รีวิวเกม “Angel Saga” ตะลุยดันเจี้ยน ตะบุมบอนฝ่าดงกระสุนในสไตล์ Rogue-like RPG

คะแนนจากผู้อ่าน0 Votes
0
7.4

สำหรับเกม Angel Saga ที่ผมได้นำมารีวิวในวันนี้จะให้อารมณ์เหมือนได้พาคุณย้อนยุคกลับไปเล่นเกมแนว Space Shooter ในสมัยก่อน ที่จะต้องหลบดงกระสุนที่ถาโถมกระหน่ำยิงใส่คุณไม่ยั้งจากทุกสารทิศ แต่ทว่านี่ไม่ใช่เกมที่ให้เราได้ขับยานอวกาศเข้าต่อสู้ แต่คุณจะได้รับบทเป็นนางฟ้าผู้ใช้เวทมมนตร์ที่ถูกอันเชิญมายังปรโลกและมาพร้อมอาวุธคู่กายไม้กายสิทธิ์ด้ามโต หน้าที่ของคุณคือจัดการศัตรูทั้งหมดที่เข้าขวางหน้า และอัปเกรดตัวละครของคุณให้พร้อมที่จะรับมือกับความท้าทายใหม่ ๆ ที่ตัวเกมถาโถมจัดหนักมาให้คุณตลอดเวลา

แพลตฟอร์มที่เล่น โทรศัพท์มือถือทั้ง iOS / Androi

Angel Saga: Roguelike Action Shooter RPG

Angel Saga คือเกมแนว Action Shooting Rogue-like RPG มุมมอง Top-Down ที่รูปแบบเกมเพลย์จะคล้ายกับเกมแนว Space Shooter ที่เราจะต้องพบเจอกับกระสุนและการโจมตีหลากหลายรูปแบบที่ถาโถมใส่คุณจากทุกทิศทาง แต่โดยรวมแล้วนี่ไม่ใช่เกมที่มีระบบควบคุมที่ซับซ้อนหรือเล่นยากอะไรมากนะ แต่ก็ไม่ใช่เกมง่ายขนาดที่สามารถผ่านได้แบบชิว ๆ เรายังคงต้องอาศัยสกิลเพลย์ในเกมนี้เยอะพอสมควร ไม่ว่าจะทั้งการหลบการหาจังหวะ และที่สำคัญ ‘ดวง’ ของผู้เล่นค่อนข้างเข้ามามีบทบาทสำคัญที่จะใช้กำหนดความยากง่ายของเกมนี้ไม่ใช่น้อย

ปล. ตัวเกมรองรับภาษาไทยแบบเต็มรูปแบบด้วยนะ

ระบบต่อสู้ผ่านการควบคุมที่ง่ายแสนง่าย

สำหรับระบบต่อสู้ของเกมนี้จะเป็นแบบ Shooting มุมกล้อง Top-Down (มุมสูง) โดยตัวละครเราจะทำการยิงเวทออกมาใส่ศัตรูในระยะกลาง-ไกล และผู้เล่นไม่ต้องทำอะไรเลยนอกจากควบคุมทิศทางการเดินของตัวละครของเรา เพราะตัวละครเราจะทำการโจมตีใส่ศัตรูที่อยู่ใกล้ที่สุดให้เองโดยอัตโนมัติ นั่นจึงทำให้จังหวะการออก combat ของเกมนี้จะเป็นรูปแบบ ‘ลากแล้วหยุด’ ลากคือเดินหลบการโจมตีของศัตรู ส่วนหยุดก็คือเมื่อได้จังหวะที่คิดว่าเราอยู่ในตำแหน่งที่ปลอดภัยแล้วก็หยุดเดินและให้ตัวละครเรามันโจมตีอัตโนมัติ (ระหว่างเดินตัวละครเราจะไม่ทำการโจมตี) และถ้าศัตรูเริ่มโจมตีต่อก็ลากเดินหลบต่อ ทำอย่างนี้วนไปจนกว่าจะสามารถเคลียร์ด่านนั้น ๆ ได้

นอกจากนี้ตัวเกมยังสามารถให้เราแดชหลบการโจมตีแบบฉับพลันได้ด้วย แต่การแดชก็จะมีคูลดาวน์ระยะเวลานึงนะ ทำให้การต่อสู้ในเกมนี้จะเน้นไปทางหลบหาจังหวะโจมตีเป็นหลัก และสังเกตุแพตเทิร์นการโจมตีของศัตรูให้ดี ๆ บอกเลยว่าจำนวนการโจมตีของศัตรูบางทีนี่แทบจะพุ่งมาเต็มจอจนแทบจะไม่มีที่หลบเลย แถมศัตรูในเกมนี้มีหลายรูปแบบหลายแพตเทิร์นมาก สกิลเพลย์และสมาธิต้องแน่นจริง ๆ ตอนที่เล่นเกมนี้

การลงดันตะลุยด่านแบบ Rogue-like

สำหรับรูปแบบการเล่นในเกมนี้จะให้ผู้ได้เล่นเข้าไปต่อสู้ในดันเจี้ยนที่แบ่งออกเป็นหลายพื้นที่ และในแต่ละพื้นที่ก็จะมีหลาย Stage ที่มีรูปแบบด่าน ศัตรู และบอสมินิบอสแตกต่างกันออกไป และทุกครั้งที่เราต้องกลับไปเล่นด่านเก่า ๆ ซ้ำ ๆ รูปแบบด่านเหล่านี้จะเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมเสมอตามแบบฉบับของเกมแนว Rogue-like ทำให้เราจะได้รับความสดใหม่อยู่ตลอดเวลา ไม่รู้สึกซ้ำซากจำเจเมื่อต้องกลับไปฟาร์มด่านเดิม ๆ แต่ทว่าก็ไม่ได้มีแค่สิ่งเหล่านี้เท่านั้นที่จะมอบประสบการณ์การเล่นที่แตกต่างให้แก่ผู้เล่น

ในเกมนี้ยังมีระบบการอัปเกรดชั่วคราวเมื่อลงดันเจี้ยนอีกด้วย ซึ่งผมจะถือว่าระบบนี้เป็นไฮไลท์ของเกมนี้เลยก็ว่าได้ เพราะมันทำให้เกมเล่นสนุกและมีสีสันขึ้นอย่างมหาศาล ต้องอธิบายเพิ่มเติมก่อนว่าทุกครั้งที่เราลงดันเจี้ยนในแต่ละพื้นที่ตัวเกมจะมีการเก็บเลเวลชั่วคราวให้กับตัวละครของเราด้วย และเมื่อตัวละครเราเลเวลอัปเกมจะทำการสุ่มค่าพลังพิเศษไม่ว่าจะเพิ่มสเตตัสหรือสกิลพิเศษให้เราได้เลือกใช้แบบสุ่ม ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เราสามารถเคลียร์ Stage แต่ละพื้นที่ได้ง่ายยิ่งขึ้น แต่ทว่าเมื่อเราเล่นดันเจี้ยนจบหรือแพ้ตายจนต้องออกจากดันเจี้ยนนั้น ๆ ค่าพลังเหล่านี้จะหายไปและเราก็ต้องเริ่มเก็บใหม่เสมอ ทำให้ทุกครั้งที่เล่นเราจะได้ค่าพลังเหล่านี้มาใช้ไม่เหมือนกันสักรอบ บอกเลยใครดวงดีได้สกิลเทพ ๆ มาใช้เยอะ ๆ นี่เกมเพลย์จะเล่นง่ายขึ้นเยอะแบบเยอะมาก ๆ

ระบบอุปกรณ์ มีส่วนช่วยต่อเกมเพลย์เยอะกว่าที่คิด

ถ้าก่อนหน้านี้คือระบบอัปเกรดแบบชั่วคราว แน่นอนว่านี่ก็คือระบบอัปเกรดแบบถาวรครับผม ซึ่งการจะทำให้ตัวละครเรามีสเตตัสพื้นฐานก่อนเข้าไปลงดันเจี้ยนเพิ่มขึ้นคงหนีไม่พ้นการหาอุปกรณ์ต่าง ๆ มาใส่ให้กับตัวละครของเรานั่นเอง โดยรวมผมค่อนข้างชอบระบบนี้มากเพราะมันมีรายละเอียดยิบย่อยเยอะกว่าที่ผมคิดไว้มาก โดยแต่ละอุปกรณ์จะแฝงทักษะพิเศษให้เราได้ใช้แตกต่างกันไป เช่นอาวุธนี้จะปล่อยลูกไฟออกมาเป็นกระสุน แต่ถ้าเราตีบวกอาวุธจนถึงจำนวนที่เกมกำหนดลูกไฟที่ปล่อยออกมาจะเพิ่มเป็น 2-3 ลูก หรืออาจจะมีสกิลพิเศษเพิ่มเช่นทำดาเมจแบบ over time เป็นต้น หรือชุดเกราะที่ได้ทักษะให้เราสามารถเอาชีวิตรอดได้ดียิ่งขึ้นขณะเล่น และอื่น ๆ อีกมากมาย

ด้วยความที่อุปกรณ์แต่ละชิ้นของเกมนี้มีทักษะพิเศษเฉพาะแตกต่างกันออกไปทุกชิ้น ทำให้ความอยากเล่นอยากหาอุปกรณ์ใหม่ ๆ เทพ ๆ มาใส่ในเกมนี้มันมีเยอะขึ้นตาม และการหาอุปกรณ์ในเกมนี้ก็ไม่ได้หายากมากอะไรขนาดนั้น แม้ของเทพ ๆ จะอาจต้องเปย์ซื้อมาใช้บ้าง แต่ถ้าคุณดวงดีก็เปิดกาชาวัดดวงได้เลย หรือต่อให้ดวงคุณกุดจริงเมื่อเราเล่นไปเรื่อย ๆ โอกาสดรอปของเหล่านี้จากการลงดันก็มีเยอะเช่นกัน แม้จะไม่ได้ของที่ดีที่สุดมาใช้แต่ผมก็มองว่าแค่ของระดับกลาง ๆ ก็สามารถพาเราตะลุยไปยังด่านสูง ๆ ได้ไม่ยาก ถ้าสกิลเพลย์คุณพริ้วจริงอ่ะนะ หรือถ้าเราได้ของซ้ำกันเยอะ ๆ เราก็ยังสามารถนำมาผสมเพื่ออัปขั้นได้ด้วย

แต่เหนือสิ่งอื่นใดที่ผมชอบที่สุดก็คงจะเป็นการที่อุปกรณ์ที่เราสวมใส่มันจะกลายเป็นแฟชันที่แสดงผลตอนเกมเพลย์ด้วย เรียกได้ว่าเป็นอีก 1 จุดวัดใจของผู้เล่นเลยว่าจะเน้นใช้งาน หรือเน้นสวยงาม (ฮา)

คอนเทนต์อื่น ๆ ที่จะมาท้าทายความสามารถของคุณ

นอกจากนี้หากคุณคิดว่าคุณเก่งแล้ว และเริ่มคิดว่าคอนเทนต์หลักง่ายเกินไป คุณยังสามารถเข้ามาชาเลนจ์ตัวเองผ่านคอนเทนต์อื่น ๆ ได้อีกด้วยไม่ว่าจะ หอคอยปีศาจ ที่จะเป็นเหมือนการไต่หอคอยตะลุยขึ้นไปเรื่อย ๆ ยิ่งสูงยิ่งยากแต่รางวัลก็ยิ่งดีงามตามระดับ หรือจะลงดันเจี้ยนไร้ที่สิ้นสุดที่จะมาวัดกันว่าคุณจะสามารถอดทนจนผ่านได้กี่ดันเจี้ยน ซึ่งเอาจริง ๆ รูปแบบการเล่นโหมดเหล่านี้จะไม่ค่อยให้ความแตกต่างกับคอนเทนต์หลักสักเท่าไหร่นัก จะต่างก็แค่ความยากง่ายและของรางวัลที่เราจะได้รับเมื่อเคลียร์จบเท่านั้น

โดยรวมผมคิดว่าคอนเทนต์เหล่านี้น่าจะมีไว้สำหรับฟาร์มและทดสอบเพดานเลเวลของตัวละครเราโดยเฉพาะ เพราะเมื่อเราเล่นคอนเทนต์เสริมพวกนี้ไปเรื่อย ๆ ยังไงเราก็จะไม่ผ่านเพราะความยากมันจะก้าวกระโดดมาก ๆ ทำให้คุณเริ่มรู้ตัวแล้วว่าตัวละครเรายังเก่งไม่พอและควรกลับไปอัปตัวได้แล้วยังไงล่ะ

สรุป

นี่คือเกมที่มีระบบควบคุมที่ง่ายมาก แต่เกมเพลย์กลับมีความท้าทายและต้องอาศัยทักษะสกิลเพลย์ของผู้เล่นสูงประมาณนึง บวกกับนี่ไม่ใช่เกมที่มีระบบอำนวยความสะดวกให้ผู้เล่นอะไรเยอะมากนัก ทุกเกมเพลย์ผู้เล่นจะต้องเป็นคนออกแอ็กชันเองทั้งหมด ทำให้นี่เป็นเกมที่ต้องใช้สมาธิและเวลาว่างในการเล่นเยอะพอสมควร แต่ถ้าคุณไม่ได้ติดปัญหาในเรื่องนี้ และยิ่วบวกกับว่าหากคุณเป็นคนที่ชอบเล่นเกมที่มีธีมเป็นดาร์กแฟนตาซีอยู่แล้ว นี่ก็ถือว่าเป็นเกมที่เล่นสนุกเลยทีเดียว ด้วยความที่เป็นเกมแนว Rogue-like ทำให้ทุกการเล่นในเกมนี้จะให้ความรู้สึกสดใหม่อยู่เสมอ บวกกับระบบอัปเกรดที่ทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมการปั้นตัวละครในเกมนี้จึงเป็นอะไรที่เหมาะจะทำเป็นคอนเทนต์ระยะยาวมาก

และถึงแม้คุณจะเป็นผู้เล่นสายฟรีก็ไม่ต้องกังวล ตัวเกมไม่ได้มีการบีบบังคับให้คุณจำเป็นที่ต้องเติมเงินเพื่อเก่งอะไรขนาดนั้น แค่ไอเทมที่ตัวเกมดรอปให้มาก็สามารถพาเราไปด่านลึก ๆ ได้สบายมาก แต่ทว่าเกมนี้คือเกมดูโฆษณา แต่ก็ยังดีที่โฆษณาไม่ได้เด้งขึ้นมาขัดอรรถรสในช่วงเกมเพลย์ของเรา แต่โฆษณาจะมาในรูปแบบดูเพื่อรับไอเทมเพิ่ม ซึ่งถ้าอยากเก่งเร็วก็ดู แต่ถ้าไม่รีบก็กดข้าม ๆ ไปก็ได้ตัวเกมไม่ได้บังคับเราขนาดนั้น

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

รีวิวเกม “Angel Saga” ตะลุยดันเจี้ยน ตะบุมบอนฝ่าดงกระสุนในสไตล์ Rogue-like RPG
คะแนนจากผู้อ่าน0 Votes
0
จุดเด่น
ระบบควบคุมทำออกมาได้เล่นง่ายเหมาะกับแพลตฟอร์มมือถือ
ความเป็น Rogue-like ทำให้เกมมีความสดใหม่อยู่เสมอแม้ต้องเล่นด่านซ้ำ ๆ
ใช้สกิลเพลย์ในการเล่นเยอะพอสมควร เกมมีความท้าทายในตัวของมันเอง
ระบบอัปเกรดทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม
จุดสังเกต
นี่เป็นเกมที่ต้องดูโฆษณาถ้าหากอยากเก่งไว
7.4

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึก