[Review] Intel 11th Gen Rocket Lake-S เรือลำใหม่ ที่ไม่ต่างจากเดิมมากนัก

หลังจากที่ Intel 10th Gen Comet Lake S-Series ได้ออกวางขายไปในช่วงกลางปี 2020 พร้อมกับเรือธงในรุ่นอย่าง Intel Core i9-10900K โดยเป็นครั้งแรกของ Intel ที่ได้ยัดเอาจำนวน C/T มาไว้สูงถึง 10 Core 20 Threads และประสิทธิภาพโดยรวมของมันก็ถือว่าทำออกมาได้ดี กับ CPU ที่ยังคงใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบ 14nm อยู่ครับ

กลับมาอีกครั้งในปีนี้ กับ Rocket Lake-S ที่เป็นการต่อยอดจาก Ice Lake (Gen 10 Laptop) ที่ได้เอาสถาปัตยกรรม Cypress Cove และมีจำนวน Transistor ที่มากกว่า Comet Lake มาพร้อมกับ Chipset 500-series แต่ยังคงใช้ Socket เดิมคือ LGA 1200 แต่สิ่งที่ผู้คนให้ความสนใจที่สุด ก็คือรุ่นเรือธงของ Gen 11th นี้ จะมาพร้อมกับ C/T สูงสุดที่ 8 Core 16 Thread ในรุ่น Core i9-11900K ครับ

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ Intel ที่ได้ส่ง CPU Intel 11th Gen มาให้ทางเราได้ Review กันทั้งหมด 2 ตัว ก็คือ Core i9-11900K และ Core i5-11600K พร้อมกับ Board ASUS ROG MAXIMUS XIII Hero ที่รองรับ Chipset ใหม่ล่าสุดครับ


อุปกรณ์ที่ใช้ในการทดสอบ


Intel ผู้สนับสนุนอุปกรณ์ในการรีวิวครั้งนี้
  • CPU: Intel Core i9-11900K และ Intel Core i5-11600K
  • RAM: CORSAIR Vengeance RGB PRO 32GB 16*2 3000Mhz
  • GPU: Nvidia RTX 2080 Ti และ Nvidia RTX 3080
  • Storage: M.2 WD Black 1TB
  • PSU: Thermaltake Smart BX1 750w
  • MB: ROG ASUS MAXIMUS XIII Hero
  • CPU Cooler: COOLER MASTER MasterAir MA620M

การทดสอบครั้งนี้ทำในห้องแอร์ อุณหภูมิ 25-30 องศาเซลเซียส พร้อมใส่เคสที่มีการระบายความร้อนจากพัดลม THERMALTAKE 4 ตัวครับ


แน่นอนว่าเมื่อพูดถึง CPU ใหม่ หลาย ๆ คนก็คงอยากจะเห็น ผลทดสอบ กันกับ Software Benchmark และ Game Benchmark เพื่อตัดสินใจ แต่ก่อนหน้านั้นเรามาเจาะลึกไปที่ตัว CPU กันก่อนดีกว่าครับ


เจาะลึก Intel Core i9-11900K


เป็นอย่างที่ทราบกันแล้วว่า ในรุ่นเรือธง Intel Core i9-11900K นั้นจะมาพร้อมกับ 8 Cores 16 Thread ที่จะน้อยกว่ารุ่นเรือธงของ Gen 10th อย่าง Core i9-10900K ที่มาพร้อมกับ 10 Cores 20 Thread โดยทั้ง 2 ตัวนี้ถูกสร้างขึ้นมาโดยใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบ 14nm ทั้งคู่ แถมยังใช้ Socket เดียวกัน ก็หมายความว่า เราสามารถเอา CPU Gen 11 นี้ไปใส่ใน Mainboard ที่รองรับ Gen 10 ได้เลย โดย Update Bios ครับ (แบบเดียวกับ AMD ที่ทำบ่อย ๆ)

คำถามคือ แล้วทำไม Gen 11 รุ่นใหม่ เรือธงอย่าง Core I9 ถึงมี Core / Thread น้อยกว่า เรื่องนี้ทาง Intel ได้ออกมาบอกง่าย ๆ ครับว่าถึงแม้จะลดจำนวน C/T ของ Core I9 ลงไป (เท่ากับ Core I7) แต่มีการปรับปรุงการทำงานแบบ Single Core ให้ดีขึ้นมากกว่าเกม อีกทั้งในรุ่น Core I9 นั้นก็ยังรองรับ Adaptive Boost Technology และ Thermal Velocity Boost ที่ไม่มีใน Core I7 อีกด้วย

โดยเราจะเรียกเจ้าฟีเจอร์นี้ว่า Intel Adaptive Boost ครับ ซึ่งมันเป็นอาวุธลับที่ทาง Intel ได้เลิกกั๊ก และงัดเอาออกมาสู้กับ AMD Ryzen 5000 ที่เขย่าวงการ CPU ไป หน้าที่ของมันเข้าใจได้ง่าย ๆ เลยก็คือ มันจะเป็นการบูสต์ความเร็ว Clock Speed เพิ่มความแรงของ CPU ได้โดยที่ไม่ต้องไปทำการ Overclock มันเลย

ฟังดูก็เหมือนเป็นแค่ Turbo Boost ปกติ แต่จริง ๆ แล้วเราต้องบอกว่ามันทำงานเหมือนกันทุกอย่าง เพิ่มเติมมาคือระบบ Intel Adaptive Boost ที่จะอยู่ในแค่รุ่น Core I9 รหัส K/KF เท่านั้น มันจะช่วยบูสต์ Clock Speed เพิ่มให้เท่ากันได้ทุก Core และคงความร้อนไว้เท่าเดิมได้นั่นเอง โดย Core i9-10900K นั้นจะมี Base Clock ที่ 3.5 GHz และบูสต์ Speed สูงสุดได้ที่ 5.3Ghz และในแบบ All Core ได้ที่ 4.7Ghz ครับ

แล้วมันจำเป็นต้องลด Core / Thread สูงสุดลงไปด้วยหรือ ??

เราอย่าลืมนะครับว่า Intel ยังก้าวข้าม 14nm ไม่ได้ ใน CPU ของฝั่ง Desktop และใน Gen 10th เอง ที่ได้ยัดเอา 10 Core 20 Thread เข้ามาใน Core i9-10900K ก็ถือว่าเป็นความพยายามสูงสุดของ Intel ในการดัน 14nm ไปให้ถึงทางตันที่สุดแล้ว และผลที่ออกมาก็คือ CPU ในรุ่น Gen 10th มีปัญหาเรื่องความร้อน และกินไฟสูงมาก ๆ

และการกลับมาครั้งนี้ของ Gen 11th ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี Intel Adaptive Boost ที่เราได้อธิบายไปแล้ว จึงทำให้ Intel จำเป็นต้องลดขนาด Core Thread ลง เพื่อให้ CPU สามารถทำงานได้อย่างเสถียรและมีประสิทธิภาพ โดยผลที่ออกมาก็ทำให้ Core i9-11900K นั้นทำหน้าที่ในส่วนของ Single Core ได้ดีกว่า Core i9-10900K ครับ

อย่างไรก็ตาม เป็นความจริงที่ว่า Software ส่วนใหญ่ (รวมไปถึงเกม) นั้นมักจะ Optimize เพื่อ Single Core เป็นหลัก และ Software บางตัวก็ดึงเอาความสามารถของ CPU มาใช้ได้ไม่เต็มที่ทุก Core โดยปัญหานี้ เกมเมอร์ก็จะพบเจอกันบ่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่อง C/T ที่เยอะมากก็จริง แต่กลับทำงานได้ไม่เต็มที่ เทียบกับ CPU ที่ C/T น้อยกว่า แต่กลับทำงานได้ดีกว่า

หรือจะให้พูดกันตรง ๆ มันก็เหมือนกับ AMD VS Intel ในสมัยก่อน ที่ AMD จะยัดใส่ C/T มาเยอะ ๆ แต่ประสิทธิภาพกลับสู้ Intel ที่มี C/T น้อยกว่าเป็นเท่าตัวไม่ได้ แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป อะไรหลาย ๆ อย่างก็เปลี่ยนแปลง เมื่อ Multitasking  ได้โดดเด่นขึ้นในยุคหลัง ๆ และวงการ CPU ก็เปลี่ยนไปแปลงไปตลอดการ ทำให้ Intel ต้องปรับตัวมาเอาใจใส่ในเรื่องของ Multitasking เพิ่มมากขึ้น และผลที่ออกมาก็คือ Gen 10th Comet Lake นั้นเองครับ

และดูเหมือนว่าคราวนี้ Intel 11th Gen Rocket Lake จะกลับไปอย่างรากเหง้าของตัวเองอีกครั้ง โดยจะเน้นไปที่ Single Core เป็นหลักครับ


เจาะลึก Intel Core i5-11600K


ทีนี้เรามาดูที่รุ่นเล็กลงมาอย่าง I5 กันบ้าง จริง ๆ ต้องบอกว่าเป็นอีกหนึ่งครั้ง ที่ Intel ทำได้ยอดเยี่ยมในส่วนของตลาด Mid-range โดยเจ้าตัว Core i5-11600K นั้นจะมาพร้อมกับ 6 Core 12 Thread และมี Base Clock ที่ 3.9Ghz และบูสต์แบบ All Core ได้ที่ 4.6 GHz

แน่นอนว่ามันเป็น Budget CPU ที่เหมาะสำหรับเกมเมอร์ที่กระเป๋าไม่หนักมากครับ เอาเข้าจริงแล้วมันเป็น CPU ที่มีประสิทธิภาพสูงอยู่มากถ้าเอาไปเปรียบเทียบกับตัวอื่น ๆ ในรุ่นเดียวกัน เรื่องประสิทธิภาพในการเล่นเกมนั้นบอกเลยว่าสบาย ๆ หายห่วง แต่ถ้าเป็นเรื่องประสิทธิภาพของการทำงาน อันนี้ก็ต้องถามตัวเองดูก่อนว่าเราเน้นใช้งานไปในทางไหน

อย่างไรก็ตาม ถ้าหากเรานำเอาไปเปรียบเทียบกับ CPU เจนที่แล้วอย่าง Intel Core i5-10600K นั้นจะพบว่า สเปกมันก็คล้าย ๆ กันเลยทีเดียว โดยเราจะมองว่า Intel Core i5-11600K มันเป็นเหมือนรุ่น Upgrade ใหม่ก็ได้ผิดครับ


การทดสอบประสิทธิภาพ

ทดสอบด้วยซอฟต์แวร์


ทดสอบด้วยเกม


ความร้อนของ CPU


อัตราการกินไฟ


สรุป Intel Core Gen 11 Rocket Lake-S ดีไหม

สรุปแล้ว Intel 11th Gen Rocket Lake-S ไม่ได้สร้างความแปลกใหม่ หรือพัฒนาขึ้นจาก Gen 10 สักเท่าไร ทั้งในแง่ของประสิทธิภาพ พลังงาน หรือแม้แต่ความร้อนเอง ที่คนใช้ Gen 10 อยู่ตอนนี้ ก็คงไม่ได้รู้สึกอะไรมาก

แน่นอนว่า ถ้าหากใครที่เป็นสาวก Intel และอยากจะลองใช้เจ้า Gen 11 ตัวนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องเดินไปชื้อบอร์ดใหม่ เพราะมันใช้ Socket เดียวกัน (LGA 1200) แต่อย่างที่เราบอกไป ว่า Gen 11 มันไม่ใช่ของที่ต้องมี ใครที่ใช้ Gen 10 อยู่ หรือแม้แต่ Gen 8-9 เองก็น่าจะสบายไปอีกหลายปี อีกทั้ง AMD ก็ยังออกมาฆ่า Intel ได้ใน Ryzen 5000

ส่วนตัวผมแล้วถ้าหาก Intel สามารถก้าวข้าม 14nm ไปเมื่อไร ถึงเวลานั้นเราอาจจะได้เห็น CPU ที่ดีกว่านี้ก็เป็นได้ครับ

Intel 11th Gen Rocket Lake-S วางจำหน่ายแล้ววันนี้ !! ใครที่สนใจก็สามารถติดต่อตอบถามไปอย่างร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศได้

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส