Connect with us

อื่นๆ

แก้ปัญหาจัดซื้อวุ่นวายด้วยโปรแกรม แนะนำระบบ e-Procurement จาก OfficeMate

Published

on

OfficeMate e-procurement กระบวนการจัดซื้อ–จัดจ้างออนไลน์ ดำเนินการผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ให้ฝ่ายจัดซื้อได้ใช้งานง่ายๆ สามารถปรับรูปแบบการใช้งานให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กรโดยเฉพาะ

ขั้นตอนการเข้าใช้งานระบบง่ายๆ

  1. Requester เข้าไปเลือกสินค้าที่ต้องการ และสร้างใบขอซื้อ (Purchase Requisition)
  2. Approver เข้าระบบ เพื่อทำการอนุมัติใบขอซื้อ (Purchase Order)
  3. บริษัท ซีโอแอล จำกัด (มหาชน) ดำเนินการจัดส่งสินค้าตามใบสั่งซื้อ

สามขั้นตอนก็สามารถสั่งซื้อสินค้า ลดความยุ่งยากในการทำงานของฝ่ายจัดซื้อ ลดความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากการทำเอกสาร และลดปริมาณการจัดซื้อนอกระบบ ซึ่งทั้งหมดนี้นับเป็นต้นทุนการดำเนินงาน ที่หลายๆ องค์กรมักจะมองข้ามไป

และฝ่ายจัดซื้อยังสามารถเป็นผู้กำหนดรูปแบบการใช้งาน OfficeMate e-Procurement และสามารถเปลี่ยนแปลงรายการสินค้าและจำนวนผู้ใช้งานในระบบได้ด้วยตัวเอง ขั้นตอนการสั่งซื้อและการอนุมัติไม่ยุ่งยากและสามารถตรวจสอบการสั่งซื้อได้ทุกขั้นตอน

สามารถมีเว็บไซต์สำหรับสั่งซื้ออุปกรณ์สำนักงานสำหรับองค์กรได้ทันที

จุดเด่นสำคัญของระบบคือ ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตและทำตามขั้นตอนที่ทางออฟฟิศเมทไปติดตั้งระบบให้ ก็สามารถมีเว็บไซต์สำหรับสั่งซื้ออุปกรณ์สำนักงานสำหรับองค์กรได้ทันที

มั่นใจได้ว่าจะได้รับสินค้าตามกำหนด เพราะระบบจะรายงานทุกขั้นตอนของสถานะใบสั่งซื้อสินค้า (PO.) ที่สร้างขึ้นมาด้วย e-Mail ว่าปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนใด และพร้อมส่งสินค้าให้ตามกำหนด ระบบยังเพิ่ม Feature ในเรื่อง My Favourite Item เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานที่ลูกค้าสามารถเลือกเก็บสินค้า รายการที่คุณต้องการสั่งซื้ออยู่เป็นประจำได้ โดยไม่จำเป็นต้องไปเลือกจาก e-Catalog ทุกครั้งที่ต้องการสั่งซื้อสินค้า

หลายคนอาจจะเจอปัญหาว่า อยากสั่งของวันศุกร์ เพื่อนำมาใช้งานอย่างเร่งด่วนในเช้าวันจันทร์ จะทำยังไงดี งานนี้ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะระบบ OfficeMate e-Procurement นั้นขยายเวลาซื้อและจัดส่งสินค้าในวันเสาร์ จะช่วยสนับสนุนการทำงานในระบบออฟฟิศลื่นไหลยิ่งขึ้น

ที่สำคัญ OfficeMate ประกันความพึงพอใจของสินค้า หากสินค้าที่ได้รับ ไม่ตรงตามที่สั่งสามารถคืนได้(ตามเงื่อนไข) และคือระบบนี้ติดตั้งฟรี! ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ประหยัดเงินไปได้อีกเยอะ

อยากใช้งานระบบนี้ ก็ติดต่อไปทาง OfficeMate ที่เบอร์ 02-739-5555 แค่นี้เขาก็จะส่งคนมาเทรนด์การใช้งาน พร้อมกับสอนการใช้งาน ให้เรียบร้อยเลย

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Advertisement

อื่นๆ

เจาะลึกเลเซอร์โปรเจกเตอร์ธุรกิจ Panasonic MZ670 ต้องเจ๋งขนาดไหนถึงเปิดเร็วใน 10 วิ ฉายจอหลายร้อยนิ้วได้!

Published

on

ทุกบริษัทต้องการโปรเจกเตอร์เพื่อใช้นำเสนองาน หรือใช้ในกิจการของบริษัทนะครับ วันนี้ผมจะแนะนำทุกท่านให้รู้จักโปรเจกเตอร์เพื่อธุรกิจตัวเทพ Panasonic PT-MZ670 ที่พูดไปตอนนี้ก็ยังไม่เห็นภาพ เปิดเครื่องเลยครับ แล้วนับไปพร้อมกันว่าภาพจะขึ้นจอในกี่วินาที ไม่ถึง 10 วินาทีภาพก็ขึ้นแล้ว! และนี่คือหนึ่งในข้อดีของ Panasonic PT-MZ670 ซึ่งเป็นโปรเจกเตอร์ในกลุ่ม Panasonic Solid Shine หรือเลเซอร์โปรเจกเตอร์นั้นเอง ที่สามารถเปิดเครื่องพร้อมใช้ได้เร็วกว่าโปรเจกเตอร์ที่ใช้หลอดแบบเดิมเยอะ

Laser Projector นั้นแตกต่างจากโปรเจกเตอร์ทั่วไปตรงแหล่งกำเนิดแสงครับ โปรเจคเตอร์แบบเดิมนั้นจะสร้างแสงสว่างจากหลอดไฟที่เป็นชนิดหลอดไส้จึงต้องใช้เวลาพักหนึ่งในการเผาหลอด จนทำให้ได้ปริมาณแสงที่ต้องการหรือแม้กระทั่งตอนปิดเครื่องก็ยังต้องรอให้เครื่อง Cooldown จนเสร็จเราจึงจะสามารถปิดเครื่องได้ แต่ Laser projector จะใช้แสงเลเซอร์เป็นแหล่งกำเนิดแสง ทำให้เครื่องเปิดภาพขึ้นมาได้เร็วกว่า กินไฟน้อยกว่าและยังมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าด้วย

ในขณะที่เครื่องโปรเจกเตอร์ทั่วไปที่ใช้หลอดไฟแบบเก่า ก็รับประกันอายุการใช้งานหลอดกันแค่หลักพันชั่วโมง แถมใช้ไปไม่กี่ร้อยชั่วโมงก็รู้สึกว่าแสงอ่อนลงแล้ว แต่ Panasonic Solid Shine Laser Projector รับประกันหลอดที่ 20,000 ชั่วโมงครับ เครื่องอึด ถึก ทน ไม่ต้องเรียกช่างมาดูแลตลอดอายุการใช้งานเลย สมมุติเราเปิดใช้งานอย่างหนักเลยนะ ใช้โปรเจกเตอร์วันละ 8 ชั่วโมงทุกวัน นับวันเสาร์-อาทิตย์ด้วย หารออกมา อายุการใช้งานหลอดยาวนานเกือบ 7 ปี ไม่ต้องเจอหน้าช่างนานขนาดนั้น ซึ่งแสงจาก Laser Projector จะอ่อนลงอย่างช้าๆ เมื่อถึง 20,000 ชั่วโมงจะยังให้ความสว่างได้ประมาณ 50% ของความสว่างเริ่มต้นครับ ซึ่งก็ยังใช้งานเครื่องต่อจากนั้นได้นะ ไม่ใช่ถึง 20,000 ชั่วโมงแล้วหลอดขาด ใช้ต่อไม่ได้

สำหรับ Panasonic PT-MZ670 ตัวที่เรานำมาแนะนำในวันนี้ คนที่ไม่คุ้นเคยกับโปรเจกเตอร์ธุรกิจคงร้อง โอ้โห้เครื่องใหญ่จัง แหมนี่โปรเจกเตอร์สำหรับติดตั้งในห้องนะครับ ไม่ใช่โปรเจกเตอร์พกพา ความสว่างและ Contrast สูงกว่าเครื่องเล็กเยอะ! ซึ่งเครื่องรุ่น MZ670 ตัวนี้ให้ความสว่างได้ถึง 6,500 lm ความละเอียด WUXGA หรือ 1920 x 1200 pixel ให้ Dynamic Contrast 3,000,000 : 1

ผมขอให้ทีมงานเปิดวิดีโอขึ้นจอเพื่อให้เห็นคุณภาพภาพชัดๆ นะครับ Panasonic PT-MZ670 ให้ความสว่าง 6,500 lm ก็สว่างพอที่จะฉายภาพในห้องที่เปิดไฟอยู่ ได้ถึงขนาดจอประมาณ 200 นิ้ว ซึ่งการที่โปรเจกเตอร์สว่างมากจนไม่ต้องปิดไฟในห้อง ผู้ชมการนำเสนอก็ยังสามารถจดเนื้อหาลงสมุดได้ ไม่ใช่มืดจนจดอะไรไม่ได้ ส่วนถ้าปิดไฟก็สามารถฉายได้ถึง 300 นิ้วครับ จอใหญ่ขนาดนี้ใช้ในห้องประชุมหรือห้องสัมมนาสบายๆ คุณภาพภาพก็ชัดเจนจนสามารถถ่ายวิดีโอเห็นแบบนี้ครับ

อีกไฮไลท์สำคัญสำหรับโปรเจกเตอร์ธุรกิจจาก Panasonic คือมันเปลี่ยนเลนส์ได้ด้วยครับคุณผู้โชมม เอ๊ะ นี่ก็ไม่ใช่กล้องถ่ายรูปทำไมต้องเปลี่ยนเลนส์ด้วย คือปกติในชุดของ Panasonic PT-MZ670 จะมีเลนส์โปรเจกเตอร์ติดมาให้แล้ว ซึ่งเลนส์ตัวนี้ก็สามารถซูมปรับขนาดภาพเล็ก-ใหญ่ได้ระดับหนึ่งอยู่แล้ว แต่สำหรับบางสถานที่ เช่น เราต้องการวางเครื่องในระยะที่ใกล้จอมากขึ้นแต่ต้องการภาพใหญ่เท่าการวางเครื่องห่างๆ ก็ต้องเปลี่ยนเลนส์ให้เหมาะสมกับระยะการวางเครื่องเพื่อให้ได้ขนาดภาพตามที่ต้องการครับ เจ๋งไหมล่ะ

โปรเจกเตอร์ทุกตัวก็ต้องต่อภาพผ่านพอร์ตได้ทั้งนั้นนะครับ ซึ่ง Panasonic PT-MZ670 ก็ให้พอร์ตมาครบทั้ง HDMI 2 พอร์ต, VGA 1 พอร์ต, ช่องเสียงเข้า-เสียงออก พอร์ต LAN เชื่อมต่อเครือข่าย มีช่อง USB เอาไว้เปิดไฟล์โดยตรง ส่วนอุปกรณ์ใช้งาน Wireless เพื่อเชื่อมต่อภาพไร้สายได้ ตัวนี้ต้องซื้อเพิ่มนะ ไม่ได้แถมมาในชุด ก็เผื่อไม่ใช้ไร้สายไง จะได้ไม่ต้องซื้อ แต่ผมก็แนะนำให้ซื้อนะ เพราะการเชื่อมต่อภาพไร้สายมันลดความวุ่นวายในการใช้สาย ย้ายสาย เปลี่ยนสายต่อเครื่องนำเสนอได้เยอะ

เมื่อโปรเจกเตอร์เชื่อมต่อภาพไร้สายได้ ก็สามารถใช้แอป Panasonic Wireless Projector ในมือถือเพื่อเปิดเอกสาร เปิดรูป หรือเปิดภาพจากกล้องสดส่งขึ้นจอได้เลย แถมยังแสดงภาพแบบแบ่ง 4 จอเล็กโชว์พร้อมกันก็ได้ หรือจะส่งภาพขึ้นจอแบบ Mirror จากคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนแบบไร้สายมาขึ้นที่โปรเจกเตอร์ได้เลยนะ รองรับมาตรฐาน WiDi บน Windows และ Miracast บน Android ส่วนอุปกรณ์ Apple ไม่คุยกับใคร ก็ต้องหาวิธีต่อเอาเองจ้า

เห็นความสามารถของ Panasonic PT-MZ670 เลเซอร์โปรเจกเตอร์กันมาขนาดนี้แล้ว ราคาก็ต้องสมน้ำสมเนื้อกันหน่อยครับ MZ670 รุ่นนี้ราคากลางอยู่ที่ 270,000 บาท ฟังดูเหมือนแพง แต่ถ้าคิดว่าใช้งานได้ยาวๆ 7 ปีไม่ต้องซ่อมบำรุงบ่อยๆ ก็ตกค่าใช้วันละ 100 กว่าบาทเท่านั้นเอง ถือเป็นการลงทุนทางธุรกิจที่ใช้ได้ยาวๆ ไม่ต้องเสียแล้วรอเปลี่ยนอะไหล่กันบ่อยๆ แล้ว Panasonic ยังมีทีมงาน Survey สถานที่เพื่อแนะนำรุ่นที่เหมาะสมกับระดับแสงในห้อง และขนาดจอที่ต้องการด้วยนะครับ เผื่อจะได้ไม่ต้องซื้อรุ่นที่แพงจนเกินไปไงครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

รีวิวสินค้าไอที

ลืมภาพถ่านชาร์จเดิมๆ ทิ้งไป! เจอนี่หน่อย Panasonic Eneloop

Published

on

พิเศษสำหรับวันที่ 5-9 กันยายน 2561 ถ่าน Panasonic ใน Lazmall ร้านค้าอย่างเป็นทางการของพานาโซนิคใน #Lazada ลดสูงสุด 50% พร้อมของพรีเมี่ยมพิเศษเมื่อช้อปถึง 2000 บาท แล้วเอาเข้าตะกร้ารอไว้เลย!

แบไต๋วันนี้เราจะรีวิว… แป๊บหนึ่งนะผึ้ง พี่เปลี่ยนถ่านไมค์ก่อน ถ่านหมดเสียงไม่เข้ากล้องเลยนี่

ผึ้ง: พี่ช่างภาพคะ ทำไมพี่ถึงใช้ถ่านแบบใช้ครั้งเดียวกับงานแบบนี้คะ มันใช้ทรัพยากรสิ้นเปลืองมากเลยนะ เอาถ่านใส่ไมค์แป๊บๆ ก็หมด แล้วก็ต้องทิ้ง แล้วก็ซื้อถ่านใหม่ มาให้มันหมด แล้วก็ต้องทิ้งอีก เสียเงิน ทำลายสิ่งแวดล้อม ทำไมพี่ไม่ใช้ถ่านชาร์จ พอใช้หมดก็กลับมาใช้ใหม่ได้ เรื่องนี้ต้องถึงหูพี่หนุ่ยแน่นอน

ช่างภาพ: ใจเย็นๆ ก่อนนะผึ้ง ก็เมื่อก่อนพี่เคยใช้ถ่านชาร์จ แล้วมันใช้ได้แป๊บเดียว เหมือนมันจุไฟน้อยกว่าถ่านอัลคาไลน์ แถมชาร์จทิ้งไว้นานๆ มันก็ไม่เก็บไฟ พี่ก็เลยไม่กล้าเสี่ยงเอามาใช้ในงานอีก เวลารีบๆ ถ่านหมดนี่แย่เลย

พี่น่าจะใช้ถ่านชาร์จแบบรุ่นเก่าแน่เลยถึงมีปัญหาแบบนั้น แต่ถ่านชาร์จยุคใหม่ไม่มีปัญหานั้นแล้วค่ะพี่ อย่างผึ้งใช้ถ่าน Panasonic Eneloop กับสารพัดอุปกรณ์ที่บ้าน ใส่ไฟแฟลชกล้อง แล้วก็ใส่กับอุปกรณ์ทั้งบ้าน รีโมท นาฬิกา ใส่ได้หมด เพราะ Eneloop มีหลายรุ่นสำหรับการใช้งานที่ต่างกัน มาผึ้งจะเล่าเรื่อง Eneloop ให้ฟัง

Eneloop เป็นแบรนด์ถ่านชาร์จอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น ขายไปได้มากกว่า 450 ล้านก้อนทั่วโลกแล้ว ซึ่งทาง Panasonic ก็ได้พัฒนาเทคโนโลยีที่อยู่ในถ่าน Eneloop มาตลอด จนปัจจุบันเป็น Eneloop รุ่นที่ 4 ซึ่งมีอายุการใช้งานยาวนานที่สุดตั้งแต่ Panasonic ทำถ่านชาร์จมา

ถ่าน Eneloop รุ่นเด่นๆ จะมีอยู่ 2 รุ่นนะคะ คือ Eneloop รุ่นมาตรฐานก้อนสีขาวที่เราคุ้นตากัน มีความจุ 2,000 mAh ตัวนี้เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไป ซื้อมาแล้วแกะใช้ได้เลยไม่ต้องชาร์จก่อน เพราะมีอายุการเก็บไฟยาวนานมาก ถ้าชาร์จเต็มแล้วทิ้งไว้ 5 ปี ก็ยังเหลือไฟในก้อนแบต 70% ถึงจะเก็บไว้นานๆ ยามฉุกเฉินก็ใช้งานได้ทันทีแบบถ่านอัลคาไลน์ ไม่ต้องรอชาร์จไฟอีกรอบ ส่วนความทนทานพานาโซนิคก็เคลมไว้เลยว่าชาร์จซ้ำได้ถึง 2100 ครั้ง แล้วถ้าเราเอาต้นทุนค่าถ่าน ค่าเครื่องชาร์จ ค่าไฟที่ชาร์จกลับมารวมกัน จับหารด้วย 2100 ที่เป็นจำนวนครั้งที่ใช้ได้สูงสุด จะมีต้นทุนการใช้ต่อครั้งแค่ 50 สตางค์เท่านั้นเอง คุ้มไหมพี่ช่างภาพ เบิกงบซื้อเลยนะคะ

แล้วก็ Eneloop Pro ถ่านก้อนสีดำดูเคร่งขรึม รุ่นนี้ให้ความจุ 2,550 mAh มากกว่า Eneloop รุ่นธรรมดาอยู่ 550 mAh เหมาะมากสำหรับงานที่ต้องการกระแสไฟเยอะๆ เช่นเอาไปใส่ในแฟลชกล้องถ่ายรูป ก็จะใช้งานได้ยาวนานขึ้น แต่ของแรงก็ต้องมีข้อจำกัดหน่อย คืออายุการใช้งานจะเหลือประมาณ 500 ครั้ง สั้นกว่า Eneloop ธรรมดา ซึ่งทั้ง Eneloop และ Eneloop Pro มีให้เลือกซื้อทั้งขนาด AA และ AAA รองรับอุปกรณ์ส่วนใหญ่ในปัจจุบันได้เลย

แม้ว่า Eneloop จะใช้งานกับแท่นชาร์จที่ออกแบบมาสำหรับแบตเตอรี่แบบ nickel metal hydride ได้ แต่เราก็แนะนำให้ใช้กับแท่นชาร์จ Smart & Quick charger ของ Panasonic เอง รุ่นนี้ชาร์จแบต 2 ก้อนเต็มใน 1.5 ชั่วโมง ส่วนถ้าชาร์จ 4 ก่อนจะเต็มใน 3 ชั่วโมง ชาร์จได้ทั้งถ่าน AA และ AAA ค่ะ ที่สำคัญคือแท่นชาร์จนี้มีไฟ LED ที่บอกสถานะแบตเตอรี่ได้หลายอย่าง ทั้งระดับไฟที่เหลืออยู่ในถ่านก่อนชาร์จ ถ้าขึ้นเป็นไฟสีแดงแปลว่ามีไฟเหลือน้อยกว่า 20% ถ้าขึ้นเป็นไฟเหลืองก็เหลือน้อยกว่า 80% ส่วนถ้าขึ้นสีเขียวแปลว่าเกือบเต็ม มีไฟมากกว่า 80% แล้วถ้าเสียบถ่านแล้วแท่นชาร์จขึ้นเป็นสีเหลืองกระพริบ แปลว่าถ่านใกล้หมดอายุแล้ว ส่วนถ้าขึ้นเป็นไฟแดงกระพริบหมายถึงต้องซื้อก้อนใหม่แล้วนะ ก็เป็นแท่นชาร์จที่ครบวงจรดี

ช่างภาพ: แล้วซื้อถ่าน Eneloop ได้ที่ไหนนะผึ้ง

ผึ้ง: กำลังจะเล่าเลยค่ะ เพราะว่า Eneloop เป็นแบรนด์ที่ดังสุดแล้วในเรื่องถ่านชาร์จ เลยมีของปลอมเยอะมาก ถ้าซื้อร้านทั่วไปก็ต้องดูด้านหลังแพ็กเกจว่ามีข้อความภาษาไทย และมีตรา มอก. ด้วยนะคะถึงจะเป็นของแท้ หรือสามารถสั่งซื้อจากร้าน Panasonic Battery ที่เป็น Official Store ในช่องทางออนไลน์ก็ได้ ก็จะได้ของแท้ค่ะ ลองสังเกตโลโก้ Official Store ตามหน้าร้านออนไลน์ต่างๆ ให้ดีนะคะ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

รีวิวสินค้าไอที

รีวิว LG E8 ทีวี OLED ดีไซน์กระจกเหมือนจอภาพลอยได้!

Published

on

ครึ่งปีผ่านไป ในวงการทีวีเราถือว่านี่เป็นการเริ่มต้นศักราชใหม่กันแล้วเมื่อทีวีรุ่นประจำปี 2018 เริ่มวางตลาด แน่นอนว่าเทรนด์ของทีวีกลุ่มท็อปในปีนี้ยังเน้นที่จอ OLED เหมือนเดิม แต่ที่ต่างกันคือเทคโนโลยีและดีไซน์ที่ LG ก็ส่งทีวีดีไซน์กระจกตัวใหม่ออกมา และนี่คือ LG OLED TV ซีรี่ส์ E8 ขนาด 65 นิ้ว ที่เราจะรีวิวกันในวันนี้ครับ

จะมีอะไรที่สะดุดตาไปกว่าดีไซน์ของทีวีรุ่นนี้อีกละครับ ที่ LG ออกแบบให้ทีวี E8 แสดงภาพเหมือนลอยอยู่กลางอากาศ! ด้วยการติดตั้งจอทีวีไว้บนแผ่นกระจกใส แล้วเว้นพื้นที่ระหว่างฐานกับตัวทีวีให้โปร่งใสทะลุไปด้านหลังแบบนี้ ซึ่งดีไซน์นี้ LG เรียกว่า Picture on Glass ครับ ก็สวยเด่นแปลกตาดี
(VO) เราพูดถึงเทคโนโลยี OLED กันไปหลายครั้งนะครับว่ามันทำให้ภาพตื่นตาตื่นใจด้วยการแสดงสีดำแบบปิดเม็ดพิกเซลไปเลย ทำให้ดำของจอ OLED เป็นดำสนิท และให้ Contrast ที่สูงมากจนภาพดูดี

แต่จุดเด่นของทีวี OLED ในปี 2018 จาก LG คือใช้ชิปประมวลผลภาพตัวใหม่เรียกว่า Alpha 9 ที่ประมวลผล 4 ขั้นตอนเพื่อจัดการรายละเอียดยิบย่อยในภาพ ทั้งการจัดการ Noise จัดการโทนสีหรือเรียกว่า Dynamic Tone Mapping เพื่อให้ภาพมีโทนที่สมบูรณ์ และรองรับการแสดงภาพเคลื่อนไหวแบบ HFR หรือ High Frame Rate สูงสุด 120 ภาพต่อวินาที โดยไม่ต้องแทรกเฟรม แต่ก็ยังคมเคลียร์ ไม่มีรอยต่อเหมือนก่อน

LG นั้นรองรับมาตรฐาน HDR หลายสถาบันมานานแล้วนะครับ ซึ่งใน E8 OLED ตัวนี้ก็รองรับทั้ง HDR10 Pro, Dolby Vision, Advanced HDR by Technicolor รวมถึง HLG Pro ด้วย แล้วสำหรับเนื้อหาที่ไม่ได้เป็น HDR มาตั้งแต่ต้นก็มีโหมดภาพ HDR Effect เพื่อปรับภาพเลียนแบบ HDR ด้วย ซึ่งเราชอบโหมดนี้นะ ทำให้ภาพน่ามองและเป็นธรรมชาติดี

ส่วนใครที่ต้องการโหมดภาพมืออาชีพมากๆ แบบให้สีเดียวกับมาตรฐานวงการอุตสาหกรรมภาพยนตร์กันไปเลย ก็มีให้เลือกปรับทั้งมาตรฐานจาก Technicolor หรือ isf (Imaging Science Foundation) คอหนังมีฟินกันงานนี้

ฝั่งภาพมี Dolby Vision แล้ว ฝั่งเสียง LG OLED E8 ก็รองรับ Dolby Atmos ด้วยครับ ให้เสียงรอบทิศทาง 360° เหมือนเสียงตกกระทบรอบตัวเรา แต่ถ้าอยากจะได้เสียงที่เป็น Dolby Atmos โดยไม่ต้องนำลำโพงขึ้นติดบนเพดานก็สามารถมองหาซื้อ Sound bar ที่รองรับ Dolby Atmos มาใช้คู่กับทีวีได้ แต่ถ้าท่านใดใช้ทีวีเครื่องนี้ในห้องที่ไม่ใหญ่นัก ผมคิดว่าเสียงจากทีวีก็เพียงพอแล้วครับ

LG OLED E8 นั้น ใช้ระบบปฎิบัติการสมาร์ททีวีแบบใหม่ที่เรียกว่า ThinQ AI (อ่านว่า Think คิวเอไอ) จุดเด่นหลักๆเลยคือเรื่อง รองรับการสั่งงานพื้นฐานภาษาอังกฤษ เช่นการปิดทีวี การควบคุมเสียง การตั้งค่าต่างๆไปจนถึงการเชื่อมต่อ และค้นหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต แถมยังพูดค้นหาเป็นภาษาไทยได้ด้วยนะ อยากดู Youtube คลิปไหน พูดได้เลย ไม่ต้องพิมพ์!

ซึ่งก็มีแอพให้ใช้งานได้หลากหลาย บริการชื่อดังที่คนใช้เยอะๆ อย่าง Youtube, Netflix, iflix, PLEX หรือ Spotify พวกนี้มีแอปให้ใช้หมด และสามารถส่งภาพจากมือถือขึ้นจอผ่าน Miracast หรือ WiDi ได้ทันที

สรุปครับสรุป LG OLED ซีรีย์ E8 ขนาด 65 นิ้ว ตัวนี้ให้ภาพดีมากเพราะใช้จอ OLED TV ร่วมกับชิปประมวลผลอัจฉริยะ Alpha 9 ตัวใหม่ รองรับทั้ง Dolby Vision และ Dolby Atmos ดีไซน์กระจกแปลกตา ส่วนราคาเปิดตัวมาที่ 199,990 บาท

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!