็ได้ซ้ำกับที่เคยมีอยู่ไม่น้อย การ์ดดีก็ได้มาบ้างแล้ว เกมยังสามารถไปต่อได้อีก ถ้ามีตัวละครเพิ่ม หรือการ์ดพิเศษๆ เพิ่มเติมอีก ใครที่สนใจ ยิ่งเป็นแฟนการ์ดเกมนี้แล้ว ก็อย่าลืมมาโหลดไปเล่นกันได้ ไอดีเกมนี้ของผู้เขียนคือ crazyipod ใครที่เล่นก็มาแอดแล้วมาดวลกันได้นะ

แสดงความคิดเห็น

งมแอปในมหาสมุทร

ตื่นถูกเวลา ตื่นมาแล้วไม่งัวเงีย ด้วยแอป “Sleep cycle”

Published

on

Yu-Gi-Oh! Duel Links

Free
9

กราฟิก

9.5/10

รูปแบบการเล่น

9.0/10

ความแปลกใหม่

8.5/10

ความคุ้มค่า

9.0/10

ภาพรวม

9.0/10

จุดเด่น

  • มีตัวละครให้เราได้เลือกเล่นหลากหลายดี
  • สามารถเล่นกับเพื่อนได้ ทั้งที่เรารู้จักและไม่รู้จัก
  • เวลาเล่นกับคู่ต่อสู่ธรรมดา สามารถเล่น Auto Duel ให้เล่นเองได้ ทำให้จบเร็ว

จุดสังเกต

  • ต้องเปิดเน็ตเล่นตลอดแม้ไม่ได้เล่นแบบออนไลน์กับคนอื่น
  • ตัวเกมมีแต่แนวตั้งเท่านั้น
  • ชุดการ์ดยังมีน้อย น่าจะต้องมีเพิ่มชุดการ์ดอีกหลายแบบ

เพราะการนอนหลับเป็นเรื่องสำคัญ!

มาจัดเวลาการนอนหลับให้ถูกต้องกันเถอะ

หลายครั้งที่เราตื่นมาแล้วพบว่าเรายังงัวเงียและอยากนอนต่อ แม้ว่าเราจะนอนมา 8 ชั่วโมงเต็มๆ แล้วก็ตาม ซึ่งนั่นก็ทำให้การตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่นและทำกิจวัตรประจำวันได้เต็มที่เป็นเรื่องยากมากขึ้น ซึ่งหลายครั้งเราก็ได้แต่ตั้งคำถามว่าทำไมกันนะ? ทำไมฉันยังรู้สึกง่วงอีก ขนาดนอนทั้งวันทั้งคืนแบบนี้แล้ว! แท้จริงแล้วในทางวิทยาศาสตร์ได้มีคำอธิบายไว้ว่า การนอนของคนเราแบ่งเป็น 2 ช่วงใหญ่ๆ คือช่วง REM (Rapid Eye Movement) และช่วง NON REM (Non Rapid Eye Movement)

NON REM

เป็นช่วงของการนอนตั้งแต่เริ่มหลับ โดยทั่วไปจะไม่ค่อยฝัน หรือหากฝันมักจะเป็นเรื่องที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริง โดยแบ่งออกเป็น 3 ลำดับขั้น คือ

  1. ช่วงที่เราเพิ่งเริ่มหลับหรือประมาณ 5-10 นาทีแรกหลังหลับตาลง ช่วงนี้สมองจะเริ่มทำงานช้าลง แต่ถ้าถูกปลุกให้ตื่นในช่วงนี้ จะไม่ค่อยงัวเงีย
  2. ช่วงรอยต่อระหว่างการเริ่มหลับไปยังหลับลึก ช่วงนี้หัวใจจะเริ่มเต้นช้าลง อุณหภูมิในร่างกายจะเริ่มลดลงเล็กน้อย โดยช่วงนี้จะกินเวลาประมาณ 20 นาที การนอนมาถึงช่วงนี้จะช่วยในเรื่องของการเพิ่มความจำระยะสั้นและการเพิ่มสมาธิ การตื่นในช่วงนี้ยังทำให้เราไม่รู้สึกงัวเงียด้วย นั่นหมายความว่าหากเรานอน 30-40 นาที สมองในส่วนของการเก็บข้อมูลก็จะได้รับการกระตุ้นการทำงานแล้ว
  3. มาถึงช่วงที่หลับลึกแล้ว ช่วงนี้หากเราถูกปลุกขึ้นมาจะทำให้เรารู้สึกงัวเงียได้ ช่วงนี้ร่างกายจะได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ มีการหลั่ง Growth Hormone ออกมา ทำให้ร่างกายได้รับการซ่อมแซม การนอนมาถึงช่วงนี้จึงเป็นการชาร์จแบตร่างกายแบบเต็มพลัง

RTBF.be

REM

ช่วงนี้เป็นช่วงที่สมองจะทำงานใกล้เคียงกับตอนที่เราตื่น ช่วงนี้ร่างกายจะสามารถเปลี่ยนจากช่วงหลับ ไปยังช่วงครึ่งหลับครึ่งตื่นได้ การนอนหลับช่วง REM จะช่วยเรื่องการเรียนรู้ถาวร และการสร้างจินตนาการ

เหตุผลที่เรานอนมาหลายชั่วโมง แต่ตื่นมายังรู้สึกงัวเงีย

เรื่องนี้ได้ถูกอธิบายไว้ว่า เกิดจากการที่เราถูกปลุกอยู่เรื่อยๆ ในการนอนระดับตื้นๆ หรือถูกปลุกให้ตื่นในช่วง Non REM ช่วง 3 นั่นเอง

ดังนั้นเราจึงจะเห็นว่าการตื่นให้ถูกช่วงเวลาเป็นสิ่งที่สำคัญ จนมีเรื่องของกฎ 90 นาทีเกิดขึ้น นั่นคือ NON REM ประมาณ 80 นาที และ REM อีก 10 นาที และเข้าสู่ระยะ REM โดยจะวนในลักษณะนี้ไปเรื่อยๆ หากเราตื่นในช่วงหลับลึกก็จะทำให้เรารู้สึกงัวเงียเมื่อเราตื่นขึ้น ตรงกันข้ามหากเราตื่นในช่วงหลับตื้น (ช่วงที่จบวงจรพอดี) เราก็จะตื่นมาแบบสดใสสุดๆ

ซึ่งก็มีโปรแกรมที่ช่วยคำนวณเวลาในการนอนหลับ-ตื่นนอนให้เราอยู่ นั่นคือ https://sleepyti.me ซึ่งมีวิธีการใช้งานง่ายๆ คือ กรอกเวลาที่เราต้องการตื่นนอนลงไป แล้วโปรแกรมจะบอกเวลาที่เราควรเข้านอน ซึ่งเราก็ควรแพลนดีๆ เนื่องจากต้องเผื่อเวลาสำหรับการง่วงนอนและหลับไปในที่สุด (โดยมีค่าเฉลี่ยการเริ่มง่วงจนถึงนอนหลับประมาณ 14 นาที)

หรือกดเลือกฟีเจอร์นอนตอนนี้ ตัวโปรแกรมก็จะบอกเวลาที่เราควรตื่นนอน

นอกจากนี้หากเราต้องการความแม่นยำมากอีกขั้น ก็สามารถใช้แอปที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนการนอนหลับ เช่น “Sleep cycle” ได้
โดยหลังจากที่เราได้เวลาการตื่นนอนจาก https://sleepyti.me แล้ว ก็นำมาตั้งต่อที่ sleep cycle โดยวิธีใช้งานก็คือให้เรานำโทรศัพท์มาไว้ใกล้ตัวเราตอนนอน (อย่าลืมชาร์จแบตไปด้วย) จากนั้นแอปจะทำการจับการเคลื่อนไหวเรา แล้วประมวลผลว่าช่วงที่เราหลับตื้น สมควรโดนปลุกคือช่วงไหน ซึ่งเวลาที่เราตั้งไว้ ก็อาจไม่ตรงกับที่เราโดนปลุก แต่จะเป็นเวลาประมาณ เช่น เราตั้งไว้ 11.30 แอปอาจจะปลุกเราได้ตั้งแต่ 11.00-11.30 เป็นต้น

ซึ่งเราสามารถตั้งค่าได้ว่าอยากให้ปลุกเร็วที่สุดได้กี่นาที

เลือกเสียง เลือกการตั้งสั่น และระยะเวลาในการปลุกได้ด้วย

ตั้งค่าได้ว่าเราต้องการให้ปลุกในวันใดบ้าง

ดาวน์โหลด

จากผลการทดสอบก็พบว่าตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกสดใส ตื่นง่าย ไม่งัวเงียจริงๆ แต่ก็ไม่รู้ว่าเกิดจากความรู้สึกส่วนตัวที่คิดไปเองหรือเปล่า คุณผู้อ่านท่านไหนใช้แล้วรู้สึกว่ามันช่วยในเรื่องการตื่นนอนจริงๆ มาบอกฟีดแบคให้ฟังด้วยนะ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมอื่นๆ ที่น่าสนใจสามารถเข้าไปอ่านต่อได้ที่ bangkokhealth.com

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

งมแอปในมหาสมุทร

สร้าง Intro ให้คลิปวิดีโอง่ายๆ ด้วยแอป “Vlogit” แอปที่ YouTuber ต้องมี!

Published

on

Yu-Gi-Oh! Duel Links

Free
9

กราฟิก

9.5/10

รูปแบบการเล่น

9.0/10

ความแปลกใหม่

8.5/10

ความคุ้มค่า

9.0/10

ภาพรวม

9.0/10

จุดเด่น

  • มีตัวละครให้เราได้เลือกเล่นหลากหลายดี
  • สามารถเล่นกับเพื่อนได้ ทั้งที่เรารู้จักและไม่รู้จัก
  • เวลาเล่นกับคู่ต่อสู่ธรรมดา สามารถเล่น Auto Duel ให้เล่นเองได้ ทำให้จบเร็ว

จุดสังเกต

  • ต้องเปิดเน็ตเล่นตลอดแม้ไม่ได้เล่นแบบออนไลน์กับคนอื่น
  • ตัวเกมมีแต่แนวตั้งเท่านั้น
  • ชุดการ์ดยังมีน้อย น่าจะต้องมีเพิ่มชุดการ์ดอีกหลายแบบ

เชื่อว่าหลายคนคงเคยเห็น YouTuber ทำ Intro เจ๋งๆ ก่อนคลิปวิดีโอกันมามาก และก็คงอยากจะทำตามบ้าง แต่มันช่างไม่ง่ายเลย โดยเฉพาะ YouTuber มือใหม่ ที่เพิ่งเปิดช่องได้ไม่นาน ครั้นจะลงทุนจ้างทำ ก็ดูเหมือนว่าราคาจะสูงลิ่วเกินไป! แบไต๋เข้าใจดี วันนี้เลยไปสรรหาแอปฟรีที่ใช้งานได้ดีมาฝากกัน นั่นคือแอป “Vlogit” นั่นเอง

Vlogit เป็นแอปตัดวิดีโอคุณภาพอีกแอปหนึ่ง ที่ใช้งานง่าย มีลูกเล่นเยอะ และที่สำคัญคือฟรี!

เดี๋ยวเรามาสร้าง Intro

ด้วย Vlogit กันเลยดีกว่า

เมื่อเปิดแอปแล้ว เราสามารถเลือกได้ว่าจะสร้างวิดีโอจากรูปภาพหรือคลิปวิดีโอที่เรามีอยู่แล้ว หรือจะเลือกจาก Title สำเร็จรูปที่มีมาให้แล้วดัดแปลงเอาก็ได้ แต่ถ้าใครอยากให้มันเก๋ไก๋ด้วยฝีมือตัวเองล้วนๆ ก็เลือก color ได้เลย

Title สำเร็จรูป

สามารถดัดแปลง Title ได้เลย

เลือก Color เพื่อสร้างพื้นหลังของตนเอง

หลังจากเลือกสีเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาสร้างตัวอักษร เราอาจเลือกจากแพทเทิร์นพื้นฐานที่มีมาให้เลย หรือจะดัดแปลง หรือสร้างใหม่ทั้งหมดก็ได้ ซึ่งแม้ว่าฟ้อนท์จะค่อนข้างมีจำนวนน้อย และเฉดสีจำกัด แต่ถ้าใช้ฝีมือศิลป์ๆ หน่อย ก็ทำออกมาได้สวยงามอย่างมืออาชีพได้

แพทเทิร์นสำเร็จรูป

ฟ้อนท์ตัวอักษร

ข้อดีคือมีตัวอักษรแบบ Animation ด้วย ซึ่งแน่นอนว่ามันจะทำให้ Intro ขอเราสวยงามอย่างกับจ้างทำเลยทีเดียว

เมื่อจัดการสร้างตัวอักษรเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาในการตกแต่งเพิ่ม ซึ่งตัวแอปก็มีลูกเล่นให้เยอะพอสมควรเลย

Sticker ตัวนี้ใช้ตกแต่ง Intro ให้น่าสนใจได้ขึ้นเยอะเลย และถ้าเราเข้า GIF เราจะสามารถโหลด GIF สวยๆ มาตกแต่งได้แบบไม่จำกัดเลย อยากได้อะไรก็กด search ได้เลย

เมื่อเลือก sticker ได้แล้ว เราก็สามารถตั้งเวลาได้ว่าจะให้แต่ละอันออกมาตอนไหน และหายไปตอนไหน

มาต่อกันที่ Audio หรือการใส่เสียงให้กับ Intro ของเรา ซึ่งเราก็สามารถเลือกได้ทั้งจากเพลงหรือ Effects ที่ตัวแอปมีมาให้ ซึ่งก็ถือว่ามีตัวเลือกเยอะพอสมควรหรือจะโหลดจาก iTunes ก็ได้

สามารถใส่ voiceover ได้ด้วย

หรือจะเพิ่มคลิปวิดีโอหรือรูปภาพมาใส่ก็ด้วย และหากเป็นวิดีโอสามารถเร่งความเร็วและกลับด้านได้ด้วย และสามารถใส่ Filter และตกแต่งสีได้ด้วย ซึ่ง Filter ก็มีให้เลือกเยอะพอสมควรแถมยังโหลดเพิ่มได้ด้วย

เมื่อทำเสร็จแล้ว ก็ให้กดเครื่องหมาย Export ด้านบนขวา เป็นอันเสร็จสิ้น

ดาวน์โหลด

ถือเป็นแอปที่ใช้งานง่ายและทำออกมาได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ ใครที่อยากมี Intro ที่ดูมืออาชีพต้องห้ามพลาดแอปนี้เด็ดขาด

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

งมแอปในมหาสมุทร

ฝึกภาษาอังกฤษแบบเอนจอยกับเสียงเพลงด้วยแอป “LyricsTraining”

Published

on

Yu-Gi-Oh! Duel Links

Free
9

กราฟิก

9.5/10

รูปแบบการเล่น

9.0/10

ความแปลกใหม่

8.5/10

ความคุ้มค่า

9.0/10

ภาพรวม

9.0/10

จุดเด่น

  • มีตัวละครให้เราได้เลือกเล่นหลากหลายดี
  • สามารถเล่นกับเพื่อนได้ ทั้งที่เรารู้จักและไม่รู้จัก
  • เวลาเล่นกับคู่ต่อสู่ธรรมดา สามารถเล่น Auto Duel ให้เล่นเองได้ ทำให้จบเร็ว

จุดสังเกต

  • ต้องเปิดเน็ตเล่นตลอดแม้ไม่ได้เล่นแบบออนไลน์กับคนอื่น
  • ตัวเกมมีแต่แนวตั้งเท่านั้น
  • ชุดการ์ดยังมีน้อย น่าจะต้องมีเพิ่มชุดการ์ดอีกหลายแบบ

การฝึกภาษาอังกฤษแต่ในตำราอาจทำให้เรารู้สึกเบื่อได้ง่ายๆ อ่านหนังสือไม่ถึง 2 ชั่วโมงก็พาลให้เบื่อแล้ว แต่หากมีวิธีฝึกภาษาอังกฤษเสริมวิธีอื่นๆ ที่สนุกสนานเพลิดเพลินไปด้วย ก็จะทำให้คุณสนุกไปกับการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ วันนี้แบไต๋เลยจะมาแนะนำแอปฝึกภาษาอังกฤษดีๆ ที่จะทำให้คุณได้ฝึกทักษะการฟังอย่างแอป “LyricsTraining” หรือแอปฝึกภาษาอังกฤษจากการเติมเนื้อเพลงนั่นเอง

 มาเริ่มกันเลยดีกว่า!

หลังจากกรอกข้อมูลส่วนตัว เช่น ประเทศ และภาษาที่ต้องการฝึกแล้ว ก็จะเข้าสู่หน้าจอของการเลือกเนื้อเพลงที่เราต้องการเล่นเกม

ตัวแอปก็มี MV ให้เราเลือกเล่นอย่างหลากหลายเลยทีเดียว ทั้งเพลงเก่า เพลงใหม่ รวมถึง Trailer หนังด้วย

จะเลือกตามชนิดของเพลงก็ได้ ใครอยากเล่นแบบฮาร์ดคอร์สุดๆ แนะนำเป็นเพลง Hip-Hop เลย

หลังจากเลือกเพลงที่เราอยากเล่นได้แล้ว เราก็สามารถเข้า Karaoke เพื่อฟังและดูเนื้อเพลงก่อนได้ อย่าลืมฟังไป ร้องไปสัก 2-3 รอบ จะได้พัฒนาหลายๆ ทักษะไปพร้อมๆ กันค่ะ

หลังจากนั้นก็กดเข้าเล่นเกม ด้วย Multiple choice ได้เลย

ซึ่งก็จะมีระดับความยากง่ายให้เราเลือก แนะนำว่าเพิ่งหัดเล่นก็เริ่มจาก Beginner ไปก่อน จากนั้นค่อยไปที่ Intermediate และเพิ่มความยากไปเรื่อยๆ ตามลำดับ

แอปจะให้เราเลือกตัวเลือกที่ถูกต้องของคำที่หายไป เราก็เล่นไปเรื่อยๆ

ระดับ Beginner

ระดับ Expert

เมื่อจบเกมก็จะสรุปคะแนน พร้อมลำดับคะแนนของผู้เล่นคนอื่นๆ

ดาวน์โหลด

ใครที่อยากฝึกทักษะการฟัง รวมถึงเรียนรู้คำศัพท์แบบเอนจอยชีวิต ก็ลองโหลดเกมนี้มาเล่นดู เล่นทุกวัน วันละเพลง สองเพลง.. ไม่นานเกินรอ ภาษาอังกฤษของคุณต้องพัฒนาขึ้นแน่ๆ และถ้าจะให้ดีอย่าลืมดูซีรีส์ภาษาอังกฤษบ่อยๆ ด้วยล่ะ!

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!