Connect with us

เรียกได้ว่าหลาย ๆ ท่านน่าจะยังจำกันได้กับ Intel Compute Stick ที่คนสนใจเป็นจำนวนมากในปีที่แล้ว แต่ครั้งนี้เรามาพบกับ Intel Compute Stick 2 ที่ส่งตรงจากงาน CES2016 ถึงมือคุณ!!

คุณลักษณะ

  • รูปลักษณ์ที่สวยงามกว่ารุ่นแรก มีส่วนด้าน ส่วนเงา และมีส่วนโค้งเว้าและขนาดที่ยาวกว่าเดิม
  • Intel Compute Stick 2 ใช้ CPU รุ่นใหม่ Intel atom x5 Z8300 4-core 1.44 GHz ในรหัส Cherry Trail พร้อมแรม 2 GB
  • เพิ่ม Port USB 2.0 และ 3.0 อย่างละ 1 port จึงทำให้สามารถเสียบตัวรับสัญญาณคีย์บอร์ดไปพร้อม ๆ กับอุปกรณ์อื่น ๆ ได้
  • มี ช่องอ่าน MicroSD (เหมือนกับรุ่นแรก) รองรับความจุสูงสุด 128 GB และช่อง MicroUSB สำหรับต่อสายไฟ โดยตัวอแดปเตอร์จะจ่ายไฟ 5V 3A (ทำให้เราไม่ควรเอาอแดปเตอร์ชาร์จมือถือมาใช้เพราะจ่ายไฟน้อยกว่ามาก)

Operating System

  • Windows 10 Home Edition แบบลิขสิทธิ์ สามารถใช้งานได้ทันทีหลังเสียบใช้งาน

จุดเด่น

  • ใช้ มาตรฐาน 802.11ac (หรือ Wireless 5G) พร้อมรองรับ Bluetooth 4.0 ทำให้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมีความเสถียรมากขึ้น ทำให้สามารถดูภาพยนตร์ Online Streaming เช่น Primetime, iflix, doonee, Hollywood HD หรือ LINE TV ได้ลื่นไหลยิ่งขึ้นกว่าเดิม (ซึ่ง LINE TV นี้ทาง Chromecast และ Apple TV ไม่สามารถรับชมได้)
  • สามารถชมภาพยนตร์แบบ Full HD ดูผ่านทีวี / มอร์นิเตอร์ที่เสียบไว้ได้ลื่นขึ้นมากกว่าเดิม
  • สามารถเล่นเกมได้ลื่นกว่ารุ่นที่แล้วอย่างเห็นได้ชัด
  • มาพร้อมโปรแกรม intel Remote Keyboard สามารถสั่งงานตัว Compute Stick 2 นี้ได้ทั้งทาง iOS และ Android ที่ลงแอป Remote Keyboard ได้

ราคา

6,490 บาท พิเศษ แถมฟรี !! McAfee Antivirus Plus 1 ปี มูลค่า 299 บาท

กดสั่งซื้อที่นี่

EP-Compustick2_Web-Banner_Final

จุดสังเกต

  • ขนาด ROM ที่ให้มาไม่มาก (เพียง 32GB ถ้าหัก Windows 10 ไปก็เหลือเพียง 20GB) ต้องซื้อ MicroSD 128 GB หรือใช้ Ext.HDD มาต่อเพื่อเพิ่มความจุให้กับตัว Intel Compute Stick
  • อย่าเผลอเอาอแดปเตอร์ของมือถือใช้งานแทนกัน เพราะตัว Intel Compute Stick 2 นี้ต้องการกำลังไฟมากกว่า อาจจะส่งผลให้เกิดปัญหาได้
  • ไม่เหมาะกับการชาร์จไฟผ่านช่องเสียบ USB
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Gadget

แบไต๋เครื่องต่อไป Sony Bravia OLED TV A1 ทีวีไม่มีลำโพง!

ช่วงนี้ผมวนเวียนกับของใช้ในบ้านบ่อยนะครับ ตู้เย็นเราก็พาเจาะเป็นตู้ต่อไปมาแล้ว เครื่องซักผ้าเราก็รีวิวไปแล้ว เครื่องดูดฝุ่นก็ทำบ้านเลอะโชว์ไปแล้ว ไหนๆ ก็จะมาทางนี้แล้วต้องไปให้สุด แบไต๋พ่อบ้านถัดไป เอ้ย แบไต๋เครื่องต่อไปวันนี้คือ OLED ทีวีรุ่นท็อปของโซนี่อย่าง Bravia OLED TV A1 ทีวี 4K ขนาด 65 นิ้ว!

Published

on

ช่วงนี้ผมวนเวียนกับของใช้ในบ้านบ่อยนะครับ ตู้เย็นเราก็พาเจาะเป็นตู้ต่อไปมาแล้ว เครื่องซักผ้าเราก็รีวิวไปแล้ว เครื่องดูดฝุ่นก็ทำบ้านเลอะโชว์ไปแล้ว ไหนๆ ก็จะมาทางนี้แล้วต้องไปให้สุด แบไต๋พ่อบ้านถัดไป เอ้ย แบไต๋เครื่องต่อไปวันนี้คือ OLED ทีวีรุ่นท็อปของโซนี่อย่าง Bravia OLED TV A1 ทีวี 4K ขนาด 65 นิ้ว!

เข้าห้องมาก็เห็นทีวีเด่นเป็นสง่าอยู่ เปิดภาพโชว์สว่างสดใสสมเป็นทีวี OLED มาดูใกล้ๆ ครับ ส่วนสว่างก็เต็มไปด้วยรายละเอียด ส่วนส่วนมืดก็ลงลึก สีดำนี่ดำสนิทเลยนะครับ ก็เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของจอ OLED เค้า ที่สีดำคือปิดพิกเซลแสดงผลตรงนั้นไปเลย ดำจึงดัมดำ ไม่ใช่ดำแบบเทาๆ มีแสงลอดออกมาเหมือนจอ LED ทั่วไป

ตอนนี้ทีวีรุ่นท็อปของหลายๆ ค่ายก็เป็น OLED กันหมดแล้วเพราะให้คุณภาพภาพได้ดีเยี่ยม แต่สิ่งที่ทำให้ Sony Bravia A1 มีเอกลักษณ์ต่างจากทีวีอื่นๆ คือชิปประมวลผล 4K HDR Processor X1 Extreme ทำให้ภาพที่ได้มีลายเซนต์ของโซนี่ ทั้ง Contrast สูงขึ้น การไล่เฉดแสงทำได้นุ่มนวลในระดับ 14 bit ทำให้ภาพไล่โทนไม่แตกเป็นขั้นบันได และช่วยปรับภาพจากแหล่งต่างๆ ให้แสดงบนจอ 4K ได้คมชัด มีสัญญาณรบกวนน้อยลง

Sony Bravia A1 ตัวนี้รองรับสัญญาณภาพแบบ HDR ทั้ง HDR10 และ HLG ส่วน Dolby Vision จะอัปเดทให้รองรับในอนาคตนะครับ เราเปิดเกม GT Sport จากเครื่อง PlayStation 4 Pro ที่เปิดโหมด HDR ให้ดูครับ จะเห็นว่าโหมด HDR แสดงรายละเอียดส่วนมืดกับส่วนสว่างได้ดี ขับรถได้อารมณ์เหมือนอยู่ในสนามจริงๆ ถ้าเปิด Netflix ก็จะแสดงให้เห็นเลยว่าเป็นภาพยนตร์ 4K HDR อืม ภาพฟินมากจริงๆ
และเคล็ดลับที่ผมต้องเน้นเลยถ้าอยากดูทีวีให้เต็มประสิทธิภาพจริงๆ คือควรเลือกโหมดสีให้เหมาะกับเนื้อหาด้วยนะ เช่นดูหนังก็ควรใช้โหมดภาพยนตร์ จะได้โทนสีอย่างที่ผู้กำกับต้องการ หรือเล่นเกมก็ควรใช้โหมดเกม ภาพที่แสดงจะได้ไม่แลค ส่วนถ้าชมรายการโทรทัศน์อาจจะใช้โหมดปกติก็ได้

แต่คุณผู้ชมมองจอ Sony Bravia A1 นานๆ แล้วรู้สึกสงสัยไหมครับว่าทำไมด้านหน้ามันเรียบได้ขนาดนี้ มีโลโก้ Sony เล็กๆ แบบเล็กจริงๆ ไม่อยากให้คนอื่นรู้รึไงว่าเป็นทีวีโซนี่อยู่ตรงมุมล่างซ้ายตรงนี้ ขอบจอก็บางเฉียบจนจะไม่เห็นขอบอยู่แล้ว แถมวางตั้งกับพื้นตรงเลย แล้วลำโพงมันอยู่ไหน?

เฉลยครับ ก็หน้าจอที่คุณๆ ดูกันอยู่นี่แหละครับคือตัวลำโพงทั้งแผ่นเลย โซนี่เรียกลำโพงที่อยู่บนหน้าจอนี้ว่า Acoustic Surface ทำงานโดยใช้ตัว Actuator ที่ประกบอยู่หลังจอนี้สั่นสะเทือนจนผิวจอเกิดเสียงขึ้นมา ถ้าจับจอดูจะรู้สึกว่ามันสั่น ซึ่งเทคโนโลยีนี้ไม่สามารถทำงานบนจอ LCD, LED ทั่วไปได้นะครับ ต้องเป็นจอ OLED เท่านั้นการสั่นสะเทือนแบบนี้ถึงจะไม่เกิดผลเสียกับจอ และเนื่องจากจอ 65 นิ้วของ Sony Bravia A1 นี้มีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลมาก ตำแหน่งของเสียงที่เกิดบนจอจึงเหมือนออกจากแหล่งกำเนิดเสียงเลย ผู้พูดอยู่ซ้าย เสียงก็มาทางซ้ายเหมือนออกจากปาก โอ้มันดีอย่างนี้นี่เอง

แต่ตัวจออย่างเดียวก็ไม่อาจให้เสียงที่ครบถ้วนออกมาได้ Sony Bravia A1 จึงมี Sub-woofer สำหรับให้เสียงเบสอยู่ที่ขาตั้งด้านหลังครับ ซึ่งขาตั้งตัวนี้สามารถพับติดกับทีวี เพื่อเอาทีวีไปแขวนกำแพงได้นะ

แล้วเราสามารถเปิดฝาหลังของตัวขาตั้งออกมาเสียบสายต่างๆ ได้ ก็มี HDMI ให้เสียบ 4 ช่อง ช่องเสียบเสาอากาศ ช่องเสียบสายแลน พอร์ตเชื่อมต่อเสียงต่างๆ ก็ถือเป็นการเก็บสายที่ดูเรียบร้อยดีนะครับ แต่ถ้าเทียบกับช่องเสียบที่อยู่ด้านข้างทีวีทั่วๆ ไปแล้ว พอร์ตแบบนี้เสียบยากกว่าเยอะเลย เหมือนต้องติดตั้งให้เสร็จทีเดียว แล้วไม่ต้องถอดสายบ่อยๆ แล้ว

จุดเด่นมากๆ ของ Sony Bravia ในปีหลังๆ คือใช้ Android TV ระบบปฏิบัติการที่ดีที่สุดของทีวี มีแค่ Bravia กับ Android TV ก็แทบจะจบในตัวไม่ต้องต่อกล่องอะไรเพิ่มแล้ว

นี่ ผมเปิด Youtube, iflix, AIS play จากมือถือและบริการอื่นๆ ที่รองรับ chromecast ขึ้นจอทีวีแบบ 4K ได้โดยตรงเลย ถ้าเป็นระบบอื่นๆ ทำไม่ได้นะ ต้องซื้อ Chromecast Ultra อีกหลายพันมาเสียบถึงจะให้ภาพ 4K HDR ได้

แอปที่ใช้ประจำเพียบ เช่นดูหนังผ่าน netflix, iflix, hooq, youtube, facebook หรือ Google play movie เลือกดูตามที่แบบชอบได้เลย หรือจะฟังเพลงก็ลงแอป Spotify เล่นเพลงจากทีวีได้เลย แถมยังลงเกมได้อีก (แต่ไม่แนะนำให้ใช้เล่นเกมเท่าไหร่นะ เพราะ cpu ไม่ได้ออกแบบมาในด้านนี้ ยิ่งเจอจอใหญ่มากๆ เกม 3 มิติอาจจะกระตุกได้)

พูดภาษาไทยค้นหาได้ หมดปัญหาเปิด Youtube แล้วค้นคลิปไทยไม่ได้

ฟังดู Sony Bravia OLED TV A1 เป็นทีวีที่ดีมากๆ แล้วอะไรคือจุดสังเกตของเรากัน ก็น่าจะเป็นความบางของขอบจอล่างครับ ถ้าวาง Sound Bar หน้าทีวีก็จะบังพื้นที่ของจอไป แต่ลำโพง Acoustic Surface ของ Bravia A1 ก็ดีมากอยู่แล้ว คงไม่ต้องซื้อ Sound Bar มาเพิ่มแล้วแหละ

สุดท้ายปิดกันด้วยราคา Sony Bravia OLED TV A1 มีด้วยกัน 2 ขนาด ตัวที่เรามา “เครื่องต่อไป” ตัวนี้คือขนาด 65 นิ้ว ราคา 189,970 บาท และมีอีกรุ่นหนึ่งคือขนาด 55 นิ้ว ราคา 110,390 บาท ทั้งสองรุ่นประกัน 3 ปี ผ่อน 0% 10 เดือนได้ และแถมเครื่อง PlayStation 4 Pro ให้ไปเล่นจนฟินด้วยนะ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

Games

รีวิวเกม Monster Hunter Generations เกมล่าแย้ฉบับภาษาอังกฤษ

มาแล้ว Review เกมล่าแย้ Monster Hunter Generations

Published

on

ท่ามกลางกระแสเกม Pokemon GO ที่เราได้ออกไล่ล่าตัวโปเกมอนในโลกความจริง แต่สำหรับในโลกของเกม Monster Hunter ถือเป็นหนึ่งในซีรีส์ล่ามอนสเตอร์ ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดโดยเฉพาะในบ้านเกิดอย่างญี่ปุ่นที่ขายได้หลายล้านชุดในทุกๆภาค ซึ่งภาคล่าสุด Monster Hunter Generations เพิ่งจะได้ฤกษ์ออกบน 3DS โซนอเมริกา

screenshot_4-768-horz

และหากคุณตามข่าวสารวงการเกมมาก็น่าจะพอทราบว่า Monster Hunter Generations ก็คือฉบับภาษาอังกฤษของภาค Monster Hunter X ที่ออกไปเมื่อปลายปี 2015 โดยมันไม่ใช่ภาคต่ออย่างเป็นทางการแต่เป็นภาคเสริมหรือการสปินออฟของซีรีส์ ก่อนอื่นเมื่อเข้าเกมสำหรับสายกราฟิกอาจจะผิดหวังเล็กน้อยเพราะมันไม่ได้พัฒนาไปกว่าภาค 4 อาจเพราะมันยังออกบนเครื่อง 3DS ที่ไม่ได้แรงอะไรและของเดิมก็ถือว่าทำได้ดีอยู่แล้วโดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของมอนสเตอร์ที่ทำได้ลื่นและสมจริง แม้ความละเอียดจะดูหยาบไปหน่อยก็ตาม

รูปแบบการเล่นอย่างที่บอกว่ามันคือภาคเสริมแต่การที่มันมีต้นแบบมาจากภาค 4 ทำให้เกมมีแอ็คชั่นที่ดูสมจริงมากขึ้น มีทั้งการกระโดด หรือปีนป่ายที่ดูดีและมีความเป็นแอ็คชั่นมากขึ้นกว่าเดิมมาก แต่ตัวเกมไม่ได้ปรับให้ง่ายหรือต้องการให้มือใหม่เล่นเพราะเสน่ห์ของซีรีส์ล่าแย้ยังคงอยู่ครบไม่ได้ง่ายขึ้น ส่วนภาค Generations ที่เริ่มด้วยความหลากหลายเพราะมีหมู่บ้าน 4 แห่งและแต่ละหมู่บ้านมีรูปแบบที่ไม่เหมือนกัน

monsterhuntergenerationsstylestrailerign-1460649353360_large

ความแตกต่างที่ไม่เหมือนใครของภาค Generations คือ Style ที่มีทั้งแบบ Guild Style , Striker , Aerial Style และ Adept Style และแต่ละรูปแบบจะมีความโดดเด่นที่ไม่เหมือนกันเช่นบางสายจะเน้นพลังโจมตี หรือใช้ความคล่องตัวในการปีนไปบนตัวมอนสเตอร์ และหากคุณออกไล่ล่ากันเป็นทีมมันจะมีความจำเป็นทุก Style

เท่านั้นยังไม่พอเพราะแต่ละ Style ยังนำมากำหนดค่ากับเหล่าอาวุธภายในเกมที่มีมากถึง 14 ชนิดและเปิดโอกาสให้เราปรับแต่งได้ตามใจชอบ ซึ่งโดยรวมแล้วจะมีมากกว่า 50 รูปแบบถือว่ามีความหลากหลายมากที่สุดแล้วในซีรีส์ และเนื่องจากสร้างโดย  Capcom ทำให้มีการใช้ระบบสะสมพลังท่าไม้ตายแบบเดียวกับเกมไฟท์ติ้งอย่าง สตรีทไฟท์เตอร์ ทำให้มันมีรูปแบบการเล่นที่ลงตัวขึ้น แต่อย่างที่บอกว่าตัวเกมไม่ได้ง่ายขึ้นทุกอย่างยังคงอยู่ในมาตรฐานของ Monster Hunter

215228_sceenshot_02_l

โดยรวมแล้วเกม Monster Hunter Generations อาจไม่ใช่ภาคใหม่ แต่ก็อย่าได้มองข้ามไปเพราะมันได้อัพเกรดหลายสิ่งหลายอย่างและปรับให้ลื่นไหลลงตัวมากขึ้น ใครเป็นแฟนพันธุ์แท้เกมล่าแย้ในตำนานไม่ควรพลาด หรือใครอยากลองเป็นครั้งแรกจะเริ่มจากภาคนี้ก็ไม่เลวเพราะอย่างน้อยมันก็เป็นเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษที่น่าจะเข้าใจได้ไม่ยาก และรูปแบบที่ปรับให้เป็นแอ็คชั่นมากขึ้นก็น่าจะพอให้เราหลงไปสู่โลกในเกมที่เราเป็นนักล่าได้อย่างไม่ยากเย็น

ขอบคุณร้านเกม Nadz Project ดิจิตอล เกตเวย์ ชั้น 2

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

Games

รีวิว เกม DOOM (PS4,XBoxOne,PC) เกมยิงในตำนานกลับมาแล้ว !!

เกมในตำนาน DOOM ภาคใหม่บน PS4 XBoxone PC จะสนุกแค่ไหนมาดูกัน

Published

on

ถ้าพูดถึงชื่อ DOOM เชื่อว่าคอเกมรุ่นเก่าคงจะคุ้นเคยกันดีเพราะมันเป็นหนึ่งในตำนานของวงการเกมยิงในยุคแรกเดิม ด้วยกราฟิกที่โดดเด่น (ในยุคนั้น) และรูปแบบการเล่นที่ถือว่าเป็นของใหม่มากในต้นยุค 90 และหลังจากภาค 3 เกม DOOM ก็เงียบหายไปจากการออกภาคหลัก จนมีการประกาศสร้างภาคใหม่ออกมาในปี 2016 ที่ออกบน PS4 , Xboxone และ PC

และอย่างแรกที่ต้องชมคือกราฟิกที่ต้องคาดหวังว่ามันต้องยอดเยี่ยมแน่ๆเพราะออกบนเครื่องเกมรุ่นปัจจุบัน ทั้งรายละเอียดที่ดูดีในแบบหนัง Sci-Fi ที่รันด้วยเฟรมเรตและความละเอียดสูงสุด 1080p และ 60 fps (ผู้เขียนเล่นบน PS4) บรรยากาศสยองขวัญเหมือนเราได้ลงไปสู่นรกบนดาวอังคารที่เป็นธีมหลักของ DOOM การออกแบบศิลป์ให้ความเคารพต้นฉบับอยู่ครบไม่ว่าจะเป็นไอเทมเช่น คีย์การ์ด หรือชุดเกราะ แม้แต่ศัตรูก็หยิบยกความตัวคลาสสิกมาปรับใหม่ให้เข้ากับยุคสมัยและดูดีมากเหมือนหลุดออกมาจากนรก

doom-2016_005

และไม่ว่าคุณจะเคยชื่นชอบ DOOM มาก่อนหรือไม่ งานออกแบบในเกมก็สามารถดึงเราให้อินไปกับมันได้จนจบ แต่ความรุนแรงของเกมแม้จะมีอยู่แต่ก็ไม่ได้โหดไปกว่าเกมอื่นหรือทำให้ความสยองของ DOOM ภาคนี้ลดลงบ้างแต่ถือเป็นข้อดีเพราะเราจะได้โฟกัสไปที่รูปแบบการเล่นที่ยังคงเป็นเกมยิงมุมมองบุคคลที่ 1 ที่มีความลื่นไหลในการเล่นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นระบบการยิงที่ลงตัวเล่นง่ายเข้าใจง่าย (แต่ตัวเกมไม่ง่าย)

ส่วนอาวุธก็ทำได้ยอดเยี่ยมโดยเป็นการนำปืนในตำนานกลับมาปัดฝุ่นทำใหม่ และสร้างออกมาได้มีประสิทธิภาพขึ้น และยังจำเป็นต่อการเล่นไม่ใช่ทำมาเล่นๆ การต่อสู้กับบอสในเกมถือว่าทำออกมาได้ดีมีความหลากหลายและดึงเอาของเก่ามาปรับให้เข้ากับยุคสมัย และมีการนำรูปแบบของเกมยิงหลายๆเกมมารวมกันโดยเฉพาะ เกมในตำนานอย่าง Metroid Prime แต่ DOOM ทำได้ลงตัวลื่นไหลและสะใจกว่า

doom-cacodemons-screenshot_1920.0

แถมการนำเสนอที่เร็วแบบเอาใจคอเกมรุ่นใหม่ที่ไม่ต้องคิดอะไรมาก ไม่มีฉากกว้างให้สำรวจแบบพวก openword ไม่ซับซ้อนจนปวดหัว เพราะเป็นการเดินตามแนวทางต้นฉบับที่แบ่งเป็นฉาก แต่อย่าเพิ่งคิดว่ามันจะไม่มีอะไรให้สำรวจเพราะเกมยังมีการค้นหาสิ่งต่างๆในฉากเพื่อหาทางไปต่อ รวมทั้งมีระบบอัพเกรดตัวละครแบบเกมรุ่นใหม่ เรียกว่าหากคุณอยากเห็นการผสมผสานกันระหว่างของเก่าและใหม่ DOOM เป็นตัวอย่างที่ดีที่ไม่มีอะไรให้ติ เสียดายที่โหมดออนไลน์ธรรมดาไปเพราะยังอยู่ในกรอบของโหมดออนไลน์ของเกมยิงทั่วไปไม่ได้ฉีกหรือโดดเด่นออกมา แต่ยังดีมีโหมดที่เราสามารถสร้างฉากเองได้ ทำให้พอจะอยู่ไปกับเกมได้นานกว่าที่คิด

บอกกันตามตรงเกม DOOM เวอร์ชั่นปี 2016 ถือว่าได้ทำได้สนุกลงตัวให้ความเคารพต้นฉบับเหมือนกับได้ชมภาพยนตร์ Star Wars: The Force Awakens ที่เป็นการปัดฝุ่นหยิบเอาความคลาสสิกมาทำใหม่ได้อย่างไม่เสียของ แม้ว่ามันอาจจะไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่ แต่มันยังคงเป็นเกมยิงที่ทำได้ดีเกินมาตรฐานและไม่เสียชื่อ DOOM เกมยิงคลาสสิกในตำนาน

ขอบคุณร้านเกม Nadz Project ดิจิตอล เกตเวย์ ชั้น 2

doommm

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

เรื่องร้อนแรง!