Connect with us

งมแอปในมหาสมุทร

[รีวิว] “YouTube Go” App สำหรับดูยูทูบที่เบา เน็ตไม่แรงก็ใช้ได้

Published

on

สวัสดีครับ หลังจากที่เพึ่งเปิดตัว YouTube Go ไป วันนี้เราก็จะมารีวิวให้ได้ชมกันนะครับว่า App นี้เป็นอย่างไรกันบ้างนะครับ เริ่มจากไปดาวน์โหลดได้จาก Google Play ซึ่งแม้ว่าทาง Google จะปล่อยตัวเต็มแล้ว แต่ตอนนี้ Store ไทยยังเป็น Beta อยู่นะครับ

เมื่อเปิดใช้งานครั้งแรก จะบังคับให้ลงทะเบียนด้วยเบอร์มือถือของท่าน (ผู้เขียนยังไม่พบว่าสามารถข้ามขั้นตอนนี้ได้)

เมื่อดูจากหน้าตั้งค่า จะพบว่าสามารถดาวน์โหลดคลิปไว้ใน microSD ได้ ต่างจากโหมดออฟไลน์ของ App YouTube ตัวปกติที่จะต้องเก็บในหน่วยความจำของเครื่องเท่านั้น

เมื่อกดดูคลิปพบว่าจะถามก่อนว่าจะดูคลิปที่ความละเอียดเท่าไหร่ หรือดาวน์โหลดที่ความละเอียดเท่าไหร่

แต่บางคลิปก็ดาวน์โหลดไม่ได้ เช่นคลิป VEVO เนื่องจากเจ้าของลิขสิทธิ์ไม่อนุญาติให้ดาวน์โหลด

เมื่อดาวน์โหลดวิดีโอแล้วจะแสดงให้เห็นชัดเจนว่าคลิปถูกดาวน์โหลดแล้ว

สามารถส่งคลิปไปยังเครื่องอื่นผ่าน Bluetooth ได้ด้วยนะ

เพียงแค่เปิด Bluetooth ในเครื่องของเราและเครื่องที่จะรับคลิป (ที่ติดตั้ง App “YouTube Go” ไว้แล้ว) ทำการจับคู่ให้เรียบร้อย ทีนี้ก็สามารถส่งคลิปให้เครื่องอื่นได้ด้วยวิธีดังนี้

ที่เครื่องต้นทาง ให้กดปุ่มนี้

จากนั้นเลือก “ส่ง”

กด “ดำเนินการต่อ”

เลือกคลิปที่จะต้องการส่ง

  • ที่เครื่องปลายทางให้กดชื่อเครื่องต้นทางที่

ที่เครื่องปลายทางกดปุ่มเดียวกันจากนั้นกด “รับ”

ที่เครื่องต้นทางกด “เชื่อมต่อ”

 

จากนั้นเลือกคลิปที่จะส่งไปยังเครื่องปลายทางเลย

ทางผู้เขียนได้ปิดเน็ตในเครื่องปลายทางไว้ ทำให้เมื่อส่งเสร็จดูคลิปที่เครื่องปลายทางไม่ได้ ต้องตรวจสอบผ่านเน็ตกับ YouTube ก่อน แต่ผมเข้าใจจุดประสงค์ตามที่เขาบอกคือ “แค่ต่ออินเทอร์เน็ตเป็นบางครั้ง” ทำให้แค่ใช้เน็ตแค่นิดหน่อยแล้วดูคลิปจากที่เครื่องอื่นส่งมาลงเครื่อง ไม่ต้องรอโหลดหรือดึงคลิปจากเน็ตมาดูแบบ YouTube ปกติ เหมาะสำหรับพื้นที่ที่เน็ตช้า หรือใช้โปรเน็ตที่ใกล้จะหมดหรือติด Fup ได้

สรุป App นี้เหมาะกับใคร?

  • เหมาะกับคนที่ต้องใช้เน็ตในพื้นที่ที่มีความเร็วต่ำ หรือมีเหตุอื่นๆ เช่น เน็ตใกล้จะหมด ติด Fup เพียงแต่ว่าต้องดาวน์โหลดจากเน็ต WiFi หรือเน็ตเร็วๆ จากที่ไหนก็ได้ไว้ก่อน โหลดเก็บไว้ได้ หรือรับจากเครื่องอื่นผ่าน Bluetooth (ไม่เหมาะกับการใช้แบบ Offline 100%)
  • เหมาะสำหรับเครื่องสเปคต่ำๆ เพราะกินเนื้อที่และแรมน้อย เก็บคลิปลง MicroSD ได้
  • แต่ขอบอกไว้ว่า ไม่สามารถปิดหน้าจอหรือไปใช้ App อื่นและฟังเพลงไปด้วยไม่ได้นะ
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

งมแอปในมหาสมุทร

เปลี่ยนภาพธรรมดาให้ขยับได้ด้วยแอป “Pixaloop”

Published

on

ช่วงนี้หลายคนคงเห็นรูปถ่ายอนิเมชั่น ที่มีท้องฟ้าสวยๆ เคลื่อนไหวได้ของเหล่าเน็ตไอดอลในช่วงนี้ และอาจกำลังสงสัยว่าแต่งรูปท้องฟ้าสวยๆ ให้เคลื่อนไหวอย่างนั้นได้อย่างไรกัน.. แบไต๋เลยอาสาไปหาวิธีแต่งรูปท้องฟ้าสวยๆ มาให้คุณผู้อ่านกัน

View this post on Instagram

สดใส🌤☀️🌥

A post shared by NATASCHA OFFICIAL (นาทัชชา) (@natascha_thai_germany) on

เครดิตจาก natascha_thai_germany

สำหรับแอปที่ใช้แต่งรูปท้องฟ้าและทำให้รูปเคลื่อนไหวได้ก็ใช้งานไม่ยากเลย นั่นก็คือแอป “Pixaloop” นั่นเอง วันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่ามีวิธีการใช้งานอย่างไรบ้าง

หลังจากเปิดแอปมาแล้ว ให้เลือก “New Project” จากนั้นก็กดเลือกภาพที่เราต้องการแต่งท้องฟ้าได้เลย ซึ่งมีข้อแนะนำว่าเราควรเลือกรูปที่มีท้องฟ้า เพราะหากไม่มีท้องฟ้าในภาพเดิมจะไม่สามารถตกแต่งได้

จากนั้นจึงเลือกเมนู “Sky” และเลือกรูปท้องฟ้าที่เราต้องการได้เลย ซึ่งก็มีหลายแบบที่เราสามารถเลือกได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และยังสามารถตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ เพิ่มเติมได้ด้วย

เมื่อเลือกท้องฟ้ามาได้แล้ว ก็ได้เวลาตกแต่งเพิ่มเติม โดยมีเมนูแตกย่อยต่างๆ ที่สามารถปรับแต่งได้ เช่น ปรับความเข้ม-อ่อนของท้องฟ้า ปรับระดับเส้นขอบฟ้า เป็นต้น


เพียงเท่านี้เราก็จะได้ฉากท้องฟ้าสวยๆ ที่ขยับได้มาในภาพเราแล้ว และหากใครต้องการตกแต่งเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นการใส่เอฟเฟ็กต์ให้รูป หรือการขยับรูปภาพไปยังทิศทางต่างๆ ก็สามารถทำได้

นอกจากแอป Pixaloop จะเสกภาพท้องฟ้าสวยๆ ให้กับรูปภาพเราแล้ว ยังสามารถทำภาพเคลื่อนไหวอื่นๆ ได้ด้วย โดยเริ่มจากการกดเมนู ”Animate” จากนั้นจัดการปักหมุด เพื่อสร้างขอบเขตว่าส่วนไหนที่เราต้องการให้ภาพอยู่นิ่งไม่ขยับ

จากนั้นก็ใช้ ”Path”ในการสร้างทิศทางการขยับของวัตถุนั้นๆโดยการใช้มือลากไปยังทิศทางที่เราต้องการให้ขยับ

หากต้องการปรับความเร็วของการเคลื่อนที่ให้ไปที่ “speed”

หากภาพยังไม่เนียนหรือเรียบร้อยสบายตา สามารถเก็บรายละเอียดด้วย “Freeze” ได้อีกครั้ง โดยการจิ้มและลากทับบริเวณที่เราต้องการให้หยุดนิ่ง

หากต้องการบันทึกภาพ เพียงกดเครื่องหมายขวาบนของแอป จากนั้นสามารถกำหนดเวลาของภาพได้ ว่าเราต้องการกี่วินาทีด้วย “Duration” เสร็จแล้วภาพก็จะออกมามีมิติแบบนี้

ดาวน์โหลด

ใครจะรู้ว่าภาพสวยๆ แบบนี้ ทำได้ง่ายๆ ในไม่กี่วินาทีเท่านั้น แถมยังมีเวอร์ชั่น Pro ที่มีลูกเล่นอีกหลากหลายและใช้งานได้ดีอีกด้วย ใครสนใจก็ไปโหลดมาลองเล่นกันได้แล้ว จะได้ไม่ตกเทรนด์ฟ้าสวย น้ำใสค่ะ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

งมแอปในมหาสมุทร

รวมแอปดี ที่นักเรียน นักศึกษา ต้องมีติดเครื่อง

Published

on

น้องๆ นักเรียน นักศึกษาจ๋า.. อย่าไปเรียนตัวเปล่าเลย เพราะเดี๋ยวนี้มีแอปพลิเคชั่นดีๆ คอยอำนวยความสะดวกในเรื่องการเรียนเพียบ! โดยเฉพาะแอปที่แบไต๋รวบรวมมาให้ในวันนี้ ที่เด็ดสุดๆ ชนิดที่มีติดสมาร์ทโฟนไว้ แล้วชีวิตจะสดใสแน่นอน

Classup

เริ่มจากแอปทำตารางเรียนดีๆ กันดีกว่า กับแอป Classup แอปที่ช่วยทำตารางเรียนง่ายๆ และสวยงามในแบบของเราได้ ซึ่งเราสามารถเลือกรูปพื้นหลัง และเพิ่มวิชาเรียนต่างๆ ลงไป และยังตั้งค่าให้แจ้งเตือนเวลาเรียนได้ด้วย

ยังสามารถบันทึกข้อความต่างๆ ลงไปในฟีเจอร์ “Notes” ได้ด้วย ใช้จดการบ้านหรือกิจกรรมต่างๆ ได้สบายเลย

Photomath

ถึงจะไม่สนับสนุนให้น้องๆ โหลดแอปนี้มาใช้กันเท่าไหร่ เพราะเดี๋ยวจะขี้เกียจกันไปก่อน แต่แอปช่วยอธิบายวิธีการคิดเลขแบบแอป Photomath ก็อำนวยความสะดวกได้เยอะมากๆ โดยเฉพาะโจทย์เลขมหาโหดที่คิดเท่าไหร่ก็แก้โจทย์ไม่ได้สักที


ซึ่งวิธีการใช้งานก็ง่ายมากๆ เพียงแค่ถ่ายรูปโจทย์เลขดังกล่าว จากนั้นก็ดูว่าแอปได้ประมวลผลภาพถ่ายถูกต้องรึเปล่า ตัวเลขไหนผิดไป ก็แก้ใหม่ให้ถูก จากนั้นแอปก็จะให้คำตอบ พร้อมกับอธิบายวิธีทำอย่างละเอียดเลย

Office Lens

เชื่อว่าเดี๋ยวนี้ร้อยละ 80 ของคลาสเรียนมหาวิทยาลัย นักศึกษาส่วนใหญ่ต้องควักโทรศัพท์มาถ่ายเลกเชอร์กันแน่ๆ เพราะทั้งสะดวก รวดเร็ว แถมเก็บเนื้อหาได้หมด ได้ใช้เวลาฟังอาจารย์สอนอย่างถ่องแท้ด้วย ซึ่งอาจารย์ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ติดขัดวิธีการนี้แต่อย่างใด แต่บางทีถ่ายภาพจากหน้าจอสไลด์ก็อาจจะเบลอบ้าง อ่านยากบ้าง วันนี้แบไต๋เลยขอแนะนำแอป Office Lens แอปดีๆ ที่สามารถเปลี่ยนภาพถ่ายเป็นงานเอกสารได้ทันที โดยสามารถเลือกได้ว่าจะเป็นภาพที่แปลงเป็นกระดานไวท์บอร์ด เอกสาร นามบัตร และภาพที่ออกมาก็ยังละเอียดและคมชัดด้วย

Evernote

ใครถนัดจดโน้ตด้วยการใช้สมาร์ทโฟน น่าจะถูกใจแอปนี้เป็นพิเศษ เพราะใช้งานง่าย สามารถเพิ่มรูปภาพ วาดรูปและอัดเสียงใส่ลงไปได้ด้วย รวมถึงสามารถทำไฮไลต์ข้อความ และที่เก๋สุดเห็นจะเป็นการทำ to do list ในแอปได้ด้วย เรียกได้ว่าครบครัน เพราะสามารถจดเลกเชอร์และจดการบ้านไปได้ในตัว

 

อดอิจฉาเด็กรุ่นใหม่ไม่ได้ ที่ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ ก็เพราะมีเทคโนโลยีดีๆ มากมายคอยอำนวยความสะดวก ชนิดที่ว่า “โลกทั้งใบอยู่ในกำมือ” แต่มีเทคโนโลยีคอยอำนวยความสะดวกแบบนี้ ก็อย่าลืมตั้งใจเรียนกันด้วยล่ะ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

งมแอปในมหาสมุทร

เปลี่ยนโทรศัพท์เก่าเป็นกล้องวงจรปิดด้วยแอป “Alfred” แสนสะดวก!

Published

on

แอปที่เราจะพูดถึงในวันนี้ คงถูกใจใครหลายๆ คน ที่เลี้ยงสัตว์เลี้ยง หรือมีเด็กเล็กอยู่ที่บ้าน เพราะเป็นแอปที่จะทำหน้าที่เป็นกล้อง CCTV ขนาดย่อมให้เรา โดยเราไม่ต้องมีอุปกรณ์อะไรหรือเสียตังมากมาย เพียงแค่มีโทรศัพท์เครื่องที่เราใช้ในปัจจุบัน กับโทรศัพท์เครื่องเก่าอีกเครื่องที่วางทิ้งไว้ จากนั้นก็เพียงมีแอป “Alfred” ติดเครื่องไว้ เพียงเท่านี้ก็ได้ดูความเคลื่อนไหวของสัตว์เลี้ยงเราได้ตลอดเวลาแล้ว

วิธีการใช้งานแสนง่าย เพียงแค่เราดาวน์โหลดแอป “Alfred” ลงในโทรศัพท์ทั้ง 2 เครื่อง จากนั้นให้ทำการเลือกว่าเราจะให้เครื่องไหนเป็นเครื่องที่ใช้ดู และเครื่องไหนจะใช้งานเป็นกล้อง

จากนั้นทั้ง 2 เครื่องก็ทำการล็อกอินด้วย Google โดยใช้อีเมลเดียวกัน และแล้วทั้ง 2 เครื่องก็จะทำการเชื่อมกันเรียบร้อย! ที่เหลือก็เพียงนำเครื่องที่ทำหน้าที่เป็นกล้องไปตั้งไว้ยังจุดที่เราต้องการเฝ้าดู และอย่าลืมชาร์จแบตทิ้งไว้ด้วย

หน้าจอของเครื่องที่ใช้งานเป็นกล้อง

หากต้องการประหยัดพลังงาน ให้เรากดเครื่องหมายล็อกด้านล่าง เพื่อกดปิดหน้าจอเครื่องที่ทำหน้าที่เป็นกล้องไว้

สามารถตั้งค่าว่าจะใช้กล้องหน้าหรือกล้องหลังได้ด้วย

นอกจากนี้เรายังสามารถเลือกเปิดปิดแฟลชได้ด้วย ซึ่งภาพที่ออกมาก็จะมีความแตกต่างกันบ้าง ตามความมืดสว่าง

หน้าจอเครื่องที่ทำหน้าที่เป็นจอมอนิเตอร์ สามารถกดถ่ายภาพนิ่งได้ด้วย

ภาพนิ่งที่ได้จากการถ่ายภาพด้วยแอป Alfred

และหากเราต้องการใช้กล้องในห้องที่มืดๆ เราก็สามารถกดใช้โหมดกลางคืนได้เลย

ภาพจากห้องที่มีแสงสว่างน้อย โดยยังไม่ได้ใช้โหมดกลางคืน

ภาพจากการใช้โหมดกลางคืน

ทั้งนี้ทั้งนั้น ความคมชัด และความละเอียดต่างๆ ก็ขึ้นอยู่กับโทรศัพท์ทั้ง 2 เครื่องที่เราใช้งานด้วย โดยเฉพาะโทรศัพท์ที่ใช้เป็นกล้อง รวมถึงอินเทอร์เน็ตที่เราใช้ก็มีความสำคัญเช่นกัน

ดาวน์โหลด

ภาพรวมถือว่าเป็นแอปกล้องที่ใช้งานได้ดี โดยเฉพาะในยามฉุกเฉินที่ต้องออกไปธุระข้างนอก แล้วไม่ได้มีการเตรียมกล้อง CCTV ไว้ ซึ่งก็ถือว่าใช้งานได้มีประสิทธิภาพทีเดียว แต่อาจจะไม่เหมาะสำหรับการใช้งานในทุกวัน เนื่องจากต้องชาร์จแบตโทรศัพท์เครื่องที่เป็นกล้องทิ้งไว้ด้วย แต่หากใช้ในยามฉุกเฉิน แล้วสำรองชาร์จแบตเครื่องที่เป็นกล้องไว้เต็มแล้ว ก็สามารถอยู่ได้ถึง 2-3 ชั่วโมงเลยทีเดียว โดยรวมถือเป็นแอปที่อำนวยความสะดวกได้ดีแบบหายห่วงเลย

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!