Connect with us

Boardgame Review

[REVIEW] Star Wars: Imperial Assault บอร์ดเกม RPG Strategy สุดมันส์ ที่จะพาคุณและแก๊งสู่จักรวาลอันไกลโพ้น

Star Wars: Imperial Assault

9.2

GAMEPLAY

8.5/10

PRESENTATION

10.0/10

FUN FACTOR

9.0/10

DEPTH

8.5/10

VALUE

10.0/10

จุดเด่น

  • สนุกสุด ๆ อินสุด ๆ
  • คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม
  • ได้ฟีล Star Wars มากมาย
  • บอร์ดสวย หุ่นงาม การ์ดดี

จุดสังเกต

  • กฎเยอะแยะยุ่บยั่บให้อ่าน
  • ผู้เล่นฝ่ายตัวร้ายเหนื่อยทั้งกายและใจ
  • ราคาแอบแพง

ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ของปี 2018 นี้ เกมเมอร์แฟน ๆ Star Wars อาจจะรู้สึกกร่อย ๆ หน่อยเพราะหนังภาคใหม่ก็ไม่มี ที่สำคัญกว่าคือเกมใหม่ก็ยังไร้วี่แวว ถึงจะมี Star Wars Battlefront II (เวอร์ชั่นที่โละระบบ Micro-transaction ไปชั่งกิโลขายเรียบร้อยแล้ว) ให้พอแก้ขัดได้บ้าง แต่สิ่งที่สาวกอย่างพวกเราต้องการจริง ๆ คือเกม Star Wars ที่เน้นการผจญภัยยาว ๆ ในเรื่องราวสุดเข้มข้นมากกว่า เกมที่มอบประสบการณ์แปลกใหม่ให้เรารู้สึก “ว้าว” ไปกับมนต์สเน่ห์ของจักรวาลแห่งนี้ได้อีกครั้ง และจะยิ่งเด็ดไปกว่านั้นอีกหากเราสามารถลากเพื่อน ๆ มาว้าวไปพร้อมกันได้ด้วย

ความรู้สึกเวลาที่คุณเล่นเกมนี้แล้วโดนเพื่อน ๆ รุมตื้บ

หากนั่นคือสิ่งที่คุณตามหาจริง ๆ ล่ะก็ เราขอแนะนำให้คุณรู้จักกับเกมที่ชื่อว่า “Star Wars: Imperial Assault” มันไม่ได้มีกราฟิกอลังการ ไม่ได้มีเสียงเอฟเฟคต์เนียนกริ๊บ แต่มันมีหุ่นเท่ ๆ กระดานเจ๋ง ๆ และมีความสนุกจนเกินพิกัดสำหรับทั้งแฟน Star Wars และแฟนเกมวางแผนกลยุทธ์ แต่บอร์ดเกมชิ้นนี้จะพลังแก่กล้าแค่ไหน? มันจะสามารถดึงคุณเข้าสู่ด้านมืดของโลกบอร์ดเกมได้หรือไม่? (เล่นข้ามวันข้ามคืน ไม่หลับไม่นอน ไม่อาบน้ำ ฯลฯ) ลองไปสัมผัสด้วยกันดีกว่าว่าพลังสถิตอยู่ในบอร์ดเกมนี้หรือไม่

นานมาแล้ว… ในร้านบอร์ดเกมอันไกลโพ้น…

แกะกล่องออกมาครั้งแรก คุณอาจจะตกใจกับความ “เยอะ” ของมันได้

จริงอยู่ที่ Imperial Assault มีค่าหัว เอ้ย ราคาค่อนข้างสูงราว ๆ 4,000 บาท แต่ทีมพัฒนา Fantasy Flight เค้าก็ไม่ได้ตั้งราคาส่ง ๆ เนื่องจากเจ้าบอร์ดเกมตัวนี้มาพร้อมกับไอเท็มเด็ด ๆ เพียบ เริ่มตั้งแต่หุ่นฟิกเกอร์สวย ๆ กว่า 50 ตัว บอร์ดแผนที่จิ๊กซอว์มากกว่า 30 ชิ้น การ์ดกระดาษคุณภาพดีอีกเป็น 100 ใบ และทีเด็ดคือโหมดการเล่นที่มีให้เลือกถึง 3 โหมด! ได้แก่ โหมดแคมเปญแบบ 4 ปะทะ 1 ซึ่งเป็นโหมดหลักของเกมนี้ โหมด Skirmish แบบผู้เล่น 2 คนไฝ้กันเอง และโหมดแคมเปญ Co-op เต็มรูปแบบที่เล่นพร้อมกับ Application ให้ทีมผู้เล่น 4 คนฝ่าฟันภารกิจเนื้อเรื่องไปด้วยกัน ซึ่งแต่ละโหมดก็ไม่ได้ทำออกมาทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ

หุ่นที่ให้มาในกล่องจะไม่ได้ลงสีมาให้ แต่ก็ลงรายละเอียดออกมาได้สวยงามน่าหยิบมาใช้เล่นมาก ๆ

วิธีอธิบายเกมเพลย์ของ Imperial Assault ให้เกมเมอร์สายวิดีโอเกมเห็นภาพง่ายที่สุดก็คือการเอาเกมนี้ไปเปรียบกับเกม X-COM นั่นแล บอร์ดเกมนี้คือ X-COM ที่จำแลงมาในร่าง Star Wars ดี ๆ นี่เอง เพราะวิธีการเล่นรวม ๆ แทบจะเหมือนกันเด๊ะ ทั้งกฎการเล่นแบบผลัดตาและวิธีการออกแอ็คชั่น ต่างกันตรงที่คราวนี้คุณต้องใช้หุ่น บอร์ด กับลูกเต๋าเพื่อเล่นเกมแทนเครื่องพีซีหรือคอนโซล อ้อ แล้วคุณก็ควรหาเพื่อนมาเล่นด้วยอีก 2 คนเป็นอย่างน้อยด้วย เชื่อเหอะว่ามันจะทำให้เกมมีสีสันขึ้นอีกเยอะ

เอามาทาสีแล้วก็จะดูสวยไปอีกแบบ อ้าวเฮ่ย… ซวยแล้วสิ…

เริ่มจากโหมดแคมเปญแบบ 4 ปะทะ 1 ของ Imperial Assault กันก่อน โหมดนี้จะเปิดให้ผู้เล่นนั่งโจ้ด้วยกันได้สูงสุด 5 คน ผู้เล่นคนหนึ่งจะต้องสวมบทเป็นตัวร้ายฝ่ายจักรวรรดิในขณะที่ผู้เล่นที่เหลืออีก 4 คนจะต้องเลือกเล่นเป็นฮีโร่ฝ่ายกบฎคนละตัว โดยผู้เล่นจักรวรรดิจะถือหนังสืออธิบายแคมเปญเอาไว้ในมือและจะต้องคอยเดินเรื่องรวมถึงอธิบายว่าด่านนี้ต้องทำอะไรบ้าง จุดสนุกมันอยู่ตรงที่มีเพียงผู้เล่นตัวร้ายเท่านั้นที่รู้ว่าจะมีเหตุการณ์เซอร์ไพรส์อะไรเกิดขึ้นในด่าน ส่วนผู้เล่นตัวดีจะต้องพยายามด้นสดไปเรื่อยเพื่อทำภารกิจของด่านนั้นให้สำเร็จ ซึ่งสถานการณ์ที่ผู้เล่นหนึ่งคนผู้รู้ไต๋ทุกอย่างโดนผู้เล่นอีก 4 คนใช้สมองรุมตื้บก็ถือว่าสมดุลใช้ได้เลยทีเดียว

เรียนรู้วิถีแห่งพลัง

ใครที่เคยเล่น XCOM มาแล้วน่าจะเล่นเกมนี้ได้สบายบรื๋อ

ก่อนจะได้เล่นแต่ละด่าน สมาชิกทุกคนจะต้องร่วมแรงร่วมใจกันนำบอร์ดจิ๊กซอว์มาต่อให้เป็นแผนที่ของด่านนั้น ๆ ก่อน โดยผู้เล่นตัวร้ายจะได้สิทธิ์ในการชี้นิ้วสั่งเพราะคนอื่นห้ามดูรายละเอียดแคมเปญ บอร์ดพวกนี้ลงสีมาอย่างสวยงาม แถมพวกมันยังมีจำนวนมากกว่า 30 ชิ้น แต่ละชิ้นสามารถพลิกใช้ได้ทั้ง 2 หน้า นั่นหมายความว่าคุณสามารถนำบอร์ดมาต่อเป็นแผนที่ต่าง ๆ ได้มากมายนับไม่ถ้วน หลังจากต่อเสร็จแล้วก็บรรเลงเพลงศึกกันได้เลย โดยผู้เล่นตัวร้ายและตัวดีจะต้องสลับตากันเล่นไปเรื่อย ๆ แบบไม่จำเป็นต้องเรียงลำดับว่าตัวละครตัวไหนเล่นก่อนเล่นหลัง (แต่ต้องสลับฝ่ายเล่นระหว่างตัวดีตัวร้ายทุกครั้งนะ) ผู้เล่นจะได้ควบคุมตัวละครแต่ละตัวให้เดินไปมาตามเส้นตารางบนบอร์ด เข้าแลกกระสุนบลาสเตอร์หรือควงดาบเข้าไปฟาดด้วยการทอยลูกเต๋าโจมตีและลูกเต๋าป้องกันใส่กัน รวมถึงใช้ความสามารถพิเศษสารพัดตามที่ระบุในการ์ดจนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะชนะตามเงื่อนไขที่ด่านนั้นกำหนด

เป็นบอร์ดเกมทั้งทีจะไม่มีทอยเต๋าสู้กันได้ไง

ฝ่ายจักรวรรดิจะมีข้อได้เปรียบตรงที่ได้รู้ว่าต่อไปจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น รวมถึงสามารถเรียกกำลังเสริมออกมาตื้บพวกกบฎสวะได้เรื่อย ๆ ในขณะที่ฝ่ายกบฏก็ไม่ใช่ขี้ ๆ เพราะฮีโร่แต่ละคนเก่งกาจและทนทายาดมาก ๆ และพวกเขายังมาพร้อมกับความสามารถพิเศษสุดโหดที่เอาไว้พลิกสถานการณ์ได้อีกหลายกระบวนท่า

ศึกลูกกระจ๊อกปะทะลูกกระจ๊อก

ไม่ว่าฝ่ายดีจะเล่นแพ้หรือชนะ เกมเมอร์ทั้งคณะก็จะได้เล่นกันต่อไปอยู่ดี โดยเกมจะระบุเอาไว้ว่าหากฝั่งกบฏชนะต้องเล่นด่านไหนต่อและหากฝั่งจักรวรรดิชนะจะต้องเล่นด่านไหนแทน ซึ่งหมายความว่าคุณและเพื่อนสามารถลุยแคมเปญด้วยกันได้ 2 รอบโดยที่แทบจะไม่ต้องเล่นด่านซ้ำกันเลย หลังเล่นจบแต่ละด่าน เกมจะมีช่วงอัพเกรดตัวละครและเปิดตลาดช้อปปิ้งไอเท็มแบบในเกม RPG เพื่อให้ฝ่ายฮีโร่จัดทัพเตรียมสู้ศึกถัดไปตามสะดวก นอกจากนี้ระหว่างด่านของเนื้อเรื่องหลักก็จะมีภารกิจเสริมของทั้งฝั่งกบฏและจักรวรรดิมาคอยคั่นให้เล่นกันด้วย

สงครามดวงดาวสารพัดแบบ

เล่นคู่กับ App ยิ่งให้ความรู้สึกเหมือนเล่นวิดีโอเกมเข้าไปใหญ่ แต่คราวนี้คุณใช้มือลูบไล้ตัวละครตัวเองได้ด้วยนะ!

สำหรับโหมดเล่นกับ App จะมีวิธีเล่นเหมือนกับแคมเปญ 4 ปะทะ 1 ทุกประการ เพียงแต่ให้คอมเป็นตัวร้ายแล้วให้ผู้เล่น 4 คนร่วมมือฝ่าด่านไปด้วยกัน (หรือจะใช้ App เพื่อเล่นเกมนี้คนเดียวก็ยังได้) โดยไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับการจัดการว่าต้องเล่นด่านไหนต่อ จะมีเหตุการณ์อะไรโผล่ขึ้นมาบ้าง และไม่ต้องมานั่งจำว่าใครอัพเกรดอะไรไปแล้ว เนื่องจาก App จะจัดการให้ทุกอย่างรวมถึงให้คุณเซฟเกมได้ด้วย เพียงแต่คุณจะต้องโหลด App ที่ว่ามาจาก App Store (US), Play Store หรือ Steam ซะก่อน ข่าวดีก็คือคุณสามารถโหลด App ตัวนี้ได้ฟรี ๆ และมันยังมาพร้อมกับแคมเปญใหม่ที่มีเนื้อเรื่องต่างไปจากในหนังสือคู่มือซะด้วย

เบื่อแคมเปญยาว ๆ ก็มาเล่นด่าน Skirmish สั้น ๆ กันบ้าง

ส่วนโหมดสุดท้ายอันได้แก่โหมด Skirmish จะให้ผู้เล่นสองคนยกทัพฟาดกันให้จบในแมตช์เดียว ผู้เล่นจะได้เลือกจัดทัพของตัวเองก่อนว่าจะเป็นฝ่ายไหน ระหว่างกบฎ จักรวรรดิ หรือแก๊งนักล่าค่าหัว หลังจากนั้นก็มาเลือกตัวละครและการ์ดความสามารถพิเศษต่างๆ เพื่อเสริมทัพของตัวเอง จุดที่น่าสนใจคือชัยชนะของโหมดนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการตื้บทัพอีกฝ่ายให้ราบเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการเก็บคะแนนจากการทำภารกิจในด่านที่เลือกมา แน่นอนว่าการกำจัดยูนิตศัตรูจะทำให้คุณได้แต้ม แต่การแย่งกันยึดจุดยุทธศาสตร์หรือชิงทรัพยากรในด่านก็มอบแต้มให้ไม่น้อย โดยแมตช์ Skirmish จะกินเวลาแค่ 45 นาทีถึงชั่วโมงกว่า ๆ เหมาะสำหรับเกมไนท์ชิล ๆ แบบโจ้กันซักเกมแล้วค่อยแยกย้ายกลับบ้าน ช่วยเปลี่ยนอารมณ์จากแคมเปญที่ต้องทุ่มเทเวลากันเป็นเดือนได้เป็นอย่างดี

โหมดเล่นกับ App ยังมีระบบเซฟเกมให้ด้วยนะ

โหมดทั้งหมดทั้งมวลที่ว่ามานี้ต่างก็ให้อารมณ์ความสนุกคนละแบบ ซึ่งจัดหนักจัดเต็มขนาดนี้ไม่เรียกว่าคุ้มก็บ้าแล้ว เอาแค่เล่นแคมเปญอย่างเดียวให้จบบริบูรณ์ครบทุกฉากได้ก็น่าจะกินเวลา 2 – 3 เดือนได้แล้วมั้ง (ถ้าคุณลากเพื่อนมาเล่นด้วยกันได้ทุกสัปดาห์นะ) ทีเด็ดคือแต่ละด่านในแคมเปญต่างได้รับการออกแบบมาให้มีรูปแบบภารกิจที่ไม่ซ้ำกันเลย ทำให้ผู้เล่นต้องมานั่งลุ้นด้วยกันทุกด่านและได้สนุกไปเรื่อย ๆ โดยไม่รู้สึกจำเจแต่อย่างใด

“Star Wars” กว่านี้มีอีกมั้ย

แน่นอนว่าตัวละครดัง ๆ อย่าง Luke, Han และท่านพ่อ Vader ต่างโผล่เข้ามาอย่างพร้อมหน้าในเกมนี้

การที่เกมนำธีม Star Wars มาครอบระบบการเล่นทั้งหมดเป็นเหมือนโบนัสที่ช่วยให้เกมเล่นได้สนุกขึ้น ดั่งคำสอนของปรมาจารย์โยดาที่ว่า The Force แฝงอยู่ในทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเราและเชื่อมทุกอย่างเข้าด้วยกัน องค์ประกอบจากภาพยนตร์ Star Wars ใน Imperial Assault ก็เหมือนกับ The Force ที่ว่านั่นแล มันแฝงอยู่ในทุกอณูของบอร์ดเกมนี้ ทั้งตัวละครฮีโร่ที่มีทั้งนักขนของเถื่อนสาวบุคลิกแบบ Han Solo วู้กกี้ขาลุยแบบ Chewbacca และเจไดฝึกหัดแบบ Luke ทัพศัตรูก็ดูคุ้นหน้าค่าตามาก ๆ เพราะมีทั้ง Storm Trooper หุ่นพิฆาตขาไก่ AT-ST แม้แต่ท่านพ่อ Darth Vader ก็ยังลงมาลุยเองบางครั้ง

ฮีโร่และตัวละครส่วนใหญ่จะมาพร้อมกับความสามารถพิเศษที่แฟน ๆ ต้องคุ้นเคยแน่นอน

นอกจากนี้เอฟเฟคต์ของความสามารถพิเศษทั้งหลายก็ดัดแปลงมาจากสิ่งที่เราเห็นในหนังนั่นแล อย่างเช่น การใช้ Force เพื่อเปลี่ยนหน้าลูกเต๋าซะใหม่ ท่าควักปืน “ยิงก่อน” แบบ Han หรือท่าระเบิดตัวเองของหุ่น Probe Droid เป็นต้น สีสันจาก Star Wars ที่ว่านี้มีผลกว่าทำให้คุณและเพื่อน ๆ อินกับเกมตรงหน้ามากกว่าที่คิด เพราะถึงแม้แก๊งคุณจะไม่ได้เป็นแฟนพันธุ์แท้ Star Wars กันทุกคน แต่พวกเขาก็ต้องเคยเห็น Storm Trooper หรือ Luke Skywalker มาบ้างแหละ รวมถึงต้องรู้จักตัวละครดัง ๆ อย่าง Darth Vader แน่นวล และรู้ว่าถ้าท่านพ่อย่างกรายเข้ามาในฉากเองเมื่อไหร่ก็ได้เวลาเผ่นเป็นผึ้งแตกรังกันแล้ว จุดนี้ต้องขอชมทีม Fantasy Flight ที่ซื้อลิขสิทธิ์จักรวาลอันไกลโพ้นมาใช้กับเกม Imperial Assault เพราะมันเป็นจักรวาลที่ผู้เล่นบอร์ดเกมหน้าใหม่สามารถอินตามได้ง่ายกว่าโลกของอัศวินและพ่อมดที่ไหนไม่รู้

ด้านมืดแห่งพลังบอร์ด

“ม่ายยยยยยยยยยยย” (โอดครวญแบบ Luke ทุกครั้งเมื่อต้องเริ่มเตรียมด่านใหม่)

ด้านมืดของ Imperial Assault ที่เห็นเด่นชัดยิ่งกว่าไลท์เซเบอร์สีแดงของเหล่าซิธก็คือการเรียนรู้วิธีการเล่นของมันนี่แหละ จริงอยู่ที่วิธีการเล่นเกมนี้ค่อนข้างตรงไปตรงมาและเข้าใจไม่ยากเลย แต่กว่าจะเล่นให้เป็นนี่ต้องอ่านคู่มือผสมกับนั่งงมจนไม่เกรนขึ้นได้เลยทีเดียว โดยเฉพาะผู้เล่นที่ต้องทำหน้าที่เป็นกองทัพจักรวรรดิในโหมดแคมเปญเพราะต้องสวมบทเป็นทั้งตัวร้ายและ Game Master พร้อมกันไปด้วย นั่นหมายความว่าต้องนั่งอ่านคู่มือ 3 เล่มจนเข้าใจทะลุปรุโปร่ง แถมต้องมานั่งจำคำนิยามเฉพาะของตัวละครต่าง ๆ รกเพียบ เพราะเขาหรือเธอคนนี้ต้องเป็นคนอธิบายให้เพื่อน ๆ อีก 4 คนฟังว่าเล่นเป็นฝั่งพระเอกต้องทำยังไงบ้าง ต้องอธิบายเงื่อนไขในการชนะของแต่ละฉาก คอยระลึกว่าจะมีเหตุการณ์เซอร์ไพรส์เกิดขึ้นช่วงไหนบ้าง สับไพ่เตรียมของให้ในช่วงอัพเกรดระหว่างด่าน และอื่น ๆ อีกมากมาย

ขอต้อนรับสู่หลักสูตร Imperial Assault ความยาว 4 เล่ม…

เมื่อบวกกับการที่รูปแบบการวางเนื้อหาในคู่มือที่ไม่ได้เป็นมิตรกับผู้เล่นเท่าไหร่และการที่ประโยคอธิบายคำนิยามต่าง ๆ เขียนได้งงดีแท้ยิ่งทำให้ภาระในการเรียนกฎของผู้เล่นคนนี้ช่างหนักอึ้ง นี่ยังไม่นับช่วงที่เล่นแล้วโดนเพื่อนกวนประสาทอีกนะ (มั่วป่าวว้า? โกงอ้ะ! นี่เล่นถูกปะเนี่ย? บลา ๆๆ) ดังนั้นผู้ใดอยากเสียสละเล่นเป็นตัวร้ายก็ทำใจเอาไว้หน่อย เพราะพลังที่ยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง แถมเมื่อใดที่คุณยอมเป็นตัวร้ายแล้ว คุณก็จะถูกเพื่อน ๆ ตราหน้าให้เป็นตัวร้ายไปตลอดกาล (เพราะคนอื่นในกลุ่มมันคุมแคมเปญไม่เป็น)

Darth Vader! ชั้นเลือกนาย! เดี๋ยวก่อน… ท่าบีบคอนี่มันใช้แบบนี้ป่าวอะ?

ด้านมืดจุดที่สองก็คือจังหวะตะกุกตะกักที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ ระหว่างการเล่น อย่างเช่น ช่วงที่ต้องมานั่งเตรียมแผนที่ก่อนจะได้ลุย ช่วงเตรียมของอัพเกรดระหว่างด่าน และช่วงที่เงื่อนไขของความสามารถบางอย่างดูจะขัดกันเอง เป็นต้น เรื่องนี้อาจฟังดูจุกจิกแต่มันทำให้เสียอารมณ์ระหว่างเล่นได้ไม่น้อย ลองจินตนาการดูว่าคุณกับเพื่อนกำลังอินกับสถานการณ์ตรงหน้าที่สูสีกันกันสุด ๆ แต่แล้วก็ดันไปเจอกับคำนิยามประหลาด ๆ จนต้องหยุดเกมมาช่วยกันนั่งตีความวิธีเล่นที่น่าจะถูกต้องแทน เจอแบบนี้ก็เจื่อนกันสิ อีกสถานการณ์ที่เจื่อนกว่าก็คือระหว่างเปลี่ยนด่านนั่นแล เพราะต้องเคลียร์ของเก่า จัดของใหม่ จดบันทึกรายละเอียดนู่นนี่นั่น ซึ่งบางทีก็กินเวลานานถึงครึ่งชั่วโมงเลยเชียว ดังนั้นผู้เล่นเกม Imperial Assault ควรพกความใจเย็นและความอดทนมาประมาณหนึ่งด้วย เพราะกว่าจะไปถึงโมเมนท์สนุกจนหยุดไม่อยู่ คุณต้องทนผ่านความยุ่งยากยุบยิบยุ่บยั่บไปให้ได้ก่อน แต่เชื่อเถอะว่ามันคุ้มค่า เพราะคุณและเพื่อน ๆ จะได้พบกับระบบการเล่นที่มีความยืดหยุ่น ผ่านการคิดมาแล้วเป็นอย่างดี แถมยังสมดุลไม่ใช่เล่น การันตีได้เลยว่าเล่นไปซัก 3 แมตช์ คุณจะได้เจอกับโมเมเนท์ลุ้นเส้นยาแดงผ่าแปดซัก 1 แมตช์แน่ ๆ

พลังสถิตอยู่กับผู้ที่มุ่งมั่น

จักรวาล Star Wars ช่างกว้างใหญ่ DLC จึงต้องท่วมท้นเช่นกัน

จุดที่น่าสนใจของ Imperial Assault ซึ่งไม่รู้จะเรียกว่าเป็นข้อดีหรือข้อเสียของมันดีก็คือภูเขาภาคเสริมของเกมนี้นี่แหละ อย่างที่บอกไปแล้วว่าเกมนี้ซื้อกล่องแรกกล่องเดียวก็เล่นได้เกินคุ้ม แต่ถ้าใครเป็นนักสะสมสายเพอร์เฟคชั่นนิสต์แล้วดันถูกจริตเกมนี้เข้าอย่างจังก็เตรียมขายบ้านขายรถได้เลย เพราะเกมมีแพ็คเสริมทุกไซส์ทุกแบบ ไซส์เล็กก็เป็นฟิกเกอร์ตัวละครพิเศษที่แฟน ๆ ยากจะหักห้ามใจ เช่น Boba Fett หรือคู่หูดูโอ้ R2 กับ C3PO เป็นต้น ไซส์กลางก็จะเป็นพวกภาคเสริมเพิ่มแคมเปญไซส์พอดีคำ ให้คุณและเพื่อนที่ติดใจมีด่านให้เล่นเพิ่ม 4-5 ด่าน เและไซส์ใหญ่ก็จะเป็นแคมเปญเนื้อเรื่องยืดยาวตอนใหม่เอาไว้เล่นกันต่อเป็นเดือน แม้แต่ผ้าปูรองเล่นของเกมนี้ยังเป็นภาคเสริมให้ซื้อได้เลยเพราะมันพิมพ์แผนที่ Skirmish แถมมาด้วย เบ็ดเสร็จเก็บหมดก็หลักหมื่นแน่นอน ซึ่งถ้าคุณชอบเกมนี้มันก็เป็นเรื่องดีที่มี DLC ให้ซื้อมาเล่นเพิ่มได้เยอะ แต่ก็หักห้ามใจหน่อยละกันถ้าไม่อยากถังแตกจนต้องไปยืมตังค์ Jabba the Hutt

ใครสนใจอยากโจ้ Imperial Assault จริง ๆ ลองไปหาเล่นที่ร้าน Battlefield Bangkok ดูนะ

Imperial Assault ไม่ใช่บอร์ดเกมที่เล่นง่าย เข้าใจเร็วแบบปาร์ตี้เกมอย่าง Werewolf หรือ Monopoly มันเป็นเกมที่ต้องใช้ความพยายามในการเรียนรู้กฎ ใช้ความมุ่งมั่นที่จะเข็นแคมเปญให้จบ และใช้การตื๊อเพื่อลากให้เพื่อน ๆ ในกลุ่มยอมมานั่งเล่นกับคุณให้ได้ จะว่าไปก็เหมือนกับการเข้าเรียนหลักสูตรเจไดจากปรมาจารย์โยดาแหละมั้ง เพราะของที่ได้มาง่าย ๆ จะเป็นของดีได้อย่างไรล่ะ จริงไหม? แต่ถ้าคุณฮึดสู้ผ่านเรื่องจุกจิกยุ่งยากทั้งหลายของมันมาได้ คุณและสหายจะได้พบกับประสบการณ์สนุกสุดมันส์ไปทั้งกลุ่มแบบที่หาไม่ได้ง่าย ๆ ที่ไหน แถมยังได้อินกับสงคราม Star Wars แบบยาว ๆ เน้น ๆ ในแคมเปญที่เต็มไปด้วยการชิงไหวชิงพริบและการทอยเต๋าเสี่ยงดวง ทั้งคุณทั้งเพื่อนจะพากันอุทานโวยวายเมื่อได้เห็นตัวร้ายในตำนานอย่าง Darth Vader ออกมาแผลงฤทธิ์ หรือเมื่อตัวละครฮีโร่คนสุดท้ายคว้าชัยมาได้แบบเส้นยาแดงผ่าแปด มันเป็นความรู้สึกสนุกแบบเดียวกับยามที่คุณได้นั่งดู Star Wars ภาคใหม่ไปพร้อม ๆ กันกับเพื่อนในโรงหนัง แม้ว่าคุณจะต้องเหนื่อยกับการวิ่งเต้นจองตั๋วให้ทันบ้างก็เหอะ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Boardgame Review

[Review] X-Wing Second Edition บอร์ดเกมสำหรับเสืออากาศแห่งสงคราม Star Wars

Published

on

Star Wars: Imperial Assault

9.2

GAMEPLAY

8.5/10

PRESENTATION

10.0/10

FUN FACTOR

9.0/10

DEPTH

8.5/10

VALUE

10.0/10

จุดเด่น

  • สนุกสุด ๆ อินสุด ๆ
  • คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม
  • ได้ฟีล Star Wars มากมาย
  • บอร์ดสวย หุ่นงาม การ์ดดี

จุดสังเกต

  • กฎเยอะแยะยุ่บยั่บให้อ่าน
  • ผู้เล่นฝ่ายตัวร้ายเหนื่อยทั้งกายและใจ
  • ราคาแอบแพง

เนื่องจากช่วงนี้เกมแนว Space Flight Simulator ที่ให้ผู้เล่นบังคับยานอวกาศแบบสมจริงช่างขาดตลาดเสียเหลือเกิน เกม Star Citizen ก็ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาอีกกี่ปีแสงกว่ามันจะเสร็จ ส่วนจะหวังให้ Disney ปลุกชีพซีรี่ส์เกมยานอวกาศในตำนานอย่าง X-Wing และ Tie-Fighter ขึ้นมาใหม่ก็ฟังดูเป็นความฝันลม ๆ แล้ง ๆ ในวันนี้กระผมจึงอยากจะขอมาแนะนำทางเลือกใหม่สำหรับเกมเมอร์เจ้าเวหาทั้งหลาย ลองกระโดดออกจากค็อกพิทยานอวกาศในโลกวิดีโอเกมมาปีนเข้าห้องคนขับยานอวกาศในโลกบอร์ดเกมดูบ้างสิ แล้วคุณจะได้พบกับเกมกระดานที่จะสนองความอยากขับยานอวกาศในตัวคุณ มันเล่นง่ายแต่มีความลุ่มลึก พร้อมจะทำให้คุณกับเพื่อนรู้สึกว่าตัวเองได้ขับยานผาดโผนไล่ยิงกันกับมือ ทีเด็ดคือมันอยู่ในจักรวาล Star Wars ที่เกมเมอร์หลาย ๆ คนคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว ว่าแล้วก็ลองขึ้นบินไปกับเกม X-Wing Second Edition เลยไอ้เสือ!

ปล. เนื่องจากบทความนี้กระผมตั้งใจรีวิวให้เกมเมอร์ที่ยังสดใหม่ในโลกของบอร์ดเกม ดังนั้นขออนุญาตไม่ลงลึกรายละเอียดเรื่องจุดเด่นจุดด้อยของยานหรือกฎการเล่นย่อย ๆ นะครับผม

เปิดคอร์สขับยาน X-Wing

กางปีกเตรียมประจัญบาน!

เอาล่ะ เสืออวกาศหน้าใหม่ทั้งหลาย! วันนี้เราจะมาเริ่มบทเรียนแรกด้วยการอธิบายว่าเกม X-Wing 2.0 (ชื่อเล่น) คืออะไร ถ้าเปรียบให้เห็นภาพแบบง่าย ๆ หน่อย X-Wing ก็คือเกมเดาใจเพื่อนผสมกับเกมการ์ดพลังนั่นแหละ มันเปิดโอกาสให้คุณใช้สมองวางกลยุทธ์ดักทางเพื่อนได้อย่างเต็มที่ แต่ก็มีน้ำจิ้มตรงที่เกมใส่ลูกเล่นเรื่องการทอยเต๋าเข้ามาด้วย เพื่อให้เกมมีโมเมนต์เบาสมองในเวลาที่คุณวางแผนมาดีเลิศแต่กลับพังไม่เป็นท่าเพราะดวงทอยเต๋าห่วย นั่นทำให้เกมนี้มีทั้งส่วนที่ต้องพึ่งการคิดคำนวนและส่วนที่ต้องพึ่งดวงผสมปนเปกันไป ถือเป็นส่วนผสมอันดีงามสำหรับบอร์ดเกมที่เน้นเล่นเอามันส์กับเพื่อนและมีโมเมนต์ตะโกนโวยวายเป็นระยะ ๆ

คิดซะว่าเจ้าแป้นกลม ๆ ที่มีเลขกำกับทิศทางนี่คือก้านบังคับยานนะ

วิธีขับ เอ้ย วิธีเล่น X-Wing แบ่งเป็นขั้นตอนง่าย ๆ ได้ประมาณ 3 สเต็ป สเต็ปแรกคือใช้แป้นกลม ๆ เลือกทิศทางที่ต้องการให้ยานฝ่ายตัวเองบิน (แต่ไม่ต้องไปบอกอีกฝ่ายนะ) สเต็ปสองคือการแบไต๋ว่ายานของแต่ละคนจะบินฉวัดเฉวียนไปทางไหนบ้าง แล้วก็ใช้มาตรวัดที่เกมแถมมาให้เพื่อขยับยานไปตามตำแหน่งที่แต่ละคนเลือก โดยยานที่นู้บที่สุดจะได้บินก่อนแล้วค่อยไล่ลำดับไปตามยานที่เก่งขึ้น ๆ สเต็ปที่สามคือการแลกกระสุนเลเซอร์ใส่กันด้วยการดูว่าหัวยานหันไปทางไหน ระยะยิงถึงมั้ย ถ้ายิงกันได้ทั้งสองฝ่ายก็ทอยลูกเต๋ายิงและลูกเต๋าหลบไฝ้กันได้เลย ซึ่งคราวนี้ลำดับการยิงจะเริ่มจากยานเก่งที่สุดก่อนแล้วค่อยไล่เรียงไปถึงยานที่กากที่สุด ลำไหนโดนยิงเข้าไปกี่ดาเมจก็จั่วการ์ดความเสียหายตามจำนวนนั้นไปวางบนการ์ดยานของตัวเอง หากจำนวนการ์ดดาเมจเท่ากับจำนวนเลือดของยานเมื่อไหร่ก็ “บึ้ม!” กลายเป็นโกโก้ครั้นช์

เอฟเฟคต์ยานระเบิดบนบอร์ดเกมอาจจะดูไม่ตระการตาเท่าไหร่… จินตนาการเอาเองจะดีกว่า

เมื่อจบทั้ง 3 สเต็ปก็เวียนใหม่ตั้งแต่ต้น ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่ายานของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะถูกระเบิดจนเกลี้ยง รวม ๆ แล้วเกมนึงก็จะกินเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงหน่อย ๆ เอวัง ก็มีด้วยประการฉะนี้

กลิ่นอาย Star Wars ในทุกอณู

ยานแต่ละลำไม่ได้ต่างกันแค่รูปลักษณ์นะ พวกมันยังมีลีลาการบินไม่ซ้ำกันด้วย

ความสนุกของเกมนี้มันอยู่ตรงที่ยานแต่ละลำมีคุณสมบัติไม่เหมือนกันนี่แหละ เช่น X-Wing อาจจะยิงหนักและพังยากเพราะมีเกราะพลังงาน แต่ในขณะเดียวกันก็หลบเลเซอร์จากยานข้าศึกได้ไม่ดีมากเพราะลำใหญ่อุ้ยอ้าย ตรงกันข้ามกับฝูง Tie-Fighter ที่ทั้งบินเร็ว บินฉวัดเฉวียน แถมยังหลบเก่ง แต่ก็สามารถถูกยิงกระจุยได้ในไม่กี่ตาเพราะขาดความทนทาน

พุ่งทะยานไปสู่ฝันเลย เจ้า Tie-Fighter!

ระหว่างเล่นคุณจะได้พายานที่คุณชื่นชอบบินดริฟท์ บินควงสว่าง บินหักศอกดักทางยานเพื่อนอย่างสนุกสนาน (และหลายครั้งก็มักจะบินไปปักกับอุกกาบาตซะเอง) แถมเกมยังมีรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ช่วยเพิ่มความลุ่มลึกให้กับแต่ละแมตช์อีกเพียบ อย่างเช่น นักบินแต่ละคนก็จะมีความสามารถพิเศษที่เป็นเอกลักษณ์ (บินใกล้เพื่อนแล้วช่วยให้เพื่อนตายยากขึ้น, ล็อคเป้ายานศัตรูแล้วยิงโหดขึ้น) ยานทุกลำสามารถติดอัพเกรดได้ (เกราะหนาขึ้น, มีป้อมปืนดักทางยานที่จะมาตอดด้านหลัง) และการได้จั่วการ์ดความเสียหายแบบหงายหน้า (เวลาโดนดาเมจคริติคอล) ก็สร้างความเสียวสันหลังได้ทุกครั้ง เพราะต้องมานั่งลุ้นว่าว่ายานตูจะโดนเอฟเฟคต์พังพินาศอะไรเข้าไปอีกดอก ซึ่งก็มีตั้งแต่นักบินเครียดหนักจนทำอะไรไม่ถูก หนักหน่อยก็นักบินตาบอดยิงสวนไม่ได้ หรือเลวร้ายสุดก็คือโดนดาเมจสองเด้ง

โมเดลยานในเกมนี้ทำออกมาได้สวยงามสมจริงมาก

ส่วนแฟนเดนตายของซีรี่ส์ Star Wars ก็จะได้รับแต้มโบนัสที่ช่วยให้อินกับบอร์ดเกมตัวนี้ได้มากเป็นพิเศษ จุดอินจุดแรกก็คือยานอวกาศทั้งหมดในเกมมาจากภาพยนตร์และจักรวาล Star Wars ทั้งสิ้น โมเดลยานแต่ละลำต่างได้รับการลงสีมาอย่างสวยงามตั้งแต่แกะกล่องจนน่าซื้อเก็บเอาไว้ตั้งโชว์ จุดอินจุดที่สองก็คือทีมพัฒนา Fantasy Flight เขาใส่สารพัดกิมมิกของจักรวาลอันไกลโพ้นเข้าไปในทุกองค์ประกอบของบอร์ดเกมตัวนี้ นักบินทุกคนในยานแต่ละลำต่างเป็นตัวละครมีชื่อจากในหนัง ในนิยาย หรือแม้แต่จากวิดีโอเกมเกมอื่นที่แบกยี่ห้อสงครามดวงดาว อาวุธยุทโธปกรณ์เสริมรวมถึงความสามารถพิเศษทั้งหมดก็เช่นกัน (ขนาด “The Force” ยังมีให้ใช้เลย)

พวกเจ้าอาจจะเห็นแค่กองเศษกระดาษเกลื่อนโต๊ะ แต่ข้าเห็นสงครามอวกาศสุดระทึก!

ความใส่ใจในรายละเอียดแถมยังแปลงสิ่งที่แฟน ๆ คุ้นตาให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบการเล่นก็ยิ่งช่วยให้จินตนาการของเหล่าสาวกโลดแล่นได้ดีขึ้น แทนที่คุณจะเห็นเป็นตุ๊กตุ่นและไม้บรรทัดกระดาษเกลื่อนทั่วโต๊ะ คุณจะมองเห็นภาพตามเป็นซีนในหนังเลยว่ายานของคุณกำลังบินผาดโผนไล่เป่าศัตรูในลีลาไหน เห็นยานศัตรูพริ้วหลบเส้นเลเซอร์สีแดงอย่างฉิวเฉียดและเตรียมหักหัวเข้ามาประจันหน้าแลกกระสุนเลเซอร์กับยานคุณ เรียกได้ว่าจะหาบอร์ดเกมที่แปลงฉาก Dog Fight มาให้เล่นบนโต๊ะได้ดีกว่า X-Wing ก็คงยากแล้วล่ะ

แค่มีกล่องนี้กับพื้นที่ว่าง ๆ ก็ลุยกันได้เลย

จุดเด่นอีกข้อของ X-Wing ก็คือมันเป็นเกมที่เหมือนจะซับซ้อนแต่ดันเล่นง่ายมาก ๆ สิ่งที่คุณต้องการมีแค่ที่ว่างขนาดประมาณ 90×90 ซม. กับกล่อง Core Set แค่นี้ก็บรรเลงกันได้เลย ต่อให้เพื่อนคุณเป็นผู้เล่นหน้าใหม่แต่จับมาเล่นแค่ตาสองตาก็น่าจะเป็นเกมแล้ว นอกจากนี้ถึงแม้เกมจะมีวิธีเล่นอย่างเป็นทางการอยู่แบบเดียวคือ 1 ปะทะ 1 แต่คุณก็สามารถพลิกแพลงกฎเพื่อความสนุกของหมู่คณะได้ไม่ยาก จะแบ่งยานกันเล่นคนละลำแล้วแบ่งฝ่ายไฝ้กันแบบ Team Deathmatch เหรอ? ก็เอาสิ จะเล่นแบบตัวใครตัวมันแล้วเป่ากันให้เหลือผู้ชนะเพียงลำเดียวรึ? ใครจะห้ามคุณกันล่ะ หรือถ้าคุณป๋าพอจะใช้ยานเป็นสิบเพื่อจำลองสมรภูมิดังจากในหนังก็เอาที่สบายใจได้เลย

พลังสถิตอยู่กับเจ้า… แต่เจ้ายังไม่เป็นเจได

สารพัด “DLC” เอ้ย “ภาคเสริม” รอคุณอยู่…

จุดอ่อนหลักของเกม X-Wing สรุปเป็นวลีสั้น ๆ ได้ไม่ยากว่า “กล่องเดียวไม่เคยพอ” จริงอยู่ที่คุณกับเพื่อนสามารถเล่นเกมนี้ได้อย่างไม่มีปัญหาจากการซื้อกล่อง Core Set เพียงกล่องเดียว (ราคาราว ๆ 1,600 บาท) แต่ถ้าเล่นติดเมื่อไหร่ หัวเด็ดตีนขาดยังไงคุณก็ต้องซื้อยานเพิ่มแน่ ๆ เพราะยานที่มากับชุดเริ่มต้นมีแค่ X-Wing 1 ลำกับ Tie-Fighter 2 ลำเท่านั้น… คือเอามาบินเล่นแค่ 2-3 ตาก็คงเบื่อกันแล้ว ความสนุกของเกมนี้จะเพิ่มขึ้นอีกมากหากคุณกับเพื่อนได้ใช้ยานความสามารถแปลก ๆ ติดอัพเกรดโกง ๆ มาซัดกันให้ร่วง ทำให้อดรู้สึกไม่ได้ว่าเหมือนเกมจะวางยาให้ผู้เล่นอยากซื้อยานใหม่นอก Core Set มาเติมเรื่อย ๆ เนื่องจากพวกมันมักจะมีลูกเล่นเยอะกว่าหรือบางทีก็เก่งกว่าอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตาม หากคุณโดนด้านมืดของนักสะสมเข้าครอบงำก็เตรียมโดนกระบี่แสงฟันกระเป๋าสตางค์ฉีกเอาไว้ได้เลย เพราะยานแต่ละลำนี่ไม่ใช่ถูก ๆ (ไล่ตั้งแต่ 800 บาทถึงหลายพันบาท) ถ้าจะเก็บยานลำดัง ๆ ที่เกมทยอยออกมาให้ครบทุกแบบก็เตรียมซื้อมาม่ามาตุนเถอะ

ก่อนจะเริ่มเล่น ก็ต้องมาจัด Deck ให้ยานแต่ละลำก่อน

จุดขัดข้องอีกอย่างหนึ่งของ X-Wing ที่เหล่าบอร์ดเกมข้าวของเยอะมักจะเจอก็คือคุณต้องใช้เวลาเตรียมของนู่นนี่นั่นก่อนเล่นพอสมควร ไหนจะต้องเลือกยาน ไหนจะเลือกนักบิน ไหนจะเตรียมมาตรวัดกับเครื่องหมาย ฯลฯ แถมเวลาเล่นรอบแรก ๆ กับเพื่อนมือใหม่ก็ต้องคอยหยุดเกมเพื่อสอนกฎการเล่นยิบย่อยเป็นระยะ ๆ นอกจากนี้หากทั้งคุณและเพื่อนเกิดทอยลูกเต๋าดวงห่วยติดกันหลาย ๆ ตาก็จะทำให้เกิดโมเมนต์ง่วงเหงาหาวนอนกันได้ จังหวะการเล่นที่สะดุดแบบนี้อาจทำให้เพื่อนของคุณเบื่อได้บ้าง วิธีแก้ทางเดียวก็คือต้องให้คุณและเพื่อนทนเล่นไปก่อน เล่นให้จบแมตช์ซักสองรอบจนทั้งสองฝ่ายเริ่มเป็นเกม หลังจากนั้นเกมก็จะสนุกขึ้นมาเอง

แม้ตอนนี้ยานของภาค 2.0 จะยังไม่เยอะ แต่อีกไม่นานคงบินมากันครบแน่

นอกจากนี้เกมยังแอบมีปัญหาจุกจิกอีกสองสามเรื่อง เรื่องแรกคือปัญหาเรื่องความสมดุล จะเห็นได้จากความโหดของยานฝ่ายกบฏที่ทั้งเกราะหนาทั้งยิงแรง ในขณะที่ยานฝั่งจักรววรดิกลับบางกรอบราวกับขอบพิซซ่า เรื่องที่สองคือการพลิกสถานการณ์ในเกมนี้ทำได้ค่อนข้างยาก และเรื่องสุดท้ายคือคำอธิบายความสามารถพิเศษบางอย่างบนการ์ดอ่านแล้วงงชิบเป๋ง (เกมนี้ไม่มีซับไทยด้วยนะครับ)

โดนยิงบ้างแต่ก็ยังบินไหว

เผ่นเว้ย! ท่านพ่อเวเดอร์มา!

แกะเครื่องยาน X-Wing ออกมาให้ดูกันขนาดนี้ เกมเมอร์เจ้าเวหาทั้งหลายคงพอจะเห็นภาพกันแล้วว่ายานลำนี้มีสภาพเป็นอย่างไร มันขับง่าย ขับสนุก และเปิดโอกาสให้เกมเมอร์นักบินได้ใช้ทั้งกลยุทธ์ทั้งดวงปน ๆ กัน แต่ก็เช่นเดียวกับยานอวกาศสภาพเก่าโปเกของฝ่ายกบฏในหนังที่ต้องมีโมเมนต์จูนเครื่องให้ปวดหัวกันบ้าง ซึ่งบรรดาแฟนเกม Star Wars ที่ต้องการประสบการณ์การเล่นอันแปลกใหม่น่าจะมองข้ามจุดบกพร่องของยานลำนี้ไปได้ไม่ยาก

ส่วนตัวกระผมคิดว่าบอร์ดเกม X-Wing 2.0 เหมาะกับผู้ที่ชอบเกมเล่นเร็วที่มาพร้อมกับความลุ่มลึกและกลยุทธ์ที่หลากหลาย ชอบการบังคับโมเดลยานสวย ๆ บินดักทางคู่แข่ง และที่สำคัญที่สุดคือชอบฉาก Dog Fight ของยานอวกาศจากซีรี่ส์ Star Wars โดยไม่เหนียมเรื่องงบประมาณที่ต้องจ่ายซักเท่าไหร่ แม้เกมนี้จะไม่ใช่บอร์ดเกมที่เข้าถึงง่ายขนาดเกมไพ่ Werewolf หรือเกมเศรษฐี Monopoly แต่มันก็มีพลังสถิตอยู่ด้านในที่รอให้คุณเข้ามาสัมผัสเอง แล้วคุณจะพบว่าบอร์ดเกมก็สามารถให้คุณสวมบทเป็นเสืออวกาศได้สนุกไม่แพ้เกมบนเครื่องพีซีและคอนโซลเลยนะ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!