รีวิวเกม LEGO Star Wars The Skywalker Saga เกมจากเลโก้ที่ดีที่สุด

LEGO Star Wars The Skywalker Saga
จุดเด่น
เกมเพลย์ใหม่ ๆ ที่เสริมให้มันสนุกกว่าเดิม
ฉากกว้างกว่าเดิมมีอิสระในการสำรวจ
กราฟิกยกระดับขึ้นกว่าภาคก่อน (ยกเว้นบน Switch)
จุดสังเกต
โหมดแบ่งหน้าจอเล่นไม่สนุก
บน Switch กราฟิกดูแย่กว่าเวอร์ชันอื่น
9

สำหรับซีรีส์ตัวต่อเลโก้เวอร์ชันวีดีโอเกมที่โด่งดังที่สุดคงหนีไม่พ้น LEGO Star Wars ที่มีประวัติยาวนานมาก ๆ ที่มีการสร้างออกมาหลายภาคมาก และประสบความสำเร็จพอตัว แม้ว่าภาคหลัง ๆ อาจจะไม่ค่อยมีความแปลกใหม่ และใช้รูปแบบเดิม ๆ ซ้ำซากไปบ้างแต่ก็ขายดีทุกภาค ทำให้มันกลับมาอีกครั้งในปี 2022 กับภาค LEGO Star Wars The Skywalker Saga

โดยซีรีส์ LEGO Star Wars ภาคแรกวางขายในปี 2005 บน PS2 , XBox, Gamecube และ PC ซึ่งตัวเกมจะนำตัวละครจากภาพยนตร์มหากาพย์ Starwars ที่แปลงร่างเป็นตัวต่อเลโก้แล้วมาทำเป็นเกมที่เล่นได้สนุกแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก เน้นความสนุกสนานที่ไม่มีความท้าทายเพราะมีตัวไม่จำกัดออกมาให้เล่นเรื่อย ๆ และมีการสานต่อเอาตำนาน Starwars มาครบทุกภาคแล้ว

ส่วนภาค LEGO Star Wars The Skywalker Saga มีความพิเศษพอสมควรเพราะมันรวมฮิตเอาตำนานตระกูล Skywalker มาสร้างเป็นเกมทั้งหมด หรือบอกให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือรวมเอา Starwars ภาคหลักทุกภาคตั้งแต่ EP1 ถึง EP9 กันเลย เรียกว่าจัดเต็มจัดหนักและยังมีการประกาศว่าจะมีการเปลี่ยนรูปแบบการเล่น และยังมีอิสระในการเล่นมากขึ้นแต่การที่มันถูกเลื่อนวันวางขายจากเดิมต้องออกในปี 2020 ด้วยการระบาดของ Covid-19 ทำให้เลื่อนมาออกในปี 2022 บน PS4 , PS5 , XBox ซีรีส์ , Nintnedo Switch รวมทั้งออกบน PC ด้วย

กราฟิกยกระดับให้ดูดีกว่าเดิม

เนื่องจากเป็นเกมในยุคใหม่แล้วแม้ว่าแนวทางของ LEGO Starwars จะไม่ต้องมีภาพสวย ๆ ก็ตาม แต่ภาค The Skywalker Saga ถือว่ายกระดับให้ดูดีกว่าภาคก่อนหน้านี้อย่างเห็นได้ชัด กราฟิกมีความสวยงามราวกับเราได้ชมการ์ตูน CG ที่มีรายละเอียดชัดเจนรวมทั้งแสงเงาของฉากที่โดดเด่นพอตัว ตัวละครในเกมถูกสร้างใหม่หมดไม่ได้เอาโมเดลเดิมมาใช้งาน อย่างไรก็ตามหากคุณเล่นบน Nintendo Switch ภาพจะดูด้อยกว่าเวอร์ชันอื่นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะความละเอียดของภาพที่ลดลงพอสมควรแต่ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร

ส่วนการนำเสนอต้องชมจากใจแฟนภาพยนตร์ Starwars เพราะสามารถเล่าเรื่องมหากาพย์สงครามอวกาศ ออกมาในรูปแบบตัวต่อเลโก้ได้ลงตัวมาก มีการใส่มุกตลกฮา ๆ เข้าไปตลอดและมีการอ้างอิงถึงภาคเสริมของซีรีส์ Starwars ทั้งภาคแยกที่ไม่มีใน The Skywalker Saga และซีรีส์การ์ตูนด้วย ถือว่าต้องเป็นแฟนตัวยงจะอินกับเกมมาก แถมยังมีเสียงพากย์มาให้แบบจัดเต็มตลอดการเล่นด้วย และแน่นอนเพลงประกอบทั้งหมดก็เป็นผลงานของ จอห์น วิลเลียมส์ (John Williams) ที่ยังคงเสริมให้มันสนุกเหมือนเดิม

รูปแบบการเล่นแอ็กชันเข้าใจง่ายเหมาะกับทุกคน

เกมเพลย์หลัก ๆ ยังคงเหมือนเดิมคือแอ็กชัน 3 มิติที่เราต้องตะลุยไปในด่านต่อสู้กับศัตรูตามความสามารถของตัวละคร เช่นเจไดใช้ดาบเลเซอร์และพลัง Force ส่วนตัวละครอื่นจะมีปืนเลเซอร์และไอเทมพิเศษที่แตกต่างกัน ที่นอกจากต้องต่อสู้กับศัตรูแล้ว ยังต้องแก้ไขปริศนาที่ต้องค้นหาตัวต่อเลโก้ในฉากมาประกอบเพื่อเปิดทางไปต่อและต้องสลับเปลี่ยนตัวละครตลอดการเล่น ซึ่งส่วนนี้ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

อีกจุดที่ทำให้เกมสนุกคือไม่ได้มาแค่แอ็กชัน รูปแบบการเล่นจะเปลี่ยนไปตามฉากในภาพยนตร์ เช่นสงครามที่ต้องใช้ยานอวกาศที่เราต้องบังคับยานออกไปต่อสู้ศัตรูที่ภาคนี้ทำได้ดีกว่าเดิม มีฉากที่กว้างกว่าและปรับสมดุลให้ดีเกือบจะเท่ากับซีรีส์ Starwars ภาคหลักเลย และยังมีฉากสงครามที่ต้องต่อสู้เป็นกองทัพมาให้เล่นด้วย ส่วนตัวละครที่ดูเหมือนไม่มีประโยชน์ในภาคก่อน ๆ ก็ปรับให้สมดุลรวมทั้งการแก้ปริศนาที่สนุกกว่าเดิมด้วยที่จะนำเสนอในรูปแบบมินิเกมที่เข้าใจง่าย

พัฒนาเสริมให้สนุกแบบจัดเต็ม

ของใหม่ใน LEGO Star Wars The Skywalker Saga มีมาให้มากกว่าภาคอื่นราวกับว่าผู้สร้างจะทำเป็นตอนสุดท้าย เพราะใส่มาแบบจัดเต็ม ฉากมีความกว้างมากกว่าเดิมมีอะไรให้สำรวจมาก แน่นอนว่าเราต้องทำภารกิจหลักเพื่อผ่านด่าน แต่จะแวะเก็บไอเทมพิเศษที่ซ่อนอยู่ในฉากหลักได้รวมทั้งมีมินิเกมเป็นภารกิจเสริมซ่อนอยู่เพียบ และยังสามารถย้อนกลับมาเล่นได้ตลอด โดยจะมีแผนที่กำหนดเป็นดวงดาวที่กลับไปเล่นซ้ำได้ตลอดถือว่าดีงามและไม่เคยมีมาก่อนในซีรีส์ LEGO Starwars

และในภาคนี้เรายังสามารถอัปเกรดคลาสของตัวละคร เพื่อเพิ่มความสามารถใหม่ ๆ ได้แน่นอนว่าทำให้เราอยู่กับเกมได้ยาวนานขึ้นมาก และส่วนที่น่าสนใจคือเราสามารถกลับมาเล่นฉากเก่าที่เราปลดล็อกมาแล้วได้ และผู้สร้างได้ทำฉากกว้าง ๆ และดวงดาวจำนวนมากรอให้เราสำรวจและท่องไปได้ทั่ว ถือว่าดีงามแม้มันจะไม่ได้กว้างเท่า Open World เกมอื่นก็ตามแต่ก็มีอะไรให้ทำเยอะจนแม้จะจบเนื้อเรื่องหลักแล้วก็ยังเล่นต่อได้ไม่เบื่อ

ส่วนแอ็กชันในเกมก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดไม่ว่าจะเป็นการต่อท่าทำคอมโบ ที่จะมีแถบพลังบอกให้เห็น และมุมกล้องเวลาใช้อาวุธปืนเลเซอร์จะมาแบบมุมมองข้ามไหล่และมีการหลบเข้าที่กำบังแบบ Gear Of War รวมทั้งการดวลดาบเลเซอร์กับบอสที่สนุกกว่าเดิมมาก มีการใช้กดปุ่มตามจังหวะแบบเกม God Of War ที่ใส่เข้ามาแบบลงตัวไม่ดูเยอะเกินไป และเรายังสามารถเล่น 2 คนกับเพื่อนแบบแบ่งหน้าจอได้ด้วย อย่างไรก็ตามการเล่นแบบนี้จะถูกจำกัดมุมกล้องเพราะหน้าจอจะแคบลง และบางฉากจะดูวุ่นวายมากกว่าจะสนุกเพราะต้องร่วมกันแก้ปริศนาด้วยประมาณว่าเล่นคนเดียวดีกว่า

การกลับมาของตำนานสงครามอวกาศฉบับตัวต่อใน LEGO Star Wars The Skywalker Saga ถือว่าทำออกมาได้ดีกว่าที่คาดไว้มาก ๆ เพราะมันคือการยกระดับความสนุกของซีรีส์ตัวต่อเลโก้ ให้หลากหลายกว่าเดิม และเนื่องจากมันรวมฮิตเอา Starwars ทุกภาคมาในเกมเดียวคิดแค่นี้สำหรับแฟน ๆ ก็คุ้มค่ามากแล้ว ส่วนเกมเพลย์ก็เพิ่มเข้ามายิ่งทำให้มันคุ้มค่าแบบไม่ต้องคิดมาก ใครอยากหาเกมสนุก ๆ ที่เล่นแล้วไม่หัวร้อนมันเป็นอีกทางเลือกที่บอกได้เลยห้ามพลาด

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึก