Connect with us

คอมพิวเตอร์

[Review] Laptop บางเบาสเปคจัดหนัก Asus Zenbook 3 Deluxe

Published

on

Asus Zenbook 3 Deluxe

Asus Zenbook 3 Deluxe
8.3

งานประกอบ

9.0 /10

ความสะดวกในการพกพา

9.0 /10

ราคา

7.5 /10

สเปค

8.0 /10

ความคุ้มค่า

8.0 /10

จุดเด่น

  • สเปคแรงมากเมื่อเทียบกับขนาดตัว
  • งานประกอบดี ดีไซน์สวยโดยเฉพาะฝาหลัง
  • น้ำหนักเบา พกพาสะดวก
  • แบตฯ อึด ใช้งานได้ตลอดทั้งวัน

จุดสังเกต

  • การ์ดจอไม่แรงมาก ไม่เหมาะกับเอามาเล่นเกม
  • ราคาค่อนข้างสูง
  • ไม่มีช่องเสียบ USB ปกติ

Ultrabook จาก ASUS Zenbook 3 รุ่น Deluxe UX490 ตัวล่าสุดที่เหมาะสำหรับพกพาไปใช้งานข้างนอกแบบสุด ๆ มาพร้อมกับดีไซน์ที่สวยงาม ขนาดบาง หน้าจอ 14 นิ้ว แต่มาพร้อมน้ำหนักเบาเพียงกิโลกว่า ๆ เท่านั้น บอกเลยว่าตัวนี้เจ๋งจริง ๆ เอาเป็นว่าใครที่สนใจเรามาลองดูสเปคกันก่อนดีกว่าว่าเป็นอย่างไรบ้าง

สเปค Asus Zenbook 3 Deluxe UX490

  • CPU: Gen 7th Kaby Lake Intel Core i7 7500U
  • หน้าจอ 14 นิ้วระดับ Full HD  LCD ใช้กระจก Corning Gorilla Glass 5
  • GPU: Intel HD Graphic 620
  • RAM: 16GB 2133MHz LPDDR3
  • HDD: 1TB PCIEe x4 SSD
  • Speaker: Quad speaker audio system
  • Network: Dual Band 2x 802.11ac WiFi , Bluetooth 4.1
  • Battery: 46Whrs ใช้งานได้ 9 ชั่วโมงต่อเนื่อง
  • ขนาด: 329 x 210 x 12.9 มิลลิเมตรและน้ำหนัก 1.1kg

ตัวเครื่อง

มาดูตัวเครื่องก่อนเลย ซึ่งตัวเครื่องนั้นทำมาจากอลูมิเนียมเกรดเดียวกับการประกอบเครื่องบิน มั่นใจได้ว่ามาพร้อมกับความทนทาน และสีสันที่ออกแบบมาสวยงามมากเช่นเดียวกับรุ่นก่อน ๆ มีขอบโลหะสีทองรอบเครื่องเพิ่มความสวยงาม มี 2 สีคือ Royal Blue และ Quartz Grey

ด้วยการออกแบบมาเป็นอย่างดี ตัวเครื่องจึงบางมาก สามารถพกพาได้ง่าย ด้วยน้ำหนักเพียง 1 กิโลกรัมเท่านั้นเอง

พกไปทำงานที่ไหนก็สบาย ๆ

Keyboard – Touchpad

ในส่วนของคีย์บอร์ดจะเป็นแบบ Black-lid ทำงานที่มืดได้สบาย ๆ แถมเรืองแสงสีทองด้วยนะ โดยคีย์บอร์ด มีความลึกอยู่ ไม่ได้แบน ส่วน Touchpad มีความแม่นยำดี สามารถกดได้ทำให้ใช้ง่าย แถมมี Finger Scan ให้ด้วย จากการใช้งานมาเรียกได้ว่าพิมพ์สนุกเลยทีเดียวเมื่อเทียบกับ Ultrabook ตัวอื่น ๆ

Display

หน้าจอเป็นแบบ LED backlit FullHD 1080P แบบกันแสงสะท้อน สามารถแสดงผลเฉดสีได้ครอบคลุม 72% NTSC (ถือว่าไม่กว้างมาก) บางเพียง 7.46 มิลลิเมตรและจอมีขนาด 84% เมื่อเทียบกับขนาดของเครื่อง มาพร้อมกระจก Corning Gorilla Glass 5 การ์ดจอ Intel HD Graphic 620 เรียกว่าไม่แรงมาก แค่พอเล่นเกมระดับกลาง ๆ ได้ในระดับ 25 – 30 fps

ระบบระบายความร้อน

และด้วยวิวัฒนาการของระบบระบายความร้อน ZenBook 3 Deluxe UX490 ได้ถูกพัฒนาระบบระบายความร้อนแบบพิเศษ “Liquid Crystal Polymer” ที่ขนาดบางเฉียบเพียง 3 มิลลิเมตร โดยมีท่อระบายความร้อนภายในขนาด 0.1 mm ส่งผ่านความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ มั่นใจได้ว่าใช้งานไปนาน ๆ ไม่ร้อนจนลวกขาแน่นอน

แบตเตอรี่/ พอร์ต

จากที่ได้ทดลองใช้งานมาถือว่าตรงตามสเปคของที่บอกคือ ใช้งานได้ 8 – 12 ชั่วโมง โดยประมาณ ซึ่งเพียงพอต่อการพกพาไปข้างนอกตลอดทั้งวัน แต่ถ้าใช้งานหนักมาก ๆ อาจต้องพกที่ชาร์จไปด้วยเพื่อความชัวร์

ส่วนพอร์ตจะเป็น USB-C ทั้ง 3 ช่อง(รวมซ้ายขวา) และมีช่องเสียบหูฟัง 3.5mm ให้คุณใช้งานด้วย ไม่ต้องมาต่อสายพ่วงให้วุ่นวายแต่อย่างใด โดยในกล่องจะมีสาย USB-C to USB และ USB-C to HDMI ให้คุณเอาไปใช้งานได้อีก ไม่ต้องห่วงว่าจะหาช่องเสียบไม่ได้

ทดสอบการใช้งานต่าง ๆ

จากการทดสอบ CPU-Z ก็จะเห็นว่าสเปคตามที่ได้เขียนไว้ด้านบน

การทดสอบโปรแกรม 3DMARK อย่าง Time Spy บอกได้เลยว่าค่อนข้างต่ำมากเพราะการ์ดจอไม่สามารถรีดประสิทธิภาพออกมาได้ แต่ CPU อยู่ที่ 1,445 คะแนนซึ่งถือว่าพอรับได้

ส่วนการทดสอบ PCMARK 8 นั้นผลออกมาค่อนข้างโอเค อยู่ที่ 3,534 ซึ่งการใช้งานทั่วไปโดยรวมถือว่าเร็วมาก การตอบสนองต่าง ๆ มีความรวดเร็ว ในระดับ 0. วินาทีและการเขียนลง HDD อยู่ที่เพียง 3.49 วินาทีเท่านั้น ส่วน Casual Gaming จะรันที่ 32.9 fps ซึ่งถือว่ารับได้สำหรับ Ultrabook ที่ไม่ได้เน้นการเล่นเกม

ทดสอบดูหนัง/มิวสิควิดีโอผ่าน YouTube

จากการทดสอบก็เรียกได้ว่าค่อนข้างลื่น สามารถเปิด 4K ดูได้อย่างลื่นไหล (แต่แสดงผลออกมาเพียง 1080P จากความละเอียดหน้าจอ) ซึ่ง ASUS ก็มีโปรแกรมติดเครื่องมาอย่าง ASUS Splendid Technology ที่ช่วยปรับแต่งให้ภาพของวีดิโอมีความสวยงามยิ่งขึ้นกว่าเดิม แต่อย่างไรก็ตามสำหรับการแสดงสีสันนั้นไม่ค่อยครบเท่าจอ Macbook แต่ก็ไม่ได้แย่มาก

Tru2Life เป็นอีก 1 ระบบปรับแต่งวิดีโอขั้นสูงที่จะช่วยเพิ่มความคมชัดของสีในภาพวีดิโอ โดยการวิเคราะห์ทุก Pixel ในทุก ๆ เฟรมเพื่อความคมชัดเพิ่มขึ้นจริง ๆ ครับ

ส่วนเรื่องเสียงของลำโพงนั้นจะเน้นกลางชัดเจน แต่เบสไม่มากนัก เหมาะกับดูหนังฟังเพลงทั่ว ๆ ไป เสียงที่ขับออกมาดังใช้ได้ด้วยระบบเสียง Quad ซึ่ง ZenBook 3 Deluxe UX490 ใช้ลำโพงเซอร์ราวด์ 4 ชิ้นของ Harman / Kardon พร้อมเทคโนโลยี ASUS SonicMaster Premium บอกเลยว่าเสียงออกมาดีมาก!

จุดเด่น

  • ขนาดที่บาง พกพาไปมาสะดวก และสเปคแรงมาก ทำงานแบบเปิดปุ๊ป ติดปั๊ป เพราะใช้ SSD ขนาด 1TB อีกต่างหาก
  • ตัวเครื่องทำจากอลูมิเนียมประกอบเครื่องบิน มีความคงทนสูง และลวดลายที่สวยงาม พร้อมขอบทองดูหรูหรามาก
  • ระบบระบายความร้อนที่ดี ใช้งานหนัก ๆ ไปนาน ๆ ก็ไม่ร้อนมาก (แค่อุ่น ๆ)
  • แบตฯ อึดใช้ได้ ใช้งานหนัก ๆ อยู่ได้ไม่ต่ำกว่า 8-12 ชั่วโมงแบบชิล ๆ
  • ระบบเสียงที่มีคุณภาพ (แต่คนที่ชอบเบสหนัก ๆ จะไม่ค่อยโดนใจนัก)

จุดสังเกต

  • หน้าจอสู้แสงข้างนอกไม่ไหวแม้จะเร่งจนสุด
  • สเปคการ์ดจอไม่เหมาะกับการเล่นเกมเลย
  • ไม่มี Port สำหรับเสียบช่อง USB ปกติ หากสายต่อหายต้องหาซื้อใหม่ ไม่งั้นจะต่อกับช่อง USB ไม่ได้เลย

สำหรับใครที่กำลังมองหา Notebook ที่เน้นการใช้งานข้างนอกไม่ว่าจะเป็นพิมพ์งาน เขียนบล็อค ทำเว็บ ก็เรียกได้ว่าตอบโจทย์สุด ๆ แถมยังดูหนังฟังเพลงได้แบบชิล ๆ และจุดเด่นที่สุดไม่พ้นเรื่องของความสวยงามของตัวเครื่องที่ออกแบบมาเป็นอย่างดีเลยทีเดียว บอกเลยว่านั่ง Starbucks นี่มีคนเหลียวมองแน่นอน

ปิดท้ายด้วยราคาค่าตัวอยู่ที่ 69,990 บาท หรือเจ็ดหมื่นมีทอน วางจำหน่ายแล้ววันนี้ตามร้านค้าไอทีชั้นนำทั่วประเทศ

แบไต๋การันตีป้ายเงินไปเลย!!

แสดงความคิดเห็น

คอมพิวเตอร์

รีวิว Dell S2418H จอราคาคุ้มๆ ที่คู่ควรทั้งการงานและเล่นเกม!

รีวิวที่เขียนขึ้นจากใจพ่อบ้านที่อยากได้จอมาเล่นเกม ดูหนัง ในขณะที่แฟนยึดจอทีวีไป!

Published

on

Asus Zenbook 3 Deluxe

Asus Zenbook 3 Deluxe
8.3

งานประกอบ

9.0 /10

ความสะดวกในการพกพา

9.0 /10

ราคา

7.5 /10

สเปค

8.0 /10

ความคุ้มค่า

8.0 /10

จุดเด่น

  • สเปคแรงมากเมื่อเทียบกับขนาดตัว
  • งานประกอบดี ดีไซน์สวยโดยเฉพาะฝาหลัง
  • น้ำหนักเบา พกพาสะดวก
  • แบตฯ อึด ใช้งานได้ตลอดทั้งวัน

จุดสังเกต

  • การ์ดจอไม่แรงมาก ไม่เหมาะกับเอามาเล่นเกม
  • ราคาค่อนข้างสูง
  • ไม่มีช่องเสียบ USB ปกติ

แม้ว่ายุคนี้เราจะใช้โน้ตบุ๊กกันเป็นหลัก แต่ความสำคัญของจอมอนิเตอร์แบบตั้งโต๊ะก็ไม่ได้ลดลงไปเลยนะครับ ผู้ใช้ก็ยังหาซื้อจอมอนิเตอร์สำหรับใช้ร่วมกับโน้ตบุ๊ก เพราะการทำงานแบบ 2 จอที่มีจอใหญ่ประกบนั้นช่วยการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานมาก จอหนึ่งเปิดข้อมูล ส่วนอีกจอใช้ทำงาน งานจะเสร็จไวมาก

แล้วยุคนี้จอมอนิเตอร์ยังเจาะกลุ่มพ่อบ้านหัวใจเกมเมอร์ด้วย เมื่อทีวีเครื่องใหญ่ถูกยึด (ด้วยซีรี่ส์หรือแม่การะเกด) หรือคนในบ้านนอนไปหมดแล้ว พ่อบ้านต้องนั่งเล่นเกมเงียบๆ คนเดียว ก็ต้องอาศัยจอมอนิเตอร์ขนาดกำลังเหมาะเป็นเพื่อนคู่ใจแหละครับ ซึ่ง Dell ก็มีจอราคาคุ้มๆ ที่มีความสามารถครบถ้วนอยู่พอดี คือ Dell S2418H ที่เราจะรีวิวในครั้งนี้ไงครับ (วิญญาณนักรีวิวหัวใจพ่อบ้านลุกโชนนน)

รูปลักษณ์ของ Dell S2418H ขอบบางและมีเอกลักษณ์

  • ขอบจอบาง ทำให้เอาจอมาวางเรียงต่อกันได้เลย ใช้แล้วแทบไม่รู้สึกว่าจอมีขอบ
  • ลำโพงด้านหน้าดีไซน์น่าสนใจ ทำให้จอเด่นมีเอกลักษณ์
  • ตัวลำโพงหลุดจากขาตั้งง่ายไปหน่อย

Dell S2418H มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นอยู่ 2 อย่างครับ เห็นไกลๆ ก็พอเดาได้เลยว่าเป็นเดลล์ตระกูลนี้แหละ คือขอบจอบางมากแบบ InfinityEdge ด้านบน-ซ้าย-ขวาหนาประมาณ 0.4 cm เท่านั้นเอง เหมาะมากสำหรับงานที่จะเอาจอมาเรียงต่อกันครับ ก็จะเห็นรอยต่อแค่นิดเดียว แล้วแม้จะใช้แค่จอเดียวไม่ได้วางพร้อมกันหลายๆ จอ ด้วยขอบจอที่บางก็ทำให้รู้สึกว่าดีไซน์ด้านหน้านั้นดูดี เห็นภาพเต็มตาแบบไม่รู้สึกถึงขอบจอครับ

ขอบจอ Dell S2418H บางมว๊าก

อีกเรื่องหนึ่งที่เด่นมากคือที่ขาตั้งจอนั้นเป็นที่อยู่ของลำโพงที่วางหงายหน้าขึ้นมาครับ มองดูด้านหน้าอาจจะเห็นว่ามันมีลำโพงเดียว แต่ภายในนั้นบรรจุลำโพงย่อยขนาด 12W ไว้ 2 ตัวก็ให้เสียงสเตอริโอได้ดีพอสมควรเลย แต่ลำโพงตัวนี้ไม่ได้ติดล็อกไปกับขาตั้งจอนะ ใครไม่ได้ใช้ก็สามารถถอดออกได้ ซึ่งเราว่าตัวลำโพงกับขาตั้งจอมันหลุดจากกันง่ายไปหน่อย เพราะมันวางทับลงไปเฉยๆ ไม่มีตัวล็อกเลย เวลาเคลื่อนย้ายจอก็ต้องระวังลำโพงหลุดตกสักหน่อยนะครับ

ส่วนขาตั้งของ Dell S2418H นั้นสามารถปรับเอียงจอให้เงยหน้าหรือก้มลงได้อย่างเดียวครับ ไม่สามารถปรับระดับความสูงหรือบิดซ้าย-ขวาได้ และร่องตรงกลางของจอนั้นเอาไว้รอยสายครับ ให้สายผ่านช่องกลางอย่างเดียวจะได้ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย

และด้านหลังของจอ ถ้าว่ากันตามความรู้สึกส่วนตัว มันไม่สวยเท่าด้านหน้าครับ เป็นพลาสติกสีดำเงาแล้วก็โลโก้ Dell กลมๆ อยู่ตรงกลาง ก็ธรรมดาดูจืดๆ หน่อยนะ

Dell S2418H ให้พอร์ตเชื่อมต่อสำคัญมาครบ

อีกหนึ่งเรื่องที่เราชอบจอรุ่นนี้มากคือพอร์ตเชื่อมต่อครับ ให้มาแบบเกือบครบทุกความต้องการจริงๆ คือ

พอร์ตเชื่อมต่อของ Dell S2418H คือ HDMI, VGA, Audio In, Audio Out

  • HDMI 2.0 จำนวน 1 พอร์ต
  • VGA (พอร์ต 15 ขาสำหรับคอมพิวเตอร์รุ่นเก่าหน่อย) 1 พอร์ต
  • ช่องรับสัญญาณเสียงเข้า 3.5 mm เพื่อนำมาเล่นกับลำโพงของจอ (Audio-in)
  • ช่องเสียบหูฟังหรือลำโพงภายนอกแบบ 3.5 mm
  • พอร์ต mini DIN สำหรับเสียบลำโพงที่มาพร้อมจอ
  • ช่องเสียบไฟฟ้าจากอแดปเตอร์

ซึ่งพอร์ตที่ขาดไปก็ Display Port ที่เอาจริงๆ ก็ไม่ค่อยสำคัญเท่าไหร่นะ แล้วเราก็อยากให้ช่องเสียบหูฟังอยู่ด้านหน้าให้เสียบง่ายๆ หน่อยนะ

การกินไฟของ Dell S2418H

ตามสเปกแล้ว อัตราการกินไฟของ Dell S2418H จะอยู่ที่ 26 W เมื่อทำงานปกติ และกินไฟสูงสุด 45 W เมื่อใช้โหมด Dynamic Contrast เร่งแสงจอสูงสุดครับ แล้วเมื่อจออยู่ในโหมด Stand-by (ไฟกระพริบ) กินไฟ 0.5 W เมื่อปิดจอ (ไม่มีไฟกระพริบ) กินไฟ 0.3 W

แต่การทดสอบกับเครื่องวัดจริงๆ ก็พบว่าต่ำกว่านั้นนะ สูงสุดที่วัดได้ไม่ถึง 20 W เลย

ว่าด้วยคุณภาพภาพของ Dell S2418H

  • รองรับ Dell HDR สามารถแสดงภาพจากสัญญาณ HDR ได้ดีระดับหนึ่ง
  • โหมดภาพหลากหลาย ตอบสนองงานทุกกลุ่ม มีโหมด Dynamic Contrast ที่ให้ Contrast สูงเป็นพิเศษ
  • โหมด Movie ให้ภาพอมฟ้า ซึ่งไม่ชอบเลย โหมด Movie มันต้องให้ภาพอุ่นๆ สิ!

สเปกของหน้าจอ Dell S2418H นั้นมีดังนี้ครับ

  • จอกระจกเคลือบกันแสงสะท้อนขนาดหน้าจอ 23.8 นิ้ว
  • หน้าจอ LED IPS ที่ให้มุมมองภาพกว้าง 178 องศา
  • ให้ความละเอียดสูงสุด 1920 x 1080 pixel ที่ 60 Hz
  • Response Time 8 ms ในโหมดปกติ และ 6 ms ในโหมด Fast
  • รองรับ AMD Free Sync
  • ความสว่าง 250 cd/m2 หรือ 250 nits
  • Contrast Ratio: 1,000:1 และสามารถเร่งได้ถึง 8,000,000:1 ในโหมด Dynamic Contrast
  • รองรับขอบเขตสี 99% ของ sRGB
  • น้ำหนักรวมลำโพง 4.21 kg

จากสเปกจะเห็นว่า Dell S2418H นั้นเป็นจอระดับกลางนะครับ ขอบเขตสี 99% ของ sRGB กับความสว่าง 250 cd/m2 ก็ดีพอสำหรับการใช้งานในบ้าน ใช้เล่นเกม และใช้งานในสำนักงานทั่วไป แต่คนทำงานด้านกราฟิกหรืองานวิดีโอที่จริงจังเรื่องสี อาจจะต้องมองจอในตระกูล Dell UltraSharp ที่เน้นงานด้านนี้แทน

Dell S2418H รองรับ HDR ด้วย

หน้าจอแจ้งสถานะของเครื่อง PlayStation 4 Pro รายงานว่าจอ Dell S2418H ใช้ HDR ได้เต็มที่! (อย่าลืมเลือกโหมด Game HDR ก่อนนะ)

จุดเด่นของจอ Dell S2418H คือรองรับ HDR หรือ High Dynamic Range ด้วย ถือเป็นจอราคาไม่แรง ที่รองรับ HDR (แต่เป็นแค่ Dell HDR นะ ไม่ใช่รองรับ HDR10 เต็มขั้น) โดยจะรองรับใน 2 โหมดภาพคือ Movie HDR และ Game HDR เท่านั้น ถ้าเลือกโหมดภาพอื่นๆ อุปกรณ์ที่ต่อเข้ามา (เช่น PlayStation 4) จะมองไม่เห็นว่าจอนี้รองรับ HDR และไม่ส่งสัญญาณ HDR มาให้ครับ

(คลิกเพื่ออ่าน) รู้จักกับ Dell HDR

เราทดสอบการแสดงภาพ HDR บนจอ Dell S2418H กับเครื่อง PlayStation 4 Pro โดยทดลองเล่นเกม Horizon Zero Dawn ที่ถือว่ามีภาพ HDR สวยที่สุดเกมหนึ่งบน PS4 ผลที่ได้คือภาพจากโหมด Game HDR นั้นออกมาดูดีกว่าโหมด Game ธรรมดาครับ แม้ว่าจะไม่ได้ต่างกันมากมายแต่ก็พอแยกออกว่าในโหมด Game HDR มีความสว่างภาพสูงกว่า ให้รายละเอียดส่วนมืดกับส่วนสว่างมากกว่า

Dell S2418H รองรับสัญญาณภาพ 4K ด้วย

Dell S2418H สามารถรองรับสัญญาณภาพระดับ 4K ได้ด้วยนะครับ แต่เอามาแสดงผลในความละเอียดหน้าจอ 1080p นี่แหละ แต่เราทดสอบจากเกม Last of Us ก็พอเห็นได้ว่าถ้าสัญญาณภาพเข้าเป็น 4K ภาพจะเนียนขึ้นอีกหน่อย พวกขอบยักตรงซี่ลูกกรงต่างๆ จะลดลง ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจในจอรุ่นนี้ครับ

สรุปโหมดภาพของ Dell S2418H

  • Standard โหมดมาตรฐาน ใช้งานกับงานส่วนใหญ่ได้
  • ComfortView โหมดสบายตา ลดความสว่างและลดแสงสีฟ้าลง เหมาะสำหรับการทำงานเอกสาร หรือท่องเว็บนานๆ
  • Multimedia โหมดสำหรับงาน Multimedia สีสันคล้าย Standard แต่ติดฟ้ามากกว่า (ไม่น่าใจเหมือนกันว่าเดลล์ดีไซน์ไว้ใช้กับงานอะไร)
  • Movie โหมดสำหรับดูหนัง เปิด Dynamic Contrast ให้ Contrast สูงสุดที่จอทำได้ พร้อมเร่งแสงจอให้สว่างสุด แต่ดันปรับสีโทนเย็นมาให้ ซึ่งปกติดูหนังมันต้องปรับเป็นสีโทนอุ่นสิ! ผู้รีวิวเลยไม่ใช้โหมดนี้ดูหนัง
  • Movie HDR โหมดภาพรองรับ HDR ที่เหมาะกับการดูหนัง ถ้าเปิดใช้งานปกติจอจะมืดกว่าโหมด Movie ต้องต่อกับอุปกรณ์ที่ส่งภาพแบบ HDR เข้ามาจอถึงจะสว่าง แต่ภาพก็อมฟ้าอยู่ดีในโหมดนี้ ไม่ชอบเลย
  • Game โหมดสำหรับเล่นเกม เปิด Dynamic Contrast และเร่งแสงจอสว่างที่สุด ให้ภาพโทนอุ่นกว่าโหมด Movie แต่ไม่ได้ปรับ Response Time ให้นะ ถ้าใครรู้สึกว่าภาพในเกมติดเบลอ ให้ไปปรับในเมนูจาก Normal (8 ms) เป็น Fast (6 ms)
  • Game HDR โหมด HDR สำหรับเล่นเกม
  • Warm โหมดสีอุ่น สบายตา
  • Cool โหมดสีเย็น สำหรับคนที่ชอบ
  • Custom Color โหมดปรับสีด้วยตัวเอง

ซึ่ง Dynamic Contrast (8,000,000:1) ไม่สามารถเปิดเองในโหมดอื่นๆ ได้นะครับ ต้องเลือกใช้ในโหมด Movie หรือ Game เท่านั้น เมื่อเปิดแล้ว จอจะเร่งความสว่างสูงสุดเอง ไม่สามารถลดแสงจอได้ ถ้าต้องการลดแสงลงให้เข้าเมนูไปปิด Dynamic Contrast ซะ และ 2 โหมดนี้จะกินไฟสูงสุดครับ

คุณภาพเสียงของลำโพง Dell S2418H

  • เสียงดีเกินหน้าลำโพงที่มากับจอมอนิเตอร์ทั่วไป เพราะมีเทคโนโลยี MaxxAudio ช่วยปรับแต่งเสียง
  • สามารถเสียบสาย 3.5 mm เอาเสียงเข้าจอได้ หรือจะเสียบหูฟังหรือลำโพงออกจากจอก็ได้
  • เมื่อเสียบสาย 3.5 mm เพื่อฟังผ่านหูฟังหรือลำโพงนอก ลำโพงที่ขาตั้งจอจะยังทำงานอยู่ อย่าลืมกดลดระดับเสียงลำโพงล่ะ

ลำโพงด้านหน้าจอ Dell S2418H

เรามักติดภาพว่าลำโพงที่มากับจอมอนิเตอร์ก็เป็นแค่ลำโพงขำๆ ใช้จริงจังอะไรไม่ได้ มีไว้ให้รู้ว่าเสียงออกเท่านั้น แต่ลำโพง 12 W x 2 ที่อยู่ตรงขาตั้งของ Dell S2418H นั้นไม่ธรรมดานะครับ ใช้แทนลำโพงฟังเพลงขนาดย่อมๆ ได้เลยแหละ แถมด้านข้างลำโพงก็มีปุ่มเพิ่มลดเสียง ผู้ใช้ไม่ต้องกดปุ่มบนจอเพื่อปรับเสียงให้ลำบาก

ความลับของเสียงก้องกังวาลของลำโพงในจอ Dell S2418H คือเทคโนโลยีปรับแต่งเสียง MaxxAudio ที่อยู่ในตัวจอครับ ซึ่งจูนเสียงมาอย่างดีให้เหมาะสำหรับลำโพงตัวเล็กที่ขาตั้งนี้ ซึ่งถ้าลองปิด MaxxAudio ที่อยู่ในตัวจอไป จะรู้สึกทันทีว่าเสียงจากลำโพงนั้นแคบลง ทึบลง กลายเป็นเสียง Flat ทื่อๆ เราจึงแนะนำให้เปิดโหมดเสียง MaxxAudio ไว้ตลอดเวลาครับ

ถอดลำโพงออกจากจอได้แบบนี้เลย

Dell S2418H ยังสามารถรับเสียงเข้าได้จาก 2 แหล่ง คือเสียงที่ผ่านมาตามสาย HDMI ปกติ แล้วก็เสียงจากช่อง Audio In ครับ ผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าจะเอาเสียงแหล่งไหนออกลำโพง นอกจากนี้เรายังสามารถเสียบหูฟังหรือลำโพงให้เสียงออกจากจอผ่านช่อง 3.5 mm ก็ได้ เหมาะสำหรับใครที่เปิดหนังดูตอนกลางคืน เลยอยากฟังผ่านหูฟังไม่ให้กวนคนอื่น แต่เสียงจะออกผ่านลำโพงของจอและหูฟังพร้อมกันนะครับ ไม่ได้เสียบหูฟังแล้วลำโพงที่ขาตั้งจะหยุดทำงานไป ก็อย่าลืมลดระดับเสียงของลำโพงด้วยล่ะ

และเมื่อปิดจอ ลำโพงที่ขาตั้งจอจะหยุดทำงานไปด้วยนะครับ เราไม่สามารถฟังเพลงแบบกดปิดจอได้ ต้องหาวิธี Stand-by จอเอาเองนะ

สรุป Dell S2418H มอนิเตอร์คุ้มครบ โดยเฉพาะเพื่อคุณพ่อบ้าน!

เมื่อเอาลำโพงออกจากจอ Dell S2418H หน้าตาขาตั้งจะเป็นแบบนี้ ก็สวยไปอีกแบบ

สำหรับใครที่กำลังมองหาจอมอนิเตอร์ขนาดย่อมๆ ไม่เล็ก ไม่ใหญ่จนเกินไป เพื่อนำมาใช้งานส่วนตัว อาจจะดูหนัง เล่นเกม หรือใช้ทำงาน Dell S2418H ก็เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่น่าสนใจ ด้วยราคาประมาณ 7,990 บาทที่ถือว่าไม่แพงเกินไปนัก แต่ได้ฟังก์ชั่นมาอย่างครบ ไม่ต้องไปตามหาลำโพงเพิ่ม หรือถ้ามีอุปกรณ์ที่รองรับภาพแบบ HDR อย่าง PlayStation 4 ก็ไม่ต้องไปซื้อจอใหม่ จอนี้รองรับได้เลย (แม้ว่าคุณภาพของ Dell HDR จะยังสู้จอที่รองรับ HDR10 แท้ๆ ไม่ได้ แต่ก็ดีกว่าไม่มีนะครับ)

ซึ่งเรามองว่าถ้าเกินจากระดับ Dell S2418H นี้ไป ก็คงต้องมองเป็นจอมอนิเตอร์แบบ 4K HDR ไปเลยครับ ซึ่งราคาจะสูงกว่านี้มาก

 

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

คอมพิวเตอร์

รีวิว Asus ROG ZEPHYRUS เกมมิ่งโน้ตบุ๊กเครื่องบาง สุดเบา!

Published

on

Asus Zenbook 3 Deluxe

Asus Zenbook 3 Deluxe
8.3

งานประกอบ

9.0 /10

ความสะดวกในการพกพา

9.0 /10

ราคา

7.5 /10

สเปค

8.0 /10

ความคุ้มค่า

8.0 /10

จุดเด่น

  • สเปคแรงมากเมื่อเทียบกับขนาดตัว
  • งานประกอบดี ดีไซน์สวยโดยเฉพาะฝาหลัง
  • น้ำหนักเบา พกพาสะดวก
  • แบตฯ อึด ใช้งานได้ตลอดทั้งวัน

จุดสังเกต

  • การ์ดจอไม่แรงมาก ไม่เหมาะกับเอามาเล่นเกม
  • ราคาค่อนข้างสูง
  • ไม่มีช่องเสียบ USB ปกติ

ตอนนี้หมดยุค Gaming Notebook อย่างหนา แบกกันหลังหักแล้วนะ โน้ตบุ๊กเกมเมอร์ยุคนี้บางได้ยังกับ Ultrabook แต่ยังแรงมากระดับใส่ชิป NVIDIA Geforce GTX 1080 ไว้ได้ด้วย! นี่คือเกมมิ่งโน้ตบุ๊ก Asus ROG Zephyrus บุตรแห่งเทพเจ้าสายลมตะวันตก!

Asus ROG Zephyrus

Asus ROG Zephyrus เป็นโน้ตบุ๊กที่มีหน้าจอใหญ่ 15.6 นิ้ว แต่บางสุดแค่ 1.69 cm และหนักแค่ 2.25 กิโลกรัมเท่านั้น น้ำหนักไม่ได้ต่างจาก Ultrabook จอใหญ่ๆ ตกแต่งสวยงามทุกด้าน ด้านบนก็มีโลโก้ของ ROG พร้อมข้อความ Republic of Gamers ด้านหลังเขียนชื่อรุ่น Zephyrus ชัดเจน

ระบบระบายความร้อน

เวลากางเครื่องออกมา ฐานเครื่องด้านล่างจะยกตัวขึ้นมาด้วย เพื่อเป็นช่องทางให้อากาศวิ่งเข้าไประบายความร้อนในเครื่อง ซึ่งอากาศจะวิ่งเข้าไประบายความร้อนจากช่องเปิดด้านล่างและพื้นที่ว่างเหนือคีย์บอร์ดตรงนี้ แล้วระบายออกทางช่องด้านหลัง

ซึ่งตัวพัดลม, Heat pipe และครีบระบายความร้อนต่างๆ ก็ถูกออกแบบให้สอดรับกัน เรียกรวมระบบระบายอากาศทั้งหมดนี้ว่า ACTIVE AERODYNAMIC SYSTEM ซึ่งถ้าเล่นเกมหนักๆ จะรู้สึกเลยว่าลมร้อนที่ออกมาด้านหลังนั้นมีมวลลมเยอะมาก แปลว่าดูดอากาศเข้าไปได้มาก

จากการทดสอบเปิด 3Dmark ชุดทดสอบ Time Spy ตัวโหด วัดอุณหภูมิบริเวณคีย์บอร์ดก็ไม่ได้ร้อนมาก ส่วนด้านบนก็แค่อุ่น ๆ เท่านั้น

ฟังก์ชั่นสนับสนุนเกมเมอร์

เริ่มตั้งแต่หน้าจอ 15.6 นิ้วเป็นแบบด้าน ลดการสะท้อนแสง ให้ Refresh Rate 120 Hz รองรับเทคโนโลยี Nvidia G-Sync ลดการฉีกขาดของภาพ และแสดงสีได้ครบ 100% ของ sRGB

ตัวคีย์บอร์ดก็เทพไม่แพ้กัน ผ่านการเทสกดปุ่มที่ 20 ล้านครั้ง เกมเมอร์มือหนักก็อุ่นใจได้ สามารถกดได้ 30 ปุ่มพร้อมกัน เผื่อต้องรัวคำสั่งเยอะๆ แน่นอนว่าสามารถปรับแสงสีของคีย์บอร์ดได้ ให้ปุ่ม QWER หรือ WASD แสดงสีที่ต่างไปก็ได้ แล้วสัมผัสของคีย์บอร์ดถือว่าดีเลย เห็นมันย้ายมาอยู่ด้านล่างเพื่อหลบพื้นที่ให้ระบบระบายความร้อน แต่ก็ยังกดง่าย ขนาดปุ่มได้มาตรฐาน ถ้าพิมพ์คล่องอยู่แล้วก็ใช้งานคีย์บอร์ดนี้ได้เลย ไม่ต้องหัดอะไรใหม่ แล้วถ้ารู้สึกว่าคีย์บอร์ดสูงไป ไม่มีที่รองข้อมือเหมือนโน้ตบุ๊กรุ่นอื่นๆ Asus ก็แถมแผ่นรองข้อมือที่สูงเท่าตัว Zephyrus มาให้ครับ สบายข้อมือกันไป

Touchpad สุดล้ำ

ไม่เพียงแค่เป็น Touchpad สำหรับใช้งานแทนเม้าส์ Asus ROG Zephyrus ยังปรับเป็นแป้นตัวเลขหรือ Numpad ได้ด้วยนะครับ เจ๋งสุด ๆ !

จุดสังเกต

  • ลำโพงแยกเสียงซ้ายขวาได้ดี แต่ไม่มีเสียงเบส ทำให้ขาดอรรถรสการเล่นเกมแนวลุย ๆ ไปเยอะ
  • อายุแบตเตอรี่น้อยไปหน่อย ใช้งานได้เพียง 3 ชั่วโมงโดยประมาณแม้ไม่ได้เล่นเกมหนัก ๆ แถมหม้อแปลงไฟค่อนข้างใหญ่ พกพาลำบาก
  • ปุ่มลูกศรกับปุ่ม Touchpad ค่อนข้างใกล้กัน มีโอกาสกดโดนค่อนข้างง่าย

สรุป

Asus ROG Zephyrus เป็นโน้ตบุ๊กเพื่อเกมเมอร์ที่เจ๋งมาก การดีไซน์ ความบางเบา และความแรงต้องยกนิ้วให้เลย สมแล้วที่เป็นตระกูลที่ได้รับรางวัลสุดยอด Gaming Notebook จากแบไต๋ IT Award 2017 ในงาน THAILAND GAME SHOW BIG FESTIVAL 2017 ปีแล้ว (รุ่นที่ได้รางวัลเป็นรุ่นที่แล้วนะ CPU gen เก่ากว่ารุ่นนี้)

ราคา

ปิดท้ายด้วยราคา 119,900 บาท ซึ่งเป็นรุ่น Top สูงสุดในตลาด สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดต่อร้านค้าไอทีชั้นนำทั่วประเทศได้เลย

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

คอมพิวเตอร์

รีวิว Dell Inspiron 7373 โน๊ตบุ๊ค 2-in-1 จะเล่นจะทำงานท่าไหนก็ได้หมด

Dell Inspiron 7373 ออกแบบมาสำหรับคนที่ชอบใช้ทั้งโน๊ตบุ๊ค และแท็บเล็ตในตัวเดียวกัน งานนี้ไม่ต้องพกหลายอย่างให้หนัก ใช้คู่กันได้เลย!

Published

on

Asus Zenbook 3 Deluxe

Asus Zenbook 3 Deluxe
8.3

งานประกอบ

9.0 /10

ความสะดวกในการพกพา

9.0 /10

ราคา

7.5 /10

สเปค

8.0 /10

ความคุ้มค่า

8.0 /10

จุดเด่น

  • สเปคแรงมากเมื่อเทียบกับขนาดตัว
  • งานประกอบดี ดีไซน์สวยโดยเฉพาะฝาหลัง
  • น้ำหนักเบา พกพาสะดวก
  • แบตฯ อึด ใช้งานได้ตลอดทั้งวัน

จุดสังเกต

  • การ์ดจอไม่แรงมาก ไม่เหมาะกับเอามาเล่นเกม
  • ราคาค่อนข้างสูง
  • ไม่มีช่องเสียบ USB ปกติ

Dell Inspiron 7373 ออกแบบมาสำหรับคนที่ชอบใช้ทั้งโน๊ตบุ๊ค และแท็บเล็ตในตัวเดียวกัน งานนี้ไม่ต้องพกหลายอย่างให้หนัก ใช้คู่กันได้เลย!

สเปค Dell Inspiron 7373

  • CPU: 8th Generation Intel® CoreTM i7-8550U Processor (8MB Cache, up to 4.0 GHz)
  • ขนาด: กว้าง x ยาว x หนา 309.6mm x 215.7mm x 15.51mm น้ำหนัก 1.45 กิโลกรัม
  • แบต: อยู่ได้ 8 ชั่วโมง (ทดสอบจริงอยู่ได้ 6-8 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับแต่การใช้งาน) ขนาด 38WHr รองรับ Quick Charge
  • หน้าจอ: 13.3 นิ้ว FHD (1920 x 1080) IPS Truelife LED-Backlit Narrow Border เป็นหน้าจอสัมผัส รองรับปากกาและการปลดล็อคด้วยใบหน้า (Windows Hello)
  • RAM: 16GB, DDR4, 2133MHz
  • Graphics: Intel® UHD Graphics 620 with shared graphic memory
  • HDD: 128GB/256GB/512GB Solid State Drive 128GB/256GB/512GB PCIe NVMe Solid State Drive
  • Sound: 2 tuned speakers with Waves MaxxAudio® Pro 1 combo headphone / microphone jack
  • ช่องเชื่อมต่อ: USB 3.1 (2 ช่อง ซ้าย/ขวาข้างละ 1 ช่อง), HDMI 2.0 , SD Card (SD, SDHC, SDXC)

ด้านการทำงาน

Dell Inspiron 7373 ออกแบบมาสำหรับคนที่เน้นทำงานด้านเอกสารหรือทำงานด้านออนไลน์ ด้วยความที่มันสามารถพกพาไปข้างนอกได้ง่าย แถมเครื่องไม่ร้อนมากแม้จะใช้งานตลอดทั้งวัน ก็ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สายนี้เลย แต่มีจุดสังเกตที่แบตฯ อาจจะไม่ทนถึงขนาดทำงานได้ตลอดทั้งวัน หากต้องออกจากบ้านเกินครึ่งวันต้องพกแบตเตอรี่ไปด้วย และสำหรับคนชอบใช้ปากกา จด ๆ วาด ๆ Dell เขาก็มีอุปกรณ์เสริมอย่าง Dell Active Pen ขายแยกให้อีกต่างหาก

การนำเสนอ / Present

ด้วยการที่เครื่องสามารถพลิกได้แบบ 360 องศา ทำให้เราสามารถปรับใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ สามารถใช้นำเสนอแบบตัวต่อตัวก็ทำได้ จอมีความชัดเจนสูง แถมดูวีดิโอ 4K ได้แบบสบาย ๆ แถม Dell Inspiron 7373 ตัวนี้เขาแถม Office 2016 มาให้ด้วยนะ ไม่ต้องซื้อแยกเลย แต่จุดสังเกตคือ หน้าจอมองข้าง ๆ ไม่ค่อยชัด และเรื่องความสว่างที่สู้แสงข้างนอกไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ทำให้การนำเสนองานกลางแจ้งเป็นจุดอ่อนไปพอสมควร

Entertainment ด้านความบันเทิง

ด้วยความที่มันสามารถปรับเป็น Tablet Mode ได้ ทำให้เราสามารถพกพาไปรับชมได้ทุกที่ เหมือนมีแท็บเล็ตจอใหญ่ ๆ เอาไว้ดูหนัง / ฟังเพลงนอกบ้าน  เสียงจากลำโพงก็ดังใช้ได้ แต่ไม่ถึงระดับลำโพง 7.1 Surround Sound และจุดเด่นอีกอย่างที่ Tablet ไม่มีคือ สามารถเปิดกี่จอก็ได้ จะทำงาน 1 จอ เปิดหนัง 1 จอ เปิด Facebook อีกจอ ก็สบาย ๆ

ราคา

สำหรับราคาของ Dell Inspiron 7373 รุ่นนี้ก็บอกได้ว่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับราคาบนเสปคเดียวกันของโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่น ๆ อยู่ที่ 50,000 มีทอน 100 บาท (ราคาขึ้นอยู่กับสเปคที่เลือก) ก็ถือได้ว่าตอบโจทย์คนทำงาน / ไลฟ์สไตล์ เพราะพกพาง่าย จอใหญ่ ขอบบาง รวม ๆ แล้วน่าสนใจทีเดียว

เหมาะกับ

  • คนทำงานทั่วไป / เซลล์ขายสินค้าหรือบริการ
  • ดีไซเนอร์
  • คนที่ออกไปทำงานข้างนอกบ่อย ๆ
  • ใช้งานไลฟ์สไตล์ทั่วไป

ไม่เหมาะกับ

  • คนทำงานด้านกราฟิค
  • เกมเมอร์

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!