Connect with us

อื่นๆ

รีวิว LG TWIN Wash™ เครื่องซักผ้าสุดแปลก ซักผ้า 2 ถังได้ในครั้งเดียว!

ขึ้นชื่อว่า “ซักผ้า” มันเป็นกิจกรรมน่าเบื่อที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิตมนุษย์เลยนะครับ (แต่ที่น่าเบื่อกว่าคือรีดผ้า เชื่อแอด แอดใช้เวลากับเรื่องนี้มามาก) โดยเฉพาะเวลาที่ต้องรอซักผ้านานๆ จนไม่ได้ออกไปไหน หรือมีอะไรที่ต้องซักด่วนๆ แล้วเครื่องดันเต็ม แต่ในที่สุดโลกก็ผลิต LG TWINWash เครื่องซักผ้าที่ซักผ้าได้ 2 ถังพร้อมกันออกมา พ่อบ้านงี้น้ำตาไหลเลย

ผู้ชม 4,493 ครั้ง!

LG TWIN Wash™

9

รูปลักษณ์ดีไซน์

9.5/10

ความครอบคลุมของโปรแกรมซักผ้า

10.0/10

ความสามารถพิเศษ

10.0/10

การเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน

8.5/10

ความคุ้มค่า

7.0/10

จุดเด่น

  • ดีไซน์ 2 ถัง ทำให้ซักผ้าได้ 2 โหลดพร้อมกัน ช่วยทุ่นเวลาซักผ้า แยกผ้าได้มาก
  • เครื่องฝาหน้ามีโปรแกรมการซักผ้าเยอะ รองรับผ้าได้ทุกรูปแบบ
  • มีฟังก์ชั่นอบผ้าในตัว ช่วยให้ผ้าแห้งได้รวดเร็ว จำเป็นมากในหน้าฝน
  • สามารถเชื่อมต่อผ่านแอป LG Smart ThinQ เพื่อโหลดโปรแกรมซักผ้าเพิ่มเติม ระบุปัญหาของเครื่อง หรือสั่งงานเครื่องซักผ้าระยะไกลได้
  • เครื่องซักผ้าทำงานเงียบมาก แม้ใช้โหมดปกติก็ไม่ต้องกังวลว่าเสียงซักผ้าจะรบกวน

จุดสังเกต

  • เมื่อประกอบกัน 2 ชั้นแล้วทำให้เครื่องสูง 1.35 ม. ไม่สามารถติดตั้งในพื้นที่จำกัดความสูง เช่นติดตั้งไว้ใต้แอร์ในคอนโด และอาจมีปัญหากับผู้ใช้ที่ตัวเตี้ย เพราะช่องใส่ผงซักฟอกอยู่บนสุดเลย
  • ตัว TWIN Wash™ Mini เครื่องฝาบนขนาดเล็กด้านล่าง มีราคาสูง ราคาพอๆ กับเครื่องซักผ้าฝาหน้าทั่วไปเลย
  • แอป LG Smart ThinQ ยังโหลดค่อนข้างช้า เหมือนต้องดึงข้อมูลทุกอย่างจากอินเทอร์เน็ต

ขึ้นชื่อว่า “ซักผ้า” มันเป็นกิจกรรมน่าเบื่อที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิตมนุษย์เลยนะครับ (แต่ที่น่าเบื่อกว่าคือรีดผ้า เชื่อแอด แอดใช้เวลากับเรื่องนี้มามาก) โดยเฉพาะเวลาที่ต้องรอซักผ้านานๆ จนไม่ได้ออกไปไหน หรือมีอะไรที่ต้องซักด่วนๆ แล้วเครื่องดันเต็ม แต่ในที่สุดโลกก็ผลิต LG TWIN Wash™ เครื่องซักผ้าที่ซักผ้าได้ 2 ถังพร้อมกันออกมา พ่อบ้านงี้น้ำตาไหลเลย

LG TWIN Wash™ ที่มีเครื่องฝาหน้าอยู่ด้านบน และเครื่องฝาบนอยู่ด้านล่าง

LG TWIN Wash™ ซักผ้า 2 ถังพร้อมกันได้ยังไง ง่ายๆ ครับ ก็เอาเครื่องซักผ้า 2 เครื่องมาซ้อนกันแบบขนมชั้น (ทำไมต้องเทียบกับขนมนะ) เครื่องบนเป็นเครื่องแบบฝาหน้า ส่วนเครื่องล่างทำเป็นลิ้นชักดึงออกมาเป็นเครื่องซักผ้าฝาบนก็ได้แล้ว แถมเครื่องซักผ้ารุ่นนี้ยังรวมเทคโนโลยีซักผ้าระดับท็อปของ LG มาด้วยนะ ไม่ว่าจะซักด้วยน้ำร้อน ระบบอบผ้า มอเตอร์พิเศษที่เดินเครื่องเงียบ หรือสั่งงานผ่านแอป LG TWIN Wash™ ทำได้ทั้งนั้น

เข้าใจความแตกต่างของเครื่องฝาหน้ากับฝาบน

ในโลกของเครื่องซักผ้านั้นแบ่งรูปแบบการทำงานออกเป็น 2 แบบที่มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันครับคือ

  • เครื่องฝาบน มักจะมีราคาถูกกว่าเครื่องฝาหน้า ถ้าเทียบความจุเครื่องเท่ากัน สามารถซักผ้าปริมาณมาก หรือซักผ้าหนักๆ เป็นเยี่ยมเพราะใช้ระบบน้ำท่วมผ้าแล้วปั่นตีน้ำ แต่มีข้อเสียตรงที่ใช้น้ำเยอะกว่า เครื่องฝาบนส่วนใหญ่จะไม่มีโหมดซักน้ำอุ่นซึ่งทำให้ผ้าสะอาดกว่า และมักมีโปรแกรมการซักน้อยกว่าเครื่องฝาหน้า ส่วนเรื่องความสะอาดและการถนอมผ้าก็แล้วแต่รุ่น ถ้าเครื่องฝาบนราคาแพงๆ ก็จะมีลูกเล่นในการดูแลผ้าที่ดีขึ้น
  • เครื่องฝาหน้า เป็นเครื่องแบบอัตโนมัติจริงๆ สามารถทำงานจบครบตั้งแต่ซักผ้า ปั่นหมาด บางรุ่นมีอบผ้าให้ด้วย ประหยัดน้ำเพราะน้ำไม่ต้องท่วมผ้าเวลาซัก เลือกอุณหภูมิน้ำที่จะซักได้ หรือถ้าไม่รู้ว่าควรซักอุณหภูมิเท่าไหร่ ก็เลือกจากโปรแกรมการซักผ้าก็ได้ ครอบคลุมรูปแบบเสื้อผ้าหลากหลาย แต่ข้อเสียคือแพงกว่าฝาบนหลายเท่า และทำงานนาน โหมดปกติอาจต้องใช้เวลาซักร่วม 2 ชั่วโมง

เมื่อพื้นฐานของการซักผ้าคือแยกผ้า เลยต้องมีเครื่อง 2 ถัง!

การแยกผ้า ทำให้เราต้องมีเครื่องฝาบนอยู่ด้านล่าง

หลักซักผ้าพื้นฐานที่พ่อบ้านรู้กันดีคือเราต้องแยกผ้าก่อนซักครับ แยกแบบสารพัดจะแยกเลย

  • แยกผ้าสีออกจากผ้าขาว เพื่อที่ผ้าสีไม่ไปตกสีใส่ผ้าขาว
  • แยกชั้นในออกจากเสื้อปกติ
  • แยกเสื้อเลอะมากออกจากเสื้อประจำวัน คราบสกปรกจะได้ไม่ไปตีกับชุดที่ไม่สกปรกมาก
  • แยกผ้าเนื้อพิเศษออกจากผ้าฝ้ายปกติ เพื่อถนอมเสื้อผ้า โดยเลือกซักในรูปแบบและอุณหภูมิน้ำที่เหมาะสมกับเนื้อผ้า
  • แยกผ้าผืนใหญ่อย่างผ้าปูที่นอนออกจากเสื้อผ้า

ซึ่งถ้าเป็นเครื่องซักผ้าทั่วไปเราไม่มีเวลานั่งรอมันซักผ้า 2 ครั้งในหนึ่งวัน เราเลยมักซักผ้าได้แค่วันละถัง เช่น วันนี้ซักชั้นใน พรุ่งนี้ซักเสื้อขาว มะรืนซักกางเกง ก็ฟังดูเป็นกิจกรรมที่มีตารางทำชัดเจนและดูดีจนกว่าจะมีเรื่องผิดพลาดขึ้น เช่นฝนตกจนผ้าไม่แห้งก็ซักผ้าชุดใหม่ไม่ได้ พอไม่ได้ซักหลายวัน ผ้าก็เยอะจนซักได้ไม่หมด สุดท้ายก็ซักผ้าไม่ทันใช้

เพื่อแก้ปัญหาซักผ้าไม่ทันเราจึงต้องมี LG TWIN Wash™ ซัก 2 โหลดพร้อมกัน!

รูปลักษณ์ของ LG TWIN Wash™

LG TWIN Wash™ ตัวที่เราได้รับมารีวิวคือรุ่น F2721HTWV นะครับ (ชื่อรุ่นจำยาก เอาเป็นจำว่า LG TWIN Wash™ แล้วกัน) เป็นเครื่องความจุซัก 21 กก. และสามารถใช้อบผ้าได้ 12 กก. ดีไซน์ภายนอกนั้นแตกต่างจากเครื่องซักผ้าฝาหน้าทั่วไป ตั้งแต่สีสันที่มาในโทนเข้มมีลวดลายเป็นโลหะขัด แผงควบคุมเรืองแสงติดอยู่กับฝาหน้าเลย แล้วไม่มีปุ่มหมุนเลือกโหมดซักเหมือนเครื่องทั่วไป ใช้การสัมผัสเลือกโหมดที่ปุ่มกดด้านหน้า ก็พูดตรงๆ ว่าดูหรูหรากว่าเครื่องซักผ้าสีขาวทั่วไปนะครับ

ช่องใส่ผงซักฟอกอยู่ด้านบนเครื่อง

ถังซักผ้าก็ออกแบบให้เอียงขึ้นมาหน่อย เวลาเอาผ้าเข้าเครื่องจะได้ไม่ต้องก้มเยอะ ในถังซักมีแสงไฟสว่างขึ้นมาตอนเปิดเครื่องด้วยทำให้ดูหรูหราไม่น้อย แถมยังมองเห็นเวลาเอาผ้าเข้าเครื่องด้วย (ปกติตอนเอาผ้าเข้าเครื่องช่วงดึก แทบจะต้องเอาไฟฉายส่อง) แล้วที่ดีไซน์แปลกกว่าเครื่องซักผ้าฝาหน้าทั่วไปคือช่องใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มกับน้ำยาซักผ้าครับ ที่ดันฝาด้านบนตัวเครื่องเข้าไปเพื่อเปิดช่องใส่แฟ้บ ไม่ได้มาเป็นลิ้นชักเหมือนเครื่องทั่วไป แต่ดีไซน์ที่อยู่สูงขนาดนี้ก็อาจจะมีปัญหาสำหรับสาวขนาดกระทัดรัดบ้างนะครับ เพราะตัวเครื่องทั้งหมดต่อ 2 ชั้นจะสูงราว 1.35 เมตร สาวไทยจำนวนไม่น้อยสูงแค่ 1.5 เมตร ช่องใส่แฟ้บของ LG TWIN Wash™ ก็จะอยู่ประมาณเท่าระดับสายตา ถ้าทำแล้วเก้ๆ กังๆ บ้าง ก็ให้แฟนมาช่วยนะครับ (แต่ปัญหานี้จะหมดไปถ้าให้พ่อบ้านซักผ้าให้แทน)

ในถังซักมีไฟให้ด้วย ดีงามมาก

ส่วนเครื่องซักผ้าฝาบนที่อยู่ในลิ้นชักด้านล่างมีชื่อเล่นว่า LG TWIN Wash™ Mini (มีรหัสรุ่นว่า T2735NTWV) ก็ออกแบบได้กลืนไปกับเครื่องหลัก ความจุผ้าสูงสุดคือ 3.5 กก. แต่ไม่ควรอัดผ้าแน่นเกินไป เหมาะสำหรับซักผ้าไม่กี่ชิ้น หรือซักชุดชั้นในเบาๆ ครับ แต่การควบคุมนั้นจะแยกส่วนกันนะครับ ไม่เกี่ยวข้องกับเครื่องหลักเลย เครื่อง mini ก็มีแป้นควบคุมการทำงานของตัวเอง ให้คุณเลือกใช้งานพร้อมกันกับเครื่องหลัก หรือจะแยกให้ซักเครื่องเดียวก็ได้

ประสบการณ์การซักผ้าด้วย LG TWIN Wash™

เริ่มกันที่ LG TWIN Wash™ เครื่องฝาหน้าตัวบนก่อน บอกเลยว่าประทับใจมาก เล่าไปทีละเรื่องเลยนะครับ

ซักผ้าได้เงียบมาก

ซักผ้าพร้อมฉีดน้ำเป็นเจ็ทสเปรย์เข้าไป ทำให้ผ้าสะอาด

LG ขึ้นชื่อเรื่องซักผ้าเงียบมานานมาแล้วครับ เพราะใช้มอเตอร์ Inverter Direct Drive ต่อตรงกับถังซักโดยตรงเลย ไม่ต้องมีสายพานเชื่อมระหว่างมอเตอร์กับถัง ทำให้เครื่องไม่ส่ายเวลาทำงาน ไม่มีปัญหาเสียงดังและเครื่องสั่นจนเหมือนจะวิ่งรอบบ้านได้เวลาปั่น แม้เครื่องซักผ้าของ LG จะมีโหมดซักผ้ากลางคืนให้เงียบกว่าปกติ แต่เชื่อเถอะโหมดปกติก็เงียบจนประทับใจและแปลกใจว่าเครื่องยังทำงานอยู่รึเปล่า

และด้วยความที่มอเตอร์ทำงานกับถังซักโดยตรง ทำให้อายุการใช้งานนานกว่าเครื่องซักผ้าที่มีสายพานเดิมด้วย โดย LG รับประกันตัวมอเตอร์ Inverter Direct Drive ให้ 10 ปี

โปรแกรมซักผ้าเยอะ ซักด้วยไอน้ำร้อน ขจัดสารก่อภูมิแพ้ก็ได้

โปรแกรมซักผ้า 15 แบบแถมสามารถดาวน์โหลดโปรแกรมซักใหม่เพิ่มเข้าไปได้

LG TWIN Wash™ มีโปรแกรมซักผ้ามาให้ทั้งหมด 15 โปรแกรม ครอบคลุมทั้งการซักชุดกีฬา ชุดเครื่องนอน (ซักได้ถึงขนาด King Size) ผ้าขนสัตว์ โหมดอนามัยที่ซักด้วยไอน้ำร้อนเพื่อจัดการไรฝุ่น และสารก่อภูมิแพ้ต่างๆ หรือโหมดซักผ้าด้วยระบบ Turbo Wash ช่วยให้ซักผ้าเสร็จในเวลา 59 นาที โดยที่ยังคงประสิทธิภาพซักเท่าเดิม

เครื่องซักผ้ารุ่นนี้มาพร้อมระบบอบผ้าแบบ Eco Hybrid Dry ที่ให้คุณเลือกอบผ้าได้สองรูปแบบทั้งแบบประหยัดเวลา หรือแบบประหยัดน้ำ หมดปัญหาผ้าไม่แห้งเวลาฝนตกไปเลย รวมถึงโหมดใช้ลมร้อนเพื่อขจัดกลิ่นและความชิ้นจากเครื่องนอน ให้นอนสบายโดยไม่ต้องซักใหม่ทั้งหมด

แต่ยังไม่หมดแค่นี้ ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดโปรแกรมซักผ้าเพิ่มเติมผ่านแอป LG Smart ThinQ ได้ด้วย แล้วเรียกใช้ผ่านรูปแบบการซักที่ชื่อว่า “Download” โดยปกติโปรแกรม Download นี้จะเป็นโหมดซักผ้าเงียบสำหรับกลางคืน แต่เราถ้าเราดาวน์โหลดรูปแบบการทำงานใหม่ เช่น ให้เครื่องปั่นผ้าอย่างเดียวโดยไม่ต้องซัก เพื่อแทนที่ได้ และยังมีรูปแบบการทำงานอื่นๆ ให้เลือกโหลดใส่อีกเพียบ

การซักผ้าของ LG TWIN Wash™ มีการหมุน 6 รูปแบบเพื่อให้ผ้าสะอาดพร้อมการฉีดน้ำเข้าไปในถังซัก

เชื่อมต่อสั่งงานผ่านแอปได้

อีกไม่นานผ้าก็เสร็จแล้ว!

เหมือนกับเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับบนของ LG ที่สามารถเชื่อมต่อ Wifi ในบ้านเพื่อติดต่อกับแอป LG Smart ThinQ ได้ โดยสำหรับเครื่องซักผ้า นอกจากจะดาวน์โหลดรูปแบบการซักใหม่ๆ มาได้แล้ว ยังกดเริ่มซักผ้าจากแอปได้เลย แต่เราต้องเอาผ้าใส่เครื่อง ใส่ผงซักฟอก น้ำยาต่างๆ ให้เรียบร้อยก่อนแล้วกดโหมด Remote Start จากหน้าเครื่องไว้เพื่อรอรับคำสั่งจากแอป ฟังดูอาจจะขำว่าในเมื่อเราเอาผ้าใส่เครื่องไปแล้ว ทำไมไม่กดเริ่มทำงานไปเลย ต้องมากดเริ่มผ่านแอปทำไมอีก แต่บางกรณีเช่น การซักผ้ากลางคืน เราไม่อยากให้ผ้าที่ซักเสร็จแล้วทิ้งไว้ในเครื่องนานๆ จนเหม็นอับ เราก็ตั้งเครื่องในโหมด Remote Start ไว้ก่อน พอตื่นนอนมาก็กดให้เครื่องเริ่มซักโดยไม่ต้องลุกจากเตียงไปกด พอเรากลิ้งๆ ใช้เวลาเรื่อยเปื่อยบนเตียงเสร็จ ผ้าก็ซักเสร็จพร้อมตากพอดี

โหลดโปรแกรมซักผ้าใหม่เข้าเครื่องไปเลย!

นอกจากนี้เมื่อเครื่องมีปัญหาเรายังสามารถใช้แอปเพื่อช่วยวิเคราะห์อาการเสียเบื้องต้นได้ หรือตรวจสอบการใช้พลังงานของเครื่องซักผ้าได้

การซักผ้าด้วย LG TWIN Wash™ Mini น้องเล็กด้านล่าง

TWIN Wash™ Mini ไม่ได้ทำงานอัตโนมัติเต็มรูปแบบเหมือนเครื่องฝาหน้าด้านบนนะครับ ส่วนนี้เชื่อมต่อกับแอปไม่ได้ แต่สามารถวิเคราะห์ปัญหาผ่านสมาร์ทโฟนได้ (Smart Diagnosis) โดยเครื่องซักผ้าด้านล่างนี้ใช้ช่องผงซักฟอกและน้ำยาปรับผ้านุ่มรวมกับเครื่องหลักด้านบน หากต้องการใช้เครื่องเล็กเดี่ยวๆก็เติมผงซักฟอกด้านบนไว้เลย

เครื่องเล็กซักแบบผ้าบน มีน้ำท่วมผ้า

LG TWIN Wash™ Mini เหมาะกับการซักผ้าที่ต้องการดูแลพิเศษ หรือผ้าโหลดขนาดเล็ก มาพร้อม ด้วย 6 โปรแกรมการซักผ้าที่เน้นซักชุดชั้นใน เสื้อผ้าเด็ก หรือผ้าที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ ทำให้เครื่องนี้เหมาะมากสำหรับบ้านที่มีเด็กเล็ก เพราะสามารถแยกซักเสื้อผ้าเด็กได้สะอาด ทำให้ปริมาณผ้าที่รับได้ราว 3.5 ก.ก. ก็ดูไม่น้อยเกินไป

แต่เราไม่สามารถดู LG TWIN Wash™ Mini ทำงานได้นะครับ เพราะต้องดันเครื่องกลับไปใต้ฐานมันถึงจะทำงานได้ ก็เพื่อลดความเสี่ยงจากการเหวี่ยงของถังปั่นแหละครับ แล้วเจ้าเครื่องจิ๋วนี้ก็ใช้มอเตอร์ Inverter Direct Drive แบบสลิม ก็ทำให้ซักผ้าได้เงียบเหมือนกัน

ถ้าบ้านคุณต้องซักผ้าเอง LG TWIN Wash™ เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า

รับประกันมอเตอร์ Direct Drive นาน 10 ปี

หลายคนอาจมีคำถามว่าเราต้องซื้อเครื่องซักผ้าราคาแพงๆ ทำไม ในเมื่อเครื่องถูกๆ ก็ซักได้เหมือนกัน อันนี้ก็แล้วแต่ความต้องการของแต่ละคนนะครับ แต่สิ่งที่เครื่องซักผ้าราคาแพงให้เราได้คือความสะอาดของผ้าที่มากกว่า อย่าง LG TWIN Wash™ มีทั้งระบบอบผ้าและสตรีมผ้าด้วยน้ำร้อนจนใส่แล้วมั่นใจ หรือสามารถซักได้เร็วกว่า รองรับการซักผ้าจำนวนน้อยๆ ด้วยเครื่อง LG TWIN Wash™ Mini ที่อยู่ด้านล่าง

ในส่วนราคากลางของ LG TWIN Wash™ แยกเป็น

  • LG TWIN Wash™ F2721HTWV (เครื่องฝาหน้าด้านบน) – 85,900 บาท
  • LG TWIN Wash™ Mini T2735NTWV (เครื่องฝาบนด้านล่าง – 25,000 บาท

ก็อาจจะมีโปรโมชั่นจากหน้าร้านลดราคาลงไปได้อีกนะครับ รวมราคาเครื่องทั้งหมดก็ราวๆ 110,000 บาท ฟังดูอาจจะแพงสำหรับบ้านทั่วไป แต่สำหรับบ้านที่มีสมาชิกเยอะ มีผ้าต้องการซักมาก เครื่องซักผ้า LG TWIN Wash™ จะช่วยทุ่นเวลาไปได้มากครับ

ถ้าชีวิตคุณต้องวนเวียนกับการซักผ้าเอง ไม่ได้จ้างคนอื่นซักรีดให้ การลงทุนกับเครื่องซักผ้าดีๆ ก็ทำให้คุณภาพชีวิตเราดีขึ้น และมีเวลามากขึ้นนะครับ (เครื่องต่อไปที่อยากได้คือเครื่องรีดผ้านี่แหละ เมื่อไหร่ LG จะทำขายยย)

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อื่นๆ

เจาะลึกเลเซอร์โปรเจกเตอร์ธุรกิจ Panasonic MZ670 ต้องเจ๋งขนาดไหนถึงเปิดเร็วใน 10 วิ ฉายจอหลายร้อยนิ้วได้!

Published

on

LG TWIN Wash™

9

รูปลักษณ์ดีไซน์

9.5/10

ความครอบคลุมของโปรแกรมซักผ้า

10.0/10

ความสามารถพิเศษ

10.0/10

การเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน

8.5/10

ความคุ้มค่า

7.0/10

จุดเด่น

  • ดีไซน์ 2 ถัง ทำให้ซักผ้าได้ 2 โหลดพร้อมกัน ช่วยทุ่นเวลาซักผ้า แยกผ้าได้มาก
  • เครื่องฝาหน้ามีโปรแกรมการซักผ้าเยอะ รองรับผ้าได้ทุกรูปแบบ
  • มีฟังก์ชั่นอบผ้าในตัว ช่วยให้ผ้าแห้งได้รวดเร็ว จำเป็นมากในหน้าฝน
  • สามารถเชื่อมต่อผ่านแอป LG Smart ThinQ เพื่อโหลดโปรแกรมซักผ้าเพิ่มเติม ระบุปัญหาของเครื่อง หรือสั่งงานเครื่องซักผ้าระยะไกลได้
  • เครื่องซักผ้าทำงานเงียบมาก แม้ใช้โหมดปกติก็ไม่ต้องกังวลว่าเสียงซักผ้าจะรบกวน

จุดสังเกต

  • เมื่อประกอบกัน 2 ชั้นแล้วทำให้เครื่องสูง 1.35 ม. ไม่สามารถติดตั้งในพื้นที่จำกัดความสูง เช่นติดตั้งไว้ใต้แอร์ในคอนโด และอาจมีปัญหากับผู้ใช้ที่ตัวเตี้ย เพราะช่องใส่ผงซักฟอกอยู่บนสุดเลย
  • ตัว TWIN Wash™ Mini เครื่องฝาบนขนาดเล็กด้านล่าง มีราคาสูง ราคาพอๆ กับเครื่องซักผ้าฝาหน้าทั่วไปเลย
  • แอป LG Smart ThinQ ยังโหลดค่อนข้างช้า เหมือนต้องดึงข้อมูลทุกอย่างจากอินเทอร์เน็ต

ทุกบริษัทต้องการโปรเจกเตอร์เพื่อใช้นำเสนองาน หรือใช้ในกิจการของบริษัทนะครับ วันนี้ผมจะแนะนำทุกท่านให้รู้จักโปรเจกเตอร์เพื่อธุรกิจตัวเทพ Panasonic PT-MZ670 ที่พูดไปตอนนี้ก็ยังไม่เห็นภาพ เปิดเครื่องเลยครับ แล้วนับไปพร้อมกันว่าภาพจะขึ้นจอในกี่วินาที ไม่ถึง 10 วินาทีภาพก็ขึ้นแล้ว! และนี่คือหนึ่งในข้อดีของ Panasonic PT-MZ670 ซึ่งเป็นโปรเจกเตอร์ในกลุ่ม Panasonic Solid Shine หรือเลเซอร์โปรเจกเตอร์นั้นเอง ที่สามารถเปิดเครื่องพร้อมใช้ได้เร็วกว่าโปรเจกเตอร์ที่ใช้หลอดแบบเดิมเยอะ

Laser Projector นั้นแตกต่างจากโปรเจกเตอร์ทั่วไปตรงแหล่งกำเนิดแสงครับ โปรเจคเตอร์แบบเดิมนั้นจะสร้างแสงสว่างจากหลอดไฟที่เป็นชนิดหลอดไส้จึงต้องใช้เวลาพักหนึ่งในการเผาหลอด จนทำให้ได้ปริมาณแสงที่ต้องการหรือแม้กระทั่งตอนปิดเครื่องก็ยังต้องรอให้เครื่อง Cooldown จนเสร็จเราจึงจะสามารถปิดเครื่องได้ แต่ Laser projector จะใช้แสงเลเซอร์เป็นแหล่งกำเนิดแสง ทำให้เครื่องเปิดภาพขึ้นมาได้เร็วกว่า กินไฟน้อยกว่าและยังมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าด้วย

ในขณะที่เครื่องโปรเจกเตอร์ทั่วไปที่ใช้หลอดไฟแบบเก่า ก็รับประกันอายุการใช้งานหลอดกันแค่หลักพันชั่วโมง แถมใช้ไปไม่กี่ร้อยชั่วโมงก็รู้สึกว่าแสงอ่อนลงแล้ว แต่ Panasonic Solid Shine Laser Projector รับประกันหลอดที่ 20,000 ชั่วโมงครับ เครื่องอึด ถึก ทน ไม่ต้องเรียกช่างมาดูแลตลอดอายุการใช้งานเลย สมมุติเราเปิดใช้งานอย่างหนักเลยนะ ใช้โปรเจกเตอร์วันละ 8 ชั่วโมงทุกวัน นับวันเสาร์-อาทิตย์ด้วย หารออกมา อายุการใช้งานหลอดยาวนานเกือบ 7 ปี ไม่ต้องเจอหน้าช่างนานขนาดนั้น ซึ่งแสงจาก Laser Projector จะอ่อนลงอย่างช้าๆ เมื่อถึง 20,000 ชั่วโมงจะยังให้ความสว่างได้ประมาณ 50% ของความสว่างเริ่มต้นครับ ซึ่งก็ยังใช้งานเครื่องต่อจากนั้นได้นะ ไม่ใช่ถึง 20,000 ชั่วโมงแล้วหลอดขาด ใช้ต่อไม่ได้

สำหรับ Panasonic PT-MZ670 ตัวที่เรานำมาแนะนำในวันนี้ คนที่ไม่คุ้นเคยกับโปรเจกเตอร์ธุรกิจคงร้อง โอ้โห้เครื่องใหญ่จัง แหมนี่โปรเจกเตอร์สำหรับติดตั้งในห้องนะครับ ไม่ใช่โปรเจกเตอร์พกพา ความสว่างและ Contrast สูงกว่าเครื่องเล็กเยอะ! ซึ่งเครื่องรุ่น MZ670 ตัวนี้ให้ความสว่างได้ถึง 6,500 lm ความละเอียด WUXGA หรือ 1920 x 1200 pixel ให้ Dynamic Contrast 3,000,000 : 1

ผมขอให้ทีมงานเปิดวิดีโอขึ้นจอเพื่อให้เห็นคุณภาพภาพชัดๆ นะครับ Panasonic PT-MZ670 ให้ความสว่าง 6,500 lm ก็สว่างพอที่จะฉายภาพในห้องที่เปิดไฟอยู่ ได้ถึงขนาดจอประมาณ 200 นิ้ว ซึ่งการที่โปรเจกเตอร์สว่างมากจนไม่ต้องปิดไฟในห้อง ผู้ชมการนำเสนอก็ยังสามารถจดเนื้อหาลงสมุดได้ ไม่ใช่มืดจนจดอะไรไม่ได้ ส่วนถ้าปิดไฟก็สามารถฉายได้ถึง 300 นิ้วครับ จอใหญ่ขนาดนี้ใช้ในห้องประชุมหรือห้องสัมมนาสบายๆ คุณภาพภาพก็ชัดเจนจนสามารถถ่ายวิดีโอเห็นแบบนี้ครับ

อีกไฮไลท์สำคัญสำหรับโปรเจกเตอร์ธุรกิจจาก Panasonic คือมันเปลี่ยนเลนส์ได้ด้วยครับคุณผู้โชมม เอ๊ะ นี่ก็ไม่ใช่กล้องถ่ายรูปทำไมต้องเปลี่ยนเลนส์ด้วย คือปกติในชุดของ Panasonic PT-MZ670 จะมีเลนส์โปรเจกเตอร์ติดมาให้แล้ว ซึ่งเลนส์ตัวนี้ก็สามารถซูมปรับขนาดภาพเล็ก-ใหญ่ได้ระดับหนึ่งอยู่แล้ว แต่สำหรับบางสถานที่ เช่น เราต้องการวางเครื่องในระยะที่ใกล้จอมากขึ้นแต่ต้องการภาพใหญ่เท่าการวางเครื่องห่างๆ ก็ต้องเปลี่ยนเลนส์ให้เหมาะสมกับระยะการวางเครื่องเพื่อให้ได้ขนาดภาพตามที่ต้องการครับ เจ๋งไหมล่ะ

โปรเจกเตอร์ทุกตัวก็ต้องต่อภาพผ่านพอร์ตได้ทั้งนั้นนะครับ ซึ่ง Panasonic PT-MZ670 ก็ให้พอร์ตมาครบทั้ง HDMI 2 พอร์ต, VGA 1 พอร์ต, ช่องเสียงเข้า-เสียงออก พอร์ต LAN เชื่อมต่อเครือข่าย มีช่อง USB เอาไว้เปิดไฟล์โดยตรง ส่วนอุปกรณ์ใช้งาน Wireless เพื่อเชื่อมต่อภาพไร้สายได้ ตัวนี้ต้องซื้อเพิ่มนะ ไม่ได้แถมมาในชุด ก็เผื่อไม่ใช้ไร้สายไง จะได้ไม่ต้องซื้อ แต่ผมก็แนะนำให้ซื้อนะ เพราะการเชื่อมต่อภาพไร้สายมันลดความวุ่นวายในการใช้สาย ย้ายสาย เปลี่ยนสายต่อเครื่องนำเสนอได้เยอะ

เมื่อโปรเจกเตอร์เชื่อมต่อภาพไร้สายได้ ก็สามารถใช้แอป Panasonic Wireless Projector ในมือถือเพื่อเปิดเอกสาร เปิดรูป หรือเปิดภาพจากกล้องสดส่งขึ้นจอได้เลย แถมยังแสดงภาพแบบแบ่ง 4 จอเล็กโชว์พร้อมกันก็ได้ หรือจะส่งภาพขึ้นจอแบบ Mirror จากคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนแบบไร้สายมาขึ้นที่โปรเจกเตอร์ได้เลยนะ รองรับมาตรฐาน WiDi บน Windows และ Miracast บน Android ส่วนอุปกรณ์ Apple ไม่คุยกับใคร ก็ต้องหาวิธีต่อเอาเองจ้า

เห็นความสามารถของ Panasonic PT-MZ670 เลเซอร์โปรเจกเตอร์กันมาขนาดนี้แล้ว ราคาก็ต้องสมน้ำสมเนื้อกันหน่อยครับ MZ670 รุ่นนี้ราคากลางอยู่ที่ 270,000 บาท ฟังดูเหมือนแพง แต่ถ้าคิดว่าใช้งานได้ยาวๆ 7 ปีไม่ต้องซ่อมบำรุงบ่อยๆ ก็ตกค่าใช้วันละ 100 กว่าบาทเท่านั้นเอง ถือเป็นการลงทุนทางธุรกิจที่ใช้ได้ยาวๆ ไม่ต้องเสียแล้วรอเปลี่ยนอะไหล่กันบ่อยๆ แล้ว Panasonic ยังมีทีมงาน Survey สถานที่เพื่อแนะนำรุ่นที่เหมาะสมกับระดับแสงในห้อง และขนาดจอที่ต้องการด้วยนะครับ เผื่อจะได้ไม่ต้องซื้อรุ่นที่แพงจนเกินไปไงครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

รีวิวสินค้าไอที

ลืมภาพถ่านชาร์จเดิมๆ ทิ้งไป! เจอนี่หน่อย Panasonic Eneloop

Published

on

LG TWIN Wash™

9

รูปลักษณ์ดีไซน์

9.5/10

ความครอบคลุมของโปรแกรมซักผ้า

10.0/10

ความสามารถพิเศษ

10.0/10

การเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน

8.5/10

ความคุ้มค่า

7.0/10

จุดเด่น

  • ดีไซน์ 2 ถัง ทำให้ซักผ้าได้ 2 โหลดพร้อมกัน ช่วยทุ่นเวลาซักผ้า แยกผ้าได้มาก
  • เครื่องฝาหน้ามีโปรแกรมการซักผ้าเยอะ รองรับผ้าได้ทุกรูปแบบ
  • มีฟังก์ชั่นอบผ้าในตัว ช่วยให้ผ้าแห้งได้รวดเร็ว จำเป็นมากในหน้าฝน
  • สามารถเชื่อมต่อผ่านแอป LG Smart ThinQ เพื่อโหลดโปรแกรมซักผ้าเพิ่มเติม ระบุปัญหาของเครื่อง หรือสั่งงานเครื่องซักผ้าระยะไกลได้
  • เครื่องซักผ้าทำงานเงียบมาก แม้ใช้โหมดปกติก็ไม่ต้องกังวลว่าเสียงซักผ้าจะรบกวน

จุดสังเกต

  • เมื่อประกอบกัน 2 ชั้นแล้วทำให้เครื่องสูง 1.35 ม. ไม่สามารถติดตั้งในพื้นที่จำกัดความสูง เช่นติดตั้งไว้ใต้แอร์ในคอนโด และอาจมีปัญหากับผู้ใช้ที่ตัวเตี้ย เพราะช่องใส่ผงซักฟอกอยู่บนสุดเลย
  • ตัว TWIN Wash™ Mini เครื่องฝาบนขนาดเล็กด้านล่าง มีราคาสูง ราคาพอๆ กับเครื่องซักผ้าฝาหน้าทั่วไปเลย
  • แอป LG Smart ThinQ ยังโหลดค่อนข้างช้า เหมือนต้องดึงข้อมูลทุกอย่างจากอินเทอร์เน็ต

พิเศษสำหรับวันที่ 5-9 กันยายน 2561 ถ่าน Panasonic ใน Lazmall ร้านค้าอย่างเป็นทางการของพานาโซนิคใน #Lazada ลดสูงสุด 50% พร้อมของพรีเมี่ยมพิเศษเมื่อช้อปถึง 2000 บาท แล้วเอาเข้าตะกร้ารอไว้เลย!

แบไต๋วันนี้เราจะรีวิว… แป๊บหนึ่งนะผึ้ง พี่เปลี่ยนถ่านไมค์ก่อน ถ่านหมดเสียงไม่เข้ากล้องเลยนี่

ผึ้ง: พี่ช่างภาพคะ ทำไมพี่ถึงใช้ถ่านแบบใช้ครั้งเดียวกับงานแบบนี้คะ มันใช้ทรัพยากรสิ้นเปลืองมากเลยนะ เอาถ่านใส่ไมค์แป๊บๆ ก็หมด แล้วก็ต้องทิ้ง แล้วก็ซื้อถ่านใหม่ มาให้มันหมด แล้วก็ต้องทิ้งอีก เสียเงิน ทำลายสิ่งแวดล้อม ทำไมพี่ไม่ใช้ถ่านชาร์จ พอใช้หมดก็กลับมาใช้ใหม่ได้ เรื่องนี้ต้องถึงหูพี่หนุ่ยแน่นอน

ช่างภาพ: ใจเย็นๆ ก่อนนะผึ้ง ก็เมื่อก่อนพี่เคยใช้ถ่านชาร์จ แล้วมันใช้ได้แป๊บเดียว เหมือนมันจุไฟน้อยกว่าถ่านอัลคาไลน์ แถมชาร์จทิ้งไว้นานๆ มันก็ไม่เก็บไฟ พี่ก็เลยไม่กล้าเสี่ยงเอามาใช้ในงานอีก เวลารีบๆ ถ่านหมดนี่แย่เลย

พี่น่าจะใช้ถ่านชาร์จแบบรุ่นเก่าแน่เลยถึงมีปัญหาแบบนั้น แต่ถ่านชาร์จยุคใหม่ไม่มีปัญหานั้นแล้วค่ะพี่ อย่างผึ้งใช้ถ่าน Panasonic Eneloop กับสารพัดอุปกรณ์ที่บ้าน ใส่ไฟแฟลชกล้อง แล้วก็ใส่กับอุปกรณ์ทั้งบ้าน รีโมท นาฬิกา ใส่ได้หมด เพราะ Eneloop มีหลายรุ่นสำหรับการใช้งานที่ต่างกัน มาผึ้งจะเล่าเรื่อง Eneloop ให้ฟัง

Eneloop เป็นแบรนด์ถ่านชาร์จอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น ขายไปได้มากกว่า 450 ล้านก้อนทั่วโลกแล้ว ซึ่งทาง Panasonic ก็ได้พัฒนาเทคโนโลยีที่อยู่ในถ่าน Eneloop มาตลอด จนปัจจุบันเป็น Eneloop รุ่นที่ 4 ซึ่งมีอายุการใช้งานยาวนานที่สุดตั้งแต่ Panasonic ทำถ่านชาร์จมา

ถ่าน Eneloop รุ่นเด่นๆ จะมีอยู่ 2 รุ่นนะคะ คือ Eneloop รุ่นมาตรฐานก้อนสีขาวที่เราคุ้นตากัน มีความจุ 2,000 mAh ตัวนี้เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไป ซื้อมาแล้วแกะใช้ได้เลยไม่ต้องชาร์จก่อน เพราะมีอายุการเก็บไฟยาวนานมาก ถ้าชาร์จเต็มแล้วทิ้งไว้ 5 ปี ก็ยังเหลือไฟในก้อนแบต 70% ถึงจะเก็บไว้นานๆ ยามฉุกเฉินก็ใช้งานได้ทันทีแบบถ่านอัลคาไลน์ ไม่ต้องรอชาร์จไฟอีกรอบ ส่วนความทนทานพานาโซนิคก็เคลมไว้เลยว่าชาร์จซ้ำได้ถึง 2100 ครั้ง แล้วถ้าเราเอาต้นทุนค่าถ่าน ค่าเครื่องชาร์จ ค่าไฟที่ชาร์จกลับมารวมกัน จับหารด้วย 2100 ที่เป็นจำนวนครั้งที่ใช้ได้สูงสุด จะมีต้นทุนการใช้ต่อครั้งแค่ 50 สตางค์เท่านั้นเอง คุ้มไหมพี่ช่างภาพ เบิกงบซื้อเลยนะคะ

แล้วก็ Eneloop Pro ถ่านก้อนสีดำดูเคร่งขรึม รุ่นนี้ให้ความจุ 2,550 mAh มากกว่า Eneloop รุ่นธรรมดาอยู่ 550 mAh เหมาะมากสำหรับงานที่ต้องการกระแสไฟเยอะๆ เช่นเอาไปใส่ในแฟลชกล้องถ่ายรูป ก็จะใช้งานได้ยาวนานขึ้น แต่ของแรงก็ต้องมีข้อจำกัดหน่อย คืออายุการใช้งานจะเหลือประมาณ 500 ครั้ง สั้นกว่า Eneloop ธรรมดา ซึ่งทั้ง Eneloop และ Eneloop Pro มีให้เลือกซื้อทั้งขนาด AA และ AAA รองรับอุปกรณ์ส่วนใหญ่ในปัจจุบันได้เลย

แม้ว่า Eneloop จะใช้งานกับแท่นชาร์จที่ออกแบบมาสำหรับแบตเตอรี่แบบ nickel metal hydride ได้ แต่เราก็แนะนำให้ใช้กับแท่นชาร์จ Smart & Quick charger ของ Panasonic เอง รุ่นนี้ชาร์จแบต 2 ก้อนเต็มใน 1.5 ชั่วโมง ส่วนถ้าชาร์จ 4 ก่อนจะเต็มใน 3 ชั่วโมง ชาร์จได้ทั้งถ่าน AA และ AAA ค่ะ ที่สำคัญคือแท่นชาร์จนี้มีไฟ LED ที่บอกสถานะแบตเตอรี่ได้หลายอย่าง ทั้งระดับไฟที่เหลืออยู่ในถ่านก่อนชาร์จ ถ้าขึ้นเป็นไฟสีแดงแปลว่ามีไฟเหลือน้อยกว่า 20% ถ้าขึ้นเป็นไฟเหลืองก็เหลือน้อยกว่า 80% ส่วนถ้าขึ้นสีเขียวแปลว่าเกือบเต็ม มีไฟมากกว่า 80% แล้วถ้าเสียบถ่านแล้วแท่นชาร์จขึ้นเป็นสีเหลืองกระพริบ แปลว่าถ่านใกล้หมดอายุแล้ว ส่วนถ้าขึ้นเป็นไฟแดงกระพริบหมายถึงต้องซื้อก้อนใหม่แล้วนะ ก็เป็นแท่นชาร์จที่ครบวงจรดี

ช่างภาพ: แล้วซื้อถ่าน Eneloop ได้ที่ไหนนะผึ้ง

ผึ้ง: กำลังจะเล่าเลยค่ะ เพราะว่า Eneloop เป็นแบรนด์ที่ดังสุดแล้วในเรื่องถ่านชาร์จ เลยมีของปลอมเยอะมาก ถ้าซื้อร้านทั่วไปก็ต้องดูด้านหลังแพ็กเกจว่ามีข้อความภาษาไทย และมีตรา มอก. ด้วยนะคะถึงจะเป็นของแท้ หรือสามารถสั่งซื้อจากร้าน Panasonic Battery ที่เป็น Official Store ในช่องทางออนไลน์ก็ได้ ก็จะได้ของแท้ค่ะ ลองสังเกตโลโก้ Official Store ตามหน้าร้านออนไลน์ต่างๆ ให้ดีนะคะ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

รีวิวสินค้าไอที

รีวิว LG E8 ทีวี OLED ดีไซน์กระจกเหมือนจอภาพลอยได้!

Published

on

LG TWIN Wash™

9

รูปลักษณ์ดีไซน์

9.5/10

ความครอบคลุมของโปรแกรมซักผ้า

10.0/10

ความสามารถพิเศษ

10.0/10

การเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน

8.5/10

ความคุ้มค่า

7.0/10

จุดเด่น

  • ดีไซน์ 2 ถัง ทำให้ซักผ้าได้ 2 โหลดพร้อมกัน ช่วยทุ่นเวลาซักผ้า แยกผ้าได้มาก
  • เครื่องฝาหน้ามีโปรแกรมการซักผ้าเยอะ รองรับผ้าได้ทุกรูปแบบ
  • มีฟังก์ชั่นอบผ้าในตัว ช่วยให้ผ้าแห้งได้รวดเร็ว จำเป็นมากในหน้าฝน
  • สามารถเชื่อมต่อผ่านแอป LG Smart ThinQ เพื่อโหลดโปรแกรมซักผ้าเพิ่มเติม ระบุปัญหาของเครื่อง หรือสั่งงานเครื่องซักผ้าระยะไกลได้
  • เครื่องซักผ้าทำงานเงียบมาก แม้ใช้โหมดปกติก็ไม่ต้องกังวลว่าเสียงซักผ้าจะรบกวน

จุดสังเกต

  • เมื่อประกอบกัน 2 ชั้นแล้วทำให้เครื่องสูง 1.35 ม. ไม่สามารถติดตั้งในพื้นที่จำกัดความสูง เช่นติดตั้งไว้ใต้แอร์ในคอนโด และอาจมีปัญหากับผู้ใช้ที่ตัวเตี้ย เพราะช่องใส่ผงซักฟอกอยู่บนสุดเลย
  • ตัว TWIN Wash™ Mini เครื่องฝาบนขนาดเล็กด้านล่าง มีราคาสูง ราคาพอๆ กับเครื่องซักผ้าฝาหน้าทั่วไปเลย
  • แอป LG Smart ThinQ ยังโหลดค่อนข้างช้า เหมือนต้องดึงข้อมูลทุกอย่างจากอินเทอร์เน็ต

ครึ่งปีผ่านไป ในวงการทีวีเราถือว่านี่เป็นการเริ่มต้นศักราชใหม่กันแล้วเมื่อทีวีรุ่นประจำปี 2018 เริ่มวางตลาด แน่นอนว่าเทรนด์ของทีวีกลุ่มท็อปในปีนี้ยังเน้นที่จอ OLED เหมือนเดิม แต่ที่ต่างกันคือเทคโนโลยีและดีไซน์ที่ LG ก็ส่งทีวีดีไซน์กระจกตัวใหม่ออกมา และนี่คือ LG OLED TV ซีรี่ส์ E8 ขนาด 65 นิ้ว ที่เราจะรีวิวกันในวันนี้ครับ

จะมีอะไรที่สะดุดตาไปกว่าดีไซน์ของทีวีรุ่นนี้อีกละครับ ที่ LG ออกแบบให้ทีวี E8 แสดงภาพเหมือนลอยอยู่กลางอากาศ! ด้วยการติดตั้งจอทีวีไว้บนแผ่นกระจกใส แล้วเว้นพื้นที่ระหว่างฐานกับตัวทีวีให้โปร่งใสทะลุไปด้านหลังแบบนี้ ซึ่งดีไซน์นี้ LG เรียกว่า Picture on Glass ครับ ก็สวยเด่นแปลกตาดี
(VO) เราพูดถึงเทคโนโลยี OLED กันไปหลายครั้งนะครับว่ามันทำให้ภาพตื่นตาตื่นใจด้วยการแสดงสีดำแบบปิดเม็ดพิกเซลไปเลย ทำให้ดำของจอ OLED เป็นดำสนิท และให้ Contrast ที่สูงมากจนภาพดูดี

แต่จุดเด่นของทีวี OLED ในปี 2018 จาก LG คือใช้ชิปประมวลผลภาพตัวใหม่เรียกว่า Alpha 9 ที่ประมวลผล 4 ขั้นตอนเพื่อจัดการรายละเอียดยิบย่อยในภาพ ทั้งการจัดการ Noise จัดการโทนสีหรือเรียกว่า Dynamic Tone Mapping เพื่อให้ภาพมีโทนที่สมบูรณ์ และรองรับการแสดงภาพเคลื่อนไหวแบบ HFR หรือ High Frame Rate สูงสุด 120 ภาพต่อวินาที โดยไม่ต้องแทรกเฟรม แต่ก็ยังคมเคลียร์ ไม่มีรอยต่อเหมือนก่อน

LG นั้นรองรับมาตรฐาน HDR หลายสถาบันมานานแล้วนะครับ ซึ่งใน E8 OLED ตัวนี้ก็รองรับทั้ง HDR10 Pro, Dolby Vision, Advanced HDR by Technicolor รวมถึง HLG Pro ด้วย แล้วสำหรับเนื้อหาที่ไม่ได้เป็น HDR มาตั้งแต่ต้นก็มีโหมดภาพ HDR Effect เพื่อปรับภาพเลียนแบบ HDR ด้วย ซึ่งเราชอบโหมดนี้นะ ทำให้ภาพน่ามองและเป็นธรรมชาติดี

ส่วนใครที่ต้องการโหมดภาพมืออาชีพมากๆ แบบให้สีเดียวกับมาตรฐานวงการอุตสาหกรรมภาพยนตร์กันไปเลย ก็มีให้เลือกปรับทั้งมาตรฐานจาก Technicolor หรือ isf (Imaging Science Foundation) คอหนังมีฟินกันงานนี้

ฝั่งภาพมี Dolby Vision แล้ว ฝั่งเสียง LG OLED E8 ก็รองรับ Dolby Atmos ด้วยครับ ให้เสียงรอบทิศทาง 360° เหมือนเสียงตกกระทบรอบตัวเรา แต่ถ้าอยากจะได้เสียงที่เป็น Dolby Atmos โดยไม่ต้องนำลำโพงขึ้นติดบนเพดานก็สามารถมองหาซื้อ Sound bar ที่รองรับ Dolby Atmos มาใช้คู่กับทีวีได้ แต่ถ้าท่านใดใช้ทีวีเครื่องนี้ในห้องที่ไม่ใหญ่นัก ผมคิดว่าเสียงจากทีวีก็เพียงพอแล้วครับ

LG OLED E8 นั้น ใช้ระบบปฎิบัติการสมาร์ททีวีแบบใหม่ที่เรียกว่า ThinQ AI (อ่านว่า Think คิวเอไอ) จุดเด่นหลักๆเลยคือเรื่อง รองรับการสั่งงานพื้นฐานภาษาอังกฤษ เช่นการปิดทีวี การควบคุมเสียง การตั้งค่าต่างๆไปจนถึงการเชื่อมต่อ และค้นหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต แถมยังพูดค้นหาเป็นภาษาไทยได้ด้วยนะ อยากดู Youtube คลิปไหน พูดได้เลย ไม่ต้องพิมพ์!

ซึ่งก็มีแอพให้ใช้งานได้หลากหลาย บริการชื่อดังที่คนใช้เยอะๆ อย่าง Youtube, Netflix, iflix, PLEX หรือ Spotify พวกนี้มีแอปให้ใช้หมด และสามารถส่งภาพจากมือถือขึ้นจอผ่าน Miracast หรือ WiDi ได้ทันที

สรุปครับสรุป LG OLED ซีรีย์ E8 ขนาด 65 นิ้ว ตัวนี้ให้ภาพดีมากเพราะใช้จอ OLED TV ร่วมกับชิปประมวลผลอัจฉริยะ Alpha 9 ตัวใหม่ รองรับทั้ง Dolby Vision และ Dolby Atmos ดีไซน์กระจกแปลกตา ส่วนราคาเปิดตัวมาที่ 199,990 บาท

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!