[Review] Battlefield 1 ประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งใหม่เกิดขึ้นมาอีกครั้งในรูปแบบ Video Game
Our score
9.0

Battlefield 1

จุดเด่น

  1. โหมด Campaign ที่สนุกและน่าจดจำ มีความแตกต่าง ทั้งรูปแบบการเล่น และ ภารกิจ ที่แตกต่างออกไปในแต่ละด่าน
  2. โหมดการเล่นใหม่ Operations Mode ที่เป็นมิติใหม่ของวงการเกม FPS
  3. ระบบ Progressing ของตัวเกมที่ออกแบบมาดี เหมาะกับการนำมาเล่นใหม่ได้ตลอด
  4. ระบบการเล่น Multiplayer ที่ทำออกมาได้ตามมาตรฐานที่ตั้งเอาไว้
  5. Graphics ที่สวยงาม และไม่กินสเป็คคอมพิวเตอร์มากจนเกินไป

จุดสังเกต

  1. ตัวเกมไม่มีโหมด Commander แบบภาคที่ผ่านๆมา
  2. ตัวเกมถูกตั้งเป้าไว้ให้ขาย DLC ต่อไปในอนาคต Content ต่างๆในโหมด Mutiplayer จึงมีไม่เยอะอย่างเต็มที่
  • Gameplay

    9.0

  • Graphics

    10.0

  • Story

    8.0

  • Sound

    8.0

  • value

    10.0

maxresdefault

Welcome to World of Battlefield

Battlefield 1 นั้นจะเล่าเรื่องโดยใช้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อหนึ่งร้อยปีที่ผ่านมาเป็นรากฐาน ที่ในขณะนั้น ทหารมากกว่า 60 ล้านนายต่อสู้อยู่กับ “สงครามเพื่อยุติสงครามทั้งหมด” แต่สุดท้ายแล้ว สงครามมันก็จบลงไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่ไปมากกว่าประวัติศาสตร์ที่ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาความหายนะของสงคราม และมันก็เปลี่ยนแปลงโลกไปตลอดกาล อย่างที่เราเป็นอยู่ในปัจจุบัน

และเช่นเดียวกับ Battlefield 1 ที่จะสร้างประวัติศาสตร์ขึ้นมาใหม่ และเปลี่ยนแปลงโลกของวงการเกม First Person Shooting ไปตลอดกาลเช่นกันครับ

สวัสดีคุณผู้อ่านทุกท่านครับ ผม Mirajane Aurora (Mirajane-AR) หลังจากงาน Battlefield World Premiere 2016 ที่ผ่านมา EA และ DICE ได้เปิดตัวเกมเดินหน้ายิงภาคต่อชื่อดังอย่าง Battlefield โดยในครั้งนี้ตัวเกมจะย้อนยุคกลับไปอย่างจุดเริ่มต้นของสงครามในสมัยปี 1914-1918 The First World War หรือ สงครามโลกครั้งที่ 1 นั้นเอง แน่นอนว่าทำเอาแฟนๆ รวมไปถึงเกมเมอร์ทั้งโลกได้จับตามองกันอย่างมากมายเลยทีเดียว เพราะนี้เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ผ่านมาที่เกม FPS กลับมาย้อนยุคใช้ Theme สงครามโลกยุคเก่าๆ เป็นธีมหลักของเกมนั้นเองครับ

และแน่นอนว่ามันก็ไม่ทำให้เกมเมอร์ทั่วโลกต้องผิดหวัง Battlefield 1 นั้นทำออกมาได้ดีในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นทั้งโหมด Single Player ที่ได้รับการปรับปรุงขึ้นมาจากภาคที่แล้วอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นการเล่าเรื่อง รูปแบบการเล่น Gameplay ต่างๆ ที่ทำออกมาได้ดีจนน่าตกใจ รวมไปถึงโหมด Mutiplayer ที่ทำออกมาได้ดีตามมาตรฐานของ Battlefield อีกทั้งในส่วนของ Graphics & Sound ที่ทำมาดีสมชื่อ Battlefield แล้ว ก็ยังมีการปรับปรุงเกมเพลย์ให้ดีขึ้น สนุกมากกว่าเดิม และเข้ากับธีมสงครามโลกครั้งที่ 1 อีกด้วยครับ

โหมดผู้เล่นคนเดียว – The War Stories

bf1-2016-10-21-17-03-04-33

War Stories หรือโหมด Single Player Campaign ของ Battlefield 1 นั้นจะเป็นการเล่าเรื่องผ่านมุมของของทหารและบุคคลต่างๆแต่ละประเทศต่างๆทั่วโลก ตัวเกมจะให้เราเลือกเล่น War Stories ของใครก่อนก็ได้ โดยที่ในแต่ละ Story นั้นจะมี Theme การเล่าเรื่อง รูปแบบการเล่น ตัวละคร และช่วงเวลาที่แตกต่างกันออกไปโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการเล่นแบบ “Kill em all” หรือ “Stealth” สนามรบบนอากาศ การรบแบบกองโจร หรือการบุกประจันหน้า พร้อมชุดเกราะและปืนกลหนัก ก็มีให้เล่นกันหมด เรียกได้ว่ามีครบทุกอารมณ์เลยล่ะครับ

เราขอเล่าเจาะลึกนะครับ มีสปอยเนื้อเรื่องแน่นอน!

battlefield-1-10-18-2016-13-25-51-23

เนื้อเรื่อง Through Mud and Blood

เนื้อเรื่อง Through Mud and Blood

bf1trial-2016-10-18-14-01-56-74“รถถังเกิดจมโคลน ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้”

Through Mud and Blood จะเป็นการเล่าเรื่องผ่านตัวละคร Edward และรถถังประจำหน่วยของเขา ในขณะที่เขากำลังปฏิบัติภารกิจอยู่นั้น รถถังเกิดตกลงไปในบ่อโคลน ทำให้ไม่สามารถวิ่งออกไปได้ และโดนเหล่าทหารฝั่งตรงข้ามเข้ามาลุมล้อม พวกเขาเข้าตาจน จึงส่งนกพิราบออกไปบอกตำแหน่งพิกัดให้ฐานใหญ่เพื่อที่จะยิงปืนใหญ่มาใส่รถถังของพวกเขาแทนการที่จะโดยพวกศัตรูฆ่าตาย แต่ด้วยความโชคดี ทำให้ทหารทั้งหน่วยของ Edward สามารถรอดออกมาได้ และรถถังก็ไม่เสียหาย แต่พวกเขาก็ต้องเอาชีวิตรอดกันต่อไป ทั้งๆที่ทหารฝ่ายตนเองจะคิดว่าพวกเขาตายแล้วก็ตาม จากนั้นในฉากต่อมา Edward จะต้องลอบเข้าไปใน Camp ของศัตรูเพื่อที่จะเปิดทางให้รถถังของพวกเขาผ่านเข้าไปได้ ในจุดนี้ตัวเกมจะเปิดโอกาสให้ผู้เล่นสามารถเลือกแผนการโจมตีได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการลอบสังหารแบบ Stealth หรือบุกเข้าไปซึ่งๆหน้า หรือขอกำลังเสริมจากรถถังเพื่อที่จะดึงความสนใจ ให้ผู้เล่นได้มีโอกาสฆ่าศัตรูง่ายๆ ด้วยนั้นเองครับ ในฉากต่อมา อยู่ดีๆ รถถังของ Edward ก็เกิดใช้งานไม่ได้ จนทำให้เขาต้องลอบเข้าไปในหมู่บ้าน เพื่อที่จะหาอุปกรณ์ อะไหล่ต่างๆ มาซ่อมรถถังนั้นเอง

bf1trial-2016-10-18-14-10-54-97“Gameplay แบบลอบเร้น ไม่ได้มีให้เห็นบ่อยๆใน Battlefield”

และต่อจากนั้นมา ตัวเกมก็จะเข้าสู้โหมดการเล่นแบบลอบเร้นอีกครั้ง โดยในครั้งนี้ฉากจะไม่ใช่ทางตรงแบบในป่าอีกต่อไป แต่จะเป็นหมู่บ้านขนาดกลางๆ ที่ตัวเกมจะเปิดโอกาสให้ผู้เล่นบุกเข้าไปโดยใช้ “วิธีไหนก็ได้” ยกตัวอย่างเช่น หากผู้เล่นต้องการจัดการศัตรูให้หมดก่อนที่จะเข้าไปค้นหาอุปกรณ์ซ่อมรถถัง ก็ให้ไปสำรวจแถวๆหอคอยต่างๆ หรือตาม Camp ต่างๆ ซึ่งใน Camp เหล่านี้จะมีอาวุธพิเศษอยู่ในกล่อง รอผู้เล่นเข้าไปเปิดใช้งานเสมอ และเมื่อผู้เล่นค้นเจอ Sniper ที่ปลายกระบอกปืนติดที่เก็บเสียงแล้ว ก็สามารถปืนขึ้นไปอย่างหอคอย และใช้ความแม่นของตัวเองจัดการศัตรูได้ทีละคน ก่อนที่จะเดินเข้าไปค้นหาอุปกรณ์ได้อย่างสบายใจ หรือหากผู้เล่นไม่ชอบ Sniper เท่าไร ก็สามารถไปค้นหาปืนลูกซอง พร้อมกับปืนกลหนัก และระเบิดมือ 1 ชุด และบุกลุยเข้าไปแบบซึ่งๆหน้าเลยก็ได้ หรือถ้าหากชอบการฆ่าแบบระยะประชิดโดยใช้มีดล่ะก็ สามารถทำได้เช่นกัน เพราะในเกมนี้เราสามารถ Lure ศัตรูได้ด้วยการส่งเสียง หรือโยนปลอกกระสุนปืนล่อให้ศัตรูเดินไปทางนั้นๆได้อีกด้วย นับว่าเป็นมิติใหม่ของ Battlefield เลยล่ะครับ ที่มี Gameplay แบบนี้ให้เล่นกัน

bf1trial-2016-10-18-14-42-08-21“Sniper พร้อมที่เก็บเสียงจากระยะไกลก่อนบุกเข้าไป ก็เป็นความคิดที่ดี”

bf1trial-2016-10-18-14-43-48-01“หรือจะใช้ Skill การเล่นแบบ Assassin ของผู้เล่น จัดการศัตรูในระยะประชิดแบบนี้เลยก็ย่อมได้”

เมื่อผ่านค่ำคืนที่โหดร้ายมาแล้ว Edward ก็สามารถซ่อมรถถังได้ และพร้อมที่จะเดินหน้าต่อไปอีกครั้ง ในช่วงเช้าของวันนั้น Edward ดันไปเจอเข้ากับฐานที่มั่นของศัตรูเข้าจนได้ ทำให้เกิดการปะทะกันอย่างดุเดือด ตรงนี้ตัวเกมก็เปิดโอกาสให้ผู้เล่นอีกเช่นกัน ว่าจะเข้าปะทะโดยใช้รถถัง หรือลงจากรถถังไปใช้อุปกรณ์จุดระเบิดแทน ถือว่าสร้างความแตกต่างในการเล่นได้ ทำให้ไม่ซ้ำซากไปทั้งเกม และสุดท้ายแล้วก็จบที Edward ยอมเสียสละรถถังโดยการระเบิดรถถังทิ้งเพราะถูกศัตรูล้อมรอบ และเดินจากไปกับเพื่อมร่วมรบที่ถูกยิง ปิด Story Through Mud and Blood ไปอย่างน่าเศร้าเสียดาย

bf1-2016-10-21-12-52-19-68“โดนบุกเข้าประชิด รถถังไม่ทำงาน ไม่มีทางเลือกใดนอกจากยอมระเบิดรถถังทิ้งซะ”

bf1-2016-10-21-12-54-20-23“จากนั้นสงครามก็จบในอีก 1 เดือนต่อมา”

เนื้อเรื่อง Friend in High Places

เนื้อเรื่อง Friend in High Places

เป็นอีก 1 ใน Story ทีแสดงศักยภาพของ Battlefield ได้ด้วยดี ในรูปแบบการรบบนฟ้า ที่อยู่คู่ซีรี่ส์นี้มานานแสนนาน ตัวเกมจะเล่าเรื่องผ่าน Blackburn เขาไม่ได้เป็นทหาร ไม่ได้เป็นนักบิน ไม่มียศอะไร เขาเป็นแค่โจร ขโมย นักย่องเบา ที่มีความสามารถในการบิน และขโมยเครื่องบินของนักบิน George Rackham ไป

bf1-2016-10-21-12-57-46-28“George Rackham นักบินยศสูงเสียท่าให้กับโจรกระจอก Blackburn”

แน่นอนว่านักบินผู้ช่วยที่เป็น Gunner ของ Rackham Willsion ที่มาประจำการวันแรกไม่รู้ และไม่เคยเห็นหน้า Rackham เลย ทำให้เขาคิดว่า Blackburn ก็คือ Rackham จริงๆ และทั้ง 2 คนก็ได้ออกไปภาระกิจ Fly Testing และขณะที่กำลังทดสอบบินอยู่นั้น ก็เกิดมีข้าศึกจู่โจมมาทันที และด้วยความสามารถของ Blackburn เขาสามารถจัดการเครื่องบินข้าศึกเกือบทั้งหมดได้ และมีเครื่องบินลำหนึ่งพยายามบินหลบหนีไป Blackburn ได้บินตามไป และไปพบเข้ากับป้อมปราการใหญ่ของข้าศึกทันที Willsion ได้ถ่ายรูปเก็บภาพฐานป้อมปราการมาได้ และนำไปมอบให้กับผู้บังคับบัญชา จึงได้สั่งบุกเข้าโจมตีป้อมปราการนั้นทันที และ Blackburn ได้เข้าร่วมรบในครั้งนี้ด้วย

bf1-2016-10-21-13-20-08-57“สงครามกลางอากาศ คือสิ่งที่ขยาดสำหรับคนที่ขับเครื่องบินไม่เก่งอย่างผม ..”

ขณะที่การบุกโจมตีเป็นไปได้ด้วยดี เครื่องบินของ Blackburn  ได้ถูกยิงตก และพบว่าตัวเองอยู่ท่ามกลางบังเกอร์ของศัตรู Blackburn ได้ช่วยเพื่อนของเขา Willsion ออกมาจากซากเครื่องบิน และพากันหนีออกจากบังเกอร์ของศัตรูได้ไปถึงฐานของฝ่ายตนเองได้ Blackburn ถูกเรียกว่าเป็น Hero ในสงคราม แต่ในขณะเดียวกันนั้นเอง Rackham ได้บุกเข้ามาพร้อมกับบอกว่า Blackburn ไม่ใช่ Hero และจะต้องถูกจับข้อหาขโมยเครืองบิน ปลอมตัวเป็นทหาร และพาทหารไปตายในสนามรบ ขณะที่ Blackburn กำลังถูกส่งตัวไปคุกอยู่นั้น Willsion ที่รอดตายเข้ามาทักทาย Blackburn และบอกขอบคุณเขาที่ช่วยชีวิตเขาออกมา ในขณะเดียวกัน ฝูงบินของข้าศึกได้จู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัว Rackham ได้โดนยิงตายทันที Blackburn ได้ขอร้องให้ Willsion ปลดล๊อคกุนแจมือของเขา และชวนเขาไปเป็น Gunner ให้ Blackburn อีกรอบ

bf1-2016-10-21-14-26-48-44“Blackburn ช่วย Willsion ออกมาจากท่ามกลางดงศัตรู”

bf1-2016-10-21-14-28-08-51“มิตรภาพ ปะทะ กฎหมาย”

bf1-2016-10-21-14-35-02-65“ฉากรบกลางอากาศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในซีรี่ย์ Battlefield”

Blackburn สามารถทำลายเรือเหาะของฝ่ายตรงข้ามได้ ฝ่ายเราเป็นฝ่ายชนะ Blackburn ตัดสินใจกระโดดออกจากเรือเหาะ เพื่อรอดจากการระเบิด เขาคลานคืนมาจากน้ำ พร้อมกับพล่ามเรื่องราวของตัวเอง ที่เขากลายเป็น Hero ในสงครามนี้อีกครั้ง และเขาก็ได้ทิ้งคำถามให้คาใจตัวผู้เล่นไว้อีกครั้งว่า “จริงๆแล้ว เขาเป็น Hero จริงๆหรือเปล่า?”

เนื้อเรื่อง Nothing is Written

เนื้อเรื่อง Nothing is Written

bf1-2016-10-21-16-04-29-17“Zara แห่ง Lawrence of Arabia”

bf1-2016-10-21-16-05-32-91“มีดแค่เล่มเดียว ก็เพียงพอต่อการบุกเข้าไปแล้ว”

Nothing is Written เป็น War Stories ที่ตัวผู้เขียนเองชอบที่สุดในบรรดาทั้งหมด 5 Story ของเกมนี้ ตัวเกมจะเล่าถึงกลุ่มนักรบแห่งทะเลทราย Arabia ที่เรียกตนเองว่า Lawrence of Arabia ที่ต่อต้านกลุ่ม Ottoman Empire ที่รุกรานดินแดนของพวกเขา ฆ่าพ่อแม่พี่น้องของพวกเขา ใน Story นี้เราจะได้รบบทเป็น Zara เธอเป็นนักรบ Lawrence of Arabia ที่ต้องการจะล้างแค้นสิ่งที่ Ottoman ทำกับครอบครัวของเธอไว้ และใน Gameplay ของ Story นี้ผมบอกได้เลยว่านี่เป็นสิ่งที่ Battlefield ทำดีที่สุดในตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตัวเกมจะนำเอาจุดเด่นของ War Stories ทั้งหมดที่ผ่านมา 4 เรื่องแรก มารวมอยู่ใน Story นี้อันเดียว ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการเล่นแบบอิสระ ที่ตัวเกมจะเปิดโอกาสให้ผู้เล่น “เลือก” ที่จะทำอะไรก็ได้ในฉากนั้นๆ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม เพื่อบรรลุเป้าหมายของภารกิจ ในฉากแรกผู้เล่นจะต้องลอบเข้าไปใน Hatch ที่อยู่ที่ขบวนรถไฟ หลังจากการเล่นมาหลายชั่วโมงของผม สามารถบอกได้ว่าในภารกิจนี้เราไม่จำเป็นต้องฆ่าใครเลยก็ได้ เพื่อที่จะลอบเร้นเข้าไป แค่ Lure ศัตรูไปก็ทำได้แล้ว และในฉากต่อมา Zara จะมีอยู่ 3 ภารกิจใหญ่ที่ต้องไปทำ คือไปฆ่าหัวหน้าสั่งการในฐานนั้นๆ และเอา Code ของหัวหน้าสั่งการคนนั้นไปปลอมแปลงเป็นข้อความหลอกๆ ส่งไปให้พวก Ottaman ในจุดๆ นี้ตัวเกมจะนำเอาฉาก Sinai Desert ทั้งฉาก มาเป็นสนามให้ผู้เล่นได้เลือกวิธีการที่จะทำภารกิจในแบบของผู้เล่นเอง

bf1-2016-10-21-16-12-34-03“เป้าหมายหลักๆที่จะต้องบุกเข้าไป”

bf1-2016-10-21-16-12-59-40“รูปแบบการเล่นแบบอิสระ ที่ผู้เล่นจะทำอะไรยังไง ตรงไหนก่อนก็ได้”

ซึ่งหลังจากตรงนี้ไป รูปแบบการเล่นของแต่ละคนก็จะไม่เหมือนกันแน่นอนอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น Sniper จากระยะไกล Lure ศัตรู ฆ่าในระยะประชิด บุกเข้าไปตรงๆ หรือไปขโมยรถถังของศัตรู ยิงสัญญานหลอกๆ เพื่อล่อมาอยู่จุดๆเดียวแล้วฆ่าทีเดียว ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ตัวเกมก็จะตัดเข้าสู่ฉากต่อไป แน่นอน Zara โดนจับหลังจากที่ไปฆ่าหัวหน้าสั่งการคนสุดท้าย และในคืนนั้นเอง พวก Ottaman ก็ได้ไปตามฆ่ากลุ่มนักรบ Lawrence of Arabia ที่ฐานหลัก แต่ก็ยังมีบางส่วนหนีออกมาได้ Zara ได้วางแผนจะจัดการระเบิดรถไฟติดอาวุธของพวก Ottaman ที่เป็นปัญหามาตลอด สุดท้ายแล้ว Zara ก็จัดการระเบิดรถไฟได้สำเร็จ กลุ่ม Lawrence of Arabia ได้รบชัยชนะ แต่ถึงแบบนั้นสงครามก็ยังดำเนินต่อไป …

bf1-2016-10-21-16-51-20-07“รถไฟของ Ottaman Empire ถูกทำลายโดยฝีมือของนักรบ Lawrence of Arabia”

bf1-2016-10-21-16-51-45-12“Zara ที่ล้างแค้นครอบครัวได้สำเร็จ”

สรุปโหมด Single Player ทำได้ดี แต่สั้นมว้าก

สรุปภาครวมแล้วโหมด Single Player ของ Battlefield 1 นั้นได้รับการพัฒนาขึ้นมามากจากภาคที่ผ่านๆมา ไม่ว่าจะเป็นการเล่าเรื่อง ตัวละคร รูปการเล่น ที่ในครั้งนี้เพิ่มความหลากหลายในการเล่นเป็นอย่างมาก ถือว่าเป็นครั้งแรกในซี่รี่ส์ Battlefield เลยทีเดียว

น่าเสียดายที่ตัวเกมนั้นกลับสั้นมากไปนิด ใช้เวลาเพียงแค่ 5-6 ชั่วโมงก็สามารถจบเกมได้แล้ว แต่ถึงแบบนั้นก็ยังคุ้มค่าที่จะกลับไปเล่นได้อีกเรื่อยๆ
และด้วยการเล่าเรื่องที่กระชับไว ทำให้เข้าใจได้ง่าย ไม่ง่วงนอนและรู้สึกตื่นเต้น และสนุก อินไปกับตัวละครตัวนั้นๆ ในระยะเวลาอันสั้นจริงๆ ในส่วนนี้ตัวผู้เขียนอีกคิดว่าหาก DICE ได้เอาใจใส่ไปที่เนื้อเรื่องของคนเพียงแค่กลุ่มเดียว และขัดเกลาเนื้อเรื่องให้สนุกและน่าติดตามแบบ Bad Company 1 แล้วละก็จะดีกว่านี้มากๆ ยกตัวอย่างในเนื้อเรื่องของ Zara Story Nothing is Written หาก DICE ได้เจาะจงเล่าเรื่องและใส่รายละเอียดไปที่เนื้อเรื่องส่วนนี้ส่วนเดียวละก็ คงจะเป็นอะไรที่ดีมากๆ สำหรับคนที่ต้องการ Story ที่มีความลึกมากกว่า เหมือนนั่งชมประวัติศาสตร์การเล่าเรื่องผ่านฉากๆ ตามแต่ละประเทศทั่วโลก แต่โดยรวมแล้ว Single Player ของ Battlefield 1 นั้นก็ทำออกมาได้ดี ถึงแม้ว่าจะดีไม่สุดหากเทียบกับเกมอื่นๆ แล้วมันมันก็ดีที่สุดในนิยามของชื่อเกมของมันเองครับ

1465682943_maxresdefault-1920x500

โหมด Multiplayer

bf1trial-2016-10-18-15-00-07-21“Squad คือหัวใจหลักในทีม Teamของ Battlefield”

หากพูดถึง Battlefield สิ่งแรกที่หลายๆ คนจะนึกถึงก็เลยก็คือ โหมด Multiplayer เพราะมันคือจุดเริ่มต้นของเกมนี้มาตั้งแต่ Battlefield 1942 แล้วหลังจากนั้นระบบการเล่นของโหมดนี้ก็ถูกพัฒนาขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง จนเข้าสู่ยุค Battlefield Bad Company 2 และ Battlefield 3 ที่ตัวเกมเน้นการเล่นไปอย่างโหมด Mutiplayer อย่างจริงจัง และสร้างชื่อเสียงให้คนรุ่นใหม่ที่ไม่รู้จัก Battlefield มาก่อนได้รู้จักกันในตอนนั้นพอดี และต่อมาใน Battlefield 4 ที่เป็นการรวมเอาจุดเด่นทั้งหมดของซีรี่ส์ Battlefield มารวมไว้ในจุดๆเดียวกัน และกลายเป็น Battlefield ภาคที่มีคนเล่นเยอะที่สุดในตลอดเวลาที่ผ่านมา

DICE พิสูจน์ให้ชาวโลกเห็นแล้วว่า Battlefield 1 ไม่ใช่แค่ตัวเกมทำออกมาได้ดีเหมาะสมกับ World War 1 แต่มันเหมือนกับว่า ซีรี่ส์ Battlefield เกมนี้มันเกิดมาเพื่อสงครามสมัยก่อนทั้ง World War 1 / World War 2
หลังจากช่วงเวลานั้น ด้วยการมาของ Battlefield 1 หลายๆคนตั้งหน้าตั้งตาจับตามองกันว่าแล้วโหมด Multiplayer ของ Battlefield 1 จะออกมาเป็นแบบไหนกันนะ เพราะคราวนี้ตัวเกมได้ย้อนยุคมาเป็นสงครามโลกครั้งที่ 1 ไม่ใช่ สงครามสมัยใหม่แบบภาคที่ผ่านๆมา ทั้งอาวุธปืน ยานพาหนะ ทุกๆสิ่งทุกๆ อย่างมันแตกต่างกันไปหมด และไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยใน Battlefield ยุคใหม่นี้ ทำให้หลายๆคนเลยคิดว่า Battlefield 1 อาจจะทำได้ “ไม่สมกับเป็น World War 1” และแล้วในวันนี้ DICE ก็พิสูจน์ให้ชาวโลกเห็นแล้วครับว่า Battlefield 1 ไม่ใช่แค่ตัวเกมทำออกมาได้ดีเหมาะสมกับ World War 1 แต่มันเหมือนกับว่า ซีรี่ส์ Battlefield เกมนี้มันเกิดมาเพื่อสงครามสมัยก่อนทั้ง World War 1 / World War 2 เลยนั้นเองครับ

bf1-2016-10-21-20-28-01-58“ความสนุก ความตื่นเต้น ยังมีอยู่ครบใน Battlefield 1 Multiplayer”

สิ่งแรกที่จะขอพูดถึงในส่วนของ Multiplayer เลยก็คือ โหมดการเล่นครับ แฟนๆ Battlefield หลายคงรู้จักโหมดการเล่นหลักๆของเกมนี้อย่าง Conquest / Rush กันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว เพราะมันคือสิ่งที่อยู่คู่ Battlefield เกือบทุกภาค และใน Battlefield 1 นั้นจะมีโหมดการเล่นใหม่ ชนิด Brand new เพิ่มมา 2 โหมดก็คือ War Pigeons และ Operations Mode นั้นเองครับ

โหมด War Pigeons

bf1-2016-10-21-19-32-29-69“ทีมของผมส่งนกสำเร็จไป 1 ตัวแล้ว”

War Pigeons เป็นโหมดที่ผมรู้สึก “ตลก” พร้อมกับ “ตื่นเต้น” ไปพร้อมๆกัน ในโหมดนี้ตัวเกมจะแบ่งทีมออกเป็น 2 ฝ่าย โดยเมื่อเกมเริ่ม ก็จะมีนกพิราบสุ่มเกิดในแผนที่ ผู้เล่นและละทีม ก็ต้องไปแย่งกันเอานกพิราบตัวนั้นมากลับไปที่ฐานหลัก เพื่อที่จะไปส่งนกพิราบได้ครบ 3 ตัวก่อนเวลาหมด ทีมใดทีมนึงส่งครบ 3 ตัวก่อนก็จะเป็นฝ่ายชนะไปทันที ในขณะผู้เล่นที่กำลังถือนกพิราบอยู่นั้น ก็จะโดน Mark ขึ้นมาในเกมแล้วก็จะเกิดการปะทะกันอย่างไม่ทันได้หายใจในจุดๆนั้น

หากผู้เล่นที่ถือนกอยู่ตาย นกก็จะตก และรอใครคนใดคนนึงไปเก็บ และเมื่อนำนกไปส่งตามจุดสำเร็จแล้ว ขณะที่เจ้านกกำลังบินไปอยู่นั้น ฝ่ายตรงข้ามสามารถยิงนกของเราให้ร่วงได้ด้วย แต่เป้าหมายมันเล็กมากๆ ยิงโดนคงแม่นสุดๆ และที่บรรเทิงไปกว่านั้นคือ เมื่อนกของฝ่ายใดฝ่ายนึงส่งไปได้สำเร็จแล้ว ไม่ใช่แค่จะได้แต้มเพิ่ม แต่ฝ่ายที่ขัดขว้างไม่สำเร็จก็จะโดนห่าฝนระเบิดชนิดที่ว่า คอมไม่แรง อาจจะมีกระตุกได้ และตัวเกมก็จะวนไปแบบนี้จนกว่าทีมใดทีมนึงจะส่งนกครบ 3 ตัวนั้นเองครับ ฟังดูอาจจะคล้ายๆกับโหมด Capture the Flag ของเกมอื่นๆ แต่สำหรับ War Pigeons นั้นจะเรียกว่าเป็นโหมด Capture the Flag ในรูปแบบของ Battlefield ก็ได้ครับ และอีกต่างจุดนึงของโหมดนี้คือ แผนที่ ฉากมันจะแคบมากๆ แคบกว่าโหมดอย่าง Team Deathmatch หรือ Dominator เสียอีก แบบนี้การันตีเลยว่าเมื่อเลือกจุดเกิดแล้วละก็ไม่เกิน 5 วิได้ยิงคนแน่ๆ

bf1-2016-10-21-19-43-56-24“ศัตรูส่งนกออกไปแล้ว ใครจะยิงโดนกัน เล็กขนาดนั้น”

bf1-2016-10-21-19-46-56-25“แผนที่จะแคบไปไหม !!”

Operations Mode

bf1-2016-10-22-10-11-20-05“มิติใหม่ของ Battlefield คือ Operations Mode”

Operations Mode เป็นอีก 1 โหมดการเล่นใหม่ที่ถูกเพิ่มเข้ามาในโหมด Multiplayer ของ Battlefield 1 ในโหมดนี้ผู้เล่นจะได้ความรู้สึกเหมือนสงครามจริงๆ ไม่ใช่แค่การวิ่งยึดธง หรือวางระเบิด M-COM อะไรแบบนั้น แต่ในโหมดนี้ ผู้เล่นทั้ง 2 ทีมจะถูกแบ่งออกเป็นทีม Attack ฝ่ายโจมตี กับทีม Defend ฝ่ายป้องกัน

เมื่อเกมเริ่ม ผู้เล่นฝ่ายโจมตี จะต้องเข้าไปยึดฐานที่มั่นของฝ่ายตั้งรับทั้ง 2-3 จุดในเวลาเดียวกันให้ได้ โดยที่ผู้เล่นฝ่ายตั้งรับก็ต้องคอยป้องกันทุกวิธีทางไม่ให้ฝ่ายโจมตีบุกเข้า โดยฝ่ายตั้งรับจะได้เปรียบในเรื่องของอุปกรณ์ภาคสนาม และแผนที่ที่จะดีกว่า โดยถ้าหากฝ่ายโจมตีสามารถยึดฐานได้ครบเมื่อไร ตัวเกมก็จะเปลี่ยน Zone เป็น Zone ถัดไป  ในฉากเดียวกัน หากฝ่ายตั้งรับ ไม่สามารถป้องไว้ไว้ได้ จนฝ่ายโจมตีบุกเข้ายึดได้ทุก Zone แล้ว ฝ่ายตั้งรับก็จะเป็นฝ่ายแพ้ แต่ถ้าหากฝ่ายโจมตีใช้ Ticket ของทีมหมด จนครบ 150 ตัวเมื่อไร ก็จะมีโอกาสบุกแก้ตัวใหม่อีก 2 ครั้ง โดยในทุกๆ ครั้งฝ่ายโจมตีจะมีกำลังเสริม เช่นยานอากาศ เรือเหาะ มาช่วยเหลือเสมอ ในทุกๆรอบ หากฝ่ายป้องกันลด Ticket ของฝ่ายโจมตีเหลือ 50 หน่วย และเมื่อเปลี่ยน Zone แล้ว ฝ่ายโจมตีก็ยังคงเหลือ Ticket 50 หน่วยเช่นเดิม เพราะฉนั้นหมายความว่าฝ่ายโจมตีจะมีโอกาสทั้งหมด 3 ครั้งในการโจมตี และยึดทุก Zone ของฝ่ายตั้งรับ ก่อนที่ Ticket ของตัวเองจะหมด ไม่งั้นก็จะเป็นฝ่ายแพ้นั้นเองครับ

bf1-2016-10-22-10-17-46-38“โซนของจุดเกิดฝ่ายโจมตี และเป้าหมาย”

bf1-2016-10-22-10-20-32-92“จุด A เป้าหมายที่ต้องไปยึดของฝ่ายโจมตี”

bf1-2016-10-22-10-25-32-94“ฝ่ายโจมตีแพ้ในรอบแรก เนื่องจากยึดฐานไม่ได้ และ Ticket หมด”

bf1-2016-10-22-10-26-39-28“Sniper จากระยะไกลคอยช่วยเพื่อนก็เป็นความคิดที่ดี”

bf1-2016-10-22-10-29-52-64“ยึดเป้าหมายของ Zone แรกได้แล้ว มุ่งหน้าไปอย่าง Zone ถัดไป !!”

bf1-2016-10-22-10-37-56-74“ฝ่ายโจมตีไม่สามารถยึดฐานทั้งหมดได้ เป็นฝ่ายแพ้”

bf1-2016-10-22-10-46-09-21“ภาพรวมทั้งหมดของรอบที่่ผ่านมา” 

bf1-2016-10-22-10-47-12-86“และจบด้วยการนับ Score นั้นเองครับ (ติด Best Scout ด้วย !!)”

อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นหัวใจหลักของโหมด Multiplayer เลย คือการปลดล๊อคของต่างๆ

ใน Battlefield 1 นั้นตัวเกมได้เปลี่ยนระบบการปลดล็อคของไปแตกต่างจากภาคที่ผ่านๆมาครับ เช่นในภาคนี้ จะมีคลาสให้เลือกอยู่ 4 คลาส Assault , Medic , Support , Scout แบบที่หลายๆคนคุ้นเคยโดยในแต่ละคลาสนั้นก็จะมี Level ของคลาสนั้นๆในตัวมันเอง แยกกับ Rank ของตัวผู้เล่น โดยทุกๆการ Up Rank ของตัวผู้เล่นเองนั้น ผู้เล่นจะได้ค่าเงินในเกมที่เรียกว่า Warbound มาเอาไว้ใช้ปลดล็อคปืน อุปกรณ์ต่างๆประจำคลาสที่ตัวเองเล่น โดยที่หากผู้เล่น เก็บ Level ของ คลาสนั้นๆมาระดับสูงขึ้น ก็จะมีสิทธิ์ปลดล็อคปืนระดับสูงขึ้นในคลาสนั้นๆอีกด้วย เท่านั้นยังไม่พอ ปืนแต่ละกระบอก รวมไปถึงทั้งรถถัง เครื่องหรืออะไรต่างๆ นาๆ ผู้เล่นสามารถปรับแต่งได้ตามใจชอบโดยที่ไม่ต้องใช้เงิน Warbound ปลดล็อคของแต่งปืนมา เพราะถ้าหากผู้เล่นใช้เงิน Warbound ปลดล็อคปืนมาแล้ว ก็จะสามารถแต่งปืนกระบอกนั้นได้อย่างเต็มที่ แต่ถึงแบบนั้น ในยุคสงครามโลกครั้งที่ 1 มันก็ไม่มีอะไรให้แต่งมากมายนัก นอกจากดาบปลายปืน ระยะใกล้ ไกลของลำกล้อง รูปแบบเป้าปืน เท่านั้นเองครับ

bf1-2016-10-22-10-14-46-39“ค่าเงิน Warbound เอาไว้ใช้ปลดล็อคปืนต่างๆในเกม”

และนอกจากระบบ ต่างๆที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ใน Battlefield 1 ก็ยังคงมีระบบ Battlepack อยู่เช่นเคย แต่ใน Battlefield 1 นั้นระบบ Battlepack จะมาในรูปแบบ Skin ของปืนต่างๆแทน โดยจะมี Skin ระดับธรรมดาไล่ไปจนถึงระบบ Legendary เลยทีเดียว มีครบตั้งแต่ปืนหลัก ยันปืนพก และรวมไปถึงมีด ที่จะมี Skin ระดับหายากสุดๆอยู่อีกด้วย อารมณ์คล้ายๆกับเกมอย่าง CSGO ที่มีระบบ Skin ปืน แต่เสียดายที่เกมนี้ไม่อยู่ในระบบ Steam ไม่งั้นคงได้มีระบบขายของเป็นเงินจริงกันอีกแน่แท้ (ว่าไปนั้น)

อาวุธระยะประชิดที่มีความแตกต่างกัน

bf1-2016-10-22-10-38-53-78“อาวุธระยะประชิด ชนิดต่างๆ”

อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ สำหรับใน Battlefield 1 นั้น อาวุธระยะประชิดในเกมภาคนี้จะมีความแตกต่างกันออกไปตามชนิดต่างๆอีกด้วย ในภาคก่อนๆ อาวุธระยะประชิดนั้นมันมี Damage ที่เท่ากัน ทำงานเหมือนกัน ใช้งานเหมือนกัน ต่างกันแค่รูปร่าง แต่ใน Battlefield 1 นั้นอาวุธระยะประชิดแต่ละอันจะมี Damage / Speed / Kill Zone ที่แตกต่างกันออกไป รวมไปถึงอาวุธบางชนิดสามารถทำ Damage กับยานพาหนะได้ หรือสามารถใช้ตัดลวดหนาม หรือตัดไม้ได้ บางชนิดก็ไม่สามารถทำได้ นับว่าเป็นอะไรที่แปลกใหม่ และมีมิติมากๆครับ

และสำหรับโหมด Multiplayer ใน Battlefield 1 นั้นก็อย่างที่บอกไปตอนแรกว่าตัวเกมทำมาได้ดีตามมาตราฐานของ Battlefield อยู่แล้ว ไม่มีอะไรให้ติไปมากกว่านี้นอกจากที่ อุปกรณ์ และอาวุธปืนในเกมที่มีให้เลือกใช้น้อยไป ยกตัวอย่างเช่นปืนใน Class Scout อย่าง ปืน SMLE MKIII ที่จะมีให้ปลดล๊อคอยู่ทั้งหมด 3 รุ่น นั้นก็คือ SMLE MKIII Marksman / SMLE MKIII Carbine / SMLE MKIII Infantry โดยทั้งหมด 3 รุ่นนี้จะแตกต่างกันแค่ รุ่น Marksman จะติดลำกล้องปืนทำให้ส่องเป้าหมายจากระยะไกลได้ รุ่น Infantry จะเหมือนกับรุ่น Masksman ทุกประการ แค่ถอดลำกล้องออก ส่วนรุ่น Carbine จะทำให้น้ำหนักเบาขึ้น ลด Damage ลงแต่จะมีแรงถีบที่น้อยลง ความรู้สึกของผมคือ มันไม่จำเป็นเท่าไรที่ต้องใส่ปืนมาหลายๆรุ่นแบบนี้ เช่นในรุ่น Marksman กับรุ่น Infantry ที่เหมือนกันหมด แค่ถอดลำกล้องออก ในส่วนนี้ไปทำเอาในโหมด Custom ปืนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมาแยกให้ปลดล็อคแบบนี้ครับ แต่ถ้ามองในทางกลับกัน ปืนในยุคนั้นมันก็ไม่ได้มีเยอะเหมือนในยุคนี้ เพราะฉนั้นการแยกรุ่นปืนออกมาหลายๆรุ่นเหมือนจะเป็นทางออกให้ DICE สามารถหาทางให้ผู้เล่น เก็บเงิน Warbound เพื่อมาปลดล็อคของได้ นั้นเองครับ

1470959289_maxresdefault-1920x500

กราฟิกดีเลิศ แต่เสียงประกอบแย่ลง

สิ่งที่สุดท้ายที่ผมจะพูดถึงใน Battlefield 1 ก็คือเรื่อง Graphics และ Sound ครับ อย่างอื่นขอพูดในส่วนของ Sound ก่อน เพลงประกอบในเกมที่ผมยกให้ว่าเป็นเพลงประกอบที่ดีที่สุดใน Battlefield ทุกๆ ภาค มันสื่อถึงอารมณ์ของตัวเกมได้เป็นอย่างดี แต่ถึงแบบนั้นในส่วนของ Sound Effect ก็ทำออกมาได้ดีเช่นเคย แต่ตัวผมกลับรู้สึกว่ามันดูดรอปลงหากเทียบกับภาคก่อนๆ อย่างเห็นได้ค่อนข้างชัด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันแย่ไปซักทีเดียวนะครับ มันทำออกมาดีแล้ว แต่ถ้าเทียบกับภาคก่อนๆ ถือว่ายังดรอปลงไปบ้าง ตรงนี้อาจเป็นเพราะว่าตัวเกมมาใช้ Theme WW1 หรือป่าวก็ไม่แน่ใจ ทีนี้กลับมาพูดถึงในส่วนของ Graphics ที่ผมบอกได้คำเดียวเลยว่า ไม่มีอะไรให้ติ เพราะมันทำมาได้สวยและสมบูรณ์แบบแล้ว และยิ่งไปกว่านั้น ตัวเกมกลับ Optimization ออกมาได้ดีเกินกว่าที่คาดเอาไว้ สเป็คคอมพิวเตอร์ที่ตัวผู้เขียนใช้ ไม่ได้แรงอะไรมากมาย และเป็นสเป็คที่ค่อนข้างเก่าโดยการ์ดจอที่ตัวผู้เขียนใช้คือ GTX 680 ที่วางจำหน่ายมาตั้งแต่ปี 2012 แล้ว ก็ยังสามารถเล่น Battlefield 1 ปรับ Graphics สูงสุดที่ Ultra เปิด TXAA ได้ 50-60 Frame Rate ต่อวินาทีเลยทีเดียว แบบนี้ PC Gamer ท่านไหนที่มีคอมพิวเตอร์สเป็คกลางๆ ก็คงเล่นกันได้สบายๆอย่างไม่มีปัญหาแน่นอนครับ

battlefield-1-10-18-2016-13-09-26-03

สรุป Battlefield 1 เกมที่ยอดเยี่ยม

สรุปโดยรวมแล้ว Battlefield 1 นั้นเป็นเกมที่ทำออกมาได้ดีมากๆ ในทุกๆเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น Gameplay Story Mode Multiplayer หรือ ความคุ้มค่าที่นำกลับมาเล่นใหม่ได้เรื่อยๆ และนี่อาจจะเป็นการจุดกระแสใหม่ๆ ให้ค่ายเกมต่างๆหันกลับมามองสนใจ Theme แนวสงครามโลกได้อีกครั้งหลังจากที่ Call of Duty / Medal of Honor เคยทำมาก่อนเมื่อนานมาแล้ว และการเริ่มต้นนับ “1” ใหม่ของ Battlefield ก็เป็นการเริ่มต้นใหม่ที่ดีของซีรี่ย์นี้อีกด้วยครับ ตัวเกมวางจำหน่ายแล้วเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ที่ผ่านมาโดยลงให้กับ PS4 Xbox One และ PC งานนี้ใครที่ว่างๆ ผมแนะนำให้จัดมาเล่นตอนนี้ ก็คุ้มค่าครับ ส่วนใครที่รอลด ก็คงรอกันต่อไป …

*หมายเหตุ รูปภาพทั้งหมดที่ปรากฎอยู่ในบทความนี้ มาจากตัวเกมหลักตัวเกมเต็ม ที่ผู้เขียนถ่ายมาด้วยตัวเองทั้งนั้น ไม่มี Fake ไม่มีการปรับแต่ง