Connect with us

Games

[Review] For Honor อีกหนึ่งผลงานที่ “น่าผิดหวัง” จาก Ubisoft

ถึงแม้ว่า Ubisoft จะลืมๆ เกมคาวบอยยุคตะวันตก หรือสายลับอเมริกันสุดโหดอย่าง Sam Fisher ไปแล้วก็ตาม แต่ก็ยังคงมีเกม IP (Intellectual property) ใหม่ๆออกสู่ตลาดตลอดเวลา และ For Honor เองก็เป็นอีกหนึ่งเกม IP ใหม่ล่าสุดจาก Ubisoft ที่ผมขอบอกได้เลยครับว่า “น่าผิดหวัง…. เล็กน้อย”

Published

on

For Honor

For Honor
6.3

GAMEPLAY

8.5 /10

GRAPHICS

9.0 /10

STORY

4.0 /10

SOUND

8.0 /10

VALUE

2.0 /10

จุดเด่น

  • Gameplay ที่สนุก เหมาะสำหรับการเล่นหลายคนเป็นอย่างมาก
  • การออกแบบฉากที่ดี มีกราฟฟิคสวยงาม
  • มีจุดมุ่งหมายในการเล่นต่อไป หรือมีความ Addict สูงนั้นเอง
  • ตัวละครที่หลากหลาย เหมาะสำหรับผู้เล่นทุกแนว
  • เล่นกับ Bot/AI ได้

จุดสังเกต

  • ระบบ Microtransaction
  • ระบบ Online Peer-to-Peer
  • บังคับต่อ Internet ตลอดเวลา ถึงแม้จะเล่น Story Mode หรือ Bot/AI ก็ตาม

หากพูดถึงบริษัท Ubisoft ผมเชื่อว่าเกมเมอร์หลายๆคนคงจะนึกถึง Assassin’s Creed, Far Cry, Tom Clancy’s franchise หรือสิ่งที่เรียกว่า “Downgrade” และ uPlay อันโด่งดัง ในช่วงหลายปีที่ผ่าน Ubisoft ได้พยายามเข็นเกมในระดับ AAA ออกสู่ตลาดอยู่ตลอดเวลา บางเกมก็ดีมีคุณภาพ บางเกมก็โดนสับเละจากเหล่านักวิจารณ์ต่างๆทั่วโลก ผมเองก็เป็น 1 ในแฟนของบริษัท Ubisoft เนื่องจากว่าผมประทับใจในตัว Tom Clancy’s franchise และ Call of Juarez Series เป็นอย่างมาก

ถึงแม้ว่า Ubisoft จะลืมๆ เกมคาวบอยยุคตะวันตก หรือสายลับอเมริกันสุดโหดอย่าง Sam Fisher ไปแล้วก็ตาม แต่ก็ยังคงมีเกม IP (Intellectual property) ใหม่ๆออกสู่ตลาดตลอดเวลา และ For Honor เองก็เป็นอีกหนึ่งเกม IP ใหม่ล่าสุดจาก Ubisoft ที่ผมขอบอกได้เลยครับว่า “น่าผิดหวัง…. เล็กน้อย”

For Honor เป็นเกมแนว Action Fighting ผสมผสานความเป็น Tactical และ Hack and slash ได้อย่างลงตัว เปิดตัวครั้งแรกในปี 2015 กับงาน E3 ที่ผมเชื่อว่าใครก็ตามที่ได้ดูตัวอย่าง ณ เวลานั้นต้องมีความ Hype กันเป็นอย่างสูงแน่ๆ ตัวผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น และหลังจากได้ลอง Beta Test มาเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ก็บอกได้ว่าเหนือความคาดหมายจริงๆ เพราะด้วยการที่ตัวเกมนั้นถูกออกแบบมาสำหรับการเล่นแบบ Multiplayer โดยเฉพาะ ทำให้ไม่ว่าจะเป็นการเล่นกับเพื่อนๆ หรือ เล่นคนเดียว ก็สนุกกับมันได้ตลอดทั้งวันแบบไม่เบื่อกันเลย ถึงแม้จะมีปัญหาเรื่องที่ตัวเกมใช้ระบบ Server แบบ P2P ตัวละครที่มีให้เลือกเล่นไม่มากนัก และ ฉากที่น้อยมากๆ ผมจึงคาดหวังไว้ว่าตัวเกมเต็มมันน่าจะ “เติมเต็ม” และ “แก้ไข” สิ่งที่ขาดหายไปได้ใน Beta Test …

แต่ไม่เลยครับ For Honor เป็นเกมที่ออกแบบมาได้แย่มากแทบจะในทุกส่วนของตัวเกม (ยกเว้นเรื่อง Gameplay) ไม่ว่าจะเป็นการที่ตัวเกมบีบบังคับให้ผู้เล่นต้องชื้อของเป็นเงินจริง ใช้คำว่าบีบบังคับเลย เพราะระบบ Progression ของตัวเกมที่ออกแบบมาได้ห่วยแตกมาก รวมไปถึง Server ภายในเกมที่ตัวเกมนั้นใช้ระบบ P2p (Peer-to-peer) ที่ห่วย และตกยุคไปแล้ว ยังไม่รวมปัญหาเรื่องเฟรมเรตในเกมที่ร่วงซะจนน่าเกลียด (ผมเล่นในเวอร์ชั่น PS4) อีกทั้งตัวเกมยังมี Content ที่น้อยมากไม่สมกับเป็นตัวเกมราคา 60 ดอลลาร์ด้วยซ้ำไปครับ


Let The “Honor” Begin


โหมดเนื้อเรื่องที่ “มีเหมือนไม่มี”

ก่อนที่จะผมจะพูดถึงในส่วนของตัวเกมหลักๆ ในหัวข้อนี่ผมขอเริ่มต้นด้วย Story Mode ก่อนนะครับ แน่นอนว่า Story Mode เองก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันในวงการเกมยุคนี้ เกมเมอร์หลายๆคนชื่นชอบที่จะเล่น Story Mode มากกว่า Mutiplayer นั้นมีเยอะมาก และใน Story Mode ของ For Honor นั้น ผมไม่มีคำพูดใดๆ มาอธิบายได้เป็นคำพูดได้ดีกว่านี้แล้วนอกจากคำว่า “มีเหมือนไม่มี” ในโหมดนี้ตัวเกมจะแบ่ง Part ออกเป็น 3 Chapter ประกอบไปด้วย Chapter เรื่องราวของ The Legion (Knights), The Warborn (Vikings),The Chosen (Samurai) ตามลำดับ โดยตัวเกมจะบังคับให้เราเริ่มเล่นตั้งแต่ Chapter ที่ 1 นั้นก็คือเนื้อเรื่องในส่วนของพวก Knight นั้นเอง แน่นอนครับว่าทั้ง 3 Chapter เนื้อเรื่องจะต่อกันตลอด โดยจุดพิเศษของโหมดนี้ก็คือ เราสามารถเล่น Coop กับเพื่อนในโหมด Story ได้อีกด้วย

“Apollyon สุดโฉด”

ตัวเกมจะเล่าไปถึงเหตุการ์ณเมื่อ 12 ปีที่แล้ว ก่อนที่สงคราม (ในโหมด Multiplayer) จะเริ่มต้นขึ้น เรื่องราวจะเริ่มต้นขึ้นจาก The Worlord “Apollyon” อัศวินหัวหน้ากลุ่ม Blackstone Legion ที่จุดชนวนสงครามระหว่าง 3 อาณาจักรด้วยเหตุผลบางอย่าง ผู้เล่นจะได้รับบทเป็นทหารนายนึง ในภาระกิจนั้นๆ ความยาวของเนื้อเรื่องนั้นมีประมาณ 5-6 ชั่วโมงในการเล่นแบบ Normal แน่นอครับว่าตัวเกมมีระดับความยากให้เลือก โดยยิ่งในระดับที่ยากขึ้น เราก็จะได้ของรางวัลจากการผ่านด่านเช่นสกิลใหม่ๆ ที่เอาไปใช้ได้แค่ในโหมดเนื้อเรื่องนี่เท่านั้น เอาไปใช้ในโหมด Multiplayer ก็ไม่ได้ ยกเว้นของรางวัลพิเศษที่จะเป็นชุดแต่งตัวหลังจากการจบ Chapter ของฝ่ายนั้นๆที่สามารถเอาใช้ในโหมด Multiplayer ได้ครับ

“3 อาณาจักรใหญ่”

Plot มันแลฟังดูดีใช่ไหมครับ แน่นอนเพราะตัวผมเองก็อยากจะรู้เช่นกันว่าทำไม 3 อาณาจักรนี้ถึงได้มาสู้กัน ตัวผมเองคาดหวังกับโหมดเนื้อเรื่องไว้สูงมากเลยล่ะ จนพอได้มาสัมผัสเอง ผมกลับรู้สึกว่ามันถูกออกแบบมาให้เล่นผ่านๆ ไปเท่านั้น อีกทั้งตัวเกมยังมี Story Telling ที่ช้าและน่าเบื่อมากๆ จนทำเอาผมอดทนเล่นให้จบๆ ไปไม่ได้ และยิ่งพอเล่นจบแล้ว ก็กลับรู้สึกเสียดายเวลาที่เล่นมันมาอีกด้วยซ้ำไปครับ ระดับความยาก ความท้าทายในเกมที่ไม่สูงอะไรมากใครๆก็สามารถเล่นได้ สิ่งเดียวที่ผมชอบในโหมดนี้ก็คือการออกแบบฉากที่ทำได้ดีจริงๆ สามารถบ่งบอกถึงความเป็นตัวเองของทั้งตัวเกม และทั้งอาณาจักรต่างๆได้ดีมากๆเลยล่ะ แต่มันก็ไม่มาลบข้อเสียในด้านอื่นๆที่แย่ไปซะหมดหรอกนะ


For “Dishonored”


จุดเด่นหลักๆ ที่ผมคิดว่าเป็นเพียงสิ่งเดียวของ For Honor นั้นก็คือระบบ Gameplay ในเกมนี่ล่ะครับ เพราะผมติดใจจนมีความคิดที่อยากจะชื้อตัวเกมพร้อม Season Pass หลังจากได้ลอง Beta Test ก็เพราะเจ้า Gameplay นี่ล่ะ สำหรับในเกมนี้การต่อสู้ระหว่างผู้เล่นกันเองนั้นจะไม่เหมือนกับเกม Action Fighting เกมอื่นๆ ทั่วไป ตัวเกมจะให้ความรู้สึกคล้ายๆกับ Dark Soul ที่มีการใช้ค่า Stamina เป็นค่าหลักในการกระทำทุกๆอย่างของผู้เล่น ผสมรวมกับ Street Fighter ที่จะต้องรู้จักการหาจังหวะเข้าโจมตี และ Block การโจมตีจากทิศทางต่างๆ นั้นเองครับ

“การดวลแบบ 1 ต่อ 1”

เมื่อผู้เล่นทั้ง 2 คนมาปะทะกัน ผู้เล่นมีทางเลือกที่จะเข้าสู่โหมด Duel โดยการกด Lock Target เป้าหมาย หรือจะไม่ Lock Target ก็ได้ตามใจชอบ แลกกับการที่การบังคับตัวละครจะเปลี่ยนไป รวมไปถึงไม่สามารถป้องกันการโจมตีได้อย่างอิสระ แต่จะทำให้เรามีอิสระในการบังคับตัวละครมากขึ้นครับ เมื่อเราทำการ Lock Target เป้าหมายแล้ว มุมกล้องจะซูมให้เราเห็นตัวละครของเราเอง และเป้าหมายอยู่เต็มหน้าจอตลอดเวลา ทุกครั้งๆที่เป้าหมายโจมตีเข้ามา เราจะสามารถ Block การโจมตีนั้นได้ทั้งหมด 3 ทิศทาง โดยการขยับอนาล็อกขวา (บน,ซ้าย,ขวา) ไม่สามารถ Block จากข้างหลังได้ แน่นอนว่าการโจมตีก็สามารถทำได้จาก 3 ทิศทางเช่นกัน ยกเว้นว่าระหว่างการดวลกันนั้นจะมีใครที่ไหนไม่รู้วิ่งมาฟันเราจากข้างหลัง แบบนั้นก็รับสภาพไปนะครับ

“ลูกสมุนพวกนี้ก็เป็นปัญหานะ”

ในการ Dual กันนั้นนอกจากว่าผู้เล่นทั้งสองฝ่ายจะต้องต่างคนต่าง Block การโจมตี หรือหาจังหวะเข้าไปโจมตีด้วยแล้ว ก็ยังมีการใช้ “ท่าทาง” หรือ Move Set ต่างๆ เพื่อช่วยให้เราชนะอีกด้วย ในเกมนี้เราจะสามารถเลือกตัวละครมาได้เล่นทั้งหมด 12 ตัว โดยแบ่งเป็นฝ่ายละ 4 ตัว โดยในตัวละครแต่ละตัวก็จะมีจุดเด่น จุดด้อยที่แตกต่างกันออกไป รวมไปถึง Skill และ Move Set นั้นเองครับ น่าประทับใจที่การออกแบบตัวละครในเกมนี้สามารถทำมาได้อย่างสมดุลดีมากๆ อีกทั้งยังเหมาะสำหรับผู้ที่ชอบเล่นแนวทางเฉพาะอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่นผมที่ชอบเล่นตัวละครสายทำ Damage อย่างรุนแรง และรวดเร็ว แลกมากับพลังป้องกันและพลังชีวิตที่น้อยนิด แต่เพื่อนๆ ผมนั้นจะชอบเล่นตัวละครที่เคลื่อนไหวได้ไม่เร็วมาก Damage ก็ไม่รุนแรง แต่ก็มีเกราะที่สามารถ Block การโจมตีจากทุกทิศทางได้ งานนี้ใครชอบเล่นสายไหน ก็เลือกกันได้ตามใจชอบเลยครับ

“บอกเลยว่ารอดยาก”

จนเมื่อผมเล่นมาได้สักพัก ก็พบเจอกับปัญหาเข้าจนได้ครับ ถึงแม้มันจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่ก็ตามเถอะ โดยตามพื้นฐานแล้ว เกมนี้ถูกออกแบบมาสำหรับการดวลกันแบบ 1 ต่อ 1 อยู่แล้ว และแน่นอนว่าในเกม Multiplayer แบบนี้ ผู้เล่นทุกคนย่อมทำทุกอย่างเพื่อให้ชนะอยู่แล้วครับ มันจึงเกิดสิ่งที่เรียกว่า “การรุม” ในเกมที่ขึ้นชื่อว่า “Honor” แบบนี้นั้นล่ะครับ ผมประสบปัญหานี้บ่อยมาก ขณะที่กำลังดวลอยู่ จนใกล้จะชนะแล้ว ก็มีไอ่บ้าที่ไหนไม่รู้ วิ่งมาพร้อมกับเอาขวานสับหัวผมซะจนเหวอ ถึงแม้จะไปว่าคนอื่น แต่ตัวผมเองก็ใช่ย่อย เพราะเจอใครที่เสียเปรียบอยู่ขณะดวล ก็วิ่งไปแจมด้วยตลอด และดูเหมือนว่าทาง Ubisoft ก็น่าจะรู้ถึงพฤติกรรมการเล่นเกมของพวกเราเป็นอย่างดี ตัวเกมก็เลยใส่ระบบที่เรียกว่า Revenge Mode หรือเข้าใจง่ายๆว่า โหมดระเบิดพลังนั้นแล่ะ

“เกิดมันใช้ระเบิดพลังมาละก็ ตายคู่แน่ๆ”

โดยเจ้าโหมดนี้จะช่วยให้เราพลิกสถานการณ์ จากการโดนรุมฆ่า เป็นฆาตกรรมหมู่แทน เมื่อผู้เล่นโดนโจมตีจากหลายทิศทาง หรือโดนเป้าหมายรุม เกจ Revange ก็จะสะสมขึ้นเรื่อยๆจนเต็ม เมื่อผู้เล่นเปิดใช้โหมด Revange นี่แล้ว มันจะทำให้ตัวละครของผู้เล่นมีพลังชีวิตที่เพิ่มขึ้น มาพร้อมกับพลังโจมตี และพลังป้องกันที่สูงขึ้นจนสามารถจัดการศัตรูที่มารุมเราได้หมดในคราวเดียวเลยล่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับฝีมือของตัวผู้เล่นเอง และสถานการณ์หลายๆอย่าง ณ เวลานั้นครับ อย่างไรก็ตาม ตัวผมเองก็ยังคงคิดว่า ไอ่การรุมกันแบบนี้ มัน Dishonored จริงๆ ถึงขั้นที่ระบบ Trophy หรือ Achievement ในเกมยังมีการนับจำนวนครั้งที่ฆ่าเป้าหมายในแบบ “Honor” ได้สำเร็จอีกด้วยล่ะ (ฮ่ะๆ)

“Super Smash Honor !!”

นอกจากนั้นแล้วอีกสิ่งนึงที่เป็นเหมือนหัวใจหลักของโหมด Multiplayer เลยก็คือโหมดการเล่นครับ โดยในเกมนี้จะมีโหมดมาให้เราเลือกเล่น 5 โหมดด้วยกัน ประกอบไปด้วย

  • Dominion: เป็นโหมดปะทะกัน 4 ต่อ 4 โดยที่ผู้เล่นแต่ละทีมจะต้องไปทำการยึดพื้นที่ตามจุดต่างๆในแผนที่ โดยทีมที่ยึดได้ก็จะได้แต้มเรื่อยๆไปตลอด จนกว่าจะมีอีกทีมมายึดแทนได้ โดยถ้าหากทีมไหนทำแต้มได้ถึง 1000 แต้มก่อน ทีมนั้นๆ จะต้องทำการฆ่าผู้เล่นฝั่งตรงข้ามให้หมดพร้อมกัน 4 คนถึงจะเป็นผู้ชนะครับ โหมดนี้ส่วนตัวแล้วผมชอบมาก มันให้ความรู้สึกคล้ายๆ Battlefield ผสมกับ Dota เลยล่ะ
  • Duel: โหมดปะทะกัน 1 ต่อ 1 ความหมายก็ตายตัวเลยครับ จะเป็นการ Duel กันระหว่างผู้เล่นสองคน หากผู้เล่นคนไหนชนะการดวล ก็จะได้แต้ม หากถึงแต้มที่กำหนดก่อนก็จะเป็นฝ่ายชนะ Match นั้นๆไป ยกตัวอย่างชนะด้วย 3 ใน 5 แต้ม
  • Brawl: พื้นฐานแล้ว โหมดนี้ก็เหมือนกับโหมด Duel ทุกประการครับ แต่จะต่างกันที่จะเป็นการดวลกันแบบ 2 ต่อ 2 นั้นเอง
  • Skirmish: เป็นโหมดย่อยครับ โดยโหมดนี้จะคล้ายๆ กับ Dominion แต่จะตัดการยึดจุดต่างๆในแผนที่ออกไป แต่ตัวเกมจะคิดแต้มจากการฆ่าศัตรูนั้นเองครับ โดยทีมใดที่ทำแต้มได้ถึงที่กำหนดไว้ ทีมนั้นๆ ก็ต้องทำการฆ่าศัตรูทั้งหมดพร้อมกัน 4 คนเพื่อที่จะเป็นฝ่ายชนะครับ
  • Elimination: เป็นโหมดย่อยอีกเช่นกัน โดยโหมดนี้จะคล้ายๆกับ โหมด Duel และ Brawl ครับ แต่ครั้งนี้จะเป็นการดวลพร้อมกัน 4 คน เลยทีเดียว

ทีนี้เรามาพูดถึงระบบ The Faction War กันบ้างครับ โดยเจ้าระบบนี้เปรียบเสมือนเป็นการวัดแต้มเอาจากฝ่ายต่างๆ ภายในเกม ที่ถ้าฝ่ายใดฝ่ายนึงมีแต้มที่สูงที่สุด ก็จะชนะใน Season นั้นๆไป อย่างที่ทราบกันว่าในเกม For Honor นั้นตัวเกมจะเปิดโอกาสให้ผู้เล่นเลือกเข้าร่วมฝ่ายใดฝ่ายนึงใน 3 ฝ่าย โดยการเลือกฝ่ายนั้นไม่มีผลต่อการเลือกตัวละครเล่นอย่างใดครับ

“ผมอยู่ฝ่ายซามูไร ดันมันเข้าไป !!”

ในทุกๆ ครั้งหลังจบ Match ผู้เล่นจะสามารถ Deploy War Assets ไปอย่างพื้นที่ส่วนต่างๆ ภายในเกมได้ โดยการ Deploy War Assets นั้นก็คือการส่งกำลังเสริมไปช่วยสนามรบต่างๆภายในแผนที่นั้นเอง ถ้าหากฝ่ายใดมีจำนวนคนที่เยอะกว่า ฝ่ายนั้นก็จะเป็นฝ่ายยึดพื้นที่นั้นได้แทน หรือเราจะส่งกำลังเสริมป้องกันไปช่วยพื้นที่ ที่กำลังโดนโจมตีอยู่ได้ ในส่วนนี้จะคล้ายๆกับ Board Game ครับ โดยกำลังที่เราส่งไปนั้นจะมีมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับ Match นั้นๆที่เราเล่นจบครับว่า ทำคะแนนได้ดีแค่ไหน และอย่างที่บอกครับว่าเราสามารถ Deploy War Assets ได้หลังจบ Match เท่านั้น แน่นอนครับว่าตัวเกมจะมีการจัดลำดับ โดยนับเอาจากฝ่ายที่ยึดพื้นที่ได้มากที่สุดเป็นฝ่ายชนะ Season นั้นๆไป โดยตัวเกมจะมีระยะเวลาบ่งบอกที่ชัดเจนแน่นอนครับเหลือเวลาอีกกี่วัน ของรางวัลก็คงหนีไม่พ้นเรื่องชุดอุปกรณ์ต่างๆนั้นเอง


For “Peer-to-Peer”


ข้อตั้งเป็นหัวข้อหลักๆ เลยนะครับ กับระบบ Peer-to-Peer หรือย่อสั้นๆว่า p2p ในเกม For Honor นั้น ทาง Ubisoft ได้ตัดสินใจนำเอาระบบ p2p มาใช้ด้วยเหตุผลที่ผมคิดได้เพียงอย่างเดียวก็คือการ “ลดต้นทุน” และนั้นนำมาซึ่ง ความพินาศ ที่ไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดใดๆได้ นอกจากความรู้สึกที่แย่เสียจนอยากจะลบเกมทิ้ง หรือไปเล่นเกมอื่นจริงๆครับ ก่อนอื่นผมจะอธิบายเพิ่มเติมนิดนึงว่าไอ่ระบบ p2p นี่มันคืออะไร และมันแตกต่างจากระบบ Dedicated server ที่นิยมใช้กันอยู่ยังไง

“……………”

พูดให้เข้าใจในภาษาเกมเมอร์แล้ว ระบบ P2P นั้นเป็นระบบที่ตัวเกมจะทำการ Matchmaking โดยมันจะทำการจับคู่ผู้เล่นที่ Matchmaking อยู่ด้วยกันอยู่ในระยะทางใกล้ๆกัน และเมื่อได้ผู้เล่นที่เพียงพอแล้ว ตัวเกมก็จะสร้าง Session ขึ้นมา และจับเอาคนที่อยู่กึ่งกลางทั้งหมดทุกคนในห้อง เป็น Host ครับ โดยระบบนี้มีข้อดีคือ ไม่ว่าเกมจะผ่านไปนานอีกร้อยวันพันปีแค่ไหน Server Multiplayer ก็จะไม่มีวันตาย (ก็มันไม่มี Server) และก็ยังคงมีเพื่อนเล่นด้วยกันอยู่ตลอด หากในช่วงนั้นยังพอมีคนหลงเหลือละก็นะ ส่วนข้อเสียก็คือ มันจะทำให้เกมในขณะนั้น ไม่มีความเสถียรภาพเลยครับ ลองคิดดูว่า หากเราดวงซวยไปเจอ Host ที่เน็ตไม่ดี หรือกำลังโหลดบิท แบบนี้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นตามมาเลยก็คือแลคจนเล่นไม่ได้กันทั้งห้อง หรือเล่นว่าอยู่ดีๆ Host คนนั้นเกิดออกมากลางเกม ก็อาจจะพบเจอกับปัญหาที่ตัวเกมจะ Sync ไม่ทัน หรือมีอาการค้างระหว่างเล่น ดีไม่ดีก็อาจจะเด้งออกจากเกมเลยก็เป็นได้ ยังไม่นับรวมกับระบบ Nat Type เจ้าปัญหาที่ทำให้คนเล่นเกมนี้ไม่ได้เลยก็มี ระบบนี้เราจะเห็นบ่อยๆในเกมอย่าง Call of Duty ครับ แน่นอนว่าตัวผมเองก็ไม่ Happy สุดๆเลยล่ะ

“กำลังดวลกันอยู่ เจอแบบนี้เข้าไป มีร้องกันบ้างล่ะ”

ส่วนระบบ Dedicated server นั้นก็จะทำงานคล้ายๆกับ p2p แต่มันจะแตกต่างกันตรงที่ว่า เมื่อทำการ Matchmaking จนได้ผู้เล่นที่ครบแล้ว ตัวเกมก็จะส่งผู้เล่นทั้งหมด ไปยัดใส่ไว้ใน Server ที่มีเอาไว้รองรับให้อยู่แล้ว ระบบนี้จะเห็นได้ใน Dota 2,CSGO หรือแม้แต่เกมของ Ubisoft เองอย่าง Rainbow Six Siege ก็ยังใช้ระบบนี้ ผมก็ไม่เข้าใจว่าแล้วทำไม For Honor ถึงต้องมาใช้ไอ่ระบบ P2p ตกยุคแบบนี้กันด้วยนะ อย่างไรก็ตามระบบ Dedicated server นั้นก็มีข้อเสียอยู่ ยกตัวอย่างเช่นวันดีคืนดี Server เกิดล่มขึ้นมา ก็ทำเอาเล่นไม่ได้ หรือถ้าวันนั้นทางค่ายเกม Shutdown Server ขึ้นมาล่ะก็ มีร้องไห้เสียใจกันแน่ๆ

“หยุดทีเถอะ !!”

เอาล่ะ กลับมาต่อกันที่ For Honor ครับ อย่างที่ผมบอกไปแล้วว่าเกมนี้ใช้ระบบ p2p แน่นอนครับว่ามันจะตามมาด้วยปัญหา ตลอดการเล่นของผมในทุกวัน ทุกเวลา ผมจะต้องเจอกับปัญหามากกว่า 1 ครั้งตลอด และปัญหาหนักที่สุดเลยก็คือ เมื่อเกมเริ่ม แต่ยังไม่ทันได้เล่น มี Host ออกจากเกมกลางคัน ทำให้ตัวเกมค้างไปเลย ไม่สามารถทำอะไรได้ จนผมจะต้องกดปิด Close Application และเข้าเกมใหม่เท่านั้น ยังไม่รวมปัญหาจุกจิกอย่างอื่น ที่ผมไม่สามารถ Online กับเพื่อนที่ Nat Type เป็นสีแดง ไหนจะเรื่องที่ตัวเกมนั้นมีอาการค้าง และ Sync Match ใหม่ตลอดเมื่อ Host ออกจากเกม มันทำเอาอารมณ์เสียสุดๆไปเลยล่ะ


For “Microtransaction”


เอาล่ะครับ ในที่สุดเราก็มาถึงจุดที่แย่ที่สุดของเกมนี้กันเสียที ปฏิเสธไม่ได้ครับว่าไอ่ระบบ Microtransaction หรือพูดง่ายๆ ว่า ระบบการใช้จ่ายเงินในเกมโดยใช้เงินจริง เป็นสิ่งที่ฮิตมากๆ ในวงการเกมยุคนี้ เห็นได้จากหลายๆเกมที่ใช้โมเดลการตลาดแบบนี้ แล้วประสบความสำเร็จทั้งผู้เล่น และทางค่ายเอง ยกตัวอย่างเช่น Dota 2, CSGO, H1Z1, Path of Exile เกมเหล่านี่ล้วนแต่เป็นเกมที่ประสบความสำเร็จในด้าน Microtransaction กันทั้งนั้น แต่ไม่ใช่กับ For Honor ครับ

“ระบบ Progression เจ้าปัญหา”

ก่อนอื่นอย่างที่ทุกคนทราบกันว่า For Honor นั้นเป็นเกมที่จะต้องชื้อมาเล่นในราคา 60 ดอลลาร์ จนทำให้ทุกคนคงเกิดความสงสัยขึ้นว่า เราจ่ายไป 60 ดอลแล้ว ต้องจ่ายอะไรในเกมเพิ่มอีกหรอ จริงๆ แล้วผู้เล่นไม่จำเป็นต้องจ่ายเพิ่มก็ได้นะครับ แต่หลายๆ อย่างในเกมมันบีบบังคับมากเสียจนน่าหงุดหงิดจริงๆ

เริ่มต้นจากการที่ตัวเกมนั้นมีตัวละครให้เลือกเล่นถึง 12 ตัว แต่ผู้เล่นไม่จะสามารถเล่นตัวละครนั้นๆได้ “เต็ม” ความสามารถทุกตัวตั้งแต่เริ่มต้น ผู้เล่นจะต้องทำการเล่นตัวละครนั้นไปเรื่อยๆ เพื่อเก็บเลเวลไปจนปลดล็อคท่าทางและสกิลใหม่ๆ รวมไปถึงชุดและอุปกรณ์ใหม่ๆ ในเกมที่มีใช้เลือกใช้กัน โดยเจ้าเกมนี้นอกจากเลเวลของตัวละครแล้ว ก็ยังมีเลเวลของอุปกรณ์ที่สวมใส่อีกด้วย แน่นอนครับว่าหากผู้เล่นเลือกไปใช้ตัวละครอื่น ทั้งเลเวลและอุปกรณ์ของตัวเก่า ก็ไม่ตามมาด้วยนะครับ ต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ตั้งแต่ 1 กันเลยล่ะ

“ระบบ Champion Status ทำให้การเก็บเลเวล กับแต้มง่ายขึ้น เรียกง่ายๆ VIP”

ปัญหาแรกเลยก็คือ ตัวเกมเปิดมาผู้เล่นจะสามารถเลือกเล่นตัวละครได้แค่ 3 ตัวเท่านั้น โดยจะปลดล็อคตัวละครตัวอื่นๆได้ โดยใช้แต้มเหรียญที่เก็บได้จากการจบ Match ในเกมแลก โดยจะได้ประมาณ 50-60 แต้ม การปลดล็อคตัวละครแต่ละตัวนั้น จะใช้แต้มทั้งหมด 500 แต้มครับ เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อเราปลดล็อคมาแล้ว ตัวเกมก็ยังมีระบบ Scavenger Crates หรือเข้าใจกันง่ายๆว่าการเปิดกล่อง โดยจะมีทั้ง Basic Pack ราคา 300 แต้ม Armor Pack และ Weapon Pack ราคา 400 แต้ม Premium Pack ในราคา 500 แต้ม โดยในแต่ละ Pack ก็จะเป็นการสุ่มเปิดลุ้นรับ Item ต่างๆที่เอามาใช้ได้ในตัวละครนั้นๆที่เราเลือกใช้อยู่นะครับ ย้ำอีกครั้งว่า ตัวละครที่เราเลือกใช้อยู่ และยังมีการ Upgrade อุปกรณ์ที่ต้องใช้แต้มเหรียญจำนวนมากเป็นตัวแปรอีก อีกทั้งยังมีพวกชุด Costume ใหม่ๆ ที่มีราคาสูงถึงหลักพันกันเลยทีเดียว ก็ลองคิดดูนะครับว่า 50-60 แต้มต่อเกม มันจะเพียงพอกันไหม

“Happy กันถ้วนหน้า”

ปัญหาที่สองเลยก็คือ อย่างที่ผมกล่าวไว้ตอนแรกว่า ตัวเกมมีระบบ Progression ที่แย่มากๆ ตรงจุดนี้ผมจะมาพูดถึงระบบนั้นกันครับ อย่างที่ทราบกันว่าเราจะสามารถเก็บเลเวลตัวละครได้ตามตัวที่เล่นเท่านั้น หากเราย้ายไปเล่นตัวอื่น ก็ต้องมาเก็บเลเวลกันใหม่หมด ตรงนี้จะทำให้เกิดการ grind และเบื่อขึ้นมาได้ครับ ลองคิดดูนะทั้งๆที่ตัวเกมมีตัวละครให้เลือกเล่นถึง 12 ตัว แต่เราจำเป็นต้องเลือกตัวใดตัวนึงเล่น เพื่อเลเวลที่สูงขึ้น และปลดล็อคสกิลใหม่ๆ หากย้ายไปเล่นตัวอื่นก็ต้องเสียแต้ม 500 เพื่อปลดล็อค แถมต้องมาเริ่มต้นใหม่ตั้งแต่ 0 อีกด้วย

แน่นอนครับว่าปัญหาเหล่านี้จะหมดไป เมื่อเราจ่ายเงินให้กับ Ubisoft ครับ 30 ดอลเพื่อปลดล็อค Skill Progression ของตัวละครตัวและสกิลทั้งหมด และ 5 ดอล เพื่อแต้มเหรียญ 5,000 แต้มกับเกมเต็มราคา 60 ดอลลาร์ ผมจะไม่บ่นเรื่องนี้เลย หากเกมนี้มันเป็น Free 2 Play ล่ะก็นะ


For “Performance”


“งาม …”

ในด้านของกราฟฟิคถือว่าเป็นข้อดีอีกอย่างนึงของเกมที่ผมมองว่ามันทำมาได้ดีจริงๆครับ อีกทั้งไม่ว่าจะเป็นงาน Art งานออกแบบ หรืองานหลักภายในเกม ที่ทำมาได้ดีเสียเหลือเกิน ในส่วนนี้รวมไปถึง Animation ท่าทางของตัวละครที่ออกแบบมาได้สมจริง ดูมีน้ำหนัก และมี Impact มากๆในการเล่น แต่อย่างไรก็ตามผมก็ยังพบเจอกับปัญหาอยู่บ้างเล็กน้อย ตัวเกมที่ผมใช้เล่นนั้นเป็นเวอร์ชั่น Playstation 4 ซึ่งปัญหาที่ผมพบเจอก็คือปัญหาสุด Classic ก็ Console เลยก็คืออาการ เฟรมเร็ตตกที่สำหรับใน PS4 นั้นเรียกได้ว่า ตกแบบน่าเกลียดสุดๆมาก แต่ก็แลกมาพร้อมกับการที่ตัวเกม Run ภาพที่ Full HD 1080p และมี Multisample AA*2 แน่นอนครับว่าจำกัดไว้ที่ 30FPS ต่อวินาที แต่อย่างไรก็ตาม จากคำบอกเล่าของเพื่อนๆผมที่ได้เล่นในเวอร์ชั่น PC ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าตัวเกม Optimize มาค่อนข้างดี ไม่กินสเป็คมากจนเกินไป ทำเอาผมอิจฉาเลยล่ะ


สรุปแล้ว For Honor เองก็เป็นอีกหนึ่งเกมจาก Ubisoft ที่ผมคิดว่ามันทำมาได้ไม่ดีนักในเรื่องของการตลาด หรือการจัดการเสียเท่าไร แต่โดยรวมแล้วมันก็เป็นเกมที่มี Gameplay การเล่น Multiplayer ที่ดีมากๆเกมนึงเลยล่ะครับ หากนำเอามาเล่นกับเพื่อนๆแล้ว มันจะสนุกมากๆเลยล่ะ ถึงแม้ตัวเกมมันจะมี โหมดเนื้อเรื่องที่ไม่ดี ระบบ Online ที่ห่วย ระบบ Progression ที่แย่ หรือ Microtransaction เจ้าปัญหาก็ตามเถอะ

ส่วนใครที่กำลังคิดว่าจะชื้อมาเล่นดีไหม กับเกมราคา 60 ดอลลาร์ ที่เน้นระบบ Multiplayer กับ ระบบ Microtransaction

“ถ้าถามผมคงบอกได้คำเดียวครับว่า ไม่ 50% กับ 75% ก็แล้วกันนะสำหรับเกมนี้”

แสดงความคิดเห็น

Games

เพลินๆ ไปกับการดูแลศิลปินเกาหลีกับเกม “StarPop”

Published

on

For Honor

For Honor
6.3

GAMEPLAY

8.5 /10

GRAPHICS

9.0 /10

STORY

4.0 /10

SOUND

8.0 /10

VALUE

2.0 /10

จุดเด่น

  • Gameplay ที่สนุก เหมาะสำหรับการเล่นหลายคนเป็นอย่างมาก
  • การออกแบบฉากที่ดี มีกราฟฟิคสวยงาม
  • มีจุดมุ่งหมายในการเล่นต่อไป หรือมีความ Addict สูงนั้นเอง
  • ตัวละครที่หลากหลาย เหมาะสำหรับผู้เล่นทุกแนว
  • เล่นกับ Bot/AI ได้

จุดสังเกต

  • ระบบ Microtransaction
  • ระบบ Online Peer-to-Peer
  • บังคับต่อ Internet ตลอดเวลา ถึงแม้จะเล่น Story Mode หรือ Bot/AI ก็ตาม

ใครที่เป็นแฟนคลับศิลปินเกาหลี ต้องชอบเกมที่จะแนะนำวันนี้แน่ๆ เพราะเกมที่จะแนะนำวันนี้เป็นเกมที่จะทำให้คุณสามารถเทคแคร์ศิลปินเกาหลีได้แบบเต็มอิ่ม ไม่ว่าจะพาไปแต่งตัว ไปจ่ายตลาด ทำอาหารให้ทาน พาไปตกปลา ไปคาเฟ่ ฯลฯ เรียกได้ว่าวันทั้งวันคุณจะฟินกับการใช้ชีวิตกับศิลปินเกาหลีที่คุณชื่นชอบเลยล่ะ!

เกมที่เราจะพูดถึงกันในวันนี้ก็คือเกม “StarPop” โดยเมื่อเปิดเริ่มเกมเข้ามา ตัวเกมจะให้เราเลือกศิลปินที่เราอยากเทคแคร์ ซึ่งก็มีศิลปินมากหน้าหลายตาให้เราเลือก

ซึ่งเราก็สามารถพาศิลปินที่เราชอบไปทำกิจกรรมต่างๆ ได้ โดยมีสถานที่ให้ไป 20 กว่าที่เลยทีเดียว และแต่ละสถานที่ก็จะมีกิจกรรมให้เราทำ เช่น ห้องแต่งตัว ห้องครัว ตลาด สวนต้นรัก ฯลฯ

สิ่งที่เราต้องทำคือจัดการเคลียร์ Daily Mission ให้ครบ ซึ่งก็มีกิจกรรมต่างๆ ให้เราทำ ไม่ว่าจะเป็นการทำอาหารให้ศิลปินทาน ทำงานตามตารางงานของบริษัทให้ครบ ปลูกต้นไม้ ออกเดท เป็นต้น

และการทำกิจกรรมต่างๆ ก็ต้องใช้เวลาตามที่เกมกำหนดถึงจะสำเร็จ เช่น ไปออกรายการ ใช้เวลา 5 นาที เราก็ต้องรอ 5 นาทีจริง เพื่อทำกิจกรรมนั้นให้สำเร็จ

โดยกิจกรรมต่างๆ ที่เราทำ ก็จะต้องใช้พลังงานของศิลปิน หากพลังงานเหลือน้อยเราก็ต้องพาศิลปินไปนอนหลับ

หรือหากศิลปินหิว เราก็ต้องทำอาหารให้ทาน ซึ่งเราสามารถดูว่าพลังงานเหลือมากน้อยเพียงใดจากสัญลักษณ์รูปสายฟ้าด้านบน และช้อนส้อม

การทำกิจกรรมบางอย่างภายในเกม ก็จะต้องอาศัยเมล็ดถั่วและเพชร ในการดำเนินการด้วย ซึ่งหากเราทำกิจกรรมต่างๆ สำเร็จ ก็จะได้กลับมาเป็นรางวัลเช่นกัน ซึ่งก็มีหลายวิธีในการได้รับเมล็ดถั่ว เช่น หมุนวงล้อ ทำกิจกรรมสำเร็จ ไปรดน้ำต้นไม้ให้บ้านอื่น หรือบางทีเกมก็จะให้เมล็ดถั่วเรามาแบบฟรีๆ ด้วยการล็อกอินเข้าเล่นเกมทุกวัน เป็นต้น

และอีกสิ่งที่เราจะได้กลับมาเป็นคะแนนด้วยนั่นก็คือ หัวใจและดาว ซึ่งหัวใจและดาวก็จะใช้จัดอันดับและแลกรับของในเกมได้ และความสนุกอีกอย่างของเกมนี้คือเราสามารถฟินไปกับการพาศิลปินไปทำกิจกรรมต่างๆ เสริมได้

นอกจากเกมนี้จะให้เราพาศิลปินไปทำกิจกรรมต่างๆ มากมายที่แสนจะน่าสนใจแล้ว เรายังสามารถเลี้ยงสัตว์เลี้ยงได้อีกด้วย

ถ้ามีเพชรและเมล็ดถั่วเหลือเฟือก็สามารถเปย์ศิลปินให้ทำกิจกรรมได้อย่างไม่ยั้งเลย แต่ถ้ามีเพชรและเมล็ดถั่วไม่พอ ก็แนะนำว่าทำตาม Daily Mission ไปก่อนดีกว่า ถ้ามีเพชรและเมล็ดถั่วมากขึ้น เราจะพาศิลปินไปทำกิจกรรม แต่งตัวหรือทำผมเก๋ๆ ยังไงก็ได้

ดาวน์โหลด

ถือเป็นเกมที่จะทำให้คุณฟินไปกับการใกล้ชิดศิลปินเกาหลีที่คุณชื่นชอบ คอยเทคแคร์และผลักดันให้ศิลปินต่างๆ ทำกิจกรรมให้ชีวิตประสบความสำเร็จ ใครที่ชอบเกมแนวนี้หรือชื่นชอบศิลปินเกาหลีต้องห้ามพลาดเลย!

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Games

[Review] Sea of Thieves: มาสวมบทบาทเป็นโจรสลัด ออกเรือ และท่องโลกกว้างกันเถอะ !!!

Published

on

For Honor

For Honor
6.3

GAMEPLAY

8.5 /10

GRAPHICS

9.0 /10

STORY

4.0 /10

SOUND

8.0 /10

VALUE

2.0 /10

จุดเด่น

  • Gameplay ที่สนุก เหมาะสำหรับการเล่นหลายคนเป็นอย่างมาก
  • การออกแบบฉากที่ดี มีกราฟฟิคสวยงาม
  • มีจุดมุ่งหมายในการเล่นต่อไป หรือมีความ Addict สูงนั้นเอง
  • ตัวละครที่หลากหลาย เหมาะสำหรับผู้เล่นทุกแนว
  • เล่นกับ Bot/AI ได้

จุดสังเกต

  • ระบบ Microtransaction
  • ระบบ Online Peer-to-Peer
  • บังคับต่อ Internet ตลอดเวลา ถึงแม้จะเล่น Story Mode หรือ Bot/AI ก็ตาม

สวัสดีปีใหม่ไทยท่านผู้อ่านทุกท่านครับ ช่วงนี้อากาศกำลังร้อนได้ที่มากๆ มาพร้อมกับเทศกาลสงกรานต์ ที่จะมาช่วยคลายร้อนให้กับพวกเราชาวเกมเมอร์ทุกๆคน และถ้าหากพูดถึงเกมที่จะเหมาะกับบรรยากาศในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ผมก็ขอนำเสนอ Sea of Thieves ผลงานชิ้นเอกจาก Rare เจ้าของเกมชื่อดังอย่าง Goldereye 007, Donkey Kong Country ที่หลายๆคนน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี และการกลับมาครั้งนี้ของ Rare จะสร้างความสนุกแบบที่เคยทำได้หรือไหม มาติดตามบทความรีวิว Sea of Thieves กันได้เลยครับ

Xbox Play Anywhere ชื้อ 1 ได้ 2

ก่อนอื่นเลยต้องบอกก่อนว่า Sea of Thieves เป็นเกม Microsoft Exclusive ที่ลงให้กับเครื่อง Xbox One และ Windows 10 โดยมีระบบ Cross-Platform และแน่นอนกับระบบเอาใจเกมเมอร์อย่าง Xbox Play Anywhere ที่ไม่ว่าคุณจะชื้อเกมในเครื่องไหน ก็จะสามารถเล่นได้ทั้งสองเครื่อง โดยใช้ Save และ Server เดียวกันอีกด้วยครับ สำหรับชาว Xbox สามารถหาชื้อได้ใน Store ตามปกติ และสำหรับชาว PC สามารถชื้อได้ใน Windows Store โซนอเมริกาครับ (Steam ไม่มีนะจ๊ะ)

Sea of Thieves เป็นเกม FPS Action ทั่วๆไป ที่ไม่มีระบบซับซ้อนเลยสักนิดเดียว ตัวเกมจะให้ผู้เล่นรับบทเป็นกะลาสีคนนึง ที่ได้ออกเรือตามล่าหาสมบัติ หรือรับจ้างทำเควสจากสำนักต่างๆภายในเกม โดยตัวเกมจะบังคับให้ผู้เล่นออนไลน์ตลอดเวลา โดยที่ผู้เล่นจะสามารถเล่น Online กับเพื่อนสูงสุดได้ 4 คน หรือจะออกเดินเรือเพียงคนเดียว แต่อาจจะไปเจอกับเรือลำอื่นๆก็สามารถทำได้เช่นกันครับ

เตรียมตัวออกเรือ

โดยพื้นฐานแล้วตัวเกมนั้นใช้ระบบ Online Session จับคู่ผู้เล่นทั้งหมดเข้ามาเจอกันภายในเกม โดยที่จะมี Server กลาง นั้นหมายความว่าระหว่างเล่น ผู้เล่นจะสามารถเจอคนอื่นเข้า ออกได้ตลอดเวลา รวมไปถึงตัวผู้เล่นเองที่ออกจากเกมไปแล้ว แต่ก็สามารถกลับเข้ามาในเกมได้ใหม่ โดยให้เพื่อนที่อยู่ใน Party เดิม Invite เข้ามาครับผม ยกตัวอย่างเกม Call of Duty ที่ใช้ระบบนี้เช่นกัน


Preparing Yourself


npc ที่พูดคุยได้ภายในเกม

แน่นอนว่าการที่ตัวเกมเป็นเกม Online Multiplayer อย่างจริงจัง แน่นอนว่าลืมไปได้เลยกับ Story Mode หรือ Lore ที่จะทำให้ผู้เล่นรู้สึกอินไปภายในเกม เนื่องจากว่าตัวเกม Sea of Thieves นั้นต้องการสร้างประสบการณ์การเป็นกะลาสีให้ตัวผู้เล่นเองจริงๆครับ นั้นหมายความว่าตัวเกมจะไม่มีการบอกเล่าอะไรทั้งสิ้น สิ่งที่เรารู้ คือเราเป็นแค่กะลาสีคนนึงที่ตื่นขึ้นมาในเกาะแห่งนึงพร้อมกับเรือหนึ่งลำ โดยผู้เล่นสามารถคุยกับเหล่า NPC ภายในเกาะ หรือที่เรียกว่า Outpost ได้ทุกคน แน่นอนว่าในจำนวน NPC พวกนั้นก็จะมีเควสให้ทำครับ

เริ่มออกเรือแบบไร้จุดหมาย

Gameplay หลักๆของ Sea of Thieves นั้นจะเข้าใจได้ค่อนข้างง่าย แต่ตัวเกมค่อนข้างโหดร้ายที่ไม่มีแม้แต่ Tutorial มาให้เลยสักนิดเดียว แต่เชื่อว่าสิ่งแรกที่ผู้เล่นหลายคนเข้ามาในเกม ก็คือความคิดที่อยากจะเป็นเจ้าแห่งโจรสลัด (เพราะผมก็คิดแบบนั้น) แต่ต้องมานั่งงมเอาเองกับเพื่อนที่เหลืออีก 3 คนโดยที่ตัวเกมไม่ช่วยบอกอะไรเลยแม้แต่สักนิดเดียว !!

ชนิดของเควสหลักๆภายในเกม

ตัวเกมมีจะเควสให้ผู้เล่นทำอยู่ทั้งหมด 3 แบบหลัก ที่สามารถรับได้จาก NPC ครับ นั้นก็คือ การล่าสมบัติ, การล่ามอนสเตอร์, และการค้าขายครับ โดยทั้งสามแบบนี้ผู้เล่นสามารถเลือกทำแบบไหนก่อนก็ได้ หรือจะเลือกทำพร้อมๆกันได้เลยก็ได้เช่นกัน นอนจากนั้นตัวเกมจะมีเควสพิเศษที่สามารถพบได้จากขวดแก้ว ซากเรือพังต่างๆครับ โดยเควสพวกนี้มักจะมีความยากกว่าเควสทั่วไป บางเควสจะมาเป็นคำใบ้ และต้องให้ผู้เล่นไขปริศนากันเองอีกด้วยครับ

เริ่มจากเควสล่าสมบัติ ก็ตามชื่อเลยครับ เมื่อรับเควสมาแล้ว NPC ก็จะให้แผนที่เรามา เป็นรูปเกาะๆหนึ่ง พร้อมกับจุดกากบาทสีแดง โดยที่เราต้องตามหาเกาะเอาเอง ผ่านการดูแผนที่ พร้อมกับ จุดกากบาทสีแดงในเกาะ เมื่อผู้เล่นมั่นใจว่าใช่จุดๆนี้ ผู้เล่นต้องขุดมันขึ้นมา และนำหีบสมบัติกลับไปมอบให้ NPC ที่เรารับเควสมา ก็จะเป็นอันเสร็จ

ในส่วนของเควสล่ามอนเตอร์นั้น ก็จะคล้ายๆกับแบบแรก แต่คราวนี้ NPC จะให้ชื่อเกาะกับเรามาเลย สิ่งที่เราต้องทำ คือมุ่งหน้าไปสู่เกาะนั้นๆ และจัดการมอนสเตอร์ให้หมด และนำหัวกะโหลกไปมอบให้ NPC ก็จะเป็นอันเสร็จครับ

และสุดท้าย สำหรับเควสการค้าขาย จะค่อนข้างยากกว่าสองแบบแรก เนื่องจากว่าผู้เล่นจะต้องไปตามหาสิ่งของต่างๆตามเกาะ อาทิเช่น หมู,ไก่,ดินปิน,เสบียงต่างๆ โดยแต่ละเควสก็จะกำหนดสีของสัตว์ชนิดต่างๆที่ต้องการอีกด้วย และเมื่อจับสัตว์ได้ตามกำหนด หรือได้สิ่งของที่ต้องการแล้ว ก็นำไปมอบให้กับ NPC ตัวเดิม ก็จะเป็นอันเสร็จครับ

โดยของรางวัลที่จะได้จากเควสทั้ง 3 แบบก็คืนเงิน ที่สามารถนำไปชื้อของแต่งตัว อาวุธใหม่ๆ หรือ Upgrade เรือของเราได้ครับ


Set Sail !!


เอาล่ะมาถึงเนื้อหาหลักๆกันบ้าง อย่างที่ผมบอกไปในตอนแรกว่า ตัวเกมนั้นเป็น FPS Action โดย Gameplay หลักๆของตัวเกมจะมีอยู่ 3 อย่าง แบ่งเป็น “การขับเรือ/ปะทะบนน้ำ, การต่อสู้บนบก, การตามล่าหาสมบัติ หรือสิ่งของอื่นๆ” โดยที่รูปแบบการเล่นในแต่ละแบบจะมีความแตกต่างกันไปอย่างสิ้นเชิงครับ

มาเริ่มต้นด้วยระบบการออกเรือ และการต่อสู้บนน้ำกันก่อนดีกว่า เกมนี้จะมีเรือให้เราขับอยู่ 2 ชนิด โดยที่ชนิดเล็กสุดจะเล่นได้สูงสุด 1-2 คน โดยที่ขนาดใหญ่สุด จะเล่นได้สูงสุด 3-4 และไม่ว่าผู้เล่นจะเลือกเล่นเรือรูปแบบไหน ก็ต้องไปเจอกันเองใน Server อยู่ดีครับ

Teamwork นี่แหล่ะสำคัญที่สุด ว่าแต่นี่ทำอะไรกันอยู่

สิ่งแรกที่ผมต้องขอชมทีมงานเลยก็คือ ตัวเกมค่อนข้างมีความสมจริงในการขับเรือเป็นอย่างมาก โดยที่ตัวเกมได้นำเอาองค์ประกอบทุกอย่างของเรือจริงๆ ยกมาใส่ไว้ในเกมแถบจะทั้งหมด เริ่มต้นจากการถอนสมอเรือ ก่อนที่จะดึงใบสำเภาไปตามลม พร้อมกับบังคับพังงาไปในอย่างทิศทางที่ต้องการ โดยที่ทั้งหมดนั้นจะต้องใช้ความเป็นทีมเวิร์คของผู้เล่นทั้ง 4 คนในเรือขนาดใหญ่สูงมากๆ ยิ่งในฉากที่ตัวเกมมีพายุขนาดใหญ่ หรือขณะต่อสู้

และนี่คือผลของการที่ซ่อมเรือไม่ทัน

ในขณะที่เรือของเราถูกโจมตี ไม่ว่าจะเป็นจากผู้เล่นอื่น หรือ จากมอนสเตอร์ก็ตาม เรือของเราจะมีรอยรั่วจากกระสุนปืนใหญ่ ส่งผลให้น้ำทะลักเข้ามาภายในเรือ สิ่งที่ผู้เล่นต้องทำ คือวิดน้ำภายในเรือออก พร้อมกับซ่อมเรือโดยใช้ไม้สำรองที่มีอยู่จำกัด แต่จะสามารถหาเก็บได้ภายในเกมตลอดเวลาครับ แน่นอนว่า Team Work คือสิ่งที่สำคัญที่สุด

เรืออยู่ข้างหน้า ประจำสถานีรบ !!

การต่อสู้บนน้ำในเกมนี้ถือว่าทำออกมาได้ค่อนข้างดี ฉากการยิงปืนใหญ่ถล่มใส่กันระหว่างเรือ 2 ลำค่อนข้างสร้างอารมณ์ร่วมให้กับผู้เล่นเป็นอย่างดีมากๆ แต่เมื่อเล่นไปสักพัก ผมกลับพบปัญหาหลายอย่างมากๆ กับระบบต่อสู้บนน้ำในเกมนี้ และมันชวนทำเอาผู้เล่นโมโห และไม่สนุกเป็นอย่างมากเลยล่ะครับ

บุกขึนเรือศัตรู !!

เริ่มต้นกับการที่จะ Wipeout Crew หรือ ยึดเรือและล้มเรือกันก่อน ในฉากการต่อสู้บนน้ำ การที่เราจะยิงปืนใหญ่ถล่มใส่เรือของศัตรูไปเรื่อยๆ ก็ไม่สร้างความเสียหายอะไรให้กับเรือฝ่ายตรงข้ามเลยสักนิด สิ่งที่ทำได้ คือทำให้เรือฝ่ายตรงข้ามเป็นรูเท่านั้น และนั้นบังคับให้ศัตรูต้องพากันไปซ่อมเรือเรื่อยๆ การที่เราจะล้มเรือศัตรูได้ คือต้องวิ่งเข้าไป Board เรือของศัตรู และจัดการฆ่าลูกเรือให้หมด ก่อนที่จะซ่อมเรือได้ทัน

และปัญหาที่ตามมาก็คือระบบ Respawn ของเกมที่จะมีระยะ Delay 10 – 30 วินาที และจุดเกิดของผู้เล่น ก็คือเรือลำเดิมของผู้เล่นนั้นเอง ทำให้ผู้เล่นคนนั้นก็สามารถกลับมาซ่อมเรือ หรือป้องกันเรือได้เรื่อยๆ ฟังดูอาจจะไม่ใช่ปัญหาเท่าไร แต่จริงๆแล้วมันคือปัญหาใหญ่เลยล่ะครับ เนื่องจากว่าระบบการต่อสู้ด้วยกันระหว่างผู้เล่นในเกมนี้ มันไม่สมดุล และออกแบบมาแย่มากๆครับ

ในตลอดการเล่นของผมนั้น ตัวผมและเพื่อนๆอีก 3 คนที่เรือ ได้ปะทะกับเรือฝ่ายตรงข้ามนานกว่า 1 ชั่วโมง โดยที่ไม่มีใครแพ้ใครชนะ จนสุดท้ายฝ่ายตรงข้ามต้องยอมออกจากเกมไปแทน เพราะเนืองจากว่ามันตัดสินผลกันไม่ได้สักที ตายก็เกิดใหม่ได้เรื่อยๆ เรือยิงยังไงก็ไม่พัง และการฆ่ากันในเกมก็ไม่มีอะไรตอบแทน นอกจากความแค้น และศักดิ์ศรีเท่านั้นเอง ในจุดนี้ อาจจะเป็นความสนุกอย่างนึงของตัวเกม แต่เมื่อเราเล่นไปสักพักแล้วจะพบว่ามันไม่ได้สนุกเลย แถมยังน่าเบื่ออีกด้วยครับ

โดนปล้นมาล่ะก็ …

และถ้าถามว่า แล้วทำไมจึงต้องไปบุกโจมตีเรือลำอื่นๆด้วย คำตอบของคำถามนี้ง่ายมากๆ ครับ ไม่ใช่เพราะว่าความส่ะใจหรืออะไรหรอก แต่เป็นเพราะว่าเรือลำอื่นๆก็อาจจะขนสมบัติที่ได้มาจากเควสเต็มลำเรือเลยก็เป็นได้ ถ้าหากผู้เล่นต้องการที่จะเป็นโจรสลัด สิ่งที่เราต้องทำ ก็คือบุกเข้าโจมตี และปล้นสมบัติเหล่านั้นมาเป็นของเรานั้นล่ะครับ แต่ถ้าหากเรือที่ปล้นนั้นกลับไม่มีสมบัติอะไรเลย ก็…..


Never Bring a “Sword” to a “Gun” Fight


ผมได้เกริ่นไปก่อนหน้านี้แล้วว่าระบบต่อสู้ของเกมนี้มันค่อนข้างห่วย และไร้สมดุลเอามากๆ ไม่ว่าจะเป็นทั้งในแง่ของ PVP และ PVE แต่ถึงแบบนั้นตัวเกมก็ค่อนข้างที่จะมอบความสนุกให้กับผู้เล่นได้อยู่ไม่น้อยครับ

ตัวเกมจะแบ่งอาวุธของผู้เล่นเป็น 3 ชนิด ได้แก่ ดาบ, ปืน, ปืนใหญ่ โดยอาวุธที่จะอยู่ติดตัวกับผู้เล่นตลอดเวลาก็คือเจ้า ดาบและปืนนี่ล่ะครับ แน่นอนว่าผู้เล่นสามารถสลับไปมาได้ตลอดเวลา และสำหรับปืนที่จะแบ่งแยกไปอีก 3 ชนิดด้วยกันได้แก่ ปืนพก ปืนลูกซอง ปืนไรเฟลยาว โดยทั้ง 3 แบบนี้เหมาะตามแต่ละสถานการณ์กันไป ฟังแค่นี้ก็อาจจะดูว่าไม่มีอะไร แต่จริงๆแล้วปัญหามันอยู่ที่เจ้าปืนลูกซอง กับการ PVP นี่แหล่ะครับ

การ PVP ในเกมนี้ผู้เล่นจะต้องฆ่ากันเองด้วยอาวุธภายในเกมที่มีอยู่ โดยจะใช้อาวุธชนิดไหนก็ได้ โดยอาวุธแต่ละชนิดก็จะมี Damage ที่แตกต่างกันออกไป และเมื่อพูดถึงการต่อสู้กันระหว่างกะลาสีภายในเกมโจรสลัดแบบนี้ ผู้เล่นทุกคน คงจะนึกถึง Sword Battle หรือการดวลตัวต่อตัวของกัปตัน แบบในหนังโจรสลัดใช่ไหมล่ะครับ

รูปโปรโมทของตัวเกมที่ … เหมือนจะเป็นความจริง

แต่แท้จริงแล้วภาพที่เห็นนั้นกลับไม่ใช่แบบนั้นเลย สิ่งที่ผู้เล่นทุกคนใช้กันในการต่อสู้ระยะประชิดนั้นก็คือปืนลูกซองสุดโกงนี่ล่ะครับ ในการต่อสู้ระหว่างผู้เล่นกันแบบ 4 ต่อ 4 ผู้เล่นต่างหยิบลูกซองออกมา และกระโดดยิง วิ่งใส่กันราวกับ Team Fortress โดยเก็บดาบที่ฟันผู้เล่นไม่เข้าลงไปจนขึ้นสนิม ถึงแม้ว่ากระสุนจะมีจำกัดเพียงแค่ 5 นัด แต่ด้วยการที่ผูู้เล่นสามารถเติมกระสุนได้ผ่านการกดปุ่มเดียวในเรือ มันก็ไม่สร้างปัญหาอะไรให้เลยแม้แต่น้อย

ตรงนี้ผมถือว่ามันเป็นเรื่องที่น่าหงุดหงิดใช้ที่สุดเป็นอย่างมาก ในการใช้ดาบนั้นผู้เล่นสามารถกดป้องกันผ่านการคลิกขวาได้ แต่ดูเหมือนว่ามันไม่จำเป็นต้องใช้ปุ่มนี้เลยสักนิดเดียวในเกม เพราะมันไม่มีผู้เล่นคนไหนหยิบดาบมาใช้ในการของปืนหรอกครับ เพราะลูกซองมันก็ One shot one kill แล้ว

แต่ถึงแบบนั้นการต่อสู้แบบ PVE ก็ยังคงความสนุกไว้อยู่บางกับการดวลดาบระหว่างผู้เล่น และ มอนสเตอร์ แต่ถึงแบบนั้นเหล่า AI พวกนี้ก็มีความฉลาดน้อยสุดๆ โดยไม่สร้างความตื่นเต้นอะไรให้กับเราเลยสักนิดเดียว !!


A Beautiful Sea


Sea of Thieves ได้สร้างโลกของเหล่าโจรสลัด และ กะลาสีออกมาได้ค่อนข้างสวยงามครับ นอกจาก Graphics ที่ผมให้ความเห็นว่ามีความสวยงามในแง่ของ Environment เป็นอย่างมาก เหมาะกับการที่จะเป็นเกม Next Gen ในปี 2018 นี้ได้อย่างไม่ต้องสงสัย ถึงแม้ว่าการออกแบบตัวละครจะทำมาได้ไม่โดนใจผมเท่าไร แต่อย่างอื่นถือว่าสอบผ่านในด้านของ Graphics ครับ

ทั้งหมดนี้ขับเคลื่อนด้วย Unreal Engine 4 ที่ผมมีปัญหากับมันบ่อยมากๆ โดยที่ใครติดตามอ่านบทความรีวิวของผมตลอด จะรู้เลยว่าผมไม่ชอบเจ้า Engine ตัวนี้ขนาดไหน และต้องบอกว่าเป็นอีกครั้ง ที่ UE4 ทำหน้าที่ของมันได้ดี แต่ไม่ถึงกับดีมากๆครับ เพราะมีบางฉากที่ Frame Rate ของผมตกไปไม่เยอะมาก ทั้งๆที่ใช้ 1070Ti กับเกมที่ไม่น่าจะใช้ทรัพยากรเยอะขนาดนี้ แต่ถึงแบบนั้น ภาพรวมก็ยังทำได้โอเคอยู่ครับ

ปลาหมึกบุก !!

อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ว่าจะเป็นเกมโจรสลัดเกมไหนจะต้องมี ก็คือเจ้าปลาหมึกยักษ์ Kraken ครับ โดยในเกมนี้ก็ได้ใส่เข้ามาด้วย ได้ต้องบอกว่ามันทำได้ค่อนข้างดี สร้างอารมณ์ร่วมให้กับผู้เล่นได้ หากผู้เล่นนึกถึงฉากในหนังเรื่อง Pirate of the Caribbean 2 ได้ ก็คงจะอินกับฉากนี้ไม่น้อยเลยล่ะครับ

มุ่งหน้าสู่เกาะหัวกะโหลกกัน

นอกจากนี้ตัวเกมยังได้ใส่ระบบ Raid ชนิดนึงเข้ามาภายในเกม โดยที่จะให้ผู้เล่นทั้งหมดเลือกที่จะทำได้ โดยของรางวัลแน่นอนว่าคืออภิมหาสมบัติครับ โดยเจ้า Raid นี้จะมาในรูปแบบเกาะๆนึง ที่จะมีก้อนเมฆรูปหัวกะโหลกโผล่ขึ้นมา โดยผู้เล่นที่กำลังล่องเรืออยู่สามารถมุ่งหน้าไปสู้เกาะๆนั้นได้ และเมื่อไปถึงแล้ว ผู้เล่นจะต้องทำการฆ่าเหล่ามอนสเตอร์ให้หมด จนได้กุญแจที่จะเปิดประตูสู่ห้องเก็บสมบัติลับภายในเกาะแห่งนั้นครับ

ภายในเกาะ ก็ยังมีเหล่ามอนสเตอร์รออยู่

ฟังดูเหมือนง่าย แต่อย่าลืมว่าไม่ใช่แค่เราที่อยู่ใน Server นั้น ยังคงมีผู้เล่นคนอื่นๆทีหวังจะได้สมบัติเหล่านี้ และมุ่งหน้ามาที่เกาะแห่งนี้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นจงเตรียมตัวให้ดีๆ และพร้อมรับมือกับศัตรูทุกรูปแบบได้เลยครับผม


To the Pirate Legend


มาถึงช่วงนึง ผู้เล่นอาจจะรู้สึกเบื่อๆกับสิ่งที่ทำวนไปมาตลอดการเล่นทั้งเกมก็เป็นได้ พร้อมกับถามหาว่าจุดมุ่งหมายที่แท้จริงแล้วของเกมนี้มันคืออะไรกันแน่ หรือจะเป็นแค่ตามล่าหาสมบัติ หาเงินแต่งตัว Upgrade เรือไปวันๆ เท่านั้นเองหรือ คำตอบคือใช่ และ ไม่ใช่ครับ เนื่ีองจากว่าเกมนี้เมื่อผู้เล่น เล่นมาถึงจุดๆนึง ผู้เล่นจะสามารถกลายเป็น Pirate Legend ได้ และผู้เล่นจะได้พบกับเควสที่ยากกว่าเดิม พร้อมกับเหล่าชุดและอุปกรณ์ใหม่ๆอีกมากมายที่จะสามารถหาได้ เมื่อผู้เล่นกลายเป็น Pirate Legend แล้วเท่านั้น

ออกเรือไปวันๆ

ตรงจุดๆนี้ผมคิดว่ามันก็เหมือนเป็นสิ่งที่เรียกว่า End Game Content นั้นเองครับ สำหรับผู้เล่น MMORPG น่าจะคุ้นเคยกันดีสำหรับคำนี้ ด้วยการที่ตัวเกมจะบังคับให้เราเล่นให้ Level ของตัวละครตันเสียก่อน ถึงจะมีการเล่น Content ที่จริงจังของเกมๆนั้นเสียที และสำหรับเจ้า Sea of Thieves เองก็เช่นกันครับ แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าตัวเกมนั้นไม่มีสิ่งใดมาฉุดให้เราเล่นมันต่อเลยสักนิดเดียว

การ Upgrade เรือที่ไม่ช่วยอะไรเลย

อย่างที่ผมได้บอกไปว่าตัวเกมจะมีชุด อุปกรณ์ หรืออาวุธต่างๆภายในเกม รวมไปถึงของตบแต่งเรือ หรือ Upgrade เรือ ให้เราใช้เงินในเกมชื้อได้ทั้งหมด แต่ความจริงแล้วของเหล่านี้ มันไม่ได้ช่วยเพิ่มค่าสถานะ หรือ ทำให้เราเก่งกว่าผู้เล่นคนอื่นๆได้เลยแม้แต่นิดเดียวครับ หรือพูดง่ายๆก็คือ แฟชั่นภายในเกม เท่านั้นเอง

หรือจะตั้งวงเหล้า ร้องเพลง เล่นดนตรีกันไปวันๆ ?

ตรงจุดนี้มันมีทั้งข้อดี และ ข้อเสียครับ อย่างแรกเลยคือด้วยการที่ Item ภายในเกมทุกอย่างจะไม่มีผลต่อการเล่น ทำให้ผู้เล่นทั้งใหม่ และ เก่า มีระดับ Item ที่เท่ากัน สิ่งที่วัดได้ก็คือฝีมือของผู้เล่นล้วนๆ แต่มันจะมีผลเสียที่ตามมาก็คือ ตัวเกมจะไม่มีแรงบันดาลใจอะไรให้ผู้เล่นรู้สึกอยากจะเล่นต่อเลยสักนิดเดียว

หรือจะตั้งใจเป็น Pirate Legend ให้จงได้ !!

และด้วยการที่ Sea of Thieves ถูกออกแบบมาให้กลายเป็นเกมกึ่ง RPG และมีระบบเควสที่ต้องใช้เวลา และความยากลำบากกว่าจะสำเร็จ แต่สิ่งที่ได้กลับเป็นเพียงแค่เงินที่เอาไปตบแต่งตัวละครได้ ไม่มีแม้แต่ค่าสถานะที่เพิ่มขึ้น และไม่มีการจัดการตัวละครเลย มันจึงไม่เหมาะกับเกมแนวนี้ครับ


โดยรวมแล้ว Sea of Thieves เป็นเกมที่ค่อนข้างดีครับ มีความสนุกมากๆในระดับนึง แต่เมื่อเล่นไปสักพักนึงแล้วก็จะพบกับความเบื่อ และความท้อ เนื่องจากว่าสิ่งตอบแทนที่ได้รับนั้น มันไม่คุ้มเท่าไรสำหรับเกมที่เน้นการเล่น Online แบบนี้ครับ ตัวเกมยังขาด Content อีกเยอะมากๆ ย้ำว่ามากๆ สำหรับเกมโจรสลัดที่ดี แต่ถึงแบบนั้นก็ออกแบบทำระบบเบื้องต้นมาได้ดี และสำหรับตัว Microsoft เอง ที่นานๆทีจะมีเกม Exclusive ดีๆมาให้เล่นกัน เพราะฉะนั้นใครที่มี Xbox One อยู่แล้ว Sea of Thieves ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก สำหรับคนที่เป็นเกมเมอร์สาย PC และ Xbox One ครับ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Games

[รีวิวเกม] God OF War บน PS4 เมื่อเกมฆ่าเทพถึงคราวเปลี่ยนแปลง

Review เกม God Of War บน PS4 มาแล้วจ้า

Published

on

For Honor

For Honor
6.3

GAMEPLAY

8.5 /10

GRAPHICS

9.0 /10

STORY

4.0 /10

SOUND

8.0 /10

VALUE

2.0 /10

จุดเด่น

  • Gameplay ที่สนุก เหมาะสำหรับการเล่นหลายคนเป็นอย่างมาก
  • การออกแบบฉากที่ดี มีกราฟฟิคสวยงาม
  • มีจุดมุ่งหมายในการเล่นต่อไป หรือมีความ Addict สูงนั้นเอง
  • ตัวละครที่หลากหลาย เหมาะสำหรับผู้เล่นทุกแนว
  • เล่นกับ Bot/AI ได้

จุดสังเกต

  • ระบบ Microtransaction
  • ระบบ Online Peer-to-Peer
  • บังคับต่อ Internet ตลอดเวลา ถึงแม้จะเล่น Story Mode หรือ Bot/AI ก็ตาม

หลังจากเรียกเสียงฮือฮา กับภาคใหม่ของซีรีส์ God Of War ที่ออกวางขายบน PS4 และยังกล้าท้าทายผู้เล่นด้วยการเปลี่ยนแนวเกมไปเป็นแอ็คชั่น RPG ที่มีลูกชายของ Kratos เป็นผู้ช่วยทำให้มันเป็นที่จับตามองในทันที และมีคนรอที่จะพิสูจน์ว่ามันจะออกมาดีแค่ไหน

เกริ่นนำ

เกม God Of War บน PS4 เหมือนเป็นการปรับเปลี่ยน และ Re Start ใหม่ของซีรีส์ ทำให้ทาง Sony ไม่ระบุชื่อภาค ทั้งๆที่จริงแล้วมันเป็นภาคต่อที่มีการพูดถึงความเป็นมาอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้มากมายดังนั้นหากคุณไม่เคยเล่น God Of War มาก่อนก็สามารถมาเริ่มกับภาคนี้ได้เลย โดยตามที่คุณรู้ๆกันว่าภาคนี้ Kratos ได้ย้ายถิ่นที่อยู่มาอาศัยอยู่ในดินแดนแห่งเทพปกรณัมนอร์ส (เทพ โอดิน , ธอร์ และ โลกิ) แต่เรื่องราวอาจจะไม่ได้นำเสนอแบบยิ่งใหญ่แบบมหาสงครามเท่ากับภาคก่อนๆ เรื่องราวเน้นความสัมพันธ์พ่อลูกมากกว่า ซึ่งถือเป็นเรื่องดีเพราะเราจะได้เห็น เครโทสในมุมมองที่อ่อนโยนอย่างไม่น่าเชื่อ โดยการเล่าเรื่องถือว่าทำได้ดีไม่น้ำเน่าและมีอะไรให้ประหลาดใจตลอดการเล่น

กราฟิกและการนำเสนอ

แน่นอนว่าซีรีส์ God Of War กราฟิกและการนำเสนอถือเป็นจุดเด่นมาตลอด และในภาคนี้การที่มันออกบน PS4 ทำให้ทุกอย่างถูกยกระดับขึ้นมาหมด ทั้งฉากที่ดูดีและมีความกว้างขึ้นกว่าภาคก่อน และที่ต้องชมอย่างมากคือกราฟิกของตัวละครที่สมจริงราวกับว่ามันมีชีวิต และยังใส่รายละเอียดทั้งการแสดงอารมณ์ และเป็นกราฟิกของเกมเพลย์ไม่ใช่ CG ถือว่ามันเป็นเกมที่มีกราฟิกดูดีที่สุดเกมหนึ่งบน PS4 ส่วนการเล่าเรื่องด้วยเสียงประกอบเกมยังใส่ใจในการพากย์เสียง ส่วนเพลงประกอบก็ยังเสริมให้การท่องไปในดินแดนใหม่ที่เต็มไปด้วยความลึกลับดูดีจนไม่มีที่ให้ติ

รูปแบบการเล่นที่เปลี่ยนไป

อย่างที่รู้กันว่าเกมเพลย์ในภาคนี้เปลี่ยนเป็นแอ็คชั่น RPG ทำให้ทุกอย่างในเกมถูกยกเครื่องใหม่หมด ไม่ว่าจะเป็นมุมกล้องที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ทุกทิศทาง เกมเพลย์เน้นมุมมองบุคคลที่สามแบบมองข้ามไหล่มากขึ้น ซึ่งมันกลายเป็นข้อดีเพราะเราต้องใช้เทคนิคอย่างมากในการเล่นทั้งใช้อาวุธเพื่อโจมตี การหลบหลีกและใช้โล่เพื่อปัดป้องและสวนกลับ และยังมีท่าไม้ตายพิเศษที่เราต้องค่อยๆสะสมค่าพลัง ส่วนโลกของเกมที่แม้จะกว้างแต่ก็ยังไม่ถึงกับเป็น Open World เพราะยังมีข้อจำกัดของฉากอยู่ แต่ซับซ้อนพอตัว อย่างไรก็ตามก็ไม่ต้องกลัวว่าจะหลงทางเพราะเกมมีระบบนำทางที่เรียบง่ายแต่ดูดี

อีกไฮไลท์ของเกมคือลูกชายของ Kratos นาม Atreus ที่มีอาวุธเป็นธนูและมีด ที่ถือเป็นตัวช่วยที่สำคัญมากเพราะ Atreus สามารถช่วยเราโจมตีได้ด้วยการสั่งการด้วยปุ่มเดียว ที่ทั้งง่ายและมีประสิทธิภาพ อีกทั้งไม่ต้องกังวลเพราะ Atreus ไม่มีการตายเต็มที่ก็เสียจังหวะมาช่วยเราต่อสู้ไม่ได้แค่นั้น ส่วนอาวุธที่เป็นธนูก็มีหลายประเภทแบ่งเป็นธาตุที่มีท่าไม้ตายที่หลากหลายและอัพเกรดได้ และนอกจากลูกชายของเราจะมาร่วมสู้ยังมีการร่วมกันแก้ปริศนาในเกมด้วย เพราะลูกเราสามารถใช้ธนูเพื่อเปิดทาง และยังใช้ความที่ตัวเล็กมุดไปยังที่แคบได้ด้วย

ปริศนาในเกม

บอกไว้ก่อนว่าเกมมีการเน้นปริศนามากขึ้น พอๆกับการต่อสู้และรูปแบบของมันคล้ายกับแอ็คชั่น RPG มากขึ้น ไม่มีปริศนาแบบง่ายๆแบบเกม God Of War ในอดีต เราต้องคิดกันหลายตลบมากขึ้นกว่าเดิม เรียกว่าทำได้ดีพอๆกับเกม Zelda ภาคเก่าๆเลยด้วยซ้ำ แม้ว่าฉากและการแก้ปริศนาอาจจะไม่เข้มข้นเท่า Zelda แต่หากมองว่ามันคือเกม God Of War มันคือการเปลี่ยนแปลงที่ยอดเยี่ยมและลงตัวมาก โดยผู้เล่นจะได้ย้อนกลับไปเล่นฉากเก่าๆได้เมื่อได้ไอเทมชนิดใหม่ที่สามารถเปิดทางไปต่อได้ ทำให้เราสามารถสนุกกับเกมได้หลายสิบชั่วโมงโดยไม่เบื่อ และมีเควสย่อยรอให้เราค้นหาอยู่เพียบ และมีระดับความยากให้เลือก ที่บอกได้เลยว่าแค่เลือกระดับธรรมดาเกมก็มีความท้าทายพอตัวแล้ว

ส่วนการปรับแต่งตัวละครที่บอกตรงๆเลยว่าทำได้ละเอียดขึ้นกว่าเดิมเพราะเราต้องหาชุดเกราะและเครื่องป้องกันใหม่ๆมาให้ตัวเราและลูกชาย ส่วนอาวุธหลักที่เราสามารถอัพเกรดได้ละเอียดมากขึ้นเพราะไม่ใช่แค่เพิ่มความแรง ยังมีการลงรายละเอียดค่าพลังที่แทบไม่ต่างจากเกม RPG ดีๆ แถมยังดูง่ายเพราะเมนูไม่ยุ่งยาก และเมื่อเราอัพเกรดอาวุธแล้วเราจะได้รับสกิลความสามารถใหม่ๆมาให้ปลดล็อคด้วย และทั้งอาวุธและเครื่องป้องกันจะส่งผลกับค่าพลังของตัวละครอย่างละเอียดด้วย

เกมเกือบจะสมบูรณ์แบบ 100% ติเล็กน้อย(เล็กน้อยจริงๆ) คือในช่วงท้ายของเกมมีการใช้ไอเดียที่ดูง่ายๆเข้ามาให้เล่นเช่นการกำจัดศัตรูให้หมดฉากเข้ามาบ่อยเกินไปหน่อย แต่ก็ถือว่าไม่ได้ทำให้เกม God Of War ด้อยคุณค่าลง (และยังคงได้เต็ม 10 ) เพราะมันยังถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าชื่นชมที่ผู้สร้างกล้าที่จะนำรูปแบบการเล่นใหม่ๆเข้าไปให้ซีรีส์แอ็คชั่นลุยแหลกให้มีคุณค่าน่าเล่นมากกว่าเดิม และมันสมควรเป็นอีกหนึ่งในเกมยอดเยี่ยมแห่งปี 2018 แน่นอน

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!